ถ้ำเขาหลวง : The untold story
ข่าวดังในรอบปี2018 คงไม่สามารถเป็นอื่นใดไปได้ นอกจากกรณีทีมฟุตบอลเด็ก
ที่ชื่อว่าทีมหมูป่าประกอบไปด้วยเด็ก 12 คน และผู้ช่วยครูฝึก 1 คน ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง
เป็นเวลาสองสัปดาห์ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลืออกมาเป็นผลสำเร็จ
ด้วยความร่วมมือจากทีมงานดำน้ำถ้ำนานาชาติหลากหลายประเทศ


แต่ที่เป็นหัวใจหลักในการนำเด็กออกมามาจาก BritishCave rescue council 4 คน
2 ใน 4 คนนั้นคือจอห์น โวลันเธน และ ริชาร์ดสแตนตัน ผู้ที่ค้นพบเด็กเป็นทีมแรก
The impossible is possible คงเป็นบทสรุปที่สวยงามสำหรับปฏิบัติการในครั้งนี้
แต่ในวันที่เริ่มมีการช่วยเหลือเด็ก4 คนแรกออกมา ใน internet
กลับเต็มไปด้วยความสงสัยว่าพวกเค้าพาเด็กๆ ออกมาได้อย่างไร


ในชั้นต้นนักข่าวไปสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรีซึ่งได้ปัดว่าไม่มีการวางยาสลบแน่นอน
แต่เป็นการให้ยาคลายเครียดเพื่อทำให้เด็กผ่อนคลายและมีสมาธิ
แต่ในที่สุดหลังปฏิบัติการก็มีการลงข่าวจากหนังสือพิมพ์ the dailymail ว่า
มีการให้ยา ketamine โดยพาดหัวข่าวมันคือ horse tranquilizer


ดูเหมือนจะมีการใช้คำศัพท์มากมายทั้งไทยและอังกฤษเต็มไปหมด
แล้วเราจะเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างไร
ผมจะมาเล่าให้พวกคุณฟังแต่สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนก็คือว่า
เจ้าของบลอกมิได้เป็นแพทย์หรือวิสัญญีแพทย์ใดๆ


เป็นเพียงคนที่โลดแล่นไปในโลกของ internet
เพียงเพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง
แล้วพยายามสรุปให้เป็นภาษาที่พอจะอ่านง่ายมากขึ้นก็เท่านั้น


การผ่าตัดเพื่อรักษาอาการป่วยดูจะมีมานานมากจนไม่สามารถสืบย้อนได้
เพราะมีการพบรูที่ไม่ใช่รูตามธรรมชาติในหัวกกระโหลกมมนุษย์โบราณ
แต่ต้องรอมานานจนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่18 ที่มีการค้นพบยาสลบ
ที่จะช่วยลดความเจ็บปวดทรมานจากการรักษาผู้ป่วยด้วยการผ่าตัด


ยาสลบชนิดแรกที่มนุษย์รู้จักคือ nitrous oxide หรือก๊าซหัวเราะ
มีการค้นพบอิเธอร์และคอลโรฟอร์มที่อยู่ในรูปของของเหลวที่ระเหยได้
ซึ่งทั้งหมดใช้ในการวางยาให้ผู้ป่วยหลับสนิทไม่รับรู้ความเจ็บปวดจากาการผ่าตัด
แต่นั่นก็เป็นดาบสองคมเพราะการวางยาเกินขนาดนั้นร้ายแรงถึงตาย



ในบางครั้งแพทย์ต้องการให้ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะต่างๆโดยสามารถโต้ตอบได้
ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้ผู้ป่วยขาดการรับรู้ดังนั้นจึงมีคำสามคำที่เกี่ยวข้อง

Conscious ภาวะปกติที่ผู้ป่วยมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน
Subconscious ภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น
และ unconscious หมดสติไม่สามารถตอบสนอง
ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นกับวัตถุประสงค์ในการรักษาพยาบาล


ภาวะยังมีสติ (conscious)ได้แก่การใช้ ยาชา (local anesthetic)
ฉีดลงบนผิวหนังหรือจุดที่ต้องการเพื่อลดการรับรู้อาการเจ็บปวด
เช่น lidocainHCL ในการเย็บแผล หรือยากล่อมประสาท (tranquilizer)
สำหรับทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตสงบลงเช่นยา diazepam
บางครั้งอาจเรียกว่ายาคลายเครียดยาคลายกังวล


ภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น (subconscious)โดยการใช้ยาซึม (sedative)
เช่นketamineหรือ xylazine มีฤทธิ์กดประสาท เพื่อลดการตอบสนอง
ลดการต่อต้านหรือใช้เพื่อเป็นยานำเพื่อการวางยาสลบต่อไป
แต่การให้ยาในระดับปริมาณที่สูงก็สามารถให้เกิดสภาวะสลบได้


