@@@///--มุ่งมั่นต่อไปก็เพื่อชีวิต--///@@@
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
5 ขั้นตอน ของความรู้สึกที่เรียกว่า อกหัก

เวลาที่คนเราอกหัก มีอยู่สองประโยคที่ผู้คนรอบตัวมักจะนำมาพูดเพื่อปลอบใจคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นอยู่
เสมอ นั่นก็คือ ‘เวลาจะช่วยเยียวยาบาดแผลทุกชนิดได้’ และ ‘เมื่อประตูบานหนึ่งปิดลง ประตูอีกบานก็จะเปิดรอรับเราอยู่เสมอ’

แต่กว่าจะถึงเวลานั้น ไม่ว่าใครต่างก็รู้สึกว่า เวลาแต่ละเสี้ยววินาที ช่างเนิ่นนาน และผ่านไปยากเย็นเหลือเกิน แต่ก็ขอให้เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าจะใช้เวลานานขนาดไหน ทุกสิ่งทุกอย่างจะผ่านไปตามกาลเวลา
กว่าจะผ่านช่วงเวลาที่ความคิดและความรู้สึกตกผลึกมาได้ ยังมีขั้นตอนอีกมากมาย กว่าที่เราจะผ่านจุดนั้น

Elisabeth K?bler Ross แพทย์หญิงผู้สนใจประเด็นทางสังคมและจิตวิทยา ได้อธิบายขั้นตอนของความโศกเศร้าที่มักจะเกิดขึ้นระหว่างที่คนเราเกิดความโศกเศร้าจา
กการสูญเสีย อันเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อว่า K?bler-Ross model ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ
1. ปฏิเสธ
ตอนนี้คุณยังไม่เชื่อว่าเรื่องราวเหล่านี้ กำลังเกิดขึ้นกับคุณ คุณแยกตัวเองออกมาจากสังคมและเพื่อนฝูง เพราะคุณยังทำใจไม่ได้ วิธีที่จะช่วยให้คุณผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ก็คือ อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เพราะคนที่รักคุณจริงๆ ทั้งเพื่อนฝูงหรือพ่อแม่ ย่อมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ

2. เกรี้ยวกราด
คุณคิดว่าคนๆ นั้นกล้าดียังไง ถึงมาทำแบบนี้กับคุณ ตอนนี้คุณอาจจะโกรธทั้งตัวเขาและตัวคุณเองว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องเลิกรากันไป ลองพยายามขจัดอารมณ์โกรธของคุณ ด้วยการเขียนจดหมายถึงเขา แต่ห้ามส่งจดหมายนี้เด็ดขาด หลังจากนั้นลองกลับมาอ่านจดหมายนี้ใหม่ในอีกวันถัดมา แล้วคุณอยากเก็บไว้ หรือจะขยำทิ้งก็ไม่มีใครว่า เขียนไปเรื่อยอารมณ์รุนแรงจะค่อยๆ ลดลงทุกวัน จะเขียนเป็นบันทึกเลยก็ไม่เป็นไร

3. ลดคุณค่าตัวเอง
ในขั้นนี้คุณจะลดคุณค่าตัวเองลงมา โดยบอกเขาว่า จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เขากลับมา อะไรก็ได้ที่จะทำให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม หรือคุณอาจจะพยายามทำอะไรแปลกๆ เพื่อให้เขากลับมาจนถึงขั้นขาดสติ เช่น โทรตามตื้อไม่หยุด แม้ว่าเขาจะไม่รับโทรศัพท์คุณเลยก็ตาม

4. ซึมเศร้า
คุณอาจจะยังรู้สึกโกรธ โศกเศร้า รู้สึกผิด ทุกสิ่งทุกอย่างผสมกันอยู่ในตอนนี้ แล้วสิ่งเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นอาการซึมเศร้า คุณไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร เหนื่อยแม้กระทั่งหายใจ เพราะคุณสูญเสียการควบคุมทั้งอารมณ์และร่างกายตนเอง ถ้าคุณอยู่ในระหว่างขั้นตอนนี้นานเกินไป จนเสียงานเสียการ ให้ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างจิตแพทย์ดู

