Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
The Unbearable Lightness Of Being Myself

ผมเป็นตัวของตัวเอง

เกลียดคำพูดประเภทนี้มากๆ ไม่รู้สิ คนพูดอาจจะจริงใจกับสิ่งที่พูดออกมาก็เป็นได้ แต่แน่ใจได้แค่ไหนว่า สิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นตัวของตัวเองที่เสถียรแล้ว

ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นตัวของตัวเองหรือเปล่า รู้แต่ว่าการเป็นตัวของตัวมันช่างยากเย็น และเจ็บปวด

คุณเคยเห็นคนแปลกหน้าที่อาจมีบางอย่างสะดุดตา จนต้องเหลียวมองโดยอัตโนมัต หรือโดยสำนึกแห่งสังคมอันป่วยไข้นี้

ไม่ว่าจะเป็นกะเทยแต่งหญิง เด็กแร๊พแต่งตัวอย่างกับเพิ่งกลับมาจาก bronx เด็กพังก์เขียนขอบตาดำมาเชียว หรือเด็กหัวสี ผมชี้เป็นเกาหลีทุกคนล้วนหันมอง--ไม่รู้มองทำไม

ทุกวันระหว่างทางไปทำงาน ผมก็หนึ่งในจำนวนนั้น คนที่ถูกจับจ้องตลอดเวลา อาจจะเป็นเพราะเสื้อผ้าที่แลดูแตกต่างจากชาวบ้านทั่วไป

บางวันกางเกงสีแดง บางวันสีเทอควอยซ์ บางวันเสื้อกล้าม บางวันกางเกงขาสั้นจุ๊ด แต่สีสันทุกตัวอาจจะแสบทรวงมากไปหน่อย

บางวันไม่ใช่แค่การมอง แต่ถึงกับมีเสียงหัวเราะ ซุบซิบ หรือชี้ชวนเพื่อนๆ ให้หันมาดู ถ้าผมบอกว่าผมเป็นตัวของตัวเองล่ะ--มีเหตุผลพอไหม

สมมติว่าการแต่งตัวของผมเป็นสิ่งที่ถูกจัดประเภทในการเป็นตัวของตัวเอง แต่ทุกครั้งผมต้องทนกับสายตา เสียงหัวเราะ วิธีการมองโดยหยิบยื่น 'ความเป็นอื่น' ให้

ผมว่ามันสั่นคลอนความเป็นตัวของตัวเองลงไปมากโข หากไม่มั่นคงจริง ไม่สามารถต้านทางกับแรงปะทะของสังคมได้ เราจำต้องเปลี่ยนความเป็นตัวของตัวเองใช่ไหม

แต่ในสังคมที่สุดแสนจะป่วยไข้แบบนี้บอกว่าการเป็นตัวของตัวเองนั่นแหละดีนักแล--ตรงกันข้ามกับวิถีที่คนเราปฏิบัติต่อคนแปลกหน้าชิบ!

ในขณะที่ภาพลักษณ์ภายนอกนั้นดู 'แรง' แต่ชีวิตโดยปกติทั่วไปกับสามัญธรรมดาเป็นที่สุด จันทร์-ศุกร์ ไปทำงาน ตอนเย็นอาจนัดเพื่อนทานข้าวบ้าง แล้วก็กลับบ้าน นั่งทำงานต่อ เสาร์-อาทิตย์ ตื่นตอนเย็นย่ำ ออกไปร้านกาแฟเพื่ออ่านหนังสือ กินกาแฟ สูบบุหรี่ ก่อนกลับแวะเอาวีดีโอไปคืนแล้วยืมเรื่องใหม่กลับมา

ทุกสัปดาห์หมุนเวียนไปแบบนี้เหมือนหนังที่ฉายซ้ำ

ผมมีความสุขดี--แต่บางครั้งก็อ่อนไหวในบางที

ทุกคนล้วนคาดหวังในสิ่งที่ไม่ธรรมดาจากผมทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ที่ออฟฟิศผมมีตัวตนอีกอย่างที่ทำให้ทุกคนพอใจ สนุกสนาน ร่าเริง และสามารถคาดหวังผลงานอันยอดเยี่ยมได้จากตัวตนที่ทุกคนเห็น

