แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
ก๊าซโซฮอล์ จากเมล็ดขนุน ผลงานวิจัยนักเรียนเฉลิมขวัญสตรีพิษณุโลก

โสภี ทุมลา



จังหวัดพิษณุโลก เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายผลไม้หลากหลายชนิด ขนุน คือหนึ่งในจำนวนผลไม้ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค โดยมีทั้งขนุนแบบดิบและสุก ซึ่งขนุนสุกมักจะจำหน่ายในลักษณะทั้งลูก หรือการผ่าแล้วแกะเอาเมล็ดออกจำหน่ายเฉพาะยวง เมล็ดส่วนใหญ่จะถูกทิ้งไปแบบเปล่าประโยชน์ แม้ว่าบางคนอาจจะนำมาต้มสุกหรือเผาไฟ เพื่อรับประทานเป็นอาหารว่าง แต่ปริมาณของเมล็ดขนุนที่ถูกทิ้งในแต่ละวันมีเป็นจำนวนมาก กลุ่มโครงงานวิจัยของเด็กนักเรียน ม.ปลาย โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีพิษณุโลก จึงได้เกิดแนวความคิดในการนำเอาเมล็ดขนุนมาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ได้เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) เช่นเดียวกับข้าว หรือมันสำปะหลัง ซึ่งแอลกอฮอล์ที่ได้สามารถจะเป็นส่วนผสมกับน้ำมันเบนซิน 95 เพื่อไปเป็นก๊าซโซฮอล์ต่อไป

โครงงานวิจัยดังกล่าว ชื่อว่า "แอลกอฮอล์จากเมล็ดขนุน ทางเลือกใหม่ของก๊าซโซฮอล์" เป็นผลงานของ 3 นักเรียนหญิง ชั้น ม.6/4 คือ นางสาวสกาวทิพย์ ศิริสินเลิศ นางสาววิสาข์ บัวแจ่มรัตนวงศ์ และนางสาวกมลชนก โลหะบริสุทธิ์ โดยมีอาจารย์วิมลรัตน์ หาญณรงค์ เป็นที่ปรึกษา ขั้นตอนเริ่มจากการเลือกชนิดของเมล็ดพืชที่จะนำมาใช้ในการทดลอง ซึ่งทั้ง 3 คน เลือกเมล็ดขนุน เปรียบเทียบกับเมล็ดเงาะ และเมล็ดทุเรียน ว่าชนิดไหนให้ปริมาณแป้งมากกว่ากัน โดยเริ่มจากการนำเมล็ดผลไม้ทั้ง 3 ชนิด ต้มสุก แล้วบดละเอียดอย่างละ 1 กรัม มาทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีน 1% จำนวน 5 หยด ผลที่ได้คือ เมล็ดขนุน มีแป้งมากที่สุดคือ 16.25% ขณะที่เมล็ดเงาะได้แป้ง 3.78% เมล็ดทุเรียนได้แป้ง 4.02% ขณะที่เมื่อใช้เครื่องวัดน้ำตาลพบว่าเมล็ดขนุนมีน้ำตาลเป็นองค์ประกอบอยู่มากที่สุด คือ 15.13 เปอร์เซ็นต์บริกซ์

นางสาวสกาวทิพย์ ศิริสินเลิศ หนึ่งในทีมงาน อธิบายว่า จากการทดสอบพบว่าเมล็ดขนุนมีทุกอย่างที่เราต้องการมากกว่าเมล็ดเงาะและทุเรียน ขั้นตอนต่อไปคือ การทดสอบเพื่อหาปริมาณแอลกอฮอล์ โดยใช้หลักการเหมือนกับการทำสุราพื้นบ้านในการกลั่นแอลกอฮอล์จากแป้ง โดยการนำเมล็ดขนุนต้มจนสุก นำมาบดให้ละเอียด ผ่านการฆ่าเชื้อ จำนวน 300 กรัม เติมน้ำ 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร หมักด้วยลูกแป้งข้าวหมาก 1 ก้อน (2.30 กรัม) ในขวด เป็นเวลา 2 วัน แล้วตรวจสอบน้ำตาล พบว่ามีปริมาณน้ำตาลเพิ่มขึ้น เมื่อหมักต่อไปอีก 3 วัน พบว่ามีปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) เกิดขึ้น ซึ่งเมล็ดขนุนจะมีปริมาณมากกว่าการหมักแป้งจากเมล็ดเงาะและทุเรียน

"นอกจากนั้น เรายังได้ทำการทดสอบ เพื่อหาสัดส่วนที่เหมาะสมในเรื่องของส่วนผสมแต่ละอย่าง โดยจากการทดลองพบว่า ในเนื้อแป้งจากเมล็ดขนุน จำนวน 300 กรัม นำมาผสมกับลูกแป้งข้าวหมาก จำนวน 2 ก้อน (4.60 กรัม) และหมักทิ้งไว้เป็นเวลา 7 วัน ถือว่าเหมาะสมที่สุด และจะทำให้ได้ปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) 42.36% โดยปริมาตร และยังพบว่าเมื่อนำส่วนผสมจากรำข้าว 100 มิลลิกรัม จะทำให้ได้ปริมาณเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) เพิ่มมากขึ้นเป็น 45.63% โดยปริมาตร ขั้นตอนต่อไปคือ การนำเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) ที่ได้ไปกลั่นลำดับส่วนจะทำให้ได้เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) 95% ที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ได้ เช่น การสกัดสาร หรือเป็นตัวทำละลาย" นางสาวสกาวทิพย์ กล่าว

