แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
ถ่านหินวิทยาศาสตร์ ไร้กลิ่นและควัน ราคาถูก

ถ่านหินวิทยาศาสตร์ ไร้กลิ่นและควัน ราคาถูก

การนำพลังงานมาใช้ในครัวเรือนและร้านอาหาร ได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากไม้ฟืน มาเป็นถ่านไม้ และแก๊ส รวมทั้งไฟฟ้า ทั้งนี้ เพื่อค้นหาความสะดวกสบาย

แต่ปัจจุบันนี้ แก๊ส และไฟฟ้า มีราคาแพงขึ้น ส่วนไม้ฟื้นและถ่านไม้นั้น ก็หายาก แถมใช้งานไม่คล่องตัว ไม่เหมาะกับยุคสมัยใหม่ด้วย

นักวิจัยทั้งหลายทั้งภาครัฐและเอกชนพยายามคิดค้นแหล่งพลังงานชนิดใหม่ๆ ขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นถ่านอัด และแอลกอฮอล์เหลว เป็นต้น

เป็นการคิดค้นที่ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง กล่าวคือ พลังงานดังกล่าวสามารถใช้งานสะดวก แต่ต้นทุนยังค่อนข้างสูง ด้วยเหตุนี้ อาจารย์ชั้น ตั้งอิทธิโภไคย แห่งภาควิชาศิลปะอุตสาหกรรม คณะสถาปัตย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โทร. (01) 302-9960 จึงได้คิดต่อยอด เพื่อค้นหาแหล่งพลังงานคุณภาพสูง ราคาถูกมาใช้งาน และก็ประสบความสำเร็จได้ผลเยี่ยม

"ถ่านหินวิทยาศาสตร์" คือผลงานชิ้นโบว์แดงของอาจารย์ชั้น ด้วยว่ามีประสิทธิภาพการใช้งานสูง ดีกว่าถ่านไม้ 3 เท่าตัว และประหยัดกว่าแก๊ส 3-5 เท่าตัว ทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติเด่นด้วย กล่าวคือ จะไม่มีกลิ่น-ควัน และขี้เถ้า มาทำลายสุขภาพหรือรบกวนเวลาใช้งานด้วย

เหมาะอย่างยิ่งในการผลิตอาหารที่ใช้ไฟในการทอด นึ่ง กวน ย่าง โดยเฉพาะร้านอาหารที่ใช้ไฟจากเตาทั้งวัน เนื่องจากต้นทุนถูกกว่าเตาแก๊สหรือไฟฟ้ามากนั่นเอง

"เหตุจูงใจที่ทำเรื่องนี้ก็เพราะว่าเห็นคนอื่นเขาพัฒนาเรื่องถ่าน โดยเอากะลามะพร้าว หรือขี้เลื่อยบ้าง ใช้ได้เหมือนกัน แต่ไม่สามารถพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ได้ เพราะว่าต้นทุนสูง เราจึงคิดและพัฒนาขึ้นมา โดยใช้ถ่านหินเป็นวัตถุดิบหลัก ช่วงแรกเราศึกษาเชิงวิชาการก่อน ดูแล้วมันสามารถพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ได้ เนื่องจากต้นทุนต่ำ และใช้งานได้สะดวก สามารถดับและจุดไฟใหม่ได้ เหมือนกับถ่านทั่วๆ ไป แต่มีคุณสมบัติเด่นกว่ามาก"

"หลังจากนั้น เราศึกษาเชิงวิชาการแล้ว ก็พัฒนาเป็นการค้า โดยคิดออกแบบเตาควบคู่ไปด้วย ซึ่งขณะนี้ผลทั้งหมดได้จดสิทธิบัตร ที่กระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ผมได้นำผลงานดังกล่าวมาวางแผนเรื่องการทำตลาด ซึ่งมันจะกลายเป็นอาชีพที่เสริมรายได้ของผมต่อไป" อาจารย์ชั้น กล่าว

ถ่านวิทยาศาสตร์ดังกล่าว จะใช้ถ่านหินเป็นองค์ประกอบหลักถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก 5 เปอร์เซ็นต์ เป็นดิน ซึ่งกระบวนการผลิตนั้น อาจารย์ชั้น อธิบายว่า เราจะใช้ถ่านหินและดินมาบดผสมกันให้ละเอียด โดยใช้น้ำคลุกเคล้าลงไปด้วย เพื่อให้เกิดการจับตัวกัน และสามารถอัดขึ้นรูปเป็นก้อนถ่านได้

เครื่องอัดขึ้นรูปถ่านนี้ อาจารย์ชั้น ได้สั่งซื้อมาจากประเทศเยอรมนีในราคาเกือบ 1 ล้านบาท โดยมีกำลังผลิต 5,000 ก้อน ต่อวัน

ก้อนถ่านแต่ละก้อนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 เซนติเมตร สูง 7.5 เซนติเมตร และจะมีรูอยู่ตรงกลางก้อนถ่าน 19 รู ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ผิวความร้อนนั่นเอง

"ถ่านที่เราผลิตขึ้นมานี้มันจะให้ความร้อนนานต่อเนื่อง 3-4 ชั่วโมง ในอุณหภูมิที่เท่ากัน 300-400 องศาเซลเซียล ไม่มีเปลวไฟ ควัน และกลิ่น หลังจากเผาไหม้แล้ว ขี้เถาจะจับตัวเป็นก้อน สามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้ได้อีกด้วย"

"ร้านหมูกระทะส่วนใหญ่จะเปลี่ยนถ่านใหม่ ทุกๆ 1 ชั่วโมง ต้นทุนถ่านนั้นตกอยู่ 3-4 บาท แต่ถ่านวิทยาศาสตร์ของเราประมาณ 1.50 บาท เท่านั้นเอง"

