แหล่งรวบรววมวิธีเล่นหุ้น
 
ชมรมเผยแพร่ฯ กับงานปลูกมันเทศเนื้อสีส้ม และเนื้อสีม่วงในเชิงพาณิชย์

ชมรมเผยแพร่ฯ กับงานปลูกมันเทศเนื้อสีส้ม และเนื้อสีม่วงในเชิงพาณิชย์

เป็นที่สังเกตว่า ในอดีตการบริโภคอาหารของประชากรโลกส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นในเรื่องของรสชาติและความอร่อยเป็นหลัก ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายในระยะยาว โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันหรือโปรตีนสูง ปัจจุบันในประเทศที่พัฒนาแล้วมีประชากรเริ่มหันมาเน้นบริโภคอาหารสุขภาพกันมากขึ้น เน้นในเรื่องคุณค่าของอาหารและประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับเป็นหลัก อย่างกรณีของมันเทศซึ่งเป็นพืชหัวที่คนไทยหลายคนยังมองว่าด้อยค่าและเป็นอาหารสำหรับคนยากจนเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน ได้มีการวิเคราะห์สารที่มีประโยชน์ในมันเทศซึ่งมีอยู่มากมายในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้มีงานศึกษา วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์มันเทศที่มีความก้าวหน้ากว่าประเทศไทย ในขณะเดียวกันประชากรทางแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกาก็หันมาบริโภคมันเทศกันมากขึ้นเป็นลำดับ ในบางประเทศให้ความสนใจมากกว่าบริโภคมันฝรั่งด้วยซ้ำไป

ปกติแล้วแหล่งคาร์โบไฮเดรตของคนไทยจะได้จากการบริโภคข้าวเป็นหลัก ในกลุ่มของผู้สูงอายุในทางการแพทย์แผนไทยได้มีคำแนะนำให้ผู้สูงอายุบริโภคมันเทศทดแทนข้าวในบางมื้อ เนื่องจากในหัวมันเทศจะมีแป้งแล้วยังมีวิตามินและสารที่เป็นประโยชน์อีกหลายชนิด อาทิ สารเบต้าแคโรทีน สารแอนโทไซยานินและสารสเตอรอยด์ที่เป็นประโยชน์อยู่สูง (ในวงการแพทย์เชื่อว่าสารสเตอรอยด์มีส่วนช่วยในการลดคอเลสเตอรอลและช่วยป้องกันโรคถุงโป่งพองในลำไส้ได้) ในรายละเอียดของการวิเคราะห์สารที่มีประโยชน์ในหัวมันเทศพบว่า สารสำคัญที่มีอยู่อย่างน้อย 2 ชนิด คือสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามิน เอ ที่ช่วยในการบำรุงสายตาและมีส่วนช่วยลดอัตราการกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็งได้ ขณะนี้พบว่า ในหัวมันเทศเนื้อสีส้ม น่าจะมีสารเบต้าแคโรทีนมากกว่ามันเทศสายพันธุ์อื่น ในขณะเดียวกันในหัวมันเทศเนื้อสีม่วง กลับมีสารแอนโทไซยานินมากกว่ามันเทศสายพันธุ์อื่นๆ เช่นกัน เชื่อว่าสารแอนโทไซยานินนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจได้ ทำหน้าที่เป็นตัวล้างพิษและช่วยชะลอความแก่ชรา ในต่างประเทศมีรายงานว่ามีการใช้มันเทศเนื้อสีม่วงเป็นคาร์โบไฮเดรตแทนข้าวสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไม มันเทศเนื้อสีม่วงจึงมีราคาค่อนข้างแพง ในซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าใหญ่ในบ้านเราจะขายมันเทศเนื้อสีม่วงถึงผู้บริโภคในราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 100 บาท ขณะนี้มีเรื่องที่น่ายินดีที่การปลูกมันเทศในบ้านเราได้พัฒนาไปอีกระดับหนึ่ง ได้มีการนำสายพันธุ์มันเทศที่มีคุณภาพดีมาปลูกจนประสบผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นมันเทศเนื้อสีส้มหรือเนื้อสีม่วง



