Group Blog
กุมภาพันธ์ 2553

 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
พรุ่งนี้จะทำเลสิกแล้ว เย้เย (แชร์ประสบการ์ณก่อนการทำเลสิกค่า)
เรานัดหมอไว้ตั้งแต่ปลายปีก่อนค่ะ แต่เพิ่งได้คิวตรวจวันที่ 11 ที่ผ่านมานี่เอง

คนไปทำกันเยอะมากกก ไม่เหมือนปีก่อนที่น้องเราไปทำคนยังน้อยอยู่ ก็เลยได้ทำไว

โดยปกติหมอจะตรวจตาสำหรับคนที่เพิ่งมาครั้งแรกตอนเช้า 4-5 คน

และจะทำเลสิกให้กับคนไข้วันละ 2 คนค่ะ หมอบอกว่าเพื่อความแม่นยำ

แค่ตรวจตาก็กินเวลาไปครึ่งวันแล้ว

เราไปตรวจมาวันที่ 11 ที่ผ่านมา จริงๆแล้วเราได้วันที่ 25 นะ แต่เค้าโทรมาเลื่อนให้

พอดีแม่เราจะไปมาเลเซียไง แม่กลัวจะไม่มีคนดูแลเรา(ไม่ต้องดูแลก็อยู่ได้ค่ะ รักแม่จัง) แม่เลยขอเค้า ทีแรกเค้าไม่ให้ว่าคิวเต็ม แล้วไม่รู้ยังไงโทรมาเลื่อนวันให้ พยาบาลบอกว่าแม่เราจะได้ไปได้ ใจดีเหมือนกันแฮะ

ตอนตรวจขั้นตอนอื่นๆก็ไม่เป็นปัญหาอะไรค่ะ ตรวจสายตาตามปกติ พยาบาลตรวจให้

มาถึงขั้นตอนที่ต้องหยอดน้ำยาขยายม่านต่อ่ะ หยอดเสร็จก็นั่งหลับไปเหอะ 1 ชั่วโมง

แล้วก็ต้องหยอดยาชาต่อ

ไอ้ที่ทรมาณคือ หลังจากม่านตาขยายแล้ว สู้แสงไม่ไหวจริงๆ

จะมีขั้นตอนนึงหมอจะเอาไฟส่องตาแล้วให้เรามองแสงด้วย ฝืนแทบแย่แน่ะ

แล้วก็ตอนขึ้นไปนอนบนเตียงเพื่อจะตรวจความหนาของกระจกตาเนี่ย พอนอนปุ๊บ โฮ้ยยย แสงส่องตา ขนาดปิดตาเรายังรู้สึกว่าแสงมันยังจ้าเลย

จะให้พยาบาลปิดไฟก็กลัวเค้าจะมองไม่เห็นแล้วตรวจพลาด เลยแค่หรี่ไฟลงมาหน่อย เอาแค่เราพอทนได้

แล้วเค้าก็จะเอาเครื่องมือเข้าไปจิ้มลูกตาเราค่ะ ไม่เจ็บหรอก ไม่น่ากลัว เราก็บอกเค้าว่าใช้แสงเยอะกว่านี้ได้นะคะ เค้าก็หัวเราะกัน แล้วแซวว่าคนไข้กลัวตรวจพลาด(ก็กลัวจริงๆนี่นา)

ตรวจเยอะแยะเลย โชคดีที่กระจกตาเราหนานะ เลยไม่ต้องใช้วิธีขูดตา ภาษาอังกฤษนี่เรียกว่าไรเราจำไม่ได้

คือเค้าจะมีสามแบบ

แบบแรกก็คือเลสิกแบบทั่วไป แบบว่าตัดกระจกตา แล้วก็ยิงเลเซอร์เข้าไปแล้วก็ปิดกลับลงมา

แบบที่สองสำหรับคนกระจกตาบาง จะมีเครื่องที่ขูดกระจกตาแล้วค่อยยิงเลสิกลงไป

แบบที่สามไม่มีทำในไทยค่ะ หมอบอกว่าเคยมีการทำให้คนเอเชียแล้วมันไปควักเนื้อในตาออกมามากเกิน(บรึ๋ยยย) ไม่เหมาะกับคนเอเชีย ขออภัยที่เราจำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไร

