@@@///--มุ่งมั่นต่อไปก็เพื่อชีวิต--///@@@
Group Blog
 
<<
กันยายน 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
24 กันยายน 2548
 
All Blogs
 
เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา


ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ
นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย
กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย
น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม

ผู้มีตระกูลจะสูญเผ่า
เพราะจัณฑาลมันเข้ามาเสพสม
ผู้มีศีลนั้นจะเสียซึ่งอารมณ์
เพราะสมัครสมาคมซึ่งมารยา

พระมหากษัตริย์จะเสื่อมสิงหนาท
ประเทศราชจะเสื่อมซึ่งยศถา
อาสัจจะเลื่องลือชา
พระธรรมาจะตกลึกลับ

ผู้กล้าจะเสื่อมใจหาญ
จะสาปสูญวิชาการทั้งปวงสรรพ
ผู้มีสินจะถอยจากทรัพย์
สัปบุรุษจะอับซึ่งน้ำใจ

ทั้งอายุศม์จะถอยเคลื่อนจากเดือนปี
ประเวณีจะแปรปรวนตามวิสัย
ทั้งพืชแผ่นดินจะผ่อนไป
ผลหมากรากไม้จะถอยรส

ทั้งแพทย์พรรณว่านยาก็อาเพศ
เคยเป็นคุณวิเศษก็เสื่อมหมด
จวงจันทน์พรรณไม้อันหอมรส
จะถอยถดไปตามประเพณี

ทั้งข้าวก็จะยากหมากจะแพง
สารพันจะแห้งแล้งเป็นถ้วนถี่
จะบังเกิดทรพิษมิคสัญญี
ฝูงผีจะวิ่งเข้าปลอมคน

กรุงประเทศราชธานี
จะเกิดการกุลีทุกแห่งหน
จะอ้างว้างอกใจทั้งไพร่พล
จะสาละวนทั่วโลกหญิงชาย

จะร้อนอกสมณาประชาราษฎร์
จะเกิดเข็ญเป็นอุบาทว์นั้นมากหลาย
จะรบราฆ่าฟันกันวุ่นวาย
ฝูงคนจะล้มตายลงเป็นเบือ
ฯลฯ

เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา มีหลายอย่างสอดคล้องกับยุคสมัยนนี้

//www.thaingo.org/webboard/view.php?id=10410


Create Date : 24 กันยายน 2548
Last Update : 24 กันยายน 2548 8:39:25 น. 6 comments
Counter : 504 Pageviews.

 
รื่องของเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ว่ากันมาเป็นกระทู้มาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ในห้องสมุด
และมองอดีตของพันทิบมาจนถึงเรือนไทยนี้ เท่าที่จำได้ไม่ได้บทเต็มซักที ลุงแก่ก็เพิ่งจะได้มาอ่านพบ
บทเต็มของเพลงยาวพยากรณ์นี้ ก็เลยขออนุญาตฉายซ้ำเสนออีกครั้งก็แล้วกัน

เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา "สันนิษฐาน"ว่าได้แต่งขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีความดังนี้

จะกล่าวถึงกรุงศรีอยุธยา
เป็นกรุงรัตนะราชพระศาสนา ... มหาดิเรกอันเลิศล้น
เป็นที่ปรากฏรจนา ... สรรเสริญอยุธยาทุกแห่งหน
ทุกบุรีสีมามณฑล ... จบสกลลูกค้าวาณิช
ทุกประเทศสิบสองภาษา ... ย่อมมาพึ่งกรุงศรีอยุธยาเป็นอกนิษฐ์
ประชาราษฎร์ปราศจากภัยพิษ ... ทั้งความวิกลจริตและความทุกข์
ฝ่ายองค์พระบรมราชา ... ครองขัณฑสีมาเป็นสุข
ด้วยพระกฤษฏีกาทำนุก ... จึงอยู่เป็นสุขสวัสดี
เป็นที่อาศัยมนุษย์ในใต้หล้า ... เป็นที่อาศัยแก่เทวาทุกราศี
ทุกนิกรนรชนมนตรี ... คฤหบดีพราหมณ์พฤฒา
ประดุจดังศาลาอาศัย ... เหมือนหนึ่งร่มพระไทรสาขา
ประดุจหนึ่งแม่น้ำคงคา ... เป็นที่สิเนหาเมื่อกันดาร
ด้วยพระเดชเดชาอานุภาพ ... อาจปราบไพรีทุกทิศาน
ทุกประเทศเขตขัณฑ์บันดาล ... แต่งเครื่องบรรณาการมานอบนบ
กรุงศรีอยุธยานั้นสมบูรณ์ ... เพิ่มพูนด้วยพระเกียรติขจรจบ
อุดมบรมสุขทุกแผ่นภพ ... จนคำรบศักราชได้สองพัน
คราทีนั้นฝูงสัตว์ทั้งหลาย ... จะเกิดความอันตรายเป็นแม่นมั่น
ด้วยพระมหากษัตริย์มิได้ทรงทศพิธราชธรรม์ ... จนเกิดเข็ญเป็นมหัศจรรย์ ๑๖ ประการ

