แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
ควบคุมวัชพืชในสวนยาง โดยไม่พึ่งพาสารเคมี...ทำได้

ชุมสินธุ์ ทองมิตร



ในการปลูกสร้างสวนยาง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เกษตรกรต้องเอาใจใส่ดูแลรักษาสวนยางเป็นพิเศษ เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงยางอ่อน ซึ่งต้นยางยังเล็ก พุ่มใบยังไม่ประสานกัน เปิดโอกาสให้วัชพืชทั้งประเภทใบแคบ ใบกว้าง และเถาวัลย์ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นยางแคระแกร็น เปิดกรีดไม่ได้ตามกำหนดและให้ผลผลิตน้อย เพราะฉะนั้นในช่วงยางอ่อน นอกจากเกษตรกรต้องดูแลรักษาสวนยาง ด้วยการใส่ปุ๋ยตามคำแนะนำแล้ว การควบคุมวัชพืชในสวนยางก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งมีหลายๆ วิธีด้วยกันที่เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี ที่นอกจากต้องเสียเงินแล้ว ยังส่งผลต่อความไม่ปลอดภัยต่อตัวเกษตรกร และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เกษตรกรจะมีวิธีปฏิบัติอย่างไร

คุณสุขุม วงษ์เอก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้ให้คำแนะนำ เพื่อเกษตรกรได้พิจารณาตามความเหมาะสม และสามารถปฏิบัติได้ ดังต่อไปนี้

หนึ่ง... ใช้อุปกรณ์ ตัด ไถ ถาก ขุดทำลายวัชพืชส่วนที่อยู่เหนือดินและใต้ดิน โดยทั่วไปจะใช้แรงงานคนถากวัชพืชในระหว่างต้นยาง ส่วนวัชพืชที่ขึ้นในระหว่างแถวยางใช้รถไถเดินตาม หรือเครื่องยนต์ตัดหญ้า วิธีนี้เกษตรกรต้องตัดติดต่อกัน 2-3 ครั้ง และตัดก่อนที่วัชพืชจะออกดอก เหมาะสำหรับสวนยางขนาดเล็กหรือเกษตรกรรายย่อย และมีแรงงานในครอบครัว อย่างไรก็ตาม เกษตรกรไม่ควรปล่อยพื้นดินในสวนยางให้โล่งเตียน ควรให้มีวัชพืชขึ้นปกคลุมผิวดินบ้าง โดยตัดให้ต่ำ ทั้งนี้ เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดินและป้องกันการชะล้างผิวหน้าดิน เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง

สอง... ปลูกพืชคลุมดินตระกูลถั่วระหว่างแถวยาง เช่น คาโลโปโกเนียม เซ็นโตรซีมา เพอราเรีย และ ซีรูเลียม โดยปลูกตั้งแต่เริ่มปลูกยางหรือหลังปลูกยางได้ระยะหนึ่ง ควรปลูกต้นฤดูฝนห่างจากแถวยางประมาณ 2 เมตร การปลูกพืชคลุมดินตระกูลถั่วระหว่างแถวยางในช่วงยางอ่อน จะช่วยป้องกันการเบียดเบียนของวัชพืช และป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน แต่ลักษณะและการเจริญเติบโตของพืชคลุมดินตระกูลถั่วแต่ละชนิดแตกต่างกัน ดังนั้น การปลูกพืชคลุมดินให้คลุมพื้นที่ตลอดอายุของต้นยางอ่อน เกษตรกรควรปลูกหลายชนิดรวมกัน และไม่ควรเก็บเมล็ดพืชคลุมนานเกินไป เพราะจะทำให้ความงอกของเมล็ดเสื่อมลง

สาม... ใช้วัสดุคลุมดิน โดยนำวัสดุเหลือใช้ต่างๆ เช่น เปลือกถั่ว ฟางข้าว ซังข้าวโพด เศษวัชพืชต่างๆ คลุมโคนต้นยาง อาจคลุมเฉพาะต้น หรือหากมีปริมาณมากควรคลุมตลอดแถว จะช่วยป้องกันการรบกวนของวัชพืชได้ดี อีกทั้งยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดินให้ดีขึ้น การคลุมดินควรเว้นระยะพอควร อย่าให้ชิดโคนต้นยาง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อต้นยางและเป็นที่อาศัยของสัตว์บางชนิด

สี่... ปลูกพืชแซมยาง ประเภทพืชล้มลุก เช่น ถั่วลิสง มันเทศ สับปะรด แตงโม ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดฝักอ่อน ข้าวไร่ พืชผักต่างๆ หรือปลูกหมุนเวียนตามฤดูกาลไปตลอดทั้งปี เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งควรมีแหล่งน้ำ และการคมนาคมสะดวก โดยเกษตรกรควรพิจารณาเลือกปลูกตามสภาวะของตลาด ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และสภาพในท้องถิ่นเป็นหลัก การปลูกพืชแซมยางเป็นวิธีการหนึ่งในการควบคุมวัชพืชที่ได้ผลดี เพราะนอกจากเกษตรกรต้องเอาใจใส่ดูแลและใส่ปุ๋ยบำรุงพืชแซมเพื่อให้ได้ผลผลิตเป็นที่พอใจแล้ว เกษตรกรยังได้เอาใจใส่ดูแลสวนยางไปด้วย อีกทั้งต้นยางจะเจริญเติบโตได้ดีกว่าต้นยางที่ไม่มีการปลูกพืชแซม เนื่องจากได้รับปุ๋ยที่ใส่ให้กับพืชแซม

