Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
17 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
นั่นล่ะคือ.. การซุบซิบนินทา

[เรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ตอนอื่น]


เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมไปดูหนังเรื่อง DOUBT ที่ลิโด้ สยามสแควร์มาครับ

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่าง บาทหลวง กับ บรรดาแม่ชี ในโบสถ์แห่งหนึ่ง ซึ่งภายในโบสถ์นั้นก็จะมีโรงเรียนที่เปิดรับนักเรียน คล้าย ๆ กับโรงเรียนคริสต์บ้านเรา โดยบรรดาแม่ชีกับบาทหลวง ก็จะมีอีกสถานะนึง คือจะเป็นครูผู้สอนด้วย

ในเรื่อง บาทหลวงที่เป็นตัวเอกเนี่ย เป็นครูพละ แม่ชีสาว ๆ คนนึงเป็นครูประจำชั้น และสอนประวัติศาสตร์ด้วย แล้วก็มีแม่ชีอายุมากอีกคนที่เป็นตัวเอก เป็นครูใหญ่ของโรงเรียน

อ๊ะ ๆ ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งเข้าใจไปว่า เป็นเรื่องชู้สาวระหว่าง บาทหลวงกับแม่ชีนะ มันไม่ใช่อย่างนั้น

หนังเรื่องนี้เปิดเรื่องด้วยการเทศน์ของบาทหลวงเรื่อง "ความสงสัย" โดยคำสรุปของบทเทศน์นั้นก็คือ "Doubt can be a bond as powerful and sustaining as certainty"

ถ้าจะให้ผมแปล ผมก็จะแปลประมาณว่า ความสงสัย (ในสิ่งหนึ่งนั้น) มันจะผูกมัดใจเราไว้อย่างรุนแรงและมั่นคง ราวกับว่า เป็นความแน่ใจ (ว่าสิ่งนั้น ได้เป็นไปอย่างที่เราสงสัย อย่างแน่นอน)

เรื่องของเรื่องก็คือ บรรดาแม่ชี ไม่ว่าคนสาว หรือ คนแก่ เกิดไปสงสัยพฤติกรรมบางอย่างของบาทหลวง !! ก็เลยจับกลุ่มซุบซิบนินทา ตั้งสมมติฐานไปเรื่อย




หนังเรื่องนี้มีประเด็นข้อคิดต่าง ๆ มากมาย แต่ที่จะมาเล่าเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ให้ฟังในวันนี้ ผมเอามาจากบทเทศน์บทนึงของบาทหลวง ในเรื่องเกี่ยวกับ การนินทา ผมเห็นว่าน่าสนใจดีก็เลยจะมาถ่ายทอดให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันครับ



หญิงกลุ่มหนึ่งได้จับกลุ่มซุบซิบนินทาถึงผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งอันที่จริงแล้ว พวกเธอไม่ได้รู้จักหรือรู้เรื่องจริง ๆ ของชายคนนั้นสักเท่าไหร่ ในคืนนั้น หญิงคนหนึ่งที่เป็นคนเริ่มต้นเรื่องนินทาได้ฝันไปว่า มีมือขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นเหนือท้องฟ้า มือนั้นชี้นิ้วมายังเธอ ทันใดนั้น เธอก็ตกใจตื่นขึ้นจากฝัน

เธอเกิดความรู้สึกแปลก ๆ แล้วสงสัยว่า เธอได้ทำอะไรบางอย่างที่มันผิดบาปหรือเปล่า

วันรุ่งขึ้นเธอจึงไปพบกับบาทหลวง เธอเล่าฝันให้ฟังแล้วถามบาทหลวงว่า "การซุบซิบนินทาเป็นบาปหรือเปล่าคะ" แล้วถามต่อว่า "มือที่ชี้มาในฝันนั้นคือพระหัตถ์ของพระเจ้าใช่หรือเปล่าคะ" เธอยังคงมีความสงสัยอยู่ "หลวงพ่อคะ สรุปแล้วฉันทำผิดใช่ไหมคะ"

"ใช่แล้ว เธอทำบาปมหันต์เลย และเธอควรจะละอาย" บาทหลวงตอบต่อเธอ

หญิงคนนั้นรู้สึกผิด และ ละอายต่อบาปมาก เธอจึงขอร้องต่อบาทหลวงให้อภัยบาปนั้นให้เธอ

"ช้าก่อน ตอนนี้พ่อยังอภัยบาปให้เธอไม่ได้หรอก ก่อนอื่น ขอให้เธอกลับไปบ้าน ไปเอาหมอนมาใบนึง แล้วถือขึ้นไปชั้นบนดาดฟ้า แล้วเอามีดกรีดหมอนใบนั้นให้ขาด แล้วค่อยกลับมาหาพ่อที่โบสถ์อีกครั้ง" บาทหลวงกล่าวต่อหญิงผู้นั้น

เธอกลับไปที่บ้าน ขึ้นไปบนดาดฟ้า เอามีดกรีดหมอนแบบที่บาทหลวงสั่งทุกประการ แล้วจึงกลับไปหาบาทหลวงที่โบสถ์

"ทำแบบที่พ่อสั่งแล้วใช่ไหม เธอเห็นอะไรบ้าง" บาทหลวงถาม

"ใช่แล้วค่ะ ในหมอนก็มีขนเป็ดอยู่" เธอตอบ

"อะไรนะ ขนเป็ดเหรอ แล้วไงต่อ" หลวงพ่อถาม

"ใช่ค่ะ ขนเป็ดที่อยู่ในหมอน มันปลิวว่อน ออกมาเต็มไปหมด" เธอตอบ

"ดีมาก เอาล่ะ ทีนี้เธอกลับไปที่บ้านนะ ไปเก็บเอาขนเป็ดที่ปลิวออกมาจากหมอนใบนั้นน่ะ เก็บมาให้หมดเลยนะ ทุกชิ้นเลย" หลวงพ่อสั่ง

"จะไปทำอย่างนั้นได้ยังไงล่ะคะ ลมพัดขนเป็ดพวกนั้นปลิวไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้ค่ะ" เธอตอบอย่างหงุดหงิด

"นั่นล่ะคือ.. การซุบซิบนินทา" หลวงพ่อตอบ

อาเมน...



