วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2009 (2)
>


วัคซีนเชื้อเป็น VS วัคซีนเชื้อตาย

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้มาจากการใส่เชื้อลงไปในไข่ฟัก เพื่อให้ไวรัสเจริญเติบโต
ไม่ว่าวัคซีนจากผู้ผลิตรายใดก็ทำเช่นนี้ เมื่อการผลิตต้องใช้ไก่เป็นองค์ประกอบ
ผลิตภัณฑ์จึงอาจมีโอกาสปนเปื้อนอัลบูมินในไข่ได้ ดังนั้นจึงห้ามใช้ในในคนที่มีปัญหา
แต่การฉีดเข้ากล้ามย่อมเสี่ยงกว่าการหยอดจมูกที่เป็นแบบเฉพาะที่อย่างแน่นอน
แต่สุดท้ายก็คงต้องให้แพทย์ตัดสินใจว่า คนที่แพ้ไข่จะใช้วัคซีนตัวนี้ได้หรือไม่

เมื่อได้เชื้อไวรัสแล้วผู้ผลิตส่วนใหญ่จะผลิตเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย(killed vaccine)
โดยฆ่าไวรัสทั้งหมดแล้วใช้การฉีดเข้ากล้าม แบบวัคซีนที่เราสั่งจองจากประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง
แต่วัคซีนที่เราผลิตขึ้นเองจะเป็นวัคซีนเชื้อเป็น แบบพ่นโพรงจมูก (lived attenuated)
โดยเชื้อไวรัสนั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่ทำให้อ่อนแรงลงจนไม่สามารถก่อโรคได้

แบบไหนดีกว่ากัน ???

ทางการแพทย์มีการใช้ทั้งวัคซีนเชื้อเป็นและเชื้อตาย
และวัคซีนทั้งสองชนิดนั้นต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
แต่ที่สำคัญกว่าชนิดของวัคซีนก็คือคุณภาพ
ที่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศหรือระดับสากล

ยกตัวอย่างเช่น การทำวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ
ประเทศอเมริกาเลือกใช้ IPV ซึ่งเป็นเชื้อตาย
ประเทศไทยเลือกใช้ OPV ซึ่งเป็นเชื้อเป็น

ฉนั้นการเลือกใช้วัคซีนแบบใด ต้องพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละประเทศ
โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องสำคัญ คือราคาและระบาดวิทยาในพื้นที่

การศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัย

เมื่อได้กระบวการผลิตที่เหมาะสมจะมีการผลิตวัคซีนออกมาปริมาณหนึ่ง
เพื่อทำการทดสอบความปลอดภัยในสัตว์ทดลองและเซลล์เพาะเลี้ยง หรือ pre clinical
หากพบว่ามันปลอดภัยพอก็จะยื่นขอทำการทดสอบในมนุษย์ หรือ clinical trial

ซึ่งต้องมีการเก็บข้อมูลอาสาสมัครอย่างเป็นระบบ อาสาสมัครต้องมีสุขภาพดี
มีการทำประวัติ ต้องกลับมาให้ข้อมูลและตรวจสุขภาพ หาระดับภูมิคุ้มกัน
ฉนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ที่ผุ้ผลิตจะแอบฉีดวัคซีนให้ชาวบ้านแล้วปล่อยกลับบ้านไป
เพราะผู้ผลิตจะไม่ได้ข้อมูลใดๆ ที่จะใช้ในการยื่นขอขึ้นทะเบียนเลย

ซึ่งการทดสอบดังกล่าวแบบเต็มรูปแบบนั้นต้องใช้ระยะเวลานาน และอาสาสมัครจำนวนมาก
ซึ่งหากรอถึงวันนั้นมันก็คงเป็นวัคซีนที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ไข้หวัดใหญ่ 2009 จะกลายเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงอีก
เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่มีจะภูมิคุ้มกันจากการระบาดผ่านไปหลายปีแล้ว

ขั้นตอนขึ้นทะเบียนของไทย เร็วไปหรือเปล่า

ลองนึกดูว่าทุกประเทศจะสั่งวัคซีนไปทำไม หากต้องรอให้ผู้ผลิตทำ clinical ครบทุกเฟส
แปลว่าทุกประเทศยอมรับการทดสอบเฉพาะเฟสหนึ่งและสองไปก่อน
เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการขึ้นทะเบียน จะได้นำวัคซีนไปใช้ในการเตรียมการป้องกัน
ซึ่งหากดูแผนการในทุกประเทศจะเร่งให้เสร็จสิ้น ก่อนฤดูหนาวจะมาเยือน
ซึ่งเป็นช่วงเวลา ที่มักมีการระบาดเป็นประจำ