ชมรมเผยแพร่ฯ ได้มันเทศเนื้อสีส้ม

มาจากประเทศออสเตรเลีย

ผู้เขียนได้มีโอกาสไปดูงานเกษตรที่ประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา และสวิตเซอร์แลนด์ในเวลาใกล้เคียงกัน ความจริงแล้วประเทศญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าในเรื่องของการพัฒนาสายพันธุ์ การปลูกและการแปรรูปมันเทศมากกว่าที่ใดในโลก ประเภทของสายพันธุ์ที่นิยมปลูกในญี่ปุ่น ถ้าแบ่งตามสีของเนื้อจะมีทั้งเนื้อสีขาว สีเหลือง สีส้ม และสีม่วง ในทุกสายพันธุ์มีการคัดเลือกเพื่อแปรรูปเป็นขนมได้หลากหลายชนิด และมีการบรรจุหีบห่อที่สวยงาม ราคาซื้อ-ขายหัวมันเทศสดของญี่ปุ่นจะมีราคาแพงกว่าบ้านเราหลายสิบเท่า ราคาถึงผู้บริโภคจะสูงถึงกิโลกรัมละ 350 บาท สำหรับที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในประเทศออสเตรเลีย แคนาดา และสวิตเซอร์แลนด์มีมันเทศเนื้อสีส้มวางขาย โดยเฉพาะที่ออสเตรเลียมีมันเทศเนื้อสีส้มวางขายทั้งตลาดสดและซุปเปอร์มาร์เก็ต และเป็นมันเทศที่ไม่พบการปลูกในเชิงพาณิชย์ในบ้านเรา

ผู้เขียนจึงได้ซื้อหัวมันเทศเนื้อสีส้มจากออสเตรเลียมาทดลองปลูกในแปลงทดลองของชมรมเผยแพร่ฯ ในเขตพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร พบว่า "มีการลงหัวและให้ผลผลิตดีมาก น้ำหนักหัวอย่างน้อยครึ่งกิโลกรัม (บางหัวหนักกว่า 1 กิโลกรัม) ที่สำคัญเนื้อของมันเทศมีสีส้มเหมือนกับสีแครอต เนื้อเนียนละเอียดไม่มีเสี้ยน รสชาติอร่อยมาก และเมื่อมองจากสีของเนื้อทำให้เชื่อได้ว่าจะมีปริมาณของสารเบต้าแคโรทีนสูงมาก" ทางชมรมเผยแพร่ฯ ได้เริ่มปลูกมันเทศเนื้อสีส้มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน และได้ส่งผลผลิตไปขายที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์กรุ๊ป (รวมทั้งห้างดิเอ็มโพเรี่ยมและสยามพารากอน) ได้รับการตอบรับจากคนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นอย่างดี มันเทศเนื้อสีส้มนำมาทำของหวานได้หลากหลายชนิด เช่น แกงบวด เชื่อม นึ่ง หรือนำมาทอดแบบมันฝรั่ง มีรสชาติอร่อยทุกชนิด ที่เห็นเด่นและน่ารับประทานมากที่สุดคือ สีของเนื้อที่มีสีส้ม (มีบางคนนำไปทำซุปมันเทศ ได้ซุปที่มีสีสวยและน่ารับประทานมาก)

ราคาซื้อ-ขาย มันเทศเนื้อสีส้มในประเทศแคนาดาและออสเตรเลียจะเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-80 บาท ในซุปเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งของแคนาดาจะมีมันเทศเนื้อสีส้มวางขายมากกว่ามันฝรั่งด้วยซ้ำไป เนื่องจากหัวมันเทศมีความหวานโดยธรรมชาติและมีปริมาณกากใยอาหารสูง



มันเทศเนื้อสีม่วงเป็นมันที่มีน้ำหนักหัวมาก

เมื่อเปรียบเทียบในขนาดหัวเท่ากัน

ก่อนอื่นจะต้องขอบอกว่า มันเทศเนื้อสีม่วงที่นำมาปลูกในแปลงทดลองของชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรนี้เป็นคนละสายพันธุ์กับ "มันต่อเผือก" ที่คนไทยรู้จักกันดี ลักษณะประจำพันธุ์ของมันเทศเนื้อสีม่วงจะมีดังนี้ "ลักษณะเส้นบริเวณหลังใบจะมีสีม่วงเข้ม ดอกมีสีม่วง เมื่อหัวมันแก่สีผิวของหัวจะมีสีแดงเข้ม ลักษณะของหัวจะมีลักษณะทรงผลป้อมอ้วน ที่สำคัญเป็นมันที่มีน้ำหนักหัวมากกว่ามันเทศสายพันธุ์อื่นเมื่อชั่งเปรียบเทียบในขนาดหัวเท่ากัน"