เห็นว่าถ้าค่ากระจกตาบนล่าง หลังจากทำรวมกันแล้วไม่ถึง 410 จะทำไม่ได้

มีคนนึงเค้าค่ารวมก่อนทำคือ 490 หมอว่าหลังจากทำแล้วจะค่าต่ำกว่า 410 ก็เลยต้องทำแบบขูดกระจกตาค่ะ (หมอเรียกเข้าไปฟัง 3 คนค่ะ)

ซึ่งในแบบที่ต้องขูดกระจกตา ถ้าคนที่เป็นคีลอย(แผลเป็นนูน) อาจจะเกิดแผลเป็นบนกระจกตาได้หลังจากทำเสร็จ และจะทำให้มองไม่ชัด เห็นเป็นฝ้าๆค่ะ

ซึ่งก็ไม่มีปัญหาค่ะ คุณหมอว่ามียาหยอดตาช่วยได้อยู่

แบบเลสิกธรรมดาจะหายเร็วกว่าแบบขูดกระจกตาค่ะ

เราเล่าแบบคร่าวๆนะคะ ถ้าเล่าละเอียดจะยาวๆๆ

คือหมอจะอธิบายข้อดี ข้อเสีย และผลที่อาจจะเกิดหลังการทำค่ะ

เราก็ทำใจยอมรับค่ะ ถ้าคิดจะทำแล้วก็ต้องยอมรับผลไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี

ยกตัวอย่างเช่นถ้าทำแล้วลูกตานูนออกมามากก็จะต้องมีการใส่คอนแทคเลนส์เพื่อดันลูกตา อันนี้ไม่ค่อยเข้าใจ คือคุณหมอไม่ได้อธิบายมาก เหมือนๆว่าไม่ค่อยจะเกิดขึ้น

หรืออาจจะมีการติดเชื้อแล้วตาบอดได้ ซึ่งกรณีนี้มีโอกาสแค่ 1 % ค่ะ(กรณีนี้เราว่าขึ้นอยู่กับการดูแลของคนไข้ค่ะ)

ขั้นตอนการตรวจอื่นๆเราไม่เล่านะคะ เพราะว่าคล้ายๆกับการตรวจเพื่อทำแว่นค่ะ

มีการตรวจว่าน้ำในตาเรามากน้อยแค่ไหน ของเราตาไม่แห้งค่ะ ชุ่มฉ่ำมาก

มีการทดสอบว่าเราถนัดตาข้างไหนด้วย ซึ่งของเราถนัดข้างซ้ายค่ะ

มีอีกอันคือวัดความโค้งของลูกตา เค้าจะหยอดยา(หรือน้ำตาเทียมก็ไม่รู้ไม่ได้ถามด้วย-*-)แล้วให้เรารอสักพัก แล้วก็ใช้เครื่องมือที่เป็นแก้ว มีลักษณะเหมือนกับแก้วที่ใส่น้ำยาล้างตา แต่อันเล็กกว่า แล้วก็ให้เราลืมตา เค้าจะใช้นิ้วถ่างหนังตาเราไว้ค่ะ แล้ววางแปะลงไป ให้มองขึ้นด้านบน แล้วก็เทน้ำยา(เราเข้าใจว่าเป็นน้ำตาเทียมค่ะ)เข้าไป แล้วก็เอาเครื่องมือที่มีแสงสีแดง ให้เรามองตรงจุดสีแดงไว้ค่ะ

โชคดีที่เราใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ เลยทำให้ขั้นตอนนี้ผ่านไปได้ง่าย (เค้าแซวว่าเพราะใส่คอนแทคประจำเลยไม่กลัวเวลาอะไรมายุ่งๆแถวตา)

อืมมม เท่าที่จำได้ก็มีแค่นี้ล่ะมั้ง ถ้าขาดตกอะไรไป ใครที่เคยไปทำช่วยเสริมด้วยนะคะ