5. ยอมรับ
คุณเริ่มเข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น คุณไม่รู้สึกโกรธเกรี้ยว หรือจมอยู่ในความเศร้าเหมือนที่ผ่านมา เวลาที่คิดถึงเขา คุณไม่ได้รู้สึกอารมณ์รุนแรงเหมือนเมื่อก่อน ทั้งในแง่บวกหรือลบ คุณสามารถที่จะกลับมามีชีวิตของคุณได้อีกครั้ง มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงเหมือนเดิม

กว่าจะมาถึงขั้นที่ 5 นั้น Emily Battadlia นักเขียนด้านสุขภาพจากเวบไซต์ LifeScript ให้คำแนะนำสำหรับคนที่ยังทำใจไม่ได้สักที หรือกำลังอยู่ในระหว่างช่วงที่ 2 โดยเธออธิบายว่า ในช่วงนี้คุณจะยอมทำทุกอย่างเพื่อรั้งเขาไว้ แม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ คุณอาจจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อติดต่อเขาทั้งโทรศัพท์ อีเมล ไปหาที่บ้าน เฝ้าถึงที่ทำงาน ซึ่ง Emily บอกว่า ห้ามทำเด็ดขาด

เหตุผลแรก
เพราะผู้หญิงส่วนมากมักจะบอกตัวเองว่า แฟนเก่าของพวกเธอยังคงคิดถึงเธออยู่ เหมือนที่เธอยังคงคิดถึงเขาอยู่ แต่ถ้าเขาไม่ได้คิดอย่างคุณล่ะ? คุณคงไม่อยากดูเป็นคนสิ้นหวังและไร้ค่าในเวลาเดียวกัน

เหตุผลที่สอง
ยิ่งคุณติดต่อเขามากเท่าไหร่ คุณยิ่งไม่สามารถจะก้าวผ่านมันไปได้ ขอให้คุณจำเอาไว้ว่า ทุกครั้งที่คุณโทรหาเขา ไปหาเขา เขียนอีเมลหาเขา คุณยิ่งก้าวถอยหลังไปเท่านั้น ถึงแม้ว่าการบังคับตัวเองไม่ให้ติดต่อเขา จะเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ แต่คุณก็ต้องพยายามฝืนความรู้สึกนั้นเอาไว้ ซึ่งหมายความว่า ห้ามมีข้ออ้างว่าจะไปเอาถุงเท้าที่ลืมไว้ที่บ้านเขาข้างหนึ่ง หรือตั้งใจไปงานเลี้ยงที่รู้ว่า เขาจะต้องไปแน่ๆ รวมถึงการโทรหาเขาตอนกลางคืนอันเป็นผลมาจากอารมณ์หงอยถึงขีดสุด ท่องเอาไว้เสมอว่า พรุ่งนี้เป็นวันใหม่ที่จะนำโอกาสและความหวังใหม่มาให้คุณ และถ้าอยากคุยกับใครสักคน ก็ให้โทรหาเพื่อนของคุณแทนและพยายามทำใจให้เร็วที่สุด แทนที่จะจมปลักอยู่กับอดีต ก็ลองเอาเวลาที่คุณมีอย่างเหลือเฟือมาเปิดโลกใหม่ให้ตัวเอง ด้วยการทำในสิ่งที่คุณอยากทำในอดีต แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำเมื่ออยู่กับเขา หรือพบปะสังสรรค์กับผู้คนใหม่ๆ ทั้งหญิงและชาย แต่พยายามอย่าทำอะไรที่คุณและเขาเคยทำด้วยกันในอดีต และเมื่อคุณแน่ใจแล้วว่า คุณไม่ได้รู้สึกอะไรพิเศษกับแฟนเก่าของคุณอีกต่อไป คุณก็สามารถเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ได้ เมื่อคุณรู้สึกว่าตัวเองพร้อมแล้ว อย่าปิดกั้นตัวเอง