อยู่กับเพื่อนผมเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งแปรเปลี่ยนตามกลุ่มของเพื่อนอีกที

และถ้าอยู่คนเดียว ผมก็ไม่ใช่ผมจากที่กล่าวมาทั้งหมด

ตัวตนที่ขัดแย้งกับภาพลักษณ์กับร่างกายภายนอก ส่งผลถึงเรื่องหัวใจอย่างช่วยไม่ได้

ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าองค์ประกอบใดในตัวตนทั้งหมดที่เป็นตัวแปรต้นในเรื่องนี้ การแต่งกาย อืมมม... อาจมีส่วน เพราะเป็นใครก็คงไม่อยากเดินด้วย (วันหนึ่งนัดเพื่อนทานข้าวที่สยาม ผมเดินสูบบุหรี่จึงขอตัวเดินนำหน้าเร็วๆ กลัวเพื่อนรังเกียจ เพื่อนบอกว่ากูไม่รังเกียจควันบุหรี่หรอก แต่กูรังเกียจการแต่งตังของมึง--ฮา)

ภาพลักษณ์ภายนอก-- ผมเข้ามาทำงานแรกๆ เกือบไม่ผ่านโปร เพราะเข้ากับเพื่อร่วมงานไม่ได้--ฮา ในขณะที่ผลงานยอดเยี่ยม แต่ไม่มีใครคุยด้วย หลายคนบอกว่ามาดผมหยิ่ง ดุ และเอาเรื่อง ไม่มีใครอยากคุยด้วย เพียงแค่เป้ฯปราดเดียวก็ไม่อยากจะเข้ามาปฏิสัมพันธ์

นิสัยส่วนตัว--ผมนิ่งและเฉย ไม่ชอบเข้าสังคม ก็เลยอาจไม่เจอใคร แต่ถึงเจอผมก็ได้แค่ทักทายหวัดดี ไม่เคยขอเบอร์ใคร ใครยิ้มให้ก็อาจมองไม่เห็นเพราะสายตาสั้น ไปไหนด็เดินดุ่มๆ หรืออยู่ร้านกาแฟก็เหมทือนอยู๋บนโลกคนเดียว เพราะมีเพียงความสนใจต่อหนังสือที่ถือมา บุหรี่และเพลงที่ฟัง และไม่เคยจีบใครเลย (แค่ยิ้มยังไม่เคย)

วิธีคิด-- นี่ยิ่งแย่ไปใหญ่ ผมหัวเอียงซ้าย Negative Thinking และมีวิธีคิดอันขึ้งเครียด (ซึ่งไม่ขอพูดถึงเอาเป็นว่า ไม่ทำตัวสบายกับสิ่งที่เป็นอยู่ แต่คิดกับมัน และปฏิบัติกับมันตามอย่างที่เชื่อ) ซึ่งทั้งหมดสั่งสมมาจากประสบการณ์ที่เจอในช่วงมหาวิทยาลัย ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน

ซึ่งทั้งหมดที่ร่ายยาวมามันเป็นกำแพงอันใหญ่ยิ่งที่กันคนเข้ามา และกันตัวเองออกไปหาคนอื่น

ผมไม่ได้คาดหวังหรือเรียกร้องความเข้าใจอย่างคนอื่น และไม่ได้หยิ่งโอหังว่า กูไม่แคร์ เพียงแต่บางครั้งก็รู้สึกว่าการเป็นตัวของตัวเองก็ช่างโหดร้ายกับตัวเองเสียยิ่งกระไร

