แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
"ไวน์คุณชาย" ยังอยู่ได้ เพราะรู้จริง



"สาเหตุที่ผู้ประกอบการไวน์ระดับวิสาหกิจชุมชนจำนวนมาก มีอันต้องจากลาตลาดไปนั้น เป็นเพราะการส่งเสริมของภาครัฐทำแบบ "ไฟไหม้ฟาง" ขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็แห่เข้ามาทำกันแบบ "ไม่รู้จริง" ขาดความรู้ที่เป็นสากล สินค้าที่ออกมาจึงมีคุณภาพที่ไม่ดีพอที่ตลาดจะยอมรับได้"



ย้อนหลังไปเมื่อครั้งที่รัฐบาลในอดีต มีนโยบายส่งเสริมให้แต่ละตำบลค้นหาหรือคิดสร้างสรรค์ "ผลิตภัณฑ์" ขึ้นมาสักหนึ่งอย่าง เพื่อใช้เป็นตัวแทนหรือจุดขายของชุมชนตนเอง หรือที่เรียกกันติดปากทั่วบ้านทั่วเมืองว่า โครงการโอท็อปนั้น จะพบว่า สินค้าซึ่งดาษดื่นมากที่สุดในท้องตลาด น่าจะ "ไวน์" หรือน้ำเมาจากผลไม้สารพัดรส

สำหรับสาเหตุที่แต่ละชุมชนต่างพากันมุ่งผลิตไวน์ ออกมาเป็นจุดขายของชุมชนตนเองนั้น อาจวิเคราะห์ได้ว่าเกิดจากหลายปัจจัย นับตั้งแต่ ประเทศไทยมีผลไม้เหลือรับประทานทุกปี หากมีการนำมาแปรรูป ย่อมเป็นการเพิ่มมูลค่าให้พืชผลได้ทางหนึ่ง ประกอบกับค่านิยมในการบริโภคไวน์แพร่หลายมากขึ้น เมื่อมีไวน์ไทยที่ผลิตเพื่อคนไทย น่าจะทดแทนการนำเข้าไวน์จากต่างประเทศไม่มากก็น้อย

แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปได้ไม่นานนัก ความจริงที่ประจักษ์ในปัจจุบัน ผ่านทางตัวเลขของผู้เสียภาษีให้กับกรมสรรพสามิต ระบุว่า ไวน์จากผู้ผลิตระดับวิสาหกิจชุมชน กว่า 2,000 ราย ล้มหายตายไปจากท้องตลาดเกินกว่าครึ่ง

กระทั่งเมื่อหลายวันก่อน ได้มีโอกาสไปเดินเล่นในงานแสดงสินค้า จัดโดยหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งย่านชานเมือง สายตาไปปะทะกับบู๊ธจำหน่ายไวน์ ยี่ห้อ "คุณชาย" จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปสอบถามถึงสถานภาพสินค้าของเขาในสภาวการณ์ตลาดปัจจุบัน เมื่อได้รับคำตอบน่าสนใจหลากหลายแง่มุม จึงขอรวบรวมมานำเสนอในพื้นที่นับจากนี้

คุณรัตนธกิจ แดงสอาด หรือที่อนุญาตให้เรียกแบบกันเองว่า คุณชาย เริ่มต้นบทสนทนาด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้มว่า พื้นเพครอบครัวเขานั้นเป็นชาวสวนส้มอยู่ในพื้นที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เคยมีฐานะมั่งมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง กระทั่งปี พ.ศ. 2544 เกิดวิกฤตส้มยืนต้นตายหมด จึงดันสวนส้มทิ้ง และนำที่ดินมาให้เขาเช่าทำนาไป

กระทั่งราวปลายปี พ.ศ. 2546 รัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายส่งเสริมสินค้าโอท็อป หลายภาคส่วนได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างมาก ทำให้มีรายได้ดีกันถ้วนหน้า เขาจึงหันมามองหาศักยภาพในตัวเองและคิดว่าน่าจะทำได้เหมือนกัน เพราะช่วงที่ยังทำสวนส้มอยู่ เขามักไปสมัครเข้ารับการฝึกอบรมความรู้ที่เป็นคอร์สระยะสั้น อย่างเช่น การทำน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ การทำไวน์ รวมทั้งความรู้ด้านการตลาด โดยคิดว่าสักวันหนึ่งอาจนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดเป็นอาชีพหารายได้เลี้ยงครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง

คุณชาย เล่าต่อว่า เมื่อไม่มีสวนส้ม 60 ไร่ ให้ต้องดูแล เขาจึงเดินหน้าเต็มตัวผันมาเป็นผู้ผลิตไวน์ โดยแบ่งที่ดินส่วนหนึ่ง มาเป็นที่ตั้งโรงผลิตและบ่มไวน์ ซึ่งใช้เงินไปราว 400,000 บาท โดยเริ่มทำการผลิต "ไวน์ส้ม" เป็นอันดับแรก เพราะเป็นผลไม้คุ้นเคยมากที่สุด ก่อนจะขยายไปเป็นกระท้อน มะยม กระเจี๊ยบ ขนุน ฯลฯ จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการออกแบบกล่อง ขวด และสลาก ซึ่งผ่านการออกแบบจากตัวเขาเองทั้งหมด