จากนั้นเมื่อคุณผ่านความรู้สึกเหล่านั้นไปได้ ให้เอาบทเรียนที่เกิดขึ้นนี้ มาทำความเข้าใจและเรียนรู้มัน ลองอธิบายเหตุผลว่า ทำไมคุณถึงเลิกกัน ลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ แล้วดูว่าแต่ละข้อเกิดจากอะไร เมื่อคุณได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดนั้นแล้ว คุณก็ควรจะบอกตัวเองไม่ให้ทำสิ่งเหล่านั้นอีกในความสัมพันธ์ครั้งใหม่

ที่มา : army2004.com




Create Date : 06 พฤษภาคม 2550
Last Update : 6 พฤษภาคม 2550 16:47:19 น. 12 comments
Counter : 424 Pageviews.

 


นึกก่อนตอนเวลาอกหักเป็นไงหนอ
เข้าประเด็นไหนล่ะ
รู้แต่ว่า
ไม่เคยโทรศัพท์ไปเล่าให้เรื่องทุกข์ร้อนให้ใครฟัง
ไม่ว่าจะเดือดร้อนเรื่องอะไร
แต่พออกหักทำเลยล่ะเพราะรู้สึกว่าชีวิตเศร้ามากๆ
แล้วก็ได้แง่คิดได้สติจากเพื่อนเตือนสตินี่แหละ
พอตอนนี้ผ่านมา
มองคนอกหักคนอื่นแล้วเป็นเรื่องธรรมดา
มองปัญหาต่างๆ ตีโจทย์แตก
ว่าทุกสิ่งทุกอย่างแก้ไขได้หมด
ถ้ามีสติ
ขอบคุณที่นำสิ่งดีๆ มาให้อ่านเจ้าค่ะ
ฝนตกบ่อยๆ รักษาสุขภาพเน้อ


โดย: อุ้มสี วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:47:13 น.  

 
คุณ.. อุ้มสี 6 /05 2550 16:47:13 น.
=====================
ไปหลงทางฟังเพลงในบล๊อกคุณตั้งนาน อิ..อิ...
เวลาอดีตก็หวนกลับมซ้ำรอยเรื่อยๆ เป็นวงรอบ ผ่านมาแล้วก็ผ่านเลย ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ...
=====================


โดย: naigod วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:51:44 น.  

 
เราซึมเศร้าค่ะ แล้วสุขภาพจิตรวมทั้งสมองก็เสียไปเยอะเลยยยยแหละ เฮ้อ..



โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:37:30 น.  

 
คุณ.. สาวไกด์ใจซื่อ 7 /05 2550
====================
แต่ก็ผ่านเวลานั่นมาได้ด้วยดีใช่มั้ยครับ


โดย: naigod วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:19:53:40 น.  

 
ถึงจะมีคำพูดที่ฮิตกันว่า “อกหักดีกว่ารักไม่เป็น” แต่นี่เป็นคำที่คนอกหักรับไม่ได้ เพราะมันเจ็บปวดทรมานเหลือแสน โดยเฉพาะความรักครั้งแรกที่โลกทั้งโลกเหมือนกับจะมีแต่เขาคนเดียว เขาคือทุกอย่างของเรา ยิ่งรักมากเท่าไร ก็ยิ่งอยากให้เขาอยู่กับเรา เป็นส่วนหนึ่งของเรามากเท่านั้น จู่ๆ เขามาเปลี่ยนไป ไม่ใช่ของเราอีกแล้ว ไม่แคร์เราอีกแล้ว ลองคิดดูว่าถ้าเป็นเราจะรู้สึกยังไง เจ็บไหม

