แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
นำการปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องเชิงพาณิชย์

บันทึกไว้เป็นเกียรติ

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

ผจญศักดิ์ เจริญวรรณยิ่ง กับผู้นำการปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องเชิงพาณิชย์ ตอนที่ 1 ความน่าปลูกของน้อยหน่าเพชรปากช่อง

แหล่งผลิตน้อยหน่าที่มีคุณภาพดีและมีพื้นที่การปลูกมากที่สุดในประเทศไทย อยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอปากช่อง จะมีพื้นที่ปลูกมากที่สุด นักวิชาการเกษตรบอกว่า สภาพดินแดงหรือดินชุดปากช่องนั้นมีความเหมาะสมต่อการปลูกน้อยหน่ามากที่สุด ในอดีตคนไทยมักจะคุ้นเคยกับการบริโภค "น้อยหน่าฝ้าย" (น้อยหน่าเนื้อ) เวลาต่อมามีการขยายพื้นที่การปลูก "น้อยหน่าหนัง" ทดแทนน้อยหน่าฝ้าย เนื่องจากตลาดมีความนิยมมากกว่า จากการสอบถามเกษตรกรผู้ปลูกน้อยหน่าหนังหลายรายในเขตพื้นที่อำเภอปากช่องทราบว่า น้อยหน่าหนังทำรายได้ดีกว่าการปลูกมะม่วง เพราะมีช่วงระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวผลผลิตยาวนานกว่าคือ เก็บผลผลิตได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-ธันวาคม

มาถึง ณ ปัจจุบันนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการปลูกน้อยหน่าเชิงพาณิชย์ในบ้านเรา หลังจากที่มีการผสมพันธุ์น้อยหน่าและเกิดน้อยหน่าสายพันธุ์ใหม่ที่มีชื่อว่า "เพชรปากช่อง" ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของสถานีวิจัยปากช่อง สถาบันอินทรีย์จันทรสถิตย์เพื่อการค้นคว้าและพัฒนาพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

จากแปลงทดลองปลูกของสถานีวิจัยปากช่องเผยแพร่มาสู่เกษตรกร น้อยหน่าเพชรปากช่องได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นน้อยหน่าลูกผสมที่ให้ผลผลิตดกมาก มีลักษณะของผลขนาดใหญ่ มีเนื้อมาก เมล็ดเล็กและรสชาติหวานจัด ที่สำคัญราคาขายผลผลิตจากสวนเกรด เอ ที่มีน้ำหนักผลประมาณ 1 กิโลกรัมขึ้นไป ขายได้กิโลกรัมละ 100 บาท โดยเฉพาะผลผลิตที่มาจาก "กลุ่มผู้ปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่อง" โดยมี คุณผจญศักดิ์ เจริญวรรณยิ่ง อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 2 ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี 18180 โทร. (089) 536-5285 เป็นประธานกลุ่ม

เดิมที คุณผจญศักดิ์ เป็นคนอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ หลังจากเรียนจบจากคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ไปทำงานกับบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ระยะเวลาหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2542 จึงได้ตัดสินใจลาออกเพื่อกลับไปพัฒนาสวนผลไม้ ประมาณ 40 ไร่ ของครอบครัวที่ได้ซื้อไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูก 30 ไร่ ยังเหลือพื้นที่ว่างอีกประมาณ 10 ไร่ ยังไม่ได้ปลูกอะไร ในช่วงเวลานั้นทางสถานีวิจัยปากช่อง ได้เปิดอบรมการปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องจึงเข้าร่วมอบรมและตัดสินใจซื้อต้นน้อยหน่าเพชรปากช่อง จำนวน 10 ต้น (ราคาต้นละ 200 บาท) มาทดลองปลูกเพื่อจะขยายพันธุ์ปลูกต่อไปถ้าพิสูจน์ได้ว่าดีจริง



ปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่อง จำนวน 600 ต้น ในปี พ.ศ. 2543

คุณผจญศักดิ์ ได้ปลูกต้นตอน้อยหน่าพื้นเมืองลงในแปลงก่อน แล้วเปลี่ยนยอดในเวลาต่อมา โดยวิธีเสียบข้างทยอย ทำจนครบจำนวน 600 ต้น มาถึงปี พ.ศ. 2545 น้อยหน่าที่ปลูกไปให้ผลผลิตตรงตามที่ได้ไปอบรมมา และเห็นว่าดีจริงจึงตัดสินใจขยายพื้นที่ปลูกโดยปลูกแซมในแปลงปลูกมะม่วง เมื่อต้นน้อยหน่าโตเริ่มให้ผลผลิต ได้โค่นต้นมะม่วงออกทั้งหมด ปัจจุบันคุณผจญศักดิ์มีพื้นที่ปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่อง 40 ไร่ และมีผลผลิตส่งขายซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้าชั้นนำในกรุงเทพมหานคร



