Group Blog
มิถุนายน 2554

 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
2 มิถุนายน 2554
พิซซ่า...โฮมเมด

เราชอบกินพิซซ่ามากค่ะ แต่มีความรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้พิซซ่าที่ซื้อจะให้หน้า+ชีสน้อยจัง

อย่ากระนั้นเลย เราก็ทำอาหารเป็นอยู่แล้ว ก็ทำเองเลยดีกว่า ใส่หน้าเยอะแค่ไหนก็ได้ตามใจชอบ

ก็เลยออกมาเป็นเมนูนี้ค่ะ




แป้งพิซซ่า
แป้งห่าน 2 1/2 ถ้วยตวง (แป้งว่าว,แป้งสาลี,แป้งสาลีเอนกประสงค์)
ยีสต์ 2 ช้อนชา
นม 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ (น้ำมันพืชทั่วไปก็ได้นะ)
น้ำอุ่น 3/4 ถ้วยตวง (เอาหลังมือแตะๆแล้วรู้สึกว่าอุ่นก็พอ ไม่ต้องร้อนมาก)
เกลือ 1/4 ช้อนชา

หน้าพิซซ่า
กุ้งแช่แข็ง,โบโลน่า,ไส้กรอก,เห็ด (อะไรก็ได้ตามใจเราชอบเลย)
มอสซาเรลล่าชีส
พาเมซานชีส
เชดด้าชีส
(ใช้แค่มอสซาเรลล่าชีสชนิดเดียวหรือจะใช้ชีสหลายชนิดก็ได้ค่ะ)

ไม้คลึงแป้ง(พอดีไม้คลึงแป้งของเราราขึ้น เลยใช้ขวดซอสแทน)


ซอสมะเขือเทศที่ทำไว้เมื่อคราวที่แล้ว //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=rita-bunny&group=24

หรือถ้าขี้เกียจทำก็ซื้อซอสมะเขือเทศสำหรับทำพิซซ่าสำเร็จมาเลยก็ได้


เทแป้งลงในชาม ขุดตรงกลางไว้

ใส่ของแห้งลงไปก่อน แต่อย่าใส่เกลือลงในยีสต์โดยตรง เนื่องจากเกลือจะทำให้ยีสทำงานได้น้อยลง แป้งมันจะไม่ฟู
(แอบขุดแป้งจุดอื่นแล้วใส่เกลือลงไป)

แล้วใส่พวกของเหลวลงไป


นวดๆๆเข้า ถ้านวดในชามไม่ถนัด ก็เอามานวดบนโต๊ะ

ก่อนจะนวดบนโต๊ะ ก็เอาแรปฟิล์มใสปูก่อน จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องความสะอาด

นวดๆให้แป้งเนียนๆ แต่เรานวดมือแรงเราไม่เยอะ ได้แค่นี้ก็โอเคแล้ว

จริงๆจะให้ดีต้องนวดจนเวลาดึงแป้งแล้วเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ

แต่เราไม่สามารถนวดแค่นี้ก็เหนื่อยมากแล้วล่ะ -*- (แต่ออกมาก็อร่อยดีนะ)


นวดเสร็จก็นำใส่ชาม แล้วแรปฟิล์มใสทิ้งไว้จนแป้งขึ้นเป็นสองเท่า

จะทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง หรือหนึ่งชั่วโมง ก็แล้วแต่สภาพอากาศ

ถ้าอากาศร้อนมากก็ขึ้นไว ถ้าอากาศเย็นแป้งก็ขึ้นฟูช้า

ของเราทิ้งไว้สองชั่วโมง (เพราะดูหนังเพลินไปหน่อย)


หลังจากแป้งขึ้นเป็นสองเท่าแล้ว เราก็เอามาต่อยๆไล่อากาศซะ

ถ้าจะให้แป้งกรอบอร่อยมากขึ้น แนะนำให้แรปฟิล์มใสแล้วทิ้งไว้ให้ขึ้นฟูเป็นสองเท่าอีกรอบ

แต่เราหิวแล้ว เลยไม่ทิ้งแล้วล่ะ อบกินเลย


นำแป้งมาโรยๆ แล้วก็แบ่งแป้งมา (ให้เอาแรปฟิล์มใสปูที่โต๊ะก่อนโรยแป้งนะคะจะได้ไม่กังวลเรื่องความสะอาด)

ให้พระเอกอย่างขวดซอส คลึงๆให้แป้งแผ่ออก

แป้งจะหนาจะบางก็ตามใจเราชอบ อย่าให้หนามากเพราะเดี๋ยวมันจะขึ้นฟูอีกตอนอบ

ลองอบชิ้นนึงก่อนก็ได้ ดูว่าแป้งที่เราได้มันขึ้นฟูมากน้อยแค่ไหน แล้วชิ้นต่อมาเราจะปรับแป้งหนาบางได้ถนัดขึ้น

**และถ้ากังวลว่าจะรับประทานไม่หมดในครั้งเดียวแล้วล่ะก็ ให้เราอบแป้งไว้ก่อน แล้วก็ใส่ถุงแช่ช่องฟรีสไว้ พออยากกินเมื่อไหร่ ก็เอาแป้งพิซซ่าที่อบไว้แล้วมาแต่งหน้าตามชอบแล้วใช้เตาติ้งอบ 10 นาทีก็หม่ำได้แล้ว