อาการอกหักมีหลายแบบ บางคนอกหักดังเปาะ ประเภทว่าเขาไม่มีเยื่อใย ไม่พูดด้วย ไม่ให้โอกาสอธิบายหรือแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น เรียกว่าเป่านกหวีดยาวหมดเวลา จบกันไป

ส่วนอีกประเภทเป็นแบบพยายามจะบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป ไม่ทำอะไรด้วยกัน ค่อยๆ เงียบหายไป จนถึงที่สุดก็มีคำอธิบายที่ฟังยังไงก็ยังทำใจไม่ได้

“ผมไม่ดีพอ ผมไม่อยากขัดขวางอนาคตคุณ”
".... งั้นขอฉันเป็นคนเลวก็แล้วกัน แกจะกลับมามั๊ยเนี่ย ?!!?"

“เราไม่มีอะไรที่เข้ากันได้เลย”
" ... อ้าว! ไหงเมื่อก่อนเห็นบอกว่าคุณคือส่วนเติมเต็มของชีวิตที่ฉันขาดไป ?!!?"

สรุปแล้ว ยังไงๆ ก็จะเลิก ว่างั้นเถอะ ถึงเรื่องอกหักจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนาทีละ 12 คน (เดาเอานะ ให้ฟังน่าเชื่อถือหน่อย) แต่ทุกคนจะรู้สึกว่าที่ตัวเองเจอหนักที่สุด โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ที่ยังเป็นแผลสดอยู่ เวลาที่รู้สึกว่าถูกปฏิเสธความรู้สึกดีๆ ที่เราทุ่มเทให้กับคนที่เราคิดว่าเป็นคนพิเศษ ทุกคนอดคาดหวังไม่ได้ว่าจะได้รับความรัก ความทุ่มเทกลับมาหาตนเองด้วย นี่ก็ไม่ผิดที่คิดอย่างนั้น เป็นธรรมชาติของคนเราที่คิดว่าโลกจะต้องยุติธรรมต่อตนเอง คือเราจ่ายไปเท่าไรก็น่าจะได้กลับมาเท่านั้น

แต่ ... โลกนี้ไม่ยุติธรรมเสมอไปครับ โดยเฉพาะกับคุณๆ ที่อกหัก ที่แน่ๆ คือ เรามั่นใจได้เฉพาะความรู้สึกของเรา แต่ไม่สามารถไปกะเกณฑ์ให้อีกฝ่ายรู้สึกอย่างที่เราต้องการได้ คิดอย่างแฟร์ๆ ถ้ามีคนหนึ่งมารักเรา แต่เผอิญเป็นคนที่พอเราคบไปสักพักแล้วรู้สึกเซ็งเป็นที่สุด เราก็คงอยากจะปฏิเสธเขาเหมือนกัน

ที่นี้ เรากลับเป็นฝ่ายที่ถูกเซ็งซะเนี่ย มันก็เลยเกิดคำถามว่า ทำไมถึงต้องเป็นเรา ตอบอย่างกำปั้นทุบดินต้องบอกว่า ก็เพราะเราเลือกอย่างนี้เอง ถ้าไม่ไปรักเขาก็ไม่ต้องมานั่งอกหักให้เสียน้ำตา เรื่องความรักเป็นเรื่องเลือกไม่ได้ เรายังเลือกรักเขา ไม่รักคนอื่น เขาก็เลือกที่จะไม่รักเราได้เหมือนกัน