ภาวะสลบ(unconscious) คือร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าใดๆ ได้
ซึ่งก๊าซหรือสารระเหยเป็นยากลุ่มแรกที่มนุษย์รู้จัก
แต่ปัญหาคือยากที่จะควบคุมปริมาณที่ต้องการได้
การให้ยาสลบที่น้อยเกินไปก็จะยังเกิดความเจ็บปวดมากเกินไปก็อันตราย


ราวปี 1900 มีการค้นพบยาที่สามารถควบคุมปริมาณการใช้ได้เพราะอยู่ในรูปของเหลว
ในกลุ่ม Barbiturate จึงทำให้การวางยาสลบมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
แต่ก็ยังมีอันตรายแฝงอยู่เพราะยาในกลุ่มนี้มีผลข้างเคียงที่สำคัญคือการกดการหายใจ
ซึ่งต่อมาได้มีการนำก๊าซที่คิดค้นขึ้นมาใหม่มาใช้ในการวางยาสลบแบบที่พบในปัจจุบัน


เมื่อเราเลือกยาที่เหมาะสมแล้วคำถามต่อไป เราจะให้ยานั้นอย่างไร
เพราะยาเมื่อเข้าสู่ร่างกายมันจะเริ่มออกฤทธิ์โดยการจับกับโปรตีนในร่างกาย
สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไปจะถูกพาไปตามกระแสเลือดจนถึงตับเพื่อกำจัดออกไปในที่สุด


การให้ยาทางหลอดเลือดดำจะทำให้ยาออกฤทธิ์ได้ไวที่สุดเพียงนับหนึ่งไม่ถึงสิบ
แต่ในทางตรงกันข้ามมันอาจออกฤทธิ์ได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ซึ่งอาจไม่เพียงพอในกรณีนี้
การให้เข้ากล้ามเนื้อเป็นทางสายกลางในขณะที่การให้กินดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ไม่จำเป็นต้องให้ยาออกฤทธิ์ในทันที่ทันใดแต่อยากให้ออกฤทธิ์ได้หลายชั่วโมง


หวังว่าจะคลี่คลายความสงสัยให้บ้างไม่มากก็น้อย
แต่ทั้งหมดนี้ไม่ควรเป็นประเด็นใดๆเพราะความปลอดภัยนั้นสำคัญที่สุด
สำคัญต่อทั้งผู้ที่ทำการช่วยเหลือและผู้ที่ถูกช่วยเหลือ
และนั่นก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะทั้งหมดนี้ออกมาอย่างที่ได้วางแผนไว้


จากการให้สัมภาษณ์ล่าสุด เราก็ทราบวิธีการที่แท้จริงแล้ว
ตัวยาที่ใช้ยืนยันว่า คือ Ketamine โดยพาเด็กลงมาจากเนินทีละคน
จากนั้นฉีดเข้ากล้ามในขนาด 5 mg/kg จากนั้นจึงใส่หน้ากากดำน้ำ
ระหว่างทางหากจำเป็นก็จะฉีดในขนาด 2.5 mg/kg เพิ่มเติม



Create Date : 24 กรกฎาคม 2561
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2561 16:33:52 น.
Counter : 523 Pageviews.

3 comments
สุขสันต์วันคริสต์มาสและปีใหม่ ๒๕๖๕ ค่ะ haiku
(25 ธ.ค. 2564 23:12:13 น.)
ททท.ภูมิภาคภาคกลาง พามาสำรวจเส้นทางทานตะวัน ณ ลพบุรี อุ้มสี
(24 ธ.ค. 2564 14:06:43 น.)
ททท. พร้อมจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2022 New Chapter @ Nakhon Ratchasima Noppamas Bee
(21 ธ.ค. 2564 22:50:20 น.)
ทททสำนักงานกรุงเทพมหานคร ชวนไปเที่ยวไป..กินไปที่วัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี เจ้าหญิงไอดิน
(21 ธ.ค. 2564 17:56:29 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอุ้มสี

  
สัตวแพทย์ก็ยังใช้กันอยู่ไหมคะ
ตอนจมใหม่ ๆ เพื่อนก็ใช้เก็ตตาล่า ผ่าตัดสุนัขค่ะ
อีกอย่างเวลาก็สำคัญเนาะ ตั้ง 3-4 ชั่วโมง
สรุปว่า หมอดมยาเก่งมาก ๆ ค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 12 สิงหาคม 2561 เวลา:13:56:36 น.
  
ยังไม่เคยไปค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 กันยายน 2561 เวลา:21:38:00 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กาบริเอล Diarist ดู Blog
ป้าทุยบ้านทุ่ง Diarist ดู Blog
narellan Food Blog ดู Blog
maistyle Travel Blog ดู Blog
ทุเรียนกวน ป่วนรัก Diarist ดู Blog
ผู้ชายในสายลมหนาว Education Blog ดู Blog

ได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้นเลยค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 14 กันยายน 2561 เวลา:7:03:43 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nontree.BlogGang.com

ผู้ชายในสายลมหนาว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]

บทความทั้งหมด