เอาล่ะ คืนนี้เราจะกินยานอนหลับ รีบๆนอนตั้งแต่สามทุ่มเลย ตาจะได้ไม่เกร็งเวลาไปทำ

ไว้หลังทำแล้วผลเป็นยังไงจะมารายงานนะคะ น่าจะเป็นหลังจากนี้อีกอาทิตย์นึง

น้องบอกว่าหลังทำแล้ว ห้ามไอ(จะห้ามไงล่ะนั่น) ห้ามจาม ห้ามเบ่งอุจจาระ (เวรรรร) ไอ้ข้อห้ามพวกนี้จะทำได้ไงเล่า วู้

ไว้เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะถามข้อห้ามหมออีกทีค่ะ


ข้อควรปฏิบัติในวันที่ไปทำเลสิกนะคะ

งดใส่คอนแทคเลนส์ทุกชนิดก่อนการทำ 2-3 วัน เพื่อป้องกันการอักเสบของกระจกตา

ไม่ควรใส่เสื้อที่ต้องสวมผ่านศรีษะ ใส่เสื้อที่เป็นกระดุมค่ะ เพราะจะมีการครอบตา เวลาถอดเสื้อจะได้ไม่ไปโดน ทำให้แรงดันในลูกตาเปลี่ยน และควรเป็นผ้าที่ไม่มีขนนะคะ

ไม่ฉีดน้ำหอม ทาครีม ทาแป้ง หรือสระผม ในวันที่ไปทำ เพราะน้ำหอมจะทำให้แสงเลเซอร์ทำงานผิดปกติ

งดใช้เครื่องสำอางที่ต้องทารอบบริเวณตา อย่างน้อย 1 วัน

เราทำที่โรงพยาบาลกลางค่ะ ค่าตรวจตารอบแรก 700 บาท ค่าวัดสายตา 300 บาท

ค่าทำเลสิก 30,000 บาท เห็นแม่บอกว่ายังต้องมีค่ายาอีก 1,000 บาท แต่ว่าไม่แน่ใจว่าจะขึ้นหรือเปล่าน่ะสิ

เพราะว่าค่าตรวจตาของน้องเราที่ทำปีที่แล้ว รวมทั้งหมดแค่ 200 บาทเอง ส่วนค่ายาจำไม่ได้ แล้วไหง๋ผ่านไปแค่ปีเดียวค่าตรวจตาขึ้นมาเป็น 1,000 บาทล่ะเนี่ย

เอาเหอะ น้องเราบอกว่าทำแล้วก็ดีค่ะ เห็นไฟแตกๆตอนกลางคืนแค่อาทิตย์เดียวเอง

ขอบคุณที่อ่านเราบ่นจนจบนะค้า จุฟๆ



Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 22 กรกฎาคม 2553 13:36:48 น.
Counter : 1451 Pageviews.

2 comments
  
เข้ามาอ่านค่ะ ระเอียดดี เราก็กะจะทำปีนี้ เลยมาหาความรู้ซะหน่อย เหอๆๆ

ห้ามเบ่งอุจจาระ 55+

มองเห็นไวๆนะคะ ซาบซ่านๆๆ
โดย: คอมี๋ย่างแซ๊บแซ่บ วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:15:50 น.
  
เอ๋อ พิมพ์ผิด อายยย ละเอียด เหอๆๆ

ดูแลสายตานะจ๊ะ ห่างคอมๆๆ 55+
โดย: คอมี๋ย่างแซ๊บแซ่บ วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:17:09 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Rita_Bunny
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



ในโลกที่สับสนวุ่นวาย ใครกันที่ถูกพิษรัก
ในห้วงทะเลที่กว้างใหญ่ ใครกันดื่มยาแห่งความรักจนหมด
ฟ้าไร้ขอบเขตและผืนดินไม่สิ้นสุดกลายเป็นความว่างเปล่า
หน้าเพจรีวิวการทำอาหารของเราค่ะ เปิดหน้าเพจครั้งแรก 31 มีนาคม 2554 ทำอาหารในแบบง่ายๆ ตามสไตล์ Rita โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