ห้า... ทำสวนยางในระบบผสมผสานร่วมกับการเลี้ยงสัตว์ เช่น แกะ สัตว์ปีก อาทิ ไก่พื้นเมือง ห่าน หรือเลี้ยงผึ้งในสวนยาง การทำสวนยางในระบบผสมผสานนี้ เป็นการดำเนินกิจกรรมต่างๆ หมุนเวียนในสวนยาง ในลักษณะการบูรณาการ ในพื้นที่ที่สร้างรายได้ และลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงยางอ่อน กระทั่งต้นยางเปิดกรีดไปจนตลอดอายุของต้นยาง เป็นการดำเนินกิจกรรมร่วมกันในสวนยาง ที่มีทั้งการปลูกพืชแซมยาง พืชร่วมยางร่วมกับการเลี้ยงสัตว์ (สำหรับพืชแซมยางสามารถปลูกได้กระทั่งต้นยางมีอายุ 3 ปี หลังจากนั้น สามารถปลูกพืชที่เจริญเติบโตและให้ผลผลิตในสภาพร่มเงาของยางได้ ซึ่งเรียกว่าพืชร่วมยาง เช่น ขิง ข่า ขมิ้น ทำมัง ผักเหลียง มันปู ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น หน้าวัว เปลวเทียน ขิงแดง และเฮลิโคเนีย เป็นต้น)

ถ้าทำได้จะเป็นผลพลอยได้ต่างๆ ที่เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องไปจนตลอดอายุของต้นยาง คือรายได้จากผลผลิตพืชแซมยาง พืชร่วมยาง รายได้จากการจำหน่ายสัตว์ รายได้จากน้ำยาง ต้นทุนที่ลดลงจากการผลิตปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก นำกลับไปใส่ต้นยาง พืชแซม พืชร่วม และพืชอื่นๆ ไม่ต้องใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืชในสวนยาง เพราะสัตว์ เฉพาะอย่างยิ่ง แกะ จะช่วยควบคุมวัชพืชในสวนยางได้เป็นอย่างดี แต่การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวนี้ เกษตรกรควรมีสมาชิกในครอบครัว สวนยางอยู่ใกล้แหล่งน้ำ และการคมนาคมสะดวก จึงจะสามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ ในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวนี้ ส่งผลให้เกษตรกร สมาชิกในครอบครัว และผู้บริโภค ตลอดจนสิ่งแวดล้อมปลอดภัยอีกด้วย

คุณสุขุม กล่าวในตอนท้ายว่า วิธีการควบคุมวัชพืชในสวนยางดังกล่าวนี้ แต่ละวิธีเกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้และปฏิบัติได้ตามความเหมาะสมในแต่ละสภาพพื้นที่ของเกษตรกร ที่นอกจากหวังผลในการควบคุมวัชพืชในสวนยางโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีแล้ว ยังส่งผลให้ต้นยางเจริญเติบโตได้ดี เปิดกรีดได้เร็วและให้ผลผลิตสูง บางวิธีสามารถสร้างรายได้ และลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องไปจนตลอดอายุของต้นยาง ทำให้เกษตรกรและสิ่งแวดล้อมปลอดภัยจากสารเคมีกำจัดวัชพืช นอกจากนี้การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในสวนยางจะทำให้เกษตรกรได้ดูแลสวนยางไปด้วย หากต้นยางเกิดอาการผิดปกติ เกษตรกรจะสามารถป้องกัน กำจัด สาเหตุและรักษาได้อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม การใช้สารเคมีเพื่อกำจัดวัชพืชในบางกรณี ก็มีความจำเป็น เช่น วัชพืช หรือหญ้าคาที่ขึ้นหนาแน่น แต่การใช้สารเคมีเกษตรกรต้องใช้ตามคำแนะนำและใช้อย่างปลอดภัย เพื่อมิให้มีผลกระทบต่อต้นยาง เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม เกษตรกรและผู้สนใจสามารถขอข้อมูลและคำแนะนำได้ที่ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร โทร. (02) 579-7757-8 หรือที่ศูนย์วิจัยยาง ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิต (สถานีทดลองยาง) และสำนักงานตลาดกลางยางพารา กรมวิชาการเกษตร ตามจังหวัดต่างๆ ได้ทุกวัน เวลาราชการ หรือดูข้อมูลวิชาการ ถามปัญหาทางหน้าเว็บบอร์ด และติดตามราคายางได้ที่ http://www.rubberthai.com Call center 1174




Create Date : 09 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2550 7:20:46 น. 0 comments
Counter : Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com