ที่เจ็บปวดคือ ความรู้สึกไม่สมหวังในรัก ทำให้รู้สึกว่าเราเองไม่มีคุณค่าพอที่จะมีใครมารัก ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่ปฏิเสธเรา เป็นข้อสรุปที่ทำให้ปวดใจ ไม่มีใครอยากเผชิญกับความรู้สึกว่าเราไม่เป็นที่รัก ทำให้ความรู้สึกดีๆ กับตัวเองสั่นคลอน ความมีคุณค่าในตัวเองดูจะมัวหมองไป ทำให้เกิดอาการอึดอัดบวกกับความเสียใจ เป็นความเสียใจที่หนักอึ้งอยู่ในใจ หลายคนโศกเศร้าเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร ไม่กินข้าวปลา ไม่ทำอะไรที่ต้องทำ ไม่คุยกับใคร อยากอยู่คนเดียวกับความเศร้า บางทีความเศร้าก็ดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ จนไม่รู้สึกว่าตัวเองมีความหมายอะไรอีกต่อไป

ถ้าปล่อยให้ความรู้สึกเสียใจรุนแรงมาก จะเริ่มมีความคิดแว๊บเข้ามาที่จะทำให้ตัวเองหลุดจากความหนักอึ้งในใจอันนี้ ความคิดแบบรุนแรงจะเริ่มเกิดขึ้น อยากทำอะไรให้ได้รู้สึกว่าสะใจ ให้เขาต้องเสียใจที่ทำกับเราแบบนี้ หลายคนเริ่มมีความคิดทำร้ายตนเองวนเวียน หรืออยากทำร้ายอีกฝ่าย อยากให้เขาได้รู้สึกเสียใจอย่างที่เราเจ็บปวดบ้าง คิดว่าเขาเสียใจบ้างเราคงจะดีขึ้น

เอาเข้าจริงเป็นเพียงความคิดที่ความรู้สึกเสียใจนำเราไป ถ้าเราทำร้ายตัวเองเพื่อให้เขาเสียใจ เขาอาจแค่ตกใจ แต่ไม่เสียใจ คนที่เสียใจจะเป็นคนที่รักเราจริงๆ แทน หากเราคิดทำร้ายเขา ก็ยิ่งไม่ช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้น และเราต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เราได้ทำลงไป บางทีจะเสียใจมากกว่าที่กำลังเป็นอยู่ด้วยซ้ำไป

เรื่องอกหักจึงเป็นเรื่องที่ต้องกลับมาที่ตัวเอง เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา เวลาที่ผ่านไปจะค่อยๆ ชะล้างความรู้สึกในทางลบค่อยๆ ให้เบาบางลง ไม่มีทางลัด !!

ถ้าคุณทำใจได้ภายใน 2 วัน นี่ไม่ใช่อกหักแน่
ถ้าคุณทำใจได้ภายใน 2 สัปดาห์ คุณกำลังหลอกตัวเอง
ถ้าคุณทำใจได้ใน 2 เดือน นายแน่มากไปหรือเปล่า

ประเด็นสำคัญ คือ คนเรามักจะคอยเติมเชื้อให้กับความรู้สึกในทางลบอยู่เรื่อยๆ ไม่ยอมให้มันมอดไป ความเจ็บปวดเลยมากและนานเกินที่ควรจะเป็นก่อนที่จะปรับตัว แรกสุดต้องย้ำตัวเองให้ยอมรับความจริงให้ได้ว่า เขาไม่อยู่กับเราแล้ว !!

อย่าแอบหวังเล็กๆ ว่าเขาจะกลับมา อย่าไปวาดภาพว่าถ้ากลับมาเราจะ ... ความจริงก็คือความจริง ตราบใดที่เรามองสิ่งต่างๆ ไม่ตรงตามความเป็นจริง ตราบนั้นเราก็จะยังตกอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์อย่างไม่มีทางออก อย่าพยายามทำความเข้าใจ หาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงพูดอย่างนั้น ทำไมเขาทำอย่างนี้ หรือเป็นเพราะวันนั้นเขาเข้าใจเราผิด ขอโทรไปถามหน่อย อยากจะขอเคลียร์หน่อย (เป็นคำที่ผมได้ยินผู้หญิงพูดบ่อยที่สุด) ไม่ต้องครับ เพราะมันเป็นเรื่องของอารมณ์ ไม่ใช่เหตุผล ยิ่งคิดยิ่งทำให้เรื่องไม่จบ เอาเป็นว่า “ตอนนี้เขาไม่อยู่กับเราอีกแล้ว” เท่านี้พอ

