แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
‘เลี้ยงหอยแครง’ ‘เกษตรพอเพียง’น่าสน

‘เลี้ยงหอยแครง’ ‘เกษตรพอเพียง’น่าสน

อาชีพ “เลี้ยงหอยแครง” เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้ดีไม่แพ้อาชีพอื่น ๆ หอยแครงเป็นหอยที่มีราคาขายค่อนข้างดี แถมยังเป็นหอยที่เลี้ยงง่าย ซึ่งทีมงาน “ช่องทางทำ กิน” เดินทางไปกับคณะของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ จ.สมุทรสาคร ไปดูการทำประมงแบบผสมผสาน ที่เจ้าของจะเน้นการเลี้ยงหอยแครงขายเป็นอาชีพหลัก และนำข้อมูลการเลี้ยงมาถ่ายทอดต่อ...

อุดม หอมบุญยงค์ เกษตรกร ต.บางกระเจ้า อ. เมือง จ.สมุทรสาคร เกษตรกร ชายฝั่งที่มีประสบการณ์มากว่า 40 ปี เล่าว่า เริ่มทำอาชีพเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่ปี 2518 โดยเริ่มจากการเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยเป็นอันดับแรก เลี้ยงกุ้งแชบ๊วยอยู่ได้ประมาณ 10 ปี จนถึงจุดอิ่มตัวของกุ้งแช่บ๊วย บวกกับช่วงนั้นการเลี้ยงกุ้งกุลาดำก็เริ่มแพร่หลาย จึงเปลี่ยนเป็นกุ้งกุลาดำ ในช่วง 3 ปีแรกที่เลี้ยงนั้นได้ผลตอบแทนที่ดี จนมีการเลี้ยงกันมากขึ้น ก็ทำให้ราคาเริ่มตก เกษตรกรผู้เลี้ยงขาดทุนกันเป็นทิวแถว อุดมเองก็เริ่มขาดทุน จึงต้องล้มเลิกการเลี้ยง

ขาดทุนจากการเลี้ยงกุ้ง เงินทุนที่มีอยู่ก็เริ่มหมด จึงต้องเริ่มมองหาอาชีพใหม่ทำเพื่อที่จะหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว จึงไปยึดอาชีพเลี้ยงเป็ดไข่ ในช่วงแรกก็ดี แต่หลังจากนั้นราคาก็เริ่มตก จึงต้องเลิกเลี้ยงไปอีก

จากนั้นอุดมก็ได้คำแนะนำจากผู้รู้ และมีโอกาสเข้าอบรมแนวทางการทำเกษตรแบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” จึงได้ความคิดที่จะนำเอาพื้นที่ที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด โดยทำการเกษตรแบบผสมผสาน เลี้ยงแบบธรรมชาติ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ในบ่อเดียวกันแบบธรรมชาติ อะไรที่ได้น้อยก็เอาไว้กิน ที่เหลือมากก็ขาย

ในช่วงนั้นราคาหอยแมลงภู่เริ่มดี จึงนำหอยแมลงภู่มาเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้หลัก และสามารถสร้างรายได้ ให้เป็นอย่างดี แต่ต่อมาราคาหอยแมลงภู่ก็เริ่มตก บวกกับหอยแมลงภู่เป็นหอยที่เลี้ยงยาก จึงเริ่มมองหาเลี้ยงสัตว์ตัวอื่นที่จะมาเลี้ยงขายเพื่อเป็นรายได้หลักแทนการเลี้ยงหอยแมลงภู่ แล้วก็มาสรุปที่ “หอยแครง”

เพราะหอยแครงมีราคาดี เลี้ยงง่าย แต่ก็ยังเลี้ยงหอยแมลงภู่ควบคู่ไปด้วยได้ รวมถึงกุ้ง ปู ปลา


“การเลี้ยงหอยแครงนั้นดูแลไม่ยาก สำคัญอยู่ที่น้ำ ต้องจัดการระบบน้ำในบ่อให้ดี น้ำที่ปล่อยใหม่เข้าบ่อต้องถึงหอยแครง เพราะอาหารของหอยนั้นจะมากับน้ำ เมื่อน้ำใหม่ถึงหอยอาหารที่หอยจะได้ก็ย่อมมีอุดมสมบูรณ์ หอยก็จะเจริญเติบโตเร็ว แต่ถ้าน้ำใหม่ไม่ถึง หอยก็ไม่โต” อุดมบอก

ที่สำคัญอีกจุดหนึ่งก็คือ “พื้นที่บริเวณที่เลี้ยงหอยนั้นไม่ควรปล่อยให้มีพืชน้ำอย่างสาหร่ายน้ำจืดขึ้น ต้องกำจัดทิ้งให้หมด” เพราะสาหร่ายน้ำจืดนั้นจะขยายพันธุ์รวดเร็วมาก เมื่อมีจำนวนมากก็จะไปบดบังแสงแดด แถมยังไปแย่งพื้นที่ของหอย ทำให้หอยฝังตัวในดินไม่ได้