ก่อนปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องจะต้องมีการเตรียมตัวอย่างไร

คุณผจญศักดิ์ได้บอกถึงเกษตรกรที่จะตัดสินใจปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องควรจะต้องเตรียมตัวดังนี้

หนึ่ง สภาพพื้นที่จะปลูกน้อยหน่าพันธุ์นี้จะต้องเป็นสภาพดอน ไม่มีน้ำท่วมขัง สำหรับสภาพดินจะปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ที่เหมาะสมที่สุดคือ ดินร่วนปนทราย

สอง จะต้องมีความรู้คือ มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการปลูกน้อยหน่า จะศึกษาจากเกษตรกรที่เคยปลูกน้อยหน่าพันธุ์นี้มาก่อนหรือหาความรู้จากสถานีวิจัยปากช่อง

สาม จะต้องมีแหล่งน้ำ จะทำให้เกษตรกรผลิตน้อยหน่าเพชรปากช่องขายได้ตลอดทั้งปี



ภาพรวมของการปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่อง

น้อยหน่าเป็นพืชที่ชอบสภาพอากาศร้อนแห้ง ไม่ชอบอากาศหนาวจัดหรือมีฝนตกชุกเกินไป ต้นน้อยหน่าต้องการสภาพความแห้งแล้งระยะเวลาหนึ่ง เพื่อการสะสมอาหารและทิ้งใบ เมื่อทิ้งใบแล้วจะแตกกิ่งใหม่พร้อมกับดอกตามมา ในธรรมชาติใบน้อยหน่าจะเริ่มร่วงตั้งแต่เดือนธันวาคม-มกราคม แตกกิ่งใหม่พร้อมดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หลุมที่ใช้ปลูกควรขุดให้มีความกว้าง ยาว และลึก 40 เซนติเมตร หลังจากขุดหลุมเสร็จ ให้นำปุ๋ยคอกเก่าใส่ลงไปหลุมละครึ่งปุ้งกี๋ เอาดินที่ขุดขึ้นมาลงไปคลุกเคล้ากับปุ๋ยคอกเก่า หลังจากนั้นให้ปลูกต้นน้อยหน่าเพชรปากช่องลงไป คุณผจญศักดิ์แนะนำระยะปลูกที่เหมาะสมที่สุดคือ 4x4 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 100 ต้น



เทคนิคในการตัดแต่งทรงต้นน้อยหน่าในช่วง 1 ปีแรก

คุณผจญศักดิ์ได้บอกว่า มีเกษตรกรหลายรายที่ปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องไปแล้วล้มเหลวไม่ได้ผลผลิตอย่างที่คิด เนื่องจากขาดความรู้ในการตัดแต่งทรงต้น ที่จะเริ่มทำตั้งแต่ปลูกน้อยหน่าไปได้ 3 เดือน จะต้องตัดยอดให้ต้นมีความสูงจากพื้นดินประมาณ 30 เซนติเมตร เมื่อตัดเสร็จต้นน้อยหน่าจะมีการแตกตาข้างออกมามากมาย ให้เกษตรกรคัดเลือกเฉพาะกิ่งที่สมบูรณ์และไม่ชิดกันไว้ประมาณ 2-3 กิ่งก็พอ ที่เหลือตัดทิ้งให้หมด

เลี้ยงกิ่งที่เหลือไปนานประมาณ 3 เดือน ให้ตัดยอดแบบเดิมอีกโดยให้มีความยาวจากรอยตัดครั้งแรกประมาณ 1 คืบ จาก 2-3 กิ่ง ที่เหลือก็จะแตกตาข้างออกมามาก ให้ตัดออกเหลือไว้กิ่งละ 2-3 กิ่งที่สมบูรณ์ เมื่อต้นน้อยหน่า 1 ต้น อายุ 6 เดือน หลังจากตัดแต่งทรงต้นแล้วจะได้จำนวนกิ่ง 6-9 กิ่ง คุณผจญศักดิ์บอกว่า เมื่อต้นน้อยหน่ามีอายุครบ 1 ปี ให้มีการตัดแต่งกิ่งเหมือนอย่างเดิมจะได้กิ่งใหม่ทั้งหมด 27 กิ่ง