ด้าน นางสาววิสาข์ บัวแจ่มรัตนวงศ์ เสริมว่า ในการทดลอง คณะทำงานได้เลือกใช้เมล็ดขนุนหนัง ส่วนลูกแป้งข้าวหมาก เป็นสูตรเฉพาะของ คุณลุงจวบ หลิมเจริญ ชาวบ้านตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งประกอบด้วย ชะเอม กระเทียม ดีปลี ขิงแห้ง พริกไทย แป้งข้าวเจ้า น้ำหนักเฉลี่ยก้อนละ 2.30 กรัม ซึ่งแอลกอฮอล์ที่ได้จากการหมักแป้งจากเมล็ดขนุนกับลูกแป้งข้าวหมาก เกิดจากการทำปฏิกิริยาของเชื้อราในลูกแป้งข้าวหมาก ชนิดแอสเพอร์จิลลัส (Aspergillus) และอะมัยโลมัยซีส (Amylomyces) ที่สามารถย่อยแป้งในเมล็ดพืชให้เป็นน้ำตาลได้ จากนั้นยีสต์ในลูกแป้งข้าวหมากชนิดเอนโดมัยคอพซิส (Endomycopsis spp.) และแซ็กชาโรมัยซีส (Saccharomyces spp.) จะปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยน้ำตาล จนได้แอลกอฮอล์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และพลังงาน

"และในกระบวนการหมัก เมื่อมีการเติม ไนอะซิน ลงไป จะได้เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) เร็วขึ้น ทำให้เมื่อเรานำเอารำข้าว ซึ่งมีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรต และไนอะซินสูง มาเป็นส่วนผสมในการหมัก จะทำให้ได้แอลกอฮอล์เร็วและมีปริมาณที่มากยิ่งขึ้น และเมื่อเรานำเอา เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) ที่ได้มาทำการกลั่นลำดับส่วน (ลักษณะเดียวกับการกลั่นสุราพื้นบ้าน) จะได้เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) 95% และเมื่อผ่านกระบวนการกลั่นขั้นสูง เช่น การใช้โมเลกุล่าซีฟ หรือใช้เครื่องแยกระบบเมมเบรน จะทำให้ได้ เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) บริสุทธิ์ 99.5% ซึ่งสามารถที่จะนำไปผสมกับน้ำมันเบนซิน 91 กลายเป็นก๊าซโซฮอล์ได้ และเมื่อเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตพบว่า เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) 95% จากเมล็ดขนุนมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าเอทิลแอลกอฮอล์จากมันสำปะหลัง และแอลกอฮอล์ในท้องตลาดทั่วไป ประมาณ 35 บาท ในปริมาตร 450 ลูกบาศก์เซนติเมตร" นางสาวกมลชนก โลหะบริสุทธิ์ สาวน้อยอีกหนึ่งคนของทีมงานอธิบาย

อาจารย์วิมลรัตน์ หาญณรงค์ ที่ปรึกษาโครงงาน กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นโจทย์ที่อยากให้เด็กได้คิดเอง ทำเอง โดยเน้นในเรื่องใกล้ตัว เมื่อคิดแล้วจึงลงมือทำ ทางอาจารย์ ทางโรงเรียนจะช่วยสนับสนุนในเรื่องอุปกรณ์ เสริมแนวความรู้ พาไปดูงานยังแหล่งทดลองอื่นๆ ที่มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทันสมัย ซึ่งทั้ง 3 คน แสดงให้เห็นถึงแนวความคิดที่นำไปสู่การทดลองที่เห็นผลอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ โครงงาน "แอลกอฮอล์จากเมล็ดขนุน ทางเลือกใหม่ของก๊าซโซฮอล์" ยังได้ส่งเข้าร่วมการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (YSC) ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศเป็นตัวแทนภาคเหนือเข้าร่วมการประกวดระดับประเทศต่อไปด้วย

ความสามารถในการคิดและลงมือทำของคณะทำงานรุ่นเยาว์ทั้ง 3 คน ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะสามารถที่จะดึงเอาเรื่องใกล้ตัว อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยออกมาเพื่อเปลี่ยนทิศทางการนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังเป็นโครงงานที่ถือว่าอยู่ในช่วงที่สังคมกำลังให้ความสนใจ นั่นคือ เรื่องของก๊าซโซฮอล์ เพราะเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ใช้รถยนต์ทั่วประเทศไทย ที่จะตัดสินใจใช้พลังงานทดแทนน้ำมันเหล่านี้หรือไม่...ซึ่งไม่แน่ว่า จุดประกายเล็กๆ จาก 3 นักเรียนสาว โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีพิษณุโลก อาจจะกลายเป็นโครงการขนาดใหญ่ หากสิ่งเหล่านี้ได้รับการต่อยอดในอนาคต ใครที่อยากทราบรายละเอียดในขั้นตอนทดลอง ลองพูดคุยกับอาจารย์วิมลรัตน์ หาญณรงค์ ที่ปรึกษาโครงงาน หมายเลขโทรศัพท์ (089) 566-8154



Create Date : 09 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2550 7:16:22 น. 0 comments
Counter : Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com