แต่หลังจากขึ้นทะเบียนไป ผู้ผลิตคงต้องทำการทดสอบให้ครบทั้งสี่เฟส
เชื่อว่าคงเป็นหนึ่งในข้อตกลงในการขึ้นทะเบียนระหว่างหน่วยงานควบคุมกำกับของรัฐ
และผู้ผลิตทุกรายไม่ว่าในหรือนอกประเทศอย่างแน่นอน

วัคซีนเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการดูแลอย่างเข้มงวดที่สุด
เพราะทุกประเทศรู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่ได้มาจากสิ่งมีชีวิต
และในเรื่องการกำกับ และดูแลคุณภาพของวัคซีนนั้น
มาตรฐานของประเทศไทย ไม่ต่างอะไรกับประเทศที่พัฒนาแล้วเช่นกัน



Create Date : 21 กรกฎาคม 2552
Last Update : 18 มิถุนายน 2553 10:00:18 น.
Counter : 967 Pageviews.

9 comments
กาแฟคั่วเข้ม เหมาะกับเมนูไหนดี สมาชิกหมายเลข 7983004
(29 มี.ค. 2567 02:14:10 น.)
เรื่อง ที่เตือนมาจากทนายความ ควรหลีกหนี 20 เรื่องเหล่านี้เพราะ..... newyorknurse
(28 มี.ค. 2567 02:09:48 น.)
พระประธานสมัยสุโขทัย : วัดไร่ขิง ผู้ชายในสายลมหนาว
(15 มี.ค. 2567 16:51:33 น.)
ประโยชณ์ของ living trust มีมากกว่า will มากมายค่ะ newyorknurse
(19 มี.ค. 2567 04:58:36 น.)
  
ขอบคุณในความรู้ที่เอามาแบ่งปันกันค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 21 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:21:01 น.
  
ยังไม่เเน่ใจเลยว่าจะให้ลูกฉีดดีไหม
ที่ญี่ปุ่นจะมีให้ฉีดเดือนพ.ยนี้ กลัวไซด์เอ็ฟเฟคค่ะ
โดย: Hana* วันที่: 21 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:37:46 น.
  
หวัดดีคุณ Hana เห็นสนใจเรื่องวัคซีน นึกอยู่เหมือนกันว่าจะมาเยี่ยมไหม

ญี่ปุ่นเค้าผลิตเองนี่นา มีอะไรต้องให้เกรงกลัวด้วยหรือกับ japanease standard ?
โดย: VET53 วันที่: 21 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:02:08 น.
  
ขอขอบคุณความรู้ดีๆ ที่นำมาฝากกันค่ะ
โดย: ลูกน้ำกว๊าน วันที่: 21 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:50:39 น.
  
มาอ่านความรู้ค่ะ ดีจริงๆ
โดย: โยเกิตมะนาว วันที่: 21 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:31:41 น.
  
ขอบคุณมากค่ะสำหรับความรู้ที่ดีๆเเละมีประโยชน์มากๆ

ถ้ามีผู้สงสัยว่าตนเองถูกติดเชื้อ คลีนิคจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลใหญ่เพราะอ้างว่าไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเป็นเชื้อโรคใหม่
ในเเหล่งชุมชนหรือตามช๊อปที่ดังสุดในกรุงโตเกียว ไม่มีผู้ใดใส่ที่ป้องกัน

อันตรายเเต่ไม่ระบาดรวดเร็วเหมือนบ้านเราค่ะ
โดย: YUCCA วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:19:52 น.
  
ขอบคุณสำหรับ comment ครับ

ญี่ปุ่นนี่ถือว่ามีแพทย์ต่อประชากรสูงเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยมั้ง

ตอนนี้ออสเตรเลียประกาศทดสอบ clinical trial แล้วประมาณ 200 คน
โดย: VET53 วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:06:55 น.
  
ขอบคุณมากค่ะสำหรับข่าวนี้ ใครว่าไม่น่ากลัว เเต่ถ้าเจอโดยบังเอิญก็น่ากลัวมากๆค่ะ

เมื่อเช้าฟังข่าว ishihara high school ที่ chiba ประกาศหยุด เนื่องจากนักเรียนที่ไปทำกิจกรรมที่ nagano หรือnagoya (จำไม่ได้ว่าเมืองไหน? )

นักเรียนจำนวน 49 คนได้ไข้หวัดนี้เเบบอ่อนๆ ทีวีมาประกาศค่ะ ถ้าไม่ระวังก็มีโอกาสติดได้ง่ายเหมือนกัน

ตอนนี้อยู่เเถบชิบุยะซึ่งเป็นเมืองช๊อปหรือเมืองวัยรุ่นเช่นเดียวกะสยาม ไม่มีใครใช้ผ้าปิด..เดินกันไม่มีการระวังจริงๆค่ะ
โดย: YUCCA วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:52:52 น.
  
ขอบคุณบทความดีๆ อย่าลืมใส่ ผ้าปิดจมูก กันนะคะ
โดย: Aussie angel วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:54:34 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nontree.BlogGang.com

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]

บทความทั้งหมด