แต่ถ้าหากทั้งหมดนั้นมันเป็นตัวตนอันแท้จริงของผมล่ะ--ผมต้องเปลี่ยนมันหรือเปล่า เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ตัวเองได้มีใครสักคน หรือนั่งเพ้อๆ เชื่อคำพูดที่ว่า 'เดี๋ยวถึงเวลาก็มาเอง' หรือ 'ต้องมีใครสักคนที่เหมาะสมกับเรา'

ขออภัย ณ ที่นี่ ที่ผมไม่เชื่อ

การใคร่ครวญมาจากความคิดบ้าๆ ของผมที่กำลังสั่นคลอนตัวเองหลายอย่าง ทั้งการเปลี่ยนการแต่งตัวใหม่ให้ดูเป็นคนมากขึ้น เผื่อจะน่าสนใจในระดับคนทั่วไป ทั้งไปหายามากินเพื่อจะได้อ้วนขึ้น รูปร่างจะได้ดูดีขึ้นหน่อย หรือการแนะนำของเพื่อนในการพบเจอผู้คน การประพฤติตัว หรือออกสังคม ฯลฯ

ผมว่าการเป็นตัวของตัวเองไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่การแต่งตัว ภาพลักษณ์ วิธีคิด ทั้งหมดที่คิดว่าเป็นตัวของตัวเอง บางครั้งมันก็สร้างความเจ็บปวดอย่างพิลึก หากเมื่อไหร่ที่ต้องถูกตัดสินจากผู้อื่น จนบางครั้งความไม่เข้มแข็งพอก็ทำให้เราอ่อนไหวกับมัน

โดยเฉพาะเรื่องความรัก

มันมักจะสั่นคลอนทุกอย่างเสมอ--แม้แต่ตัวตนที่เราคิดว่าเป็นของเราอย่างแท้จริง











Create Date : 06 พฤษภาคม 2550
Last Update : 6 พฤษภาคม 2550 2:35:27 น. 7 comments
Counter : 296 Pageviews.

 
อาจเป็นลักษณะของคนเกิดเดือนกุมภาฯ รึป่าวคะ (แอบไปดู profile มาค่ะ)

จริงๆ เอาเรื่องเดือนเกิดมาวิเคราะห์คนนี่ก็ดูจะเหมารวมไปซักหน่อย หรืออาจจะปนงมงายเล็กน้อย แต่ก็สังเกตมาหลายคนแล้วค่ะ (รวมตัวเองด้วย)

เราว่าคนเกิดเดือนนี้จะมีลักษณะที่ค่อนข้างขัดแย้งในตัวเองอยู่มากทีเดียว จากการที่รู้จักคนเกิดเดือนนี้อยู่หลายคนพอสมควร คนเกิดเดือนเมษาฯ ก็เป็นอีกเดือนที่คิดว่าค่อนข้างรู้ลักษณะนิสัยนะคะ

แต่อ่านแล้วคิดถึงตัวเองเหมือนกันค่ะ เราอาจจะแต่งตัวไม่แรงขนาดคุณ แต่ก็เคยใส่เสื้อน้ำเงิน กางเกงเขียว รองเท้าชมพู (หลายปีมาแล้ว) เราก็ว่าเข้านะ แต่ทำไมโดนทักซะแอบเขวไปนิดหน่อย หรือช่วงหน้าหนาวใส่กางเกงขาสั้นถุงน่องดำไปเดิน J Ave. ก็โดนเพื่อนแขวะ (แบบขำๆ) มีคนบอกหลายคนค่ะว่าเราไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของชายไทย หน้าเธอก็ไม่หมวยแล้วเธอยังแต่งตัวประหลาด (บางครั้ง) ถึงขั้นเคยมีผู้ชายมาพูดกับเราว่า เธอแต่งตัวประหลาดแบบนี้ เรายังอุตส่าห์มาจีบเธอนะ (ผู้ชายอะไรเนี้ย)

ก็พล่ามมาซะยาว... แค่อยากจะบอกว่าอ่านแล้วโดนน่ะค่ะ เราก็ไม่เชื่อคำพูดที่ว่า 'เดี๋ยวถึงเวลาก็มาเอง' หรือ 'ต้องมีใครสักคนที่เหมาะสมกับเรา'

แต่เรายังเชื่อคำว่า "พรหมลิขิตมีจริง" นะคะ ถึงจะยังไม่เคยเจอกับตัวเองก็เถอะ

take care~


โดย: MaRiMeKKo วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:14:53 น.  

