แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
เตาเผาถ่าน 200 ลิตร ถูก ให้ประสิทธิภาพสูง



จากที่สังคมไทยกำลังเผชิญกับปัญหาต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังก้าวไปด้วยอัตราเร่งที่สูงในการเข้าสู่สถานการณ์ที่จะก่อตัวเป็นวิกฤตการณ์มวลรวม ผลกระทบจากราคาพลังงานแพงขึ้น ทำให้สินค้าและบริการสูงขึ้นตามมา คนชั้นกลางและล่างของสังคมเข้าสู่ข้าวยากหมากแพง การแก้ไขปัญหาของภาครัฐที่เป็นไปในลักษณะเฉพาะหน้า ขาดนโยบายหรือแนวทางที่แน่วแน่ในการจัดการที่ต้นตอของปัญหา ก็คือ คน หรือพฤติกรรมของคนในการใช้พลังงาน ในการปรับวิถีชีวิต รูปแบบการใช้ชีวิตให้สอดคล้องและพึ่งพากันระหว่างคนกับธรรมชาติ

จากสิ่งที่เกิดข้างต้น จึงทำให้เป็นที่มาของนิทรรศการพลังงานยั่งยืนเพื่อชุมชน ซึ่งจัดขึ้นที่ อาศรมพลังงาน สมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม ตั้งอยู่ที่ 135/4 หมู่ที่ 4 ถนนธนะรัชต์ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โทร. (044) 297-621 ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งนิทรรศการในครั้งนี้ สมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เพื่อเสนอทางออกให้กับคนไทยโดยเฉพาะเกษตรกร ได้กลับมาสู่แนวทางการพึ่งพาตนเองด้านปัจจัยในการทำการเกษตร และการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานในการผลิต

ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าสนใจ และมีการนำเสนอให้ภายในนิทรรศการครั้งนี้คือ เตาเผาถ่าน 200 ลิตร ที่ทางอาศรมพลังงาน สมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม ได้ดำเนินการเผยแพร่ถ่ายทอดออกไปสู่เกษตรกรที่สนใจได้นำไปใช้

ซึ่งปัจจุบันนี้ ตามชนบทยังคงนิยมใช้เชื้อเพลิงจากไม้เพื่อใช้ในการหุงต้ม อยู่ประมาณร้อยละ 30 แต่เตาเผาถ่านแบบดั้งเดิมที่ยังคงเห็นแถวตามท้องนานั้น มีข้อเสียอยู่หลายประการ ไม่ว่าการสิ้นเปลืองไม้ในการเผา และคุณภาพของถ่านไม่สม่ำเสมอ



วิธีทำเตาถ่าน 200 ลิตร

แต่เตาเผาถ่าน 200 ลิตร อันเป็นเทคโนโลยีที่ใช้เผาถ่านให้ได้คุณภาพ และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเตาเผาถ่านแบบดั้งเดิมประมาณ 1.2-1.5 เท่า โดยจุดเด่นของเตาเผาถ่าน 200 ลิตร นี้ คือ

- สำหรับไม้ที่นำมาเผาถ่านนั้นสามารถหาได้ง่ายๆ จากหัวไร่ปลายนา ไม่ว่าจะเป็นเศษกิ่งไม้ ปลายไม้จากการตัดแต่งกิ่ง

- เชื้อเพลิงในการเผาถ่านน้อย

- ใช้เวลาเผาสั้น ภายใน 1 วัน

- ใช้แรงงานคนเดียวในการเผา

- ลงทุนน้อย ไม่เกิน 800 บาท เหมาะกับการใช้งานในครัวเรือน

จากที่ใช้ถังขนาด 200 ลิตร เป็นตัวเตา และอาศัยความร้อนไล่ความชื้นในเนื้อไม้ที่อยู่ในเตา ทำให้ไม้กลายเป็นถ่าน หรือที่เรียกว่า กระบวนคาร์บอนไนเซชั่น (Carbonization) นอกจากนี้ เตายังมีโครงสร้างที่มีลักษณะปิด ทำให้สามารถควบคุมอากาศได้ จึงไม่มีการลุกติดไฟของเนื้อไม้

ผลผลิตที่ได้จึงเป็นถ่านที่มีคุณภาพ มีสารก่อมะเร็งต่ำ ขี้เถ้าน้อย และผลพลอยได้จากกระบวนการเผาถ่านอีกอย่างหนึ่ง คือ "น้ำส้มควันไม้ หรือ Wood Vinegar" ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการเกษตรกรรมธรรมชาติได้ด้วย

