เทศกาลดูนกในเมืองไทย : คืนนกสู่ธรรมชาติ



วันอาทิตย์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

๐๙.๐๐น.-๑๑.๐๐น. นกกระเรียนคืนถิ่น
โดย รศ. ดร.นริศ ภูมิภาคพันธ์ น.สพ.สุเมธ กมลนรนาถ
ดำเนินรายการโดย คุณเพ็ญนภา หงษ์ทอง
(สถานที่ โซนBird Fair สวนรถไฟ)


หนึ่งปีมีหนสำหรับงานของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย
มีกิจกรรมมากมายสำหรับนักดูนกและผู้ที่สนใจในธรรมชาติ
แต่ที่ผมสนใจก็คือการบรรยายเรื่อง นกกระเรียนคืนถิ่น
เป็นเรื่องที่ผมไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ยว่า เราสามารถเพาะพันธุ์มันได้มากพอ
จนคิดจะปล่อยมันกลับสู่ธรรมชาติแล้วนะ แปลว่า
เราประสบผลสำเร็จในการเพาะพันธุ์ในกรงเลี้ยงเป็นอย่างดี


ย้อนไปเมื่อนานมาแล้ว อาจจะยี่สิบปีก่อน มีการนำนกกระเรียนจากต่างประเทศ
มาทดลองเพาะเลี้ยงและปล่อยกลับสู่ธรรมชาติที่ภูเขียว นั่นคือครั้งแรก
แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ก็ถือเป็นการทดสอบ เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้
มาคราวนี้ เราได้นกกระเรียนที่เป็นสายพันธุ์ที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านเรา
และปัจจุบันก็ยังคงพบอยู่ในประเทศพม่า กัมพูชาและเวียดนาม
มาเพาะเลี้ยงที่สวนสัตว์โคราช จนมีประชากรมากพอในระดับหนึ่ง


เมื่อเราสามารถเพาะเลี้ยงในกรงได้ ความสำเร็จขั้นต่อไปก็คือ
ทำอย่างไรที่จะปล่อยมันกลับไปสู่ธรรมชาติ
ให้ประเทศของเราได้มีนกกระเรียนโบยบินในท้องฟ้าเหมือนเมื่อวันก่อนอีกครั้ง
จึงเป็นที่มาของโครงการนกกระเรียนคืนถิ่น ด้วยงบประมาณ 12 ล้านบาท กับเวลา 5 ปี
ซึ่งใน phase แรกก็คงต้องหาคำตอบที่สำคัญที่เคยมีคนมาถามใน pantip ว่า
อยากจะให้ปล่อยมันกลับไปที่ไหนดี่ คราวนั้น ผมตอบไปว่า
น่าจะเป็นพื้นที่อ่างเก็บน้ำบางพระ เหตุผลก็คือ นกกาบบัวที่สวนสัตว์เขาเขียว
ปล่อยไปแล้วแล้วมันก็คงอาศัยอยู่ที่นั่น มันน่าจะเหมาะสมกับนกน้ำขนาดใหญ่
และที่สำคัญก็คือนกนั้นมีความผูกฟันกับพื้นที่ที่มันเคยอาศัยอยู่หรือเปล่า ???


ซึ่งเป็นคำถามที่ผมยกขึ้นมาในการบรรยายในครั้งนี้ แล้วก็ไม่ผิดหวัง ที่ จู่ๆ
คุณPhilips D Round ซึ่งคนดูนก ย่อมไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เดินมาจากด้านหลัง
มาช่วยถกคำถามนี้ เรื่องนกกาบบัวเป็น case study ที่น่าสนใจ เพราะเราเชื่อว่า
เมื่อมันหมดไปจากทะเลน้อย มันก็คงหมดไปจากประเทศไทย แต่จากการปล่อยนก
กลับสู่ธรรมชาติโดยอุบัติเหตุในคร้งนั้น มันกลายเป็น jigsaw ที่ทำให้ประชากร
นกทั้งที่เพาะเลี้ยงและในธรรมชาติกลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง
ลองนึกดูว่าเมื่อนกบินผ่านมาพบนกเลี้ยงที่มีอาหารกินอยู่ข้างสวนสัตว์
ก็คงเป็นแรงจูงใจ จนเดี๋ยวนี้ เราสามารถเห็นนกกาบบัวได้ในธรรมชาติ


ซึ่งเป็นความหวังว่า ในครั้งนี้ถ้าสามารถทำให้นกกระเรียนเพาะเลี้ยง
กลับไปหากินในธรรมชาติสำเร็จลงได้ ไม่เพียงแต่นกที่งามสง่าจะกลับสู่ท้องฟ้า
มันจะนำพาเราทะลุไปสู่ประตูแห่งมิติที่เราฝันถึง นกน้ำขนาดใหญ่ชนิดอื่นๆ
ที่พบเห็นเป็นเพียง very rare winter visitor อาจกลายสถานะเป็นนก
comon resdent ที่อยู่ร่วมกับพื้นที่เกษตรกรรมในธรรมชาติ อีกครั้ง



Create Date : 28 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 30 มิถุนายน 2553 14:20:20 น.
Counter : 803 Pageviews.

1 comments
ถนนสายนี้...มีตะพาบก.ม.ที่ 294 "deja vu" โจทย์โดยคุณ เริงฤดีนะ ภาวิดา คนบ้านป่า
(17 ม.ค. 2565 17:39:01 น.)
some farewells are momentous ลำเนา
(14 ม.ค. 2565 12:35:01 น.)
เจ้านุ้งกับหญ้าไผ่สด ภาวิดา คนบ้านป่า
(11 ม.ค. 2565 14:51:38 น.)
บันทึกแมวเหมียว ... ตอนพาชาลีไปฉีดวัคซีน ฟ้าใสวันใหม่
(7 ม.ค. 2565 08:11:11 น.)
  
อยากเห็นนกกระเรียนเต้นรำกับคู่ของมัน ในทุ่งเมืองไทยเช่นกันค่ะ
โดย: โป่งวิด วันที่: 17 ธันวาคม 2551 เวลา:20:32:07 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nontree.BlogGang.com

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]

บทความทั้งหมด