Group Blog
 
 
สิงหาคม 2558
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
23 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 

Dinner : Michelin Star Chef Kunihisa Goto

วันนี้ มารีวิวอาหารฝีมือเชฟMichelin หลังจากร้างราไปนาน Chef ท่านนี้มีชื่อว่า Kunihisa Goto เป็นคนญี่ปุ่น แต่ด้วยความหลงไหลในอาหาร จึงเดินทางไปศึกษา practice ที่ประเทศฝรั่งเศส และในที่สุดก็ได้เปิดร้านอาหารอยู่ที่ Paris ชื่อร้าน L'Axel ซึ่งทางโรงแรมBanyan Tree ได้จัดSit Down Dinner ทานฝีมือ Michelin Star Chef Kunihisa Goto ในวันที่ 22 - 25 สิงหาคม 2558 ที่ Vertigo Restaurant ใครสนใจก็ต้องรีบแล้วนะคะ

ATMOSPHERE
มื้อนี้เป็นมื้อพิเศษสำหรับพิ้งค์เพราะ ได้ไปทานทั้งอาหารอร่อย+เสพย์วิวเทพ ที่ห้อง Vertigo , Banyan Tree Bangkok วิวดาดฟ้าชั้น 60 เป็นวิวยอดตึกที่สวยที่สุดในกรุงเทพ เห็นทั้งวิวเมืองตึกระฟ้าสวยๆ วิวสวนลุม วิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สีเขียวโซนบางกระจ้าว









แนะนำว่าใครอยากมาทานอาหารที่นี่และอิ่มเอมกับวิวให้ได้เต็มอิ่มควรมาก่อนพระอาทิตย์ตกสักครึ่งชั่วโมงค่ะ จะได้อีกความรู้สึกนึงกับวิวตอนมืดสนิท ถ้าเรานั่งอยู่ที่สูงขนาดนั้นวิวที่ได้จะเหมือนเรานั่งอยู่ท่ามกลางดวงดาว แบบ360องศา สุดแสนจะโรแมนติก วิวจะเป็นคนละแบบกับห้องBai Yun ที่อยู่ชั้น 59 นะ

FOOD
Dinner Set จะมีให้เลือก 2 แบบ คือ 4 course กับ 5 course เราเลือกแบบ4คอร์ส+Wine Pairing ค่ะ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาแค่setเล็กก็อิ่มมากๆตลอด


Complementary

นำร่องมาโดยขนมปังแบบต่างๆตามระเบียบ ขนมปังที่เค้าให้เป็นcomplementary นี่เป็นด่านแรกที่เป็นเครื่องพิสูจน์เลยว่า ฝีมือเชฟร้านนั้นๆจะเข้าปากเราหรือไม่ ถ้าลองทานแล้วถูกใจนี่มื้อนั้นมีแววประสบความสำเร็จในการกินแพงและอร่อยสูงค่ะ ซึ่งพิ้งค์ทานขนมปังเรียกน้ำย่อย คู่กับChampagneค่ะ ซาบซ่านทีเดียว







APERATIF

APERITIF เป็น อาหารเรียกน้ำย่อย surprised จากทางchef ค่ะ ผู้จัดการห้องอาหารแนะนำให้ทานไล่ลำดับจาก Cone of Asparagus foam topped w/ cubes of smoked pork ข้างบนโรยแฮมจากสเปน ไล่มา Foie gras ซึ่ง top ด้วย Foam+black caviar , ต่อด้วยเค้กOlive  texture เป็นเค้กเบาๆนิ่มๆ แต่ไม่ฟู กลิ่นหอมนวลเย้ายวนบางช่วง ปิดท้ายด้วยเวลาเรากัดโดนเจ้าPesto Sauceด้านบน นี่กลิ่นมาเต็มมาก ปิดท้ายด้วย Gougère จริงๆคือ Choux เล็กๆ ผสมcheese แค่ของเปิดตัวก็มี texture ที่หลากหลายและน่าทานแล้วใช่ไหมล่ะ ค่อยๆกินและจิบ champagne ไปนี่ ฟิน