สำหรับถ่านที่ได้นั้น จากที่ใช้ไม้สดที่ใช้เผา ไม้สดที่ตัดทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน 100 กิโลกรัม เมื่อนำมาเผาในเตา 200 ลิตร จะได้ถ่านประมาณ 20-22 กิโลกรัม และน้ำส้มควันไม้ดิบที่ได้ประมาณ 1-2 ลิตร

ซึ่งวิธีการประกอบเตานั้น มีขั้นตอนดังนี้

1. นำถังน้ำมัน 200 ลิตร ที่จะดัดแปลงมาตัดฝาถังด้านใดด้านหนึ่งออก สามารถเปิด-ปิด ได้ นำฝาถังที่ตัดออกมาเจาะเป็นรูสี่เหลี่ยม ขนาดรูเจาะ 20x 20 เซนติเมตร

2. ส่วนตัวถังฝาอีกด้านหนึ่งเจาะรูกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว

3. ปูพื้นทรายให้มีขนาดกว้างและความยาวเท่ากับขนาดของตัวถัง นำถังน้ำมัน 200 ลิตร ที่จะทำหน้าที่เป็นผนังเตามาวางบนพื้นทรายที่เตรียมไว้

4. ประกอบท่อข้องอ 90 องศา และท่อใยหินที่ทำหน้าที่เป็นปล่องควันต่อเข้ากับตัวเตา พร้อมเชื่อมประสานรอยต่อโดยใช้ดินเหนียวผสมกับขี้เถ้าแกลบ

5. ตัวเตาหุ้มด้วยดินเหนียว หนาประมาณ 30 เซนติเมตร หรือห่อหุ้มด้วยทรายก็ได้

6. นำไม้ที่ต้องการจะเผาที่มีขนาดความยาวประมาณ 80 เซนติเมตร ใส่เข้าไปตามแนวความยาวของตัวถังใส่เข้าไปจนเต็ม ทั้งนี้ไม้ที่ใช้ควรจะเป็นไม้ที่สดและไม่แห้งจนเกินไป

7. ปิดฝาถังแล้วนำอิฐบล็อคมาวางให้ตรงช่องที่เจาะไว้ ประสานรอยต่อโดยใช้ดินเหนียวผสมกับขี้เถ้าแกลบดำ

สำหรับสิ่งที่ได้จากการเผาในเตาดังกล่าว จะประกอบด้วยถ่านและน้ำส้มควันไม้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามต้องการ



ใช้ถ่านปรับปรุงดิน

แต่ทั้งนี้ในส่วนของถ่านนั้น นอกเหนือจากการใช้เป็นเชื้อเพลิงการหุงต้มในครัวเรือนแล้ว เกษตรกรยังสามารถนำถ่านไปใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการปรับปรุงดินได้อีกด้วย

โดยอาศรมพลังงาน สมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้ข้อมูลว่า ถ่านไม้ใช้เป็นสารปรับปรุงดินได้ เนื่องจากถ่านมีรูพรุนมากมาย เมื่อใส่ถ่านลงในดินจะทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำและอากาศได้ดี ทำให้รากพืชขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังดูดซับปุ๋ยไนโตรเจนไม่ให้ระเหยสู่อากาศในรูปของก๊าซแอมโมเนีย ทำให้ประหยัดปุ๋ย รวมทั้งแร่ธาตุต่างๆ ที่มีอยู่ในถ่านจะเป็นแหล่งจุลธาตุ (Trace Element) สำหรับพืชได้อย่างดี

ถ่านไม้สามารถปรับปรุงดินที่เสื่อมโทรมจากการทำการเกษตรไม่ถูกต้อง ทำให้ดินเป็นแหล่งสะสมโรค แมลง รวมทั้งสารเคมีตกค้างและดินเป็นกรดมาก เมื่อใช้ถ่านจะช่วยปรับสภาพความเป็นกรดให้น้อยลง รูพรุนของถ่านจะมีขนาดเล็กมากจึงจะเป็นที่อยู่อาศัยและขยายพันธุ์ของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช เช่น เชื้อแอคทิโนมัยซิส ไตรโคเดอร์ม่า และบาซิลลัส และจากการที่ถ่านไม้มีรูพรุนมากเชื้อจุลินทรีย์อโซโตแบคเตอร์มักจะอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ผลิตอาหารโดยการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ ทำให้ถ่านเป็นแหล่งสะสมไนโตรเจน ให้พืชนำไปใช้ในการเจริญเติบโต