อุดมบอกเคล็ดลับการกำจัดสาหร่ายน้ำจืดโดยวิธีธรรมชาติว่า “การกำจัดสาหร่ายน้ำจืดแบบธรรมชาติก็ต้องใช้ธรรมชาติเป็นตัวกำจัด โดยผมจะใช้วิธีการปล่อยปูและปลาหมอเทศ เพราะสัตว์ทะเลสองชนิดนี้กำจัดสาหร่ายน้ำจืดได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องไปเสียเวลาในการถอน”

หอยแครงที่เลี้ยงกันอยู่มี 2 ชนิดคือ หอยเดิน กับหอยนิ่ง หอยเดินนั้นมีลักษณะตัวจะออกเป็นวงรี แบน ๆ เป็นหอยที่ไม่อยู่นิ่งกับที่ จะเดินไปเรื่อย เป็นหอยแถบตะวันออก ถ้าเป็นหอยนิ่งก็จะอยู่นิ่งไม่ขยับไปไหน เป็นหอยทางแถบภาคใต้ ถ้าเลี้ยงรวมกันก็จะต้องเลี้ยงหอยที่นิ่งอยู่รอบนอก หอยเดินไว้ข้างใน เพื่อใช้หอยนิ่งเป็นตัวกั้นหอยเดิน

การทำการประมงผสมผสานโดยเลี้ยงหอยแครงเป็นหลักนั้น อย่างน้อยควรต้องเลี้ยงในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ และลักษณะของบ่อธรรมชาติที่เลี้ยงนั้น ก้นบ่อจะต้องเป็นดินเลน เพราะหอยแครงจะชอบดินเลน

บ่อธรรมชาติที่ใช้เลี้ยงหอยแครงก็ควรขุดให้มีความลึกประมาณ 1.50 เมตร จากนั้นก็ซื้อพันธุ์หอยแครงมาลง การปล่อยพันธุ์หอยแครงก็ปล่อยอยู่ที่ 1-1.5 ตัน ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ขนาดของพันธุ์ก็อยู่ที่ 350-400 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งราคาค่าพันธุ์ก็อยู่ที่กิโลกรัมละ 26 บาท

แหล่งซื้อพันธุ์หอยแครงมีอยู่หลายที่ เช่น สุราษฎร์ธานี สมุทรสงคราม เพชรบุรี เป็นต้น

อุดมกล่าวต่อว่า การปล่อยหอยลงบ่อนั้นไม่ควรปล่อยพันธุ์หอยที่ซื้อมาลงบ่อเลี้ยงทันที เพราะสภาพน้ำของแต่ละที่ย่อมแตกต่างกัน ดังนั้นก่อนที่จะปล่อยพันธุ์หอยลงบ่อต้องใช้น้ำจากบ่อเลี้ยงฉีดใส่พันธุ์หอยก่อน จากนั้นก็ปล่อยไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อให้พันธุ์หอยได้ปรับสภาพอุณหภูมิ และปรับสภาพให้เข้ากับน้ำบ่อก่อน หลังจากนั้นถึงจะนำไปปล่อยลงบ่อ ซึ่งการปล่อยนั้นก็ใช้วิธีการโปรยด้วยมือ ให้ทั่วบริเวณที่กำหนดไว้

สำหรับการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก หอยจะกินอาหารจากธรรมชาติ แต่ผู้เลี้ยงต้องคอยดูแลพลิกตัวหอยที่เป็นพันธุ์หอยนิ่ง มิฉะนั้นจะจมขี้ตัวเองตาย การลงไปพลิกก็ทำไม่ยาก โดยปล่อยน้ำออกจากบ่อให้เหลือประมาณ 70-80 ซม. แล้วใช้แรงงานคนลงไปใช้มือควานที่หอย จากนั้นก็ใส่น้ำใหม่เติมเข้าไปให้เท่าเดิม และจะต้องเช็กดูทุก 2 เดือน

“หลังปล่อยหอยแครงลงไปเลี้ยงในบ่อประมาณ 7 เดือน ก็สามารถจับขายได้ โดยจะได้หอยที่มีขนาด 60 ตัว ต่อกิโลกรัม ขายได้ในราคากิโลกรัมละประมาณ 28 บาท”

บ่อเลี้ยงหอยแครงธรรมชาติแบบผสมผสานของอุดมอยู่ที่ ต.บางกระเจ้า อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ผู้ที่สนใจหอยแครงของที่นี่ สอบถามไปได้ที่ โทร. 08-1995-9190, 0-3445-0172-3

ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพเกษตร “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่น่าสน.




Create Date : 18 ตุลาคม 2549
Last Update : 18 ตุลาคม 2549 21:07:00 น. 0 comments
Counter : Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com