Mise En Bouche




Langoustine Carpaccio
Jerusalem Articoke . Tobiko . Shiso


Mise En Bouche ของวันนี้ chef เลือกให้เป็น 
Chilled Leek & Potato soup (Vichissoise)  แบบเย็นของทางตอนใต้ของฝรั่งเศส  เป็นจานที่เชฟเลือกเพื่อที่จะแนะนำให้รู้จักศิลปะอาหารในแนวทางของตัวchefนั่นเอง  *ฝรั่งเศสนี่มันฝรั่งเศสจริงๆ***  ไม่ค่อยเคยทานsoupแบบเย็น เนื้อsoupเป็นครีมมมหยุ่นๆเกือบเหนียว ข้างใต้เหมือนมีมันฝรั่งอยู่ด้วย

ต่อด้วย Langoustine Carpaccio เจ้าตัว Langoustineนี้เนื้อจะคล้ายๆกุ้ง แต่ใส หวานกรอบกว่า ปรุงมาแบบดิบ ทานคู่กับ Chardonnay นี่ คือลืมตาย ชอบจานนี้มากๆ เนื่องจากได้ความสดชื่นจาก Langoustine ตัดtexture กรุบกรอบด้วยRice cracker ที่ย้อมสีด้วยsquid ink,  เพิ่มความสดชื่นด้วยlangoustine consommé jelly และอีกความสดชื่นเย็นใจ มีจาก Shiso Granite ในแก้วใส


Transparent Egg
Green Asparagus . Parmesan . Pata Negra

Transparent Egg เป็นเมนูที่นำไข่มาcookภายใต้อุณหภูมิ 60 องศา ภายใน 40 นาที topด้วยpamesan cheese foam และ asparagus  ทานคู่กับ
Pata Negra ความนุ่มนวลๆ ตัดกับรสเข้มๆจากแฮมสเปน และขนมปังกรุบๆด้านข้างๆจานนั่นแหละ จานนี้ทานคู่กับ Chardonnay #นอนตายตาหลับ







Low Temperature Roast Veal

Low Temperature Roast Veal  - vanilla flavored  cauliflower purée and Truffle polenta 
อันนี้ chef recommend เป็นทานเป็น medium well  ถามเรา เราว่าจานนี้เป็นจานที่ทานง่าย ไม่ต้องปีนบันไดทำความเข้าใจ แต่ท่าทางน่าจะทำยากอยู่ มันไม่เหมือนsteakเนื้อดีๆที่เราเคยทานแบบปกติค่ะ ค่าที่ว่ามันนุ่ม มันได้รสเนื้อแต่ก็ไม่มากแบบพวก Grass-fed และ texture และความนุ่มที่ได้ นี่มันไม่แข็งแต่ก็ไม่นุ่มทั้งที่ cook มาแบบ medium well 


Monk Fish Tail


Kurobuta Pork

ด้านบน2จานเป็น Main Course ของเพื่อนๆค่ะ พิ้งค์ไม่ได้ขอชิม แต่ถ่ายรูปมาให้ทุกท่านดูด้วย

พักทานmain courseสัก 15 นาที ก็ให้เค้าserve ของหวาน ของหวานยังมี 2 course แม่เจ้า! 

Earl Grey Tea Pannacotta
Mint Jelly . Jasmine Foam

จานนี้เป็นของหวานที่คิดได้อย่างไง คือมาในจังหวะเพื่อให้เราcalmจาก main course เป็นตัว Earl Grey Tea Pannacotta - Earl Grey Tea pannacotta, Mint Jelly and Jasmin Flower Mousse ซึ่งมีชาเป็นส่วนประกอบหลัก ไม่หวานเลี่ยนแบบของหวานที่เราคาด หวานนิดๆ ครีมๆ กลิ่นและรสของชานั่นเป้นส่วนหนึ่งที่ calm ลิ้นปากและได้ดี เพื่อให้เราเริ่มของหวานจานสุดท้ายได้อย่างอิ่มเอม 

นี่ล่ะ ทำไมร้านดีๆ chef ดีๆ เราถึงrecommendให้ท่านกินset menu เพราะchef คิดมาให้อย่างดี ว่าเราควรทานอะไรต่อจากอะไร หรือคั่นกลางมาด้วยอะไร  (คล้ายๆฟังเพลงแยกเพลง กับฟังทั้ง studio album นี่ได้อะไรที่ต่างกันมาก ชักจะติสท์ไปใหญ่ล่ะ) 

ขอคั่นกลางระหว่างของหวานด้วย … แท๊แด…. 