คือดาวเดือนดินฟ้าจะอาเพศ ... อุบัติเหตุเกิดทั่วทิศาน
มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาฬ ... เกิดนิมิตพิศดารทั้งบ้านเมือง
พระคงคาจะแดงเดือดเป็นเลือดนก ... อกแผ่นดินจะบ้าฟ้าจะเหลือง
ผีป่าก็จะวิ่งเข้าสิงเมือง ... ผีเมืองนั้นจะออกไปอยู่ไพร
พระเสื้อเมืองก็จะเอาตัวหนี ... พระกากุลีจะเข้ามาเป็นไส้
พระธรณีจะตีอกให้ ... อกพระกาฬจะไหม้อยู่เกรียมกรม
ในลักษณะทำนายไว้บ่อห่อนผิด ... เมื่อพินิจพิศดูก็เห็นสม
มิใช่เทศกาลร้อนก็ร้อนระงม ... มิใช่เทศกาลลมลมก็พัด
มิใช่เทศกาลหนาวก็หนาวพ้น ... เกิดวิบัตินานาทั่วสากล
เทวดาผู้รักษาพระศาสนา ... จะรักษาแต่คนฝ่ายอกุศล
สับปุรุษจะพ้นแก่ทุรชน ... มิตรตนจะฆ่าซึ่งความรัก
ภรรยาจะฆ่าซึ่งคุณผัว ... คนชั่วจะล้างผู้มีศักดิ์
ลูกศิษย์จะสู้ครูพัก ... จะหาญหักผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย
ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ ... นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย
กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย ... น้ำเต้าอันลอยจะถอยจม
ผู้มีตระกูลจะสูญเผ่า ... เพราะจัณฑาลมันเข้ามาเสพย์สม
ผู้ทรงศีลจะเสียซึ่งอารมณ์ ... เพราะสมัครสมาคมด้วยมารยา
พระมหากษัตริย์จะเสื่อมสิงหนาท ประเทศชาติจะเสื่อมซุ่งยศฐา
อาสัตย์จะเลื่องฤๅชา ... พระธรรมจรรยาฤๅกลับ
ผู้กล้าจะเสื่อมใจหาญ ... จะสาบสูญวิชาการทั้งปวงสรรพ
ผู้มีสินจะถอยจากทรัพย์ ... สับปุรุษจักอับซึ่งน้ำใจ
ทั้งอายุขัยจะถอยเคลื่อนเดือนปี ... ประเวณีจะรวนตามวิสัย
ทั้งพืชแผ่นดินจะผ่อนหย่อนไป ... ผลหมากรากไม้จะถอยรส
ทั้งเภทพรรณว่านยาก็อาเพศ ... เคยเป็นคุณวิเศษก็เสื่อมหมด
จวงจันทร์พรรณไม้อันหอมรส ... จะถอยถดไปตามประเพณี
ทั้งข้าวก็จะยากหมากจะแพง ... สารพันจะแห้งแล้งเป็นถ้วนถี่
จะบังเกิดทรพิษมิคสัญญี ... ฝูงผีจะวิ่งเข้าปลอมคน
กรุงประเทศเขตราชธานี ... จะบังเกิดการกุลีทุกแห่งหน
จะอ้างว้างจากใจทั้งไพร่พล ... จะสาละวนทั่วโลกทั้งหญิงชาย
จะร้อนอกสมณาประชาราษฏร์ ... จะเกิดเข็ญเป็นอุบาทว์นั้นมากหลาย
จะรบราฆ่าฟันกันวอดวาย ... ผู้คนจะล้มตายกันเป็นเบือ
ทั้งทางน้ำก็จะแห้งเป็นทางบก ... เวียงวังก็จะรกเป็นป่าเสือ
แต่สิงสาราสัตว์เนื้อเบื้อ ... จะหลงหลอเหลือในแผ่นดิน
ทั้งฝูงคนสารพัดสัตว์ทั้งหลาย ... จะสาบสูญล้มตายเสียหมดสิ้น
ด้วยพระกาฬจะมาผลาญซึ่งแผ่นดิน ... จะสูญสิ้นด้วยการณรงค์สงคราม
กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว ... จะกลับรัศมีแก้วทั้งสาม
ไปจนคำรบปี เดือน คืน ยาม ... จะสิ้นนามศักราชถ้วนห้าพัน
กรุงศรีอยุธยาเกษมสุข ... แสนสนุกสุขล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์ ... นับวันจะเสื่อมสูญเอย.
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
นอกจากนี้ยังมีกล่าวกันว่าในช่วงก่อนเสียกรุงครั้งที่สองนี้ ได้เกิดเหตุอาเพศขึ้นคือ พระรูปจำลองของ
สมเด็จพระนเรศวร ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ พระโรงแสงในพระบรมมหาราชวังสำแดงอภินิหาร กระทืบ
พระบาททั้งสองสนั่นกึกก้องไปทั้ง ๔ ทิศ ยอดพระปรางค์วัดราชบูรณะฯ คู่บ้านคู่เมืองอันเคยเรื่อเหลือง
สุกสกาวด้วยสีทองยามเมื่อต้องแลงระวีฉาย ก็กลับกลายหม่นหมองเป็นสีดำคล้ำ ฝูงกาทั้งหลายต่างก็
โบกบินโฉบไปมาทั้ง ๔ ทิศ ต่างตัวต่างก็เอาหน้าอกของตนเสียบติดกับยอดปรางค์ถึงแก่ความตายไป
พระพุทธรูปปฎิมากรอันมีพระนามว่า พระเจ้าพนัญเชิงหรือแพนงเชิง ซึ่งประดิษฐาน ณ วัดพนัญเชิง
ก็สำแดงอภินิหาร กล่าวคือ มีน้ำพระเนตรหลั่งไหลออกมามิได้ขาดสายทั้งกลางวันและกลางคืน น้ำพระเนตร
นั้นมีสีสันประดุจน้ำล้างโลหิต ความวิบัติอาเพศดังกล่าวนี้รวมตลอดไปถึงพืชพันธุ์ธัญญาหารในภูมินา
และเรือกสวน ก็มิได้เกิดขึ้นและงอกงามตามฤดูกาล
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
สำหรับในสมัยกรงรัตนโกสินทร์นี้ ก็กล่าวกันว่ามีคำทำนายที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆัง ได้เขียน
ทำนายเหตุการณ์บ้านเมืองไว้ ซึ่งมาพบหลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว กล่าวไว้เป็นลำดับดังนี้
ยุคมหากาฬ - พาลยักษ์ - สนิทธรรม - จำแขนขาด - ราษฏรโจร -
รักมิตร - ชนร้องทุกข์ - ยุคทมิฬ - ถิ่นตาขาว - ชาวศิวิไลซ์