เขาจำหน่ายผ่านตัวแทน ก้อนละ 5-6 บาท เท่านั้นเอง

ความร้อนที่ได้ไม่แตกต่างจากแก๊ส แต่แก๊สมีข้อดีคือ สามารถหรี่ได้ ส่วนถ่านหินวิทยาศาสตร์นี้ต้องใช้เตาหรือลมเข้ามาควบคุม



นำเข้าถ่านหินจากเวียดนาม

อาจารย์ชั้น บอกว่า ในประเทศไทยมีถ่านหินจำนวนมากอยู่ที่แม่เมาะ จังหวัดลำปาง แต่คุณภาพไม่เหมาะที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ จึงได้สั่งซื้อถ่านหินมาจากประเทศเวียดนาม ซึ่งมีคุณภาพดีกว่า

ถ่านหินที่เกิดขึ้นในธรรมชาติมาจากการทับถมกันของซากพืชเป็นเวลานานนับล้านๆ ปี เมื่อได้รับแรงกดดันและความร้อน รวมทั้งการกระทำของจุลินทรีย์จะทำให้ซากพืชเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปเป็นสารประกอบคาร์บอน เกิดเป็นชั้นๆ ของถ่านหิน

ถ่านหินที่ขุดพบส่วนใหญ่สามารถแบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ

1. ถ่านหินพีท (Peat) เป็นถ่านหินที่มีคุณภาพต่ำสุด

2. ถ่านหินลิกไนต์ (Lignite) มีลักษณะเป็นสีน้ำตาล มีองค์ประกอบของออกซิเจนน้อยกว่าถ่านพีท 3. ถ่านหินบิทูมินัส (Bituminous Coal) มีลักษณะเป็นสีดำมัน

4. ถ่านหินแอนทราไซต์ (Antracite Coal) เป็นถ่านหินที่มีอัตราส่วนของธาตุคาร์บอนสูงที่สุด

"ดังนั้น ถ่านหินแต่ละแหล่งมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน ในประเทศไทยนำมาใช้ได้เหมือนกัน แต่ประสิทธิภาพการเผาไหม้ค่อนข้างต่ำ สู้นำเข้าจากประเทศเวียดนามไม่ได้ มันให้ความร้อนสูง และนานด้วย" อาจารย์ชั้น กล่าว



ออกแบบเตาใช้งานให้เหมาะสม

แม้ว่าถ่านหินวิทยาศาสตร์ที่ผลิตขึ้นมานี้สามารถใช้งานได้ทุกสถานะ แต่ถ้าต้องการให้มีประสิทธิภาพสูงหรือสามารถควบคุมความร้อนได้ จนเป็นเตาที่ถูกออกแบบมาโดยตรง ซึ่งขณะนี้อาจารย์ชั้นได้ผลิตเตาประสิทธิภาพสูงออกมา 3 แบบ คือ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่

- เตาขนาดเล็กนี้ เหมาะสำหรับร้านหมูกระทะ ที่สามารถวางถ่านได้ 1 ก้อน ซึ่งกว่าที่ถ่านหรือความร้อนจะหมดใช้เวลานานเกือบ 4 ชั่วโมง

"อย่างไรก็ตาม ร้านหมูกระทะที่มีอยู่ทั่วไป หากมีเตาอยู่แล้ว และต้องการทดลองถ่านหินวิทยาศาสตร์ที่เราผลิตขึ้นมานั้นก็สามารถนำไปใช้ได้เลย รับรองว่ามีความร้อนอยู่นานไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว"

- เตาขนาดกลาง เหมาะสำหรับร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านขาหมู หรืออาหารตุ๋น ทั่วๆ ไป เพราะว่าเตาขนาดกลางนี้สามารถวางถ่านได้ถึง 6 ก้อน ซึ่งให้ความร้อนนานถึง 10 ชั่วโมง

"ร้านก๋วยเตี๋ยว หรือร้านขาหมู ต้นทุนส่วนหนึ่งมาจากพลังงาน พวกไฟฟ้าหรือแก๊ส ซึ่งแต่ละวันสิ้นเปลืองมาก แต่ถ้าหันมาใช้ถ่านของเราต้นทุนจะลดลงมากทีเดียว"

- เตาขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมหรือสินค้าโอท็อป ที่มักนิยมใช้กระทะใบบัวกัน เพื่อกวนหรือนึ่งอาหาร ซึ่งจะใช้พลังงานแต่ละวันปริมาณมาก

"เตาที่เราออกแบบมานี้สามารถวางถ่านได้มากถึง 8 ก้อน และให้ความร้อนนานถึง 1 วันเต็มๆ หรือ 12 ชั่วโมง เหมาะกับกลุ่มแม่บ้านที่นิยมแปรรูปอาหารมาก เพราะว่าใช้งานได้สะดวกและประหยัดด้วย" อาจารย์ชั้น กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในการประหยัดต้นทุนนั้นมาจากถ่านหินวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ส่วนเตานั้นเป็นปัจจัยรอง ใครที่มีเตาทั่วๆ ไปอยู่แล้ว อยากลดต้นทุนลง อย่ารอช้า ทดลองซื้อถ่านหินดังกล่าวมาใช้ดู และเมื่อเห็นผลแล้ว อยากลดค่าใช้จ่ายลงอีก ก็คอยมาอุดหนุนเตาประสิทธิภาพสูงอีกครั้ง...ก็ยังไม่สาย



Create Date : 20 กรกฎาคม 2549
Last Update : 20 กรกฎาคม 2549 8:29:08 น. 0 comments
Counter : Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com