แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
ชมสวนยางพาราในภาคเหนือ ปลูกยางพาราบนพื้นที่ลาดชัน ที่เชียงราย

ชมสวนยางพาราในภาคเหนือ ปลูกยางพาราบนพื้นที่ลาดชัน ที่เชียงราย

เกษตรกรในเขตพื้นที่ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย สนใจที่จะปลูกยางพารา โดยขอรับต้นพันธุ์ยางจาก ปตท. ไปปลูก โดย ปตท. ช่วยเกษตรกรลงทุนครึ่งหนึ่ง คือเกษตรกรลงทุน 10,000 บาท ทาง ปตท. ก็ช่วย 5,000 บาท อีก 5,000 บาท ก็นำไปชำระหนี้เมื่อได้รับผลผลิตในอีก 6 ปีข้างหน้า

หากต้องการซื้อกล้ายางพารา ราคากล้าละ 15 บาท ปตท. จ่ายให้ 7.50 บาท เกษตรกรจ่ายเอง 7.50 บาท ซึ่งจะเป็นโครงการธนาคารหมู่บ้าน ที่ ปตท.ให้การสนับสนุน โดยจำนวนต้นกล้าขึ้นอยู่กับพื้นที่และความต้องการของเกษตรกร ระยะเวลาในการเพาะประมาณ 1 ปี หรือในอีกกรณีหนึ่งคือการให้กล้ายางพาราแก่กลุ่มผู้ปลูก โดยการกู้ยืมเงินจากทาง ธ.ก.ส. ซึ่งกลุ่มสมาชิกผู้ปลูกยางพาราจะต้องมีใบรับรองว่าเป็นสมาชิกของผู้ปลูกยางพาราจริง สำหรับเรื่องการตลาด ตอนนี้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราตำบลผางามยังไม่สามารถผลิตน้ำยางพาราออกมาได้ ต้องรออีก 6 ปีข้างหน้า โครงการที่นี่เพิ่งเริ่มต้น แต่ทางเจ้าหน้าที่การันตีได้ว่าน้ำยางพาราที่ผลิตได้มีคุณภาพดี เพราะเท่าที่ผ่านมาได้ศึกษาดูงานที่อำเภอเทิง อำเภอแม่จันทร์ ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากภูมิอากาศและสภาพพื้นที่ทางภาคเหนือเอื้ออำนวยในการปลูกยางพารา ในอนาคตคาดว่าน้ำยางจะมีราคาสูง

พื้นที่ของเกษตรกรเขตตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลาดชัน ทางกรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินเชียงรายส่งเสริมให้พื้นที่ดังกล่าว มีการปลูกหญ้าแฝก ปลูกตามแนวขวางความลาดชัน สังเกตที่โคนยางพารามีรากโผล่ขึ้นมา วิธีการป้องกันก็ใส่ปุ๋ยหมัก เพราะหน้าฝนมีการชะล้างหน้าดิน ลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร

การปลูกหญ้าแฝกควรปลูกตามแนวของต้นยาง ระยะห่างอยู่ที่ความเหมาะสม ถ้ามีความชื้นมากต้องปลูกถี่ แต่ถ้ามีความชื้นน้อยก็ปลูกระยะห่าง เพื่อป้องกันการชะล้างหน้าดินและรักษาความชื้น

ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นแปลงสาธิตการขยายพันธุ์ยางด้วยวิธีติดตา แปลงสาธิตการขยายพันธุ์ยางสามารถผลิตต้นกล้ายางให้เกษตรกรนำไปปลูกทดแทนพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้กว่า 300 ไร่ โดยเกษตรกรเชื่อมั่นว่า การปลูกยางพารา จะเป็นอาชีพที่มั่นคงกว่าการปลูกพืชไร่ และช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าไม้บนพื้นที่ลาดชันได้โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตและการขยายพันธุ์ยางพารา ปริมาณน้ำยางที่ได้ไม่แตกต่างจากการปลูกในพื้นที่อื่น ดังเช่น แปลงปลูกยางพาราของคุณกัลยา งานลอ โทรศัพท์ (06) 922-9427 ประธานกลุ่มผู้ปลูกยางพารา ตำบลผางาม อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 5 ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ สามารถกรีดน้ำยางและผลิตยางแผ่น สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรถึงปีละ 3 หมื่นบาท ในขณะที่การปลูกข้าวโพดมีรายได้เพียงปีละ 1 หมื่นบาท นับเป็นความสำเร็จของเกษตรกร

ในการส่งเสริมขยายพื้นที่ปลูกยางพารา ซึ่งช่วยให้เกษตรกรในแต่ละท้องถิ่นมีรายได้เพียงพอ โดยไม่ต้องเข้าไปแย่งกันหางานทำในเมืองใหญ่ ทำให้สถาบันครอบครัวมีความอบอุ่นและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ยางพารา นับได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ เพราะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยางในประเทศ โดยเฉพาะเกษตรกร 14 จังหวัดภาคใต้ ส่วนใหญ่มีรายได้หลักจากการทำสวนยางทั้งความต้องการใช้ยางของโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี เฉลี่ยปีละ 3-4% แถมราคาในประเทศได้ขยับขึ้นมา กิโลกรัมละกว่า 50 บาท จึงทำให้ยางพาราเป็นพืชที่ได้รับความสนใจทั้งจากเกษตรกร นักธุรกิจ หันมาปลูกยางกันมากขึ้น โดยได้ขยายพื้นที่สู่ภาคเหนือ ภาคอีสาน