เมื่อนำมันเทศเนื้อสีม่วงมาปลูกในเชิงพาณิชย์เมื่อมีการบำรุงรักษาพอประมาณจะได้ผลผลิตเฉลี่ย 3,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ในขณะที่มันต่อเผือกจะได้ผลผลิตเพียง 1,500 กิโลกรัม ต่อไร่ เท่านั้น



ข้อควรปฏิบัติสำหรับเกษตรกรที่คิดจะปลูก

มันเทศเนื้อสีส้มและมันเทศเนื้อสีม่วง

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพื้นที่ที่จะปลูกมันเทศให้ได้ผลดีนั้น ประการแรก ไม่ควรจะเป็นพื้นที่ที่เคยปลูกมันเทศติดต่อกันมานานหลายปีหรือหลายรุ่น เพราะพื้นที่ดังกล่าวจะเสี่ยงต่อการเกิดแมลงศัตรูระบาดได้ง่าย โดยเฉพาะ "ด้วงงวงมันเทศ" เมื่อพบการระบาดของด้วงงวงมันเทศมีความจำเป็นจะต้องมีการฉีดพ่นสารเคมี ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนในการผลิต อย่างไรก็ตาม เกษตรกรที่ปลูกมันเทศในเชิงพาณิชย์ยากที่จะหลีกเลี่ยงการระบาดทำลายของด้วงงวงมันเทศ เมื่อใช้สารเคมีฉีดพ่นควรจะคำนึงถึงพิษตกค้างและอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค โดยเฉพาะควรหลีกเลี่ยงยาฆ่าแมลงชนิดเม็ดหว่านลงดินในกลุ่มของสารคาร์โบฟูราน เมื่อพบการระบาดควรฉีดพ่นด้วยสารเคมีในกลุ่มของสารแอสเซนด์จะดีที่สุด

เกษตรกรที่ปลูกมันเทศในเชิงพาณิชย์ถ้าหลีกเลี่ยงได้ไม่ควรปลูกมันเทศในสภาพของดินลูกรัง และสภาพดินดาน เนื่องจากจะพบการลงหัวน้อย ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกมันเทศมากที่สุดคือ "ดินร่วนปนทราย" โดยปกติมันเทศจะใช้เวลาปลูกนานประมาณ 4 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้วและสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าปลูกมันเทศในช่วงฤดูฝนอายุการเก็บเกี่ยวอาจจะยาวขึ้นและพบการลงหัวช้าลง จะต้องค้นหาวิธีการหยุดการเจริญเติบโตทางใบและวิธีการตลบเถาเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมาก เนื่องจากในช่วงฤดูฝนเมื่อเถามันเทศสัมผัสกับดินนานๆ เถาของมันเทศจะมีการแตกรากใหม่ที่ข้อ ต่อมาจะเจริญเป็นหัวมันเทศเล็กๆ ทำให้ส่วนที่อยู่บริเวณโคนต้นจะลงหัวได้น้อยลง ดังนั้น หลังจากที่ปลูกมันเทศไปแล้วประมาณ 1-2 เดือน ควรจะมีการตลบเถาขึ้นหลังแปลงเพื่อป้องกันการเกิดรากใหม่ แต่ถ้าปลูกในช่วงฤดูหนาวหรือฤดูร้อนที่มีความชื้นน้อยอยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องมีการตลบเถาขึ้นหลังแปลง เพราะจะทำให้มันเทศชะงักการเจริญเติบโต แต่ถ้าปลูกมันเทศเนื้อสีส้มหรือเนื้อสีม่วงในช่วงฤดูหนาวหรือฤดูแล้งจะต้องมีแหล่งน้ำที่พอเพียง และสามารถกำหนดวันขุดมันเพื่อส่งขายยังตลาดได้ค่อนข้างแน่นอน สำหรับเกษตรกรมือใหม่วิธีการสังเกตว่ามันเทศที่ปลูกไปนั้น หัวของมันแก่และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หรือยังให้ใช้มีดตัดส่วนหัวของมันเทศดูยางที่ไหลออกมาจากหัว ถ้ามียางน้อยและไหลช้าแสดงว่าแก่แล้ว

ในการปลูกมันเทศเนื้อสีส้มและเนื้อสีม่วงของชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรพบว่า อายุการเก็บเกี่ยวของมันเทศเนื้อสีม่วงเก็บเกี่ยวได้ช้ากว่ามันเทศเนื้อสีส้ม แต่เมื่อตรวจสอบคุณภาพของผลผลิตดีและตลาดยอมรับทั้งสองสายพันธุ์