สองสามวันแรก กระหน่ำร้องให้หนำใจ จะลดน้ำหนักได้ก็ตอนนี้แหละ (ระยะแผลสด) แต่พอเข้าสัปดาห์ที่สองที่แผลใจเริ่มแห้งลงบ้าง เราต้องกลับเข้าสู่ชีวิตประจำวันตามปกติให้ได้ ใจยังเศร้า ไม่เป็นไร ใครๆ ก็เป็นแบบนี้ ไม่ต้องรีบหายเศร้า แต่ต้องทำสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำในแต่ละวัน เพื่อดึงชีวิตกลับเข้าสู่ระบบระหว่างที่ใช้เวลาเป็นตัวช่วย เราไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่ควรทำตัวให้ความคิดความรู้สึกไม่ดำดิ่งจนเกิดความคิดที่รุนแรงขึ้น

วิธีปรับความรู้สึกตัวเอง เช่น

1.เปลี่ยนแปลงตนเอง อย่าปล่อยให้วนเวียนอยู่กับสิ่งที่เคยทำร่วมกัน สิ่งของ ภาพ สถานที่ที่ชวนให้หวนกลับไปคิดถึงเวลาอยู่ด้วยกันควรจะเก็บ หรือจะทิ้งไปก็ได้ พยายามฝืนตนเองที่จะทำกิจกรรมใหม่ๆ จะได้ไม่มีเวลาว่างมาก

2. ระวังใจตัวเอง อย่าให้ความเศร้าจู่โจมตลอดเวลา หากิจกรรมที่ผ่อนคลายจิตใจ อยากร้องไห้ก็ร้องได้ แต่ต้องรู้จักพอ ร้องไห้แล้วตั้งใจที่จะหยุดร้อง ทำใจให้เข้มแข็งขึ้น การพร่ำรำพันก็เหมือนกัน สงสารตัวเองได้ แต่อย่านาน ไม่มีใครที่จะน่าสงสารตลอดเวลา อย่าปล่อยตัวเองให้ตกอยู่กับหลุมความคิดเก่าๆ เช่น ถ้าเราไม่ .... ถ้าเพียงแต่เขาเขา ... บอกตัวเองดังๆ ว่า เขาเลิกกับเราแล้ว เราต้องมองไปข้างหน้า

3. ปรับความคิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องความรักไม่มีใครดีกว่าใคร เป็นเรื่องลงตัวระหว่างคนสองคน ถ้าเขารู้สึกว่าไม่ใช่ก็ต้องยอมรับ แต่ไม่ได้แปลว่าเราแย่กว่า ถึงแม้เขาจะทิ้งไปมีคนอื่นก็ตาม ความคิดว่าถูกทิ้งเป็นความคิดทางลบที่ทำให้เกิดความรู้สึกแย่ ลองหัดมองทางบวก เช่น ยังดีนะเนี่ยที่ไม่คบกันนานจนถลำลึกไปกว่านี้

4. หาเพื่อนที่คุยปรึกษากันได้ ระบายความรู้สึกบ้าง เมื่อเพื่อนแนะนำก็ลองพยายามทำตาม ช่วงแรกอาจยากที่จะปรับใจตัวเอง แต่ถ้าเริ่มฝืนใจตัวเองให้ทำอะไรบ้างเราจะเริ่มรู้สึกว่าไม่หมกมุ่นอยู่แต่กับความเศร้าอย่างเดียว