ปัจจุบัน แม้ว่าหลายคนจะมองว่ายางพาราเป็นพืชที่มีอนาคต ที่ผ่านมาบางปีราคาก็ดี บางปีก็ไม่ดี บางครั้งมีตกต่ำแต่รัฐบาลยังดูแล สังเกตได้ว่า 30 ปีที่แล้ว ทุเรียน กิโลกรัมละ 8 บาท น้ำยาง กิโลกรัมละ 5 บาท ตอนนี้ทุเรียนยังกิโลกรัมละ 5-8 บาท แต่น้ำยางถีบตัวสูงขึ้น กิโลกรัมละ 40-50 บาท และคิดว่าตราบใดรถยนต์เป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิต การใช้ยางต้องมีอยู่ ตราบใดที่ยางเทียมมีน้อยลง และน้ำมันแพงอย่างนี้ ยางธรรมชาติมีอนาคตแน่นอน

อย่างไรก็ดี การปลูกยางภาคเหนือ ต้องมีการจัดการที่ดีด้วย เพราะการปลูกยางต้องใช้เวลา 6 ปี ตอนนี้โครงการเพิ่งเริ่มต้นต้องมีการดูแลในขั้นตอนต่อไปด้วย เพราะเกษตรกรหลายคนยังไม่เข้าใจวิธีการปลูก ปลูกไปแล้วต้องให้ปุ๋ย ดังนั้น การปลูกยางพาราภาคเหนือ ไม่ง่ายเหมือนปลูกที่ภาคใต้ หากไม่มีการจัดการที่ดีอาจจะได้รับความเสียหายพอสมควร

คุณกัลยา งานลอ ประธานกลุ่มผู้ปลูกยางพารา ตำบลผางาม และเป็นหมอดินอาสาประจำตำบลผางาม ซึ่งได้รวบรวมเกษตรกรผู้ปลูกสวนยางในพื้นที่ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย บอกว่า ที่ผ่านมา การปลูกยางพาราของเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนในด้านผลผลิตตกต่ำ ต้นทุนค่าใช้จ่ายสูง การใช้สารเคมี ปีละประมาณ 50 กระสอบ แต่พอได้มาเป็นหมอดินอาสาของกรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินเชียงราย ได้ให้คำแนะนำและความรู้ในการใช้ผลิตภัณฑ์ของกรมพัฒนาที่ดิน พด. 1, 2, 3 มาใช้ในสวนยางพารา ทำให้ช่วยลดต้นทุน และลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลง จากเดิม ปีแรก 50 กระสอบ เหลือ 10 กระสอบ ควบคู่กับปุ๋ยหมัก จำนวน 5 ตัน ปีที่ 2 ปุ๋ยเคมี 6 กระสอบ ควบคู่กับปุ๋ยหมัก จำนวน 5 ตัน ปีที่ 3 ปุ๋ยเคมี จำนวน 4 กระสอบ ควบคู่กับปุ๋ยหมัก จำนวน 5 ตัน มีการเจริญเติบโตได้ดี โดยยางพาราในปีแรกโดยทั่วไปจะสูง 1.5-2 เมตร แต่เมื่อนำมาปลูกที่ภาคเหนือในปีแรกจะสูง 2.5-3 เมตร

การดูแลรักษายางพาราในภาคเหนือ โดยทั่วไปฤดูฝนจะไม่สามารถกรีดยางพาราได้ แต่ทางภาคเหนือมีหน้าฝนแค่ 4-5 เดือน จะกรีดช่วงหน้าแล้ง ถึงฤดูหนาว ถ้าในช่วงฤดูหนาวจะให้ผลผลิตมากกว่าฤดูอื่น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์

ผลิตภัณฑ์ของกรมพัฒนาที่ดินที่นำมาใช้คือ สารเร่ง พด.1 ใช้ในการทำปุ๋ยหมักใช้รองก้นหลุมในการปลูกยางพารา ใส่ในแนวทรงพุ่มของต้นยางพารา ส่วน พด.2 ใช้ราดพรมและรดลงดิน ในสวนยางพารา พด.3 ใช้ป้องกันโรครากเน่า โคนเน่า เพราะที่ผ่านมาจะประสบปัญหาพืชผักตายโดยไม่ทราบสาเหตุจึงมีการนำสารเร่ง พด.3 มาใช้มากขึ้น

เกษตรกรท่านใดสนใจจะนำแนวทางการปลูกสวนยางของกลุ่มผู้ปลูกยางพาราตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ไปใช้ ติดต่อได้ที่ คุณกัลยา งานลอ ประธานกลุ่มผู้ปลูกยางพารา ตำบลผางาม อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 5 ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ (06) 922-9427 หรือติดต่อ คุณนพดล ชัยกิจ หัวหน้าสถานีพัฒนาที่ดินเชียงราย (09) 969-6987, (053) 706-167



Create Date : 20 กรกฎาคม 2549
Last Update : 20 กรกฎาคม 2549 8:25:56 น. 0 comments
Counter : Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com