Rose



Hot/Cold Strawberry


Hot Strawberry
Green Tea butter biscuit . roasted strawberry . vanilla ice cream


Cold Strawberry
Cinnamon biscuit . orange blossom cream . black sesame flavor

Duo of Ho and Cold Strawberry อันนี้เป็นของหวานน่ารัก น่ากินและคิดมาเยอะอีกแล้ว คือจานที่ทานต่อจากpannacotta ที่ค่อนข้างจะมีรสและกลิ่นชามาเยอะ ต่อด้วยการทานจาน Hot Strawberry - Green Tea butter biscuit,   oasted strawberry, vanilla ice cream มาตัดรสด้วยความเปรี้ยวของ strawberry ความนุ่มเย็นของไอศกรีม Shortbread ของฝรั่งเศสแต่infuseชาเขียวเข้าไป (blend กลมกลืนกับ earl grey pannacottaก่อนหน้านี้ได้ดี) ตรงกลางมีความกรุบกรอบเคลือบคาราเมล  ทานคู่กับ ROSE นี่.... หืมมมมม อร่อยมากกกกก  
จบจริงๆที่ Cold Strawberry Millefeuille strawberry ชิ้นเล็กๆ ที่ทำจาก Cinnamon biscuit สอดไส้ด้วยCinnamon biscuit  ปิดท้ายมื้อได้อย่างงดงามมากค่ะ chef 

ของหวานจากเชฟเล็กๆ

ของหวานปิดท้ายเล็กๆน้อยๆจากchef เป็น chocolate เล็กๆ และ Financier ค่า 
ตัว Financier นี่หากินยากนะ พิ้งค์เห็นนี่ดีใจเนื้อเต้นรีบคว้ากินเลยทีเดียว  ปิดท้ายด้วยช๊อกโกแลต เดินไปกลิ้งกลับลงจากVertigo เลยทีเดียว

มื้อนี้น่าจะเป็น Michelin ที่กินในกรุงเทพแล้วรู้สึกคุ้มค่าที่สุด (บางมื้อที่กินแล้ว รู้สึกไม่คุ้มก็จะไม่ได้เอามาเขียนค่ะ ฮ่าๆ) 



SERVICE
บริการที่ห้องนี้ ดีมากๆ staffนี่ใส่ใจลูกค้าตาดำๆอย่างเรามาก รู้สึกเป็นเจ้าหญิงขึ้นมาแป๊บนึงเลย ให้ช่วยถ่ายรูปให้นี่วิวอย่างสวยอ่ะค่ะ แนะนำว่าเป็นที่ที่ควรพาแฟนไปเดท พาภรรยาไปทานข้าว หรือไปแบบfamily ก็ได้ เพราะบริการดีขนาดนี้ นี่ไม่ทำให้เราเสียอารมณ์แน่ๆ รับประกัน 

VALUE
มื้อนี้ พิ้งค์ทานแบบ 4 course กับ Wine Pairing ราคาตกอยู่ 6,000 บาท++ ถามว่าคุ้มไหม ต้องตอบว่าคุ้มมาก เพราะปกติถ้ามาทานมื้อเย็นที่Vertigo นี่ก็ตกคนละ4,000บาทเข้าไปแล้ว แต่นี่เป็นMichelin คิดว่าคุ้มค่ามากค่ะ แต่ควรมาเริ่มมื้อก่อนพระอาทิตย์ตกดินค่ะ 

LOCATION
Vertigo Restaurant
Banyan Tree Bangkok , Sathorn Rd. , Bangkok 
hostesses-bangkok@banyantree.com / +6626791200

Related Links : 




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2558
2 comments
Last Update : 25 สิงหาคม 2558 19:34:37 น.
Counter : 1512 Pageviews.

 

 

โดย: benz47 24 สิงหาคม 2558 8:35:58 น.  

 

อาหารสวยงามทุกจานเชียวคราบ

 

โดย: ทนายอ้วน 24 สิงหาคม 2558 11:27:14 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


vodca
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




Friends' blogs
[Add vodca's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.