หนังเรื่องนี้ดีมากเลย ที่จริงอยากเขียน review ถึงเป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้ แต่ผมไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ ก็เลยเอาบางฉากบางประเด็นเช่นเรื่องนินทานี้มาเขียนเล่าไว้ ถ้าหากคุณผู้อ่านได้มีโอกาสดูหนังเรื่องนี้ ได้ฟังบาทหลวงในเรื่องเทศน์ สลับกับภาพขนเป็ดที่ปลิวว่อนไปบนจอ พร้อม ๆ กับใบหน้าตกใจของหญิงคนนั้น (สลับกับหน้าแม่ชีที่กำลังคิดว่ากำลังถูกหลอกด่าหรือเปล่า)

มันจะได้อารมณ์กว่าที่ผมเขียนเล่านี่อีกหลายเท่า

บางที การที่เราสงสัยใครคนใดคนหนึ่งว่ามีความผิด โดยที่เรายังไม่รู้ว่าเค้าผิดจริงหรือเปล่า แต่เราก็ยังสงสัย เราก็จะจับกลุ่มคุยกัน คุยไปคุยมาก็อาจจะเป็นการเอาเรื่องไม่จริงมาพูดกันก็ได้ กลายเป็นการซุบซิบนินทาไป

ซ้ำร้ายเรื่องโกหกเหล่านั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่มีคนเชื่อกันว่าเป็นเรื่องจริง (ดีไม่ดีตัวคนพูดเองอาจแยกเรื่องจริงกับเรื่องหลอก ออกจากกันไม่ได้อีกด้วย) แล้วพร้อมที่จะแพร่กระจาย ปากต่อปาก จนเข้าใจผิด ๆ กันไปทั่ว

นี่ยังไม่นับว่า อาจจะมีการสร้างหลักฐานเท็จ หรือแต่งเรื่องขึ้นใหม่ เพื่อสนับสนุนข้อสงสัย (ที่คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องจริงแน่แล้ว) นั้นอีกด้วย



"Doubt can be a bond as powerful and sustaining as certainty"

อยากให้ทุกคนได้ดูเรื่องนี้จริง ๆ และถ้าได้ดูจนจบเรื่อง ก็จะยิ่งรู้สึกอินกับประโยคนี้มากขึ้นครับ


[เรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ตอนอื่น]


Create Date : 17 เมษายน 2552
Last Update : 17 เมษายน 2552 21:16:07 น. 6 comments
Counter : 923 Pageviews.

 
จดๆๆ

ไว้มีโอกาสจะตามไปดูบ้างค่าา


โดย: เลดี้มาเฟีย วันที่: 17 เมษายน 2552 เวลา:20:27:44 น.  

 
อ่านเรื่องนี้หลายรอบ พยายามตามความคิดว่าทั้งหนังเรื่องนี้และเจ้าของ Blog ต้องการสื่ออะไร

แต่จนแล้วจนรอด ก็ได้แต่สงสัยว่าเค้าจะบอกอะไรหนอ?

เพราะสงสัย เราจึงสนใจ เพราะสนใจเราจึงบอกต่อ เพราะบอกต่อๆกันหลายๆคน...จึงเป็นการนินทา

ข้าพเจ้าขอสรุปสั้นๆแบบนี้ละกัน...นะ


.....ว่าจะจบแล้วเชียว แต่พอดี ผบ.ทบ.กำลังให้สัมภาษณ์ทางทีวีด้วยเสียงเข้มๆว่า "ขอยืนยันว่า ทหารไม่ได้ใช้ความรุนแรงจนทำให้ประชาชนเสียชีวิต ผมขอเอาชีวิตเป็นประกัน...ต่อไปจะได้ไม่สงสัยอีก...!!!"

หรือว่าท่านอ่าน Blog นี้ โดยเฉพาะข้อความเด่นโดนใจบรรทัดสุดท้ายที่ว่า....."Doubt can be a bond as powerful and sustaining as certainty"


...ความสงสัยเป็นสิ่งที่พันธนาการจิตใจคน จนทำให้เชื่อในสิ่งนั้นๆว่าเป็นอย่างนั้นจริง...


รีบจบดีกว่า...ก่อนที่จะทำให้เจ้าของ Blog เดือดร้อน อิอิ




โดย: มะยม IP: 117.47.116.30 วันที่: 18 เมษายน 2552 เวลา:12:03:33 น.  

 
เรื่องนี้อยากดูเพราะนักแสดงเลย แต่ก็ไม่อยากจะเครียดเท่าไร ช่วงนี้


โดย: cottonbook วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:19:10:44 น.  

 
คู่กันกับใส่ร้ายป้ายสี


โดย: แสงตะวัน IP: 203.209.97.249 วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:21:49:56 น.  

 
ลุง ไม่ได้คุยกันนานมาก คิดถึงเด้อ


โดย: vodca วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:20:32:06 น.  

 
ฝันดีค่ะคุงลุง


โดย: นู๋เดียร์ (nadear_ku ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:57:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Plin, :-p
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









Instagram






บันทึก ท่องเที่ยว เวียดนาม


e-mail : rethinker@hotmail.com


Friends' blogs
[Add Plin, :-p's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.