เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

 
มกราคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
12 มกราคม 2563
 

....ลวงใจ บทที่ 2....

.... ลวงใจ .... (บทที่ 2)




บทที่ 2





จรคือหนุ่มลูกครึ่งเชื้อชาติไทยสัญชาติไทย
พ่อเป็นคนชาติใดไม่ปรากฏชัด..อย่าเพิ่งเหมาว่าแม่ของเขาไม่ดี ความจริงดีเกินไปต่างหาก..เปล่า!..จรไม่ใช่เด็กที่ขอมาเลี้ยงแน่นอน


“คุณจรคะ..” ป้าแหม่ม..แม่บ้านที่ลุงยงคนขับรถเก่าแก่เป็นคนหามาให้ “อาทิตย์นี้คุณจะไปต่างจังหวัดไหม”

“ไปครับ” ปกติจรเป็นคนเรียบร้อยแต่ถ้าเจออะไรไม่ชอบมาพากลเขาก็กลายร่างเหมือนกัน

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ป้ากลับก่อนนะคะ”

“ครับ” จรไม่ชินกับการมีคนแปลกหน้าอยู่ในบ้านจึงหาแม่บ้านที่เช้าไปเย็นกลับ..เมื่อครั้งแม่ยังมีชีวิตอยู่ไม่เคยมีแม่บ้านหรือคนทำงานบ้าน ทุกอย่างแม่เป็นคนจัดการ มีแต่ลุงยงเท่านั้นที่รับใช้มานาน เหมือนจะเป็นญาติห่างๆ ทางไหนสักทาง

แม่ของจรไม่ได้ทำงานอะไรแต่มีกินมีใช้และมีเงินมากมายในธนาคาร จรไม่เคยถามไม่เคยสงสัย..แม่และจรใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังในบ้านที่กรุงเทพฯ แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ไม่ต่างกับในชนบท จึงไม่แปลกใจที่มีโฉนดที่ดินต่างจังหวัดหลายแห่ง

จรเรียนหนังสือลุ่มๆ ดอนๆ ไม่จบมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เพราะเกเรหรือสมองทึบแต่เพราะความสบายเกินของสองแม่ลูกและความคิดพิลึกๆ ของคนเป็นแม่ เธอแทบไม่อยากให้ลูกอยู่ห่างสายตา จรเองเป็นเด็กว่าง่ายแม่ว่าอะไรก็เชื่อฟัง....หรือเขาปัญญาอ่อน!

“กรี๊ง..กรี๊ง..”

“พรุ่งนี้คุณจรจะไปดูที่หรือเปล่าครับ”




เพิ่งสี่โมงเช้า..คนกรุงสองคนนั่งอยู่ในที่ดินเจ็ดสิบไร่ที่มีผงถ่านโรยคลุมอยู่

“ตื่นแต่ตีสี่ขับรถรวดเดียวมาถึงนี่ชักง่วงครับ” ลุงยงเอนลงนอนใต้ต้นหว้าป่าที่อยู่ไร่ติดกัน

“แหมลุง..กินเสร็จก็นอนเลยนะ..” จรยัดกล่องโฟมและถ้วยกระดาษลงถุงพลาสติก “ว่าไปผมก็ง่วงเหมือนกันแต่อยากสำรวจที่มากกว่า..ลุงนอนไปเถอะ”

ที่เปล่าเจ็ดสิบไร่ดูไม่มากเมื่ออยู่ในที่กว้างของชนบท แต่เมื่อเดินเข้าจริงๆ เพียงขอบที่ตามความยาวของที่ดินก็เมื่อยเหมือนกัน ซ้ำบางแห่งเป็นทางน้ำที่ไหลมาจากไหนสักแห่ง ไหลลงทางใต้ซึ่งเป็นที่ลุ่ม..จรนึกอยากรู้ว่าจะไหลไปถึงไหนจึงเดินไล่ไปเรื่อยๆ

ไม่รู้ว่าเดินไปกี่ร้อยเมตรจึงถึงขอบบ่อที่ทางน้ำนั้นไหลลง..ถัดจากบ่อกว้างเป็นทางเกวียนที่ไม่รู้ไปถึงไหน แสดงว่าบ่อคือเครื่องหมายสุดที่ด้านหนึ่งของจร..แต่..ตามความยาวของบ่อที่ขนานกับทางเกวียนมีภูมิประเทศสองโซนต่างกันอย่างแปลกประหลาด..ขอบบ่อที่จรยืนอยู่แห้งแล้งแทบไม่มีหญ้าสักกอขณะที่อีกครึ่งหนึ่งเขียวขจีด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย แถมมีท่าน้ำเล็กๆ อยู่ด้วย

“สรุปว่าบ่อนี้อยู่ระหว่างที่สองแปลง..” จรพูดกับตัวเองหลังจากยืนพิจารณาสักพัก “แล้วกรรมสิทธิ์ของบ่อและน้ำในบ่อเป็นของใครกันแน่” จรก้มมองขาตัวเองที่เต็มไปด้วยคราบโคลนและผงถ่าน..ความคิดหนึ่งแวบมา จรเหลียวมองไปรอบๆ แล้วข้ามเขตแดนไปที่ท่าน้ำนั้น

“ตุ๋ม..ตุ๋ม..” จรหย่อนเท้าลงน้ำแกว่งไปมาจนโคลนออกเกือบหมดแต่กางเกงเปียกน้ำจนถึงเข่า รองเท้านั้นไม่เหลือสภาพ..เขาถอดรองเท้าออกผึ่ง หงายหลังลงบนท่าน้ำ สองแขนประสานรองหัว ตั้งใจจะนอนสักพักพอรองเท้าหมาดกางเกงแห้งแล้วจะลุยกลับไปหาลุงยง

“ขากลับก็เลอะโคลนเลอะถ่านอยู่ดี”

“จริงด้วย..” จรเผลอตอบเสียงที่นึกว่าดังมาจากความคิดของตัวเอง “เฮ้ย!..” ร้องออกมาทันทีรู