นอกจากนี้ ถ่านไม้ยังช่วยเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับดิน ซึ่งพืชสามารถนำไปใช้ปรุงอาหารโดยการสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้น เช่น ทำให้ผลไม้ลดความฝาด และเพิ่มความหวานมากขึ้น

อัตราส่วนในการใช้นั้น มีข้อแนะนำว่า สำหรับนาข้าวและพืชไร่ ใช้ในอัตราส่วน 300 กิโลกรัม ต่อไร่ ปีละ 1 ครั้ง เช่นเดียวกับพืชผักและพืชล้มลุก ที่ใช้ในอัตราส่วน 300 กิโลกรัม ต่อไร่ ปีละ 2 ครั้ง ส่วนไม้ผลและไม้ยืนต้น อัตราส่วนที่ใช้ 1 กิโลกรัม ต่อทรงพุ่ม 1 เมตร ปีละ 1 ครั้ง และในไม้กระถาง ใช้ 1 ใน 5 ส่วน ของดินผสม



การใช้ประโยชน์จากน้ำส้มควันไม้

น้ำส้มควันไม้ หรือน้ำวู้ดเวเนการ์ (Wood vinegar) เป็นของเหลวสีน้ำตาลใสมีกลิ่นควันไฟ ได้มาจากการควบแน่นของควันที่เกิดจากการผลิตถ่านไม้ในช่วงที่ไม้กำลังเปลี่ยนเป็นถ่าน ในช่วงที่อุณหภูมิในเตาอยู่ระหว่าง 300-400 องศาเซลเซียส สารประกอบต่างๆ ในไม้ฟืนจะถูกสลายตัวด้วยความร้อน เกิดเป็นสารประกอบใหม่มากมาย แต่ถ้าเก็บควันในช่วงอุณหภูมิต่ำกว่า 300 องศาเซลเซียส จะมีสารประกอบที่เป็นประโยชน์น้อยมาก ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ และถ้าเก็บควันในช่วงอุณหภูมิเกิน 425 องศาเซลเซียส จะมีปริมาณน้ำมันดินหรือทาร์ออกมามาก

น้ำส้มควันไม้ที่ได้ยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เนื่องจากการเปลี่ยนจากไม้เป็นถ่านไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งเตา ดังนั้น ควันที่เกิดขึ้นจึงเป็นควันที่ผสมกันระหว่างควันอุณหภูมิต่ำและสูง ดังนั้น จะมีน้ำมันดิน และสารระเหยง่ายปนออกมาด้วย น้ำมันดินที่ละลายน้ำไม่ได้จะนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรไม่ได้ เพราะจะไปปิดปากใบของพืช และเกาะติดรากพืช ซึ่งจะทำให้พืชเจริญเติบโตช้าหรือตายได้ น้ำส้มควันไม้ดิบที่ได้ถ้าจะให้มีคุณภาพดี จะต้องแยกเอาสารเจือปนอื่นๆ ออกก่อน โดยจะต้องนำไปเก็บไว้ในภาชนะที่ไม่ใช่โลหะ แล้วปล่อยให้ตกตะกอน ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 เดือน ถ้าจะให้ได้คุณภาพดียิ่งขึ้น ควรทิ้งไว้ประมาณ 3 เดือน

ส่วนประกอบของน้ำส้มควันไม้ดิบ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

1. น้ำมันไม่เข้มข้น (ลอยอยู่ข้างบน)

2. น้ำส้มควันไม้ (อยู่ตรงกลาง)

3. น้ำมันดิน หรือทาร์ (ตกตะกอนบริเวณก้นภาชนะ)

ประโยชน์และการนำน้ำส้มควันไม้ไปใช้งาน

1. ใช้ป้องกันแมลงศัตรูพืช เช่น ป้องกันขับไล่ไส้เดือนฝอยในมะเขือเทศ ใช้น้ำส้มควันไม้ 1 ส่วน ต่อน้ำ 50 ส่วน ราดบริเวณโคนต้น เชื้อรา ใช้ในอัตรา 1 ต่อ 200 ฉีดพ่นใบ โรครากเน่า ใช้ในอัตรา 1 ต่อ 200 ราดบริเวณโคนต้น ส่วนในแตงกวา เชื้อรา ใช้ในอัตรา 1 ต่อ 200 ฉีดพ่นใบ โรครากเน่า ใช้ในอัตรา 1 ต่อ 200 ราดบริเวณโคนต้น กรณีขับไล่แมลงในผักกะหล่ำปลี และผักกาดขาว ใช้อัตรา 1 ต่อ 1,500 รดแทนน้ำปกติ เป็นต้น