และเมื่อปี พ.ศ. 2547 "ไวน์คุณชาย" จึงออกวางตลาด ในนามของสินค้าโอท็อปของจังหวัดปทุมธานี โดยมีรสชาติของผลไม้กว่า 10 รส ราคาขายปลีกเริ่มต้นตั้งแต่ 80 บาท ไปจนถึง 499 บาท ช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นในรูปแบบตระเวนออกงานของทางราชการ ลูกค้าให้การตอบรับดีมาก แต่นับจากเหตุการณ์ปฏิวัติ 19 กันยายน ธุรกิจของเขาต้องประสบกับความตกต่ำทางเศรษฐกิจ เพราะภาครัฐไม่จัดหาตลาดให้เหมือนที่ผ่านมา ภาคสินค้าจึงขาดความแน่นอน

แม้จะขาดการสนับสนุนจากภาครัฐในการหาช่องทางจำหน่าย แต่ "ไวน์คุณชาย" ก็ยังมีฐานลูกค้าเดิมอยู่พอสมควร เจ้าของกิจการจึงตัดสินใจ เริ่มตระเวนออกไปจำหน่ายตามงานแสดงสินค้าของภาคเอกชน ซึ่งนับเป็นการลงทุนเพิ่มขึ้นกว่าช่วงแรก แต่ย่อมดีกว่าให้สินค้านอนแช่อยู่ในโรงบ่มเฉยๆ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเขาได้เซ็นสัญญากับผู้ประกอบการโรงแรมรายใหญ่ ให้เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว

คุณชาย เล่าต่อว่า ทุกวันนี้เขายังตระเวนไปจำหน่ายตามงานแสดงสินค้า แต่ถ้าเป็นส่วนของภาคเอกชนจัด ต้องเลือกที่มีค่าเช่าบู๊ธไม่แพงนัก สูงสุดสู้ได้ไม่เกินวันละ 1,000 บาท แต่ต้องอยู่โซนที่ดีหน่อย เช่น ขายในห้างถ้าได้อยู่ใกล้กับหน้าร้านทอง ลูกค้าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ยอดขายจะแตกต่างจากโซนอาหารการกินทั่วไป เป็นต้น

คุณชายกล่าวต่อถึงสาเหตุที่ผู้ประกอบการไวน์ระดับวิสาหกิจชุมชนจำนวนมาก มีอันต้องจากลาตลาดไปนั้น เป็นเพราะการส่งเสริมของภาครัฐทำแบบ "ไฟไหม้ฟาง" ขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็แห่เข้ามาทำกันแบบ "ไม่รู้จริง" ขาดความรู้ที่เป็นสากล สินค้าที่ออกมาจึงมีคุณภาพที่ไม่ดีพอที่ตลาดจะยอมรับได้

เจ้าของผลิตภัณฑ์ "ไวน์คุณชาย" บอกอีกว่า การจะผลิตไวน์ออกมาในระดับใดก็ตาม ผู้ผลิตต้องมีความรู้เกี่ยวกับไวน์ ที่เป็นสากลจริงๆ ซึ่งตัวเขานั้นโชคดีที่ช่วงยังทำสวนส้มได้ขวนขวายหาความรู้ใส่ตัวไว้เป็นทุน แต่คงต้องยอมรับว่าในเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือในการผลิตนั้น ทุนที่มีคงไปสู้กับโรงงานขนาดใหญ่ไม่ได้ ราคาขายต่อขวดจึงทำราคาได้ไม่สูงมากนัก

ในเมื่อความรู้ด้านการผลิตมีอยู่เท่ากัน แต่ทุนในการจัดตั้งโรงงาน รวมถึงอุปกรณ์ในการผลิตยังเทียบไม่ติดกับโรงงานขนาดใหญ่ทั้งของในและของนอก คุณชายจึงใช้กลยุทธ์ต่อสู้กับคู่แข่งด้วย "การตลาดล้วนๆ" โดยเริ่มด้วยการให้ลูกค้าได้มีโอกาส "ชิม" เพื่อเปรียบเทียบกับไวน์ที่ราคาขายขวดละหลายสตางค์ว่ามีข้อด้อยแตกต่างกันมากแค่ไหน ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว คุณชายจะออกไปนำเสนอผลงานของเขาด้วยตัวเอง เพราะมีความเข้าใจในทุกแง่มุม ลูกค้าสงสัยอะไร ตอบให้ได้ในทุกประเด็น

"คนไทยมักนิยมไวน์นอก แต่เชื่อว่าหากมีไวน์ไทยรสชาติดี ราคาไม่สูงนัก ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังยินดีเปิดใจรับ ฉะนั้น หากมองในแง่ของการลงทุน ผมว่าการเข้ามาเป็นผู้ผลิตไวน์ ยังเป็นธุรกิจที่น่าทำ แต่ต้องมีเงินทุนหนาพอสมควร เพราะกว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ออกมาต้องใช้เวลาในการบ่มพอสมควร และที่สำคัญ จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านการผลิตไวน์ในระดับสากลจริงๆ" คุณชาย ทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น

อยากเป็นกำลังใจให้ "ไวน์คุณชาย" สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไวน์คุณชาย เลขที่ 11 หมู่ 15 คลองเจ็ด ตำบลลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150 โทรศัพท์ (02) 577-3278, (081) 499-5788




Create Date : 26 เมษายน 2551
Last Update : 26 เมษายน 2551 11:35:50 น. 0 comments
Counter : Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com