//www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=18&Pid=4894&PHPSESSID=45e078d9eb6880c22254dd64e4ba4ebc


โดย: naigod วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:8:55:40 น.  

 
อุทาหรณ์แก่อนุชนรุ่นหลังให้รู้จักรักสามัคคีแลรู้จักการตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมจริยธรรมอันดีงาม มีหลักคิดแห่งชีวิตด้วยพระธรรม คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมา-สัมพุทธเจ้า เพื่ออนาคตในวันหน้าจักได้ไม่เกิดความวิบัติสูญสิ้นแผ่นดิน ที่อยู่อาศัย เป็นทาสเศรษฐกิจแก่คนต่างชาติเหมือนประวัติศาสตร์ชาติไทยในกาลก่อน ที่พม่าเผาทำลายกรุงไม่เว้นแม้นกระทั่งพระพุทธรูปและวัดวาอาราม เหมือนบทประพันธ์ของ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ในรัชกาลที่ ๑ ว่า

...คิดว่าก็เป็นอนิจจัง
ด้วยกรุงเป็นที่ตั้งพระศาสนา
ทั้งอารามเจดีย์ที่บูชา
ปฏิมาฉลององค์พระทรงญาณ
ก็ทลายยับยุ่ยเป็นผุยผง
เหมือนพระองค์เสด็จดับสังขาร
ยังไม่สิ้นศาสนามาอันตรธาน
ทั้งเจดีย์วิหารก็สูญไป...

//www.dhammakaya.or.th/thai/teaching

โดย: naigod วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:9:25:34 น.  

 


โดย: ต๋องตึง วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:14:21:11 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ที่สรรหามาให้อ่านกัน อ่านแล้วก็รู้สึกว่าตรงเหมือนกันแฮะ หรือว่ามันเป็นสัจธรรม


โดย: to be continued วันที่: 25 กันยายน 2548 เวลา:2:42:27 น.  

 
//pingpong-abc.sourceforge.net/download.php


โดย: naigod วันที่: 25 กันยายน 2548 เวลา:18:23:56 น.  

 
ขอบคุณมากครับ


โดย: noom_no1 วันที่: 26 กันยายน 2548 เวลา:0:48:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

naigod
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพราะชีวิตมีความฝัน..
..จึงเป็นความงดงามของการมีชีวิต
Friends' blogs
[Add naigod's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.