นำแป้งที่แผ่แล้วมาใส่ถาดไว้ (เราหาถาดเล็กๆไม่ได้เลยเอาถาดฟรอยนี่ล่ะ หาถาดไม่ได้จริงๆก็เอาจานเซรามิคทนไฟนั่นแหล่ะ แล้วปูด้วยกระดาษฟรอยอีกที)

ทาซอสลงไป แต่งหน้าตามใจชอบ แล้วโปะชีสลงไปตามชอบ


อบไฟแรง 180 องศาเซลเซียส หรือ 375 องศาฟาเรนไฮน์

ใช้เวลาในการอบ 20-25 นาที แล้วแต่ขนาดของพิซซ่า


อบเสร็จแล้ว เตรียมตัวแงะออกจากถาดล่ะ


แต่นแต๊นนน เรียบแล้วแล้วค่า


จากนั้นเรามาลองอบด้วยเตาติ้งดูซะหน่อย ก็ไอ้เจ้าเตาปิ้งขนมปังที่ตั้งได้แต่เวลา แต่ตั้งอุณหภูมิไม่ได้น่ะแหล่ะ

คลึงแป้งให้เป็นรูปนี้ คล้ายๆนันเลยแฮะ ขอแป้งบางๆหน่อย


จากนั้นก็เอาแป้งไปอบ 10 นาที ให้แป้งสุกก่อน

จากนั้นก็แต่งหน้าตามชอบ แล้วนำไปอบอีกทีให้ชีสละลายเยิ้มๆๆ ประมาณ 5-10 นาที

แต่บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าใช้เห็ดฟางน่ะ ให้นำเห็ดไปลวกก่อน ไม่งั้นตอนอบน้ำจากเห็ดออกมาผสม กลิ่นแปลกๆเลยแหล่ะ -*-

อันนี้ของเพื่อนเรา เค้าไม่กินเนื้อสัตว์บก เพราะว่าตอนเรียนจบต้องไปใช้ทุนที่โรงพยาบาล ใกล้ๆโรงพยาบาลนั้นมีโรงฆ่าสัตว์อยู่ ทุกครั้งที่เค้าไปกินข้าวที่ร้านอาหารแถวนั้น จะต้องมีรถขนสัตว์ไปโรงฆ่าสัตว์ทุกครั้งไป เค้าก็เลยกินไม่ลง เลิกกินไปเลย หลังจากนั้นเวลาไปกินข้าวแถวนั้นก็ไม่เคยเห็นรถขนสัตว์อีกเลย แปลกจริงๆ


เสร็จแล้ว เหมือนแป้งนันจริงๆด้วย อิอิ

ใครไม่มีเตาอบ มีแต่เตาแก๊สแล้วอยากกินพิซซ่าก็ทำได้นะ

แต่ให้ใช้กระทะเทฟล่อน ทาน้ำมันบางๆบนกระทะแล้วนำแป้งลงไป คล้ายๆจะจี่แป้งให้สุกน่ะ

พอแป้งสุกก็แต่งหน้าตามชอบ แล้วก็หาอะไรมาปิดกระทะไว้ เปิดไฟอ่อนๆ อบไว้ให้ชีสละลาย

เห็นมั๊ย ไม่ยากเลย ทำพิซซ่ากินเองง่ายๆ ในราคาไม่สูงมากที่บ้านก็ได้เนอะ



Create Date : 02 มิถุนายน 2554
Last Update : 3 มิถุนายน 2554 12:12:03 น.
Counter : 4201 Pageviews.

9 comments
  
จัดเต็มหน้าเลยนะเนี่ยะ
น่ากินจังค่ะ
โดย: hellojaae (hellojaae ) วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:15:23:16 น.
  
เก่งทุกอย่างเหมาะสมกับกุลสตรีจริงๆ ...
เสียดายไม่มีลูกชายจะได้ขอมาเป็นสะใำภ้
โดย: ยายซิ่ง IP: 182.53.17.2 วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:15:29:23 น.
  
คุณริต้า ทำอาหารน่าทานทุกอย่างเลยค่ะ
โดย: เทวดามิคาเอล วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:15:41:07 น.
  
น่ารับประทานมากค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:15:51:50 น.
  
น่าทานมากค่ะ จะลองทำเองดูบ้างนะคะ
โดย: ลูกน้ำกว๊าน วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:16:06:04 น.
  
น่าทานจริงๆ ค่ะ
โดย: Close To Heaven วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:16:35:50 น.
  
ชีสเยิ้มๆเลยคราบบบ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:17:30:23 น.
  
น่ากินจัง
โดย: kordang วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:18:06:56 น.
  
น่ากินดีอ่ะตัว ลาซานญ่าด้วยดิ
โดย: นนนี่มาแล้ว IP: 115.87.7.38 วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:20:01:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Rita_Bunny
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



ในโลกที่สับสนวุ่นวาย ใครกันที่ถูกพิษรัก
ในห้วงทะเลที่กว้างใหญ่ ใครกันดื่มยาแห่งความรักจนหมด
ฟ้าไร้ขอบเขตและผืนดินไม่สิ้นสุดกลายเป็นความว่างเปล่า
หน้าเพจรีวิวการทำอาหารของเราค่ะ เปิดหน้าเพจครั้งแรก 31 มีนาคม 2554 ทำอาหารในแบบง่ายๆ ตามสไตล์ Rita โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