2. เพิ่มปริมาณรสชาติของผลไม้ และกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช ฉีดน้ำส้มควันไม้ในอัตราส่วน 1 ต่อ 500 ถึง 1 ต่อ 1,000 เท่า สามารถเพิ่มรสชาติของผลไม้ ให้มีความหวาน ที่เป็นเช่นนี้เพราะน้ำส้มควันไม้ช่วยลดไนโตรเจนส่วนเกิน กระตุ้นการสันดาปของพืช และเพิ่มระดับน้ำตาลให้กับพืชชนิดที่ให้รสหวาน

3. ช่วยเร่งการหมัก น้ำส้มควันไม้ที่มีความเข้มข้นประมาณ 1 ต่อ 100 จะช่วยเพิ่มปริมาณแบคทีเรีย ที่มีประโยชน์ในการเร่งการหมักสารชีวภาพ คือสามารถย่นระยะเวลาในการหมักลงอีกครึ่งหนึ่งของการหมักสารชีวภาพโดยปกติ

4. ลดกลิ่นเหม็น น้ำส้มควันไม้มีคุณสมบัติในการต่อต้านการผลิตแอมโมเนีย จึงสามารถนำไปใช้ลดกลิ่นเหม็นในคอกสัตว์ ใช้ในอัตราส่วน ประมาณ 1 ต่อ 50

5. ขับไล่สัตว์บางชนิดที่มีพิษ เนื่องจากน้ำส้มควันไม้เข็มข้น มีส่วนผสมของน้ำมันดิน ซึ่งส่งกลิ่นฉุนอยู่มาก กลิ่นนี้จะคล้ายควันไฟ ซึ่งไปรบกวนและขับไล่สัตว์ที่มีพิษไปได้ เช่น ตะขาบ

6. ใช้ในการขับไล่แมลงวัน เนื่องจากน้ำส้มควันไม้นั้นมีกลิ่นฉุน กลิ่นฉุนเหล่านี้จะสามารถขับไล่แมลงวันได้ ใช้ในอัตราส่วนเจือจาง ประมาณ 1 ต่อ 100

7. บำรุงผิวดินในการเพาะปลูก น้ำส้มควันไม้ที่รดลงไปบนหน้าผิวดิน ควรมีความเข้มข้นประมาณน้ำส้มควันไม้ 1 ส่วน ต่อ น้ำ 30 ส่วน และควรใช้ในปริมาณ 6 ลิตร ต่อ 1 ตารางเมตร สำหรับบำรุงผิวดินก่อนเพาะปลูก แต่ถ้าต้องการนำไปฆ่าเชื้อในดินควรจะมีความเข้มข้นสูงกว่านี้ประมาณ 1 ต่อ 5 หรือ 1 ต่อ 10

เตาเผาถ่าน 200 ลิตร จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการใช้พลังงานทดแทนที่สามารถนำไปใช้ได้ในเรือกสวนไร่นา เพื่อเป็นการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้เป็นอย่างดี


Create Date : 17 กันยายน 2551
Last Update : 17 กันยายน 2551 8:26:35 น. 7 comments
Counter : Pageviews.  
 
 
 
 
Amway
 
 

โดย: Amway (boypsx ) วันที่: 2 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:07:29 น.  

 
 
 
Agel
 
 

โดย: Agel (boypsx ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:45:10 น.  

 
 
 
แวะมาดู MyWorldPlus
 
 

โดย: MyWorldPlus (boypsx ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:14:55 น.  

 
 
 
เอเจล
 
 

โดย: เอเจล (mlmboy ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:5:13:06 น.  

 
 
 
Unicity ยูนิซิตี้
 
 

โดย: Unicity ยูนิซิตี้ (mlmboy ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:13:21 น.  

 
 
 
ดรีมทีม
 
 

โดย: ดรีมทีม (mlmboy ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:2:41:06 น.  

 
 
 
Minery มินเนอร์รี่
 
 

โดย: Minery มินเนอร์รี่ (mlmboy ) วันที่: 16 ธันวาคม 2551 เวลา:16:24:48 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com