ถ้าจะเปรียบให้เห็นภาพ อกหัก ก็เหมือนเป็น “อุบัติเหตุรัก” อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิด แต่เราคาดไม่ได้ บางครั้งเราขับรถระวังเต็มที่ แต่ก็ยังมีคนขับมาชนเราได้ ความรักก็เหมือนกัน ไม่ว่าเราจะรักกันมากแค่ไหน เราจะเอาใจใส่เขามากแค่ไหน ก็อาจเกิดเรื่องที่เราไม่คาดคิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นอย่าจมอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้มองไปข้างหน้า บอกกับตัวเองว่าชีวิตเรายังมีอะไรอีกเยอะ นี่เป็นเพียงแค่สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตหนึ่งของเราเท่านั้น


ทำ
· ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง
· ยอมรับว่ามันต้องเจ็บปวด เพราะเราเป็นคน
· อ่อนโยนต่อตัวเอง ยิ้มกับตัวเองบ่อยๆ
· ใจเย็น บอกตัวเองว่ามันต้องใช้เวลา
· ทำสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำแต่ละวัน ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไรภายใน
· บอกตัวเองว่าแล้วเราก็จะผ่านความเจ็บปวดตรงนี้ไปในที่สุด

อย่าทำ
· อ้อนวอน โทรตาม โทษคนนั้นคนนี้ แก้แค้น หาคนช่วยคืนดีกับเขา
· เที่ยวดึก ดื่มเหล้า กินยาให้ลืมๆ มันไป
· โทษตัวเอง ทำอะไรเพื่อประชดเขาหรือตัวเอง
· เกรงใจ ไม่กล้าพูดคุยปรึกษาคนอื่น
· แยกตัว ไม่ยุ่งกับใคร

คำหลัก: ความรัก ซึมเศร้า อกหัก
โดย มาโนช บล็อก (สมุด) โรคทางจิตเวช-สุขภาพจิต
สร้าง: พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 01:17 แก้ไข: พฤ. 18 ม.ค. 2550 @ 01:43

ที่มา : //gotoknow.org/blog/depression/73178


โดย: อกหักได้ ก็หายได้ (naigod ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:17:21 น.  

 


ฟังเพลงประกอบบทความที่ Copy เค้ามา 555+


โดย: naigod วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:21:39 น.  

 


โดย: yoyo (yok_Jade ) วันที่: 8 พฤษภาคม 2550 เวลา:9:12:17 น.  

 
ยังคงเป็นบล็อกสบายๆแต่มีสาระเหมือนเดิมเลยนะคะ


โดย: to be continued วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:39:49 น.  

 


โดย: ดวงตะวนั (Doungtawan ) วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:9:09:42 น.  

 
แวะมาทักทายคะ และก็ขอบคุณที่แวะไปให้กำลังใจนะคะ


โดย: Hokey วันที่: 13 พฤษภาคม 2550 เวลา:6:23:28 น.  

 
ขอบคุณมากนะค่ะ
สำหรับบทคบาวดีๆๆ

(ที่ตรงกับตัวเอง)


โดย: หมวยเล็ก_รักไม่ช่วยอะไร วันที่: 7 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:39:05 น.  

 
พยายามทบทวนตัวเองว่าตอนนั้นที่อกหักเพราะรักไม่สมหวัง (ไม่มั่นว่าจะเป็นความรักน่าจะเป็นความชอบมากกว่า) ก็มันไม่สมหวังแล้วเรารู้สึกอย่างไร เพราะลืมความรู้สึกนั้นไปแล้ว โชคดีจริงๆ ...

เวลาผ่านไปก็ทำใจได้ ถึงจะมีรำลึกถึงบ้างก็เป็นความเจ็บปวดที่งดงาม... มันผ่านไปแล้ว


โดย: naigod วันที่: 12 พฤศจิกายน 2558 เวลา:16:17:18 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

naigod
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพราะชีวิตมีความฝัน..
..จึงเป็นความงดงามของการมีชีวิต
Friends' blogs
[Add naigod's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.