 
สนับสนุนให้ทุนคนล่องไปแนวทางของปัจเจกครับ


โดย: prop IP: 125.27.118.135 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:55:23 น.  

 
ขอบคุณที่ไปตอบในบล๊อกของผมนะครับ

แต่ผมคิดว่าถ้าจะว่ากันจริงๆแล้ว ไม่มีอะไรสักอย่างเลยแหละที่เป็นของตัวของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นนิสัยเล่านั้นที่เราคิดว่าส่วนตัวมากๆก็ตาม ล้วนมาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่าเราชอบแบบนี้ เราจึงมีนิสัยแบบนี้ตาม

...แล้วจะกลับมาเยี่ยมใหม่นะครับ


โดย: UnEdiTED วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:9:23:50 น.  

 
ฮุฮุ ตามมาจากที่คุณไปทิ้งคอมเม้นท์เอาไว้น่ะครับ เขียนเลยครับ...เขียนเลย ผมจะได้อ่านด้วย แล้วอีกอย่างผมก็ไม่มีตัวอัลบั้มด้วย...ไว้เขียนเสร็จแล้วอย่าลืมแวะไปบอกกันด้วยนะครับ แล้วจะตามมาอ่านอย่างแน่นอนนนนน....

ลป. อ้อ...ขอ Add เพื่อนบ้านด้วยนะครับ


โดย: UnEdiTED วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:24:00 น.  

 
เข้ามาอ่านและให้กำลังใจนะครับ

หน้าฝนแล้วยังไงดูแลตัวเองเยอะ ๆ นะครับ


โดย: DAN_KRAB วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:43:22 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมบล็อกนะคะ

เท่าที่อ่านมา เราก็สรุปได้ว่าคุณ"เซลฟ์" มากทีเดียว
เราชื่นชมนะคะ คนที่มีเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเอง
ไม่จำเป็นต้องไหลไปตามกระแสสังคม เพียงเพราะถ้าไม่ทำตามสังคมส่วนใหญ่ แล้วจะถูกมองว่าแปลกแยก หรือถูกจัดเป็นคนชายขอบ

เราก็แต่งตัวแรงบ่อยค่ะ แล้วเราก็ไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าใครจะมองเรายังไง ทั้งๆที่บางทีเสียงซุบซิบหรือสายตา ก็ทำเอาความมั่นใจเราลดลงไปบ้าง แต่ก็นั่นแหละค่ะ เราไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร เราแต่งตัวถูกกาลเทศะ อีกข้อที่สำคัญ คือเรามีความสุขที่ได้เป็นตัวของตัวเราแบบนี้

ความจริง คือ เราอยากจะบอกว่า ถ้าไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร ก็ขอให้คุณมีความสุขและพอใจที่ได้เป็นตัวของตัวเองแบบนี้ต่อไปเถอะค่ะ ชีวิตมันสั้นนัก

อ้อ ส่วนเรื่องความรัก
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครค่ะ



โดย: เด็กหญิงปุ๊กกี้ วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:19:05 น.  

 
The Unbearable Lightness Of Being Myself

- - -

เอ๋า โลกมันกลม
หานิยายของมิลาน คุนเดอรา
ไหงเข้ามาโผล่บล็อกนี้ซะได้
อิอิ


โดย: ม่วนน้อย วันที่: 30 มีนาคม 2551 เวลา:10:25:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แอบชอบ คห. ข้างล่าง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ชายที่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจัย 5 อย่าง หนัง เพลง หนังสือ กาแฟ และบุหรี่
Friends' blogs
[Add แอบชอบ คห. ข้างล่าง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.