การดูแลรักษาต้นน้อยหน่าเพชรปากช่องในระยะ 1 ปีแรก

คุณผจญศักดิ์บอกว่า การให้น้ำกับต้นน้อยหน่าในระยะเริ่มปลูกจนถึง 1 ปี จะต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ต้นเจริญเติบโตเร็ว รากจะมีการแผ่กระจายอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ พบเปอร์เซ็นต์การรอดตายสูงมาก ระบบการให้น้ำจะใช้ระบบมินิสปริงเกลอร์หรือใช้หัวผีเสื้อก็ได้ ในขณะที่การให้ปุ๋ยจะเน้นในเรื่องของปุ๋ยคอกเก่าหรือปุ๋ยหมัก เนื่องจากน้อยหน่าเพชรปากช่องชอบสภาพดินที่มีอินทรียวัตถุสูง ในแปลงปลูกน้อยหน่าของคุณผจญศักดิ์หลังจากปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องไปได้ 2-3 เดือน จะใส่ปุ๋ยคอกต้นละประมาณ 1 ปุ้งกี๋ หรือประมาณ 10 กิโลกรัม ส่วนปุ๋ยเคมีจะใช้สูตรเสมอ 16-16-16 ใส่ให้ต้นละ 1-2 ช้อนแกงเท่านั้น



เทคนิคการผลิตน้อยหน่าเพชรปากช่อง 2 รุ่น ต่อปี

คุณผจญศักดิ์บอกว่า ต้นน้อยหน่าเพชรปากช่องเมื่อมีอายุครบ 2 ปี จะตัดแต่งเพื่อผลิตน้อยหน่าได้ปีละ 2 รุ่น คือ

รุ่นแรก ตัดแต่งกิ่งในช่วงเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว ซึ่งปกติช่วงนี้ต้นน้อยหน่าจะเริ่มผลัดใบ เทคนิคสำคัญคือ จะต้องตัดแต่งให้ห่างจากรอยแผลเดิมประมาณ 1 คืบ ถ้าผลิตน้อยหน่าในช่วงนี้จะต้องตัดหมดทุกกิ่ง

ตัวอย่าง ถ้าตัดแต่งกิ่งใน วันที่ 1 ธันวาคม ตัดแต่งเสร็จให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ เช่น 16-16-16 อัตราต้นละครึ่งกิโลกรัม (ถ้าต้นน้อยหน่ามีอายุประมาณ 5 ปี ใส่ต้นละ 1 กิโลกรัม) หลังจากตัดแต่งเสร็จให้ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อราในกลุ่มสารคาร์เบนดาซิมอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อเป็นการล้างโรค หลังจากตัดแต่งกิ่งไปได้ 1 เดือน ต้นน้อยหน่าจะเริ่มแตกใบอ่อนพร้อมดอก หลังจากนั้นอีก 1 เดือน ดอกน้อยหน่าจะเริ่มบานช่วงนี้จะต้องระวัง "ด้วงกินดอก" ซึ่งจะเข้ากัดกินเกสรตัวผู้และยอดเกสรตัวเมีย จึงมีคำแนะนำให้ฉีดพ่นสารเซฟวิน-85 ก่อนที่ดอกจะบาน 3-4 วัน

เมื่อมีการติดผลขนาดเท่ากับเมล็ดถั่วแดงหรือประมาณ 1 เดือน จากดอกบาน จะต้องมีการตัดแต่งผล โดยตัดผลที่ไม่สมบูรณ์หรือผลที่เบียดชิดกัน เหลือไว้แต่ผลและทรงสวยกิ่งละประมาณ 2-3 ผลก็พอ หลังจากที่ตัดแต่งผลเสร็จจะต้องใส่ปุ๋ยเคมีที่มีไนโตรเจนและโพแทสเซียมสูง เช่น สูตร 20-7-18 เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของผล ตัดกิ่งย่อยและกิ่งเล็กๆ ออกเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกและยังช่วยป้องกันการขีดข่วนผล

รุ่นสอง หลังจากที่เก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นแรกเสร็จ ก่อนที่จะผลิตน้อยหน่าเพชรปากช่องในรุ่นที่ 2 จะต้องมีการบำรุงต้นใหม่อีกครั้ง โดยใส่ปุ๋ยคอกเฉลี่ยต้นละ 1-2 ปุ้งกี๋ หลังจากนั้นให้ตัดแต่งกิ่ง แต่ในการตัดแต่งกิ่งรุ่นนี้จะมีความแตกต่างจากการตัดแต่งในการผลิตรุ่นแรกซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว จะตัดแต่งกิ่งทั้งหมดไม่เหลือใบเลย แต่การตัดแต่งในครั้งนี้จะตัดออกประมาณ 60-70% จะเหลือกิ่งหลักๆ ไว้ช่วยสร้างอาหารเพื่อบำรุงต้น