การนำส่วนอื่นของมันเทศมาใช้ประโยชน์

การบริโภคมันเทศของคนไทยเกือบทั้งหมดจะใช้ส่วนของหัวมาประกอบอาหารประเภทคาวหวาน แต่ในบางประเทศ เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ฟิลิปปินส์ และในบางประเทศของทวีปอเมริกาใต้ มีธุรกิจการแปรรูปมันเทศเพื่อผลิตเป็นแป้งมันเทศเพื่อนำมาใช้ทำเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว มีการนำแป้งมันเทศเป็นส่วนผสมของอาหารเด็กและอาหารประเภทขบเคี้ยว ถึงแม้ว่าคนไทยในชนบทจะมีการนำยอดมันเทศมาบริโภค แต่ก็ไม่แพร่หลายเหมือนที่ประเทศมาเลเซียที่นิยมนำเอายอดมันเทศมาผัด ซึ่งเป็นอาหารชั้นยอดชนิดหนึ่งของคนมาเลเซีย พบว่าคนญี่ปุ่นมีการนำเอาหัวมันเทศมาปลูกลงในกระบะดินปนทรายและรดน้ำ เมื่อยอดอ่อนงอกขึ้นมาประมาณ 8-10 นิ้ว จะใช้กรรไกรตัดยอดอ่อนนำมาปรุงอาหารและได้ผักที่ปลอดสารพิษอย่างแน่นอน

เทคนิคในการขยายพันธุ์มันเทศเนื้อสีส้มและเนื้อสีม่วง โดยปกติในการขยายพันธุ์มันเทศจะนิยมทำกัน 2 วิธี คือการใช้ลำต้นหรือเถาและการแยกหน่อหรือหัว วิธีการที่สะดวกที่สุดและนิยมมากที่สุดคือ ปลูกจากส่วนของเถาที่เลื้อยไปตามดิน ตัดเถามันเทศให้มีความยาว 25-40 เซนติเมตร จะทำให้ได้ผลผลิตมันเทศที่ได้คุณภาพและผลผลิตสูง ในขณะที่การขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อหรือหัว จะต้องคัดเลือกหัวมันเทศที่มีความสมบูรณ์ปราศจากโรคและแมลง นำหัวมันเทศมาวางเรียงกันในกระบะทรายหรือไว้ในที่ชื้น ทิ้งไว้นานประมาณ 15-30 วัน หลังจากนั้น หัวมันเทศจะแตกหน่อหรือยอดใหม่ให้ใช้มีดตัดยอดมันเทศจากหัวให้มีความยาว 25-40 เซนติเมตร เช่นกัน นำไปปลูกลงแปลงต่อไป ในหัวมันเทศ 1 หัว จะมียอดใหม่หลายยอด

ในอนาคตผู้เขียนเชื่อว่าการปลูกมันเทศในเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยจะมีการพัฒนาไปมากขึ้น ความเชื่อที่ว่ามันเทศเป็นอาหารของคนจนจะหมดไป จะเป็นพืชที่นำไปใช้เป็นประโยชน์ทางอาหารและยา เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เกษตรกรไทยจะมีการนำมันเทศสายพันธุ์ดีๆ มาปลูกกันมากขึ้น มันเทศเนื้อสีส้มและมันเทศเนื้อสีม่วงเป็นตัวอย่างที่ดีในขณะนี้ ซึ่งสามารถนำมาปลูกได้ในเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ เพียงแต่เลือกสภาพดินปลูกที่เหมาะสม มีการจัดแปลงปลูกที่ดีและมีแหล่งน้ำพอเพียงเท่านั้น





*คู่มือ "การปลูกมันเทศเนื้อสีส้มในเมืองไทย" พิมพ์ 4 สี มีแจกฟรี เกษตรกรและผู้สนใจเขียนจดหมายสอดแสตมป์ 15 บาท ส่งมาขอได้ที่ ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร เลขที่ 2/200 ถนนศรีมาลา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000 โทร. (056) 613-021, (056) 650-145 และ (01) 886-7398


Create Date : 20 กรกฎาคม 2549
Last Update : 20 กรกฎาคม 2549 8:23:37 น. 0 comments
Counter : Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
hoon_vi
 
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เป็นนักลงทุนมือใหม่ กำลังหาวิธีการเหมาะสำหรับตัวเอง ชอบการถ่ายรูป ท่องเที่ยว เขียนบทความ
[Add hoon_vi's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com