ในการตัดแต่งกิ่งรุ่นที่ 2 นี้ เกษตรกรจะตัดแต่งในช่วงเดือนไหนก็ได้ ให้นับเอาว่าต้องการจะเก็บผลผลิตขายในช่วงเวลาใดก็ให้นับถอยหลังไป 5 เดือน ยกตัวอย่างว่า จะเก็บผลผลิตน้อยหน่าเพชรปากช่องขายในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน ให้ไปตัดแต่งกิ่งในช่วงเดือนกรกฎาคม (ไม่ควรตัดแต่งกิ่งในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ตาที่แตกมาใหม่จะไม่ค่อยดี เมื่อแตกใบอ่อนแล้วเจอสภาพอากาศหนาว ตาจะไม่ค่อยพัฒนา ผลที่ติดในช่วงนี้ไม่ค่อยโตหรือออกดอกแต่มีการติดผลน้อย)



การเก็บเกี่ยวผลผลิตและการห่อผล

คุณผจญศักดิ์แนะนำวิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิตน้อยหน่าเพชรปากช่องแบบง่ายๆ คือ นับระยะเวลาของการติดผลประมาณ 4-5 เดือน หลังจากวันที่ตัดแต่งกิ่งหรือดูจาก "ร่องตา" ส่วนใหญ่เกษตรกรที่ปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องอยู่แล้วจะมีความชำนาญในการสังเกตจากร่องตา จะต้องมีสีขาวจากก้นไปจนถึงขั้วผล ถ้าเก็บเกี่ยวในระยะนี้ถือว่าน้อยหน่าแก่จัด หลังจากตัดไปแล้ว 4-5 วัน ผลจะสุก ถ้าร่องตายังไม่ขาวจากก้นไปถึงขั้วผลถือว่าน้อยหน่ายังไม่แก่จัด ถ้าเก็บเกี่ยวไปเมื่อผลสุกเนื้อจะไม่ฟู รสชาติจะติดเปรี้ยว คุณผจญศักดิ์ย้ำว่า น้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องถ้าจะให้หวานและเนื้อฟูจะต้องเก็บที่ความแก่อย่างน้อย 90%

คุณผจญศักดิ์จะห่อผลเมื่อผลน้อยหน่ามีอายุประมาณ 3 เดือน โดยนับจากเริ่มมีขนาดผลเท่ากับเมล็ดถั่วแดงเพื่อป้องกันการวางไข่ของแมลงวันทองและยังช่วยให้ผลน้อยหน่าที่ห่อมีผิวสวย วัสดุที่ใช้ห่อผลนั้นคุณผจญศักดิ์จะใช้ถุงรีเมย์ เนื่องจากมีคุณสมบัติถ่ายเทอากาศได้ดี ใช้ห่อได้หลายครั้งถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงกว่าถุงพลาสติคหรือถุงกระดาษ คุณผจญศักดิ์เคยใช้ถุงพลาสติคห่อ เกิดปัญหาเรื่องราดำทำลายผลมาก ทำให้ผิวเสียขายไม่ได้ราคา เนื่องจากน้อยหน่าเพชรปากช่องมีขนาดของผลใหญ่มาก ก่อนเก็บเกี่ยวจะต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มความหวาน ใช้ปุ๋ยเคมีสูตรที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น 13-13-21, 18-7-20 ฯลฯ



*คู่มือ "การปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องขายกิโลกรัมละ 100 บาท" พิมพ์ 4 สี มีแจกฟรี เกษตรกรและผู้สนใจเขียนจดหมายและสอดแสตมป์จำนวน 20 บาท ส่งมาขอได้ที่ ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร เลขที่ 2/200 ถนนศรีมาลา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000 โทร. (056) 613-021, (056) 650-145 และ (081) 886-7398



Create Date : 14 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2549 16:27:27 น. 2 comments
Counter : Pageviews.  
 
 
 
 
แวะมาอ่านๆ
 
 

โดย: PutterZ (ToppuT ) วันที่: 14 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:49:45 น.  

 
 
 
แวะมาทักทายค่ะ เห็นเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจ ถึงจะนานแล้วก็ตามนะค่ะ ปากช่อง
 
 

โดย: ที่สุดปากช่อง วันที่: 26 มีนาคม 2554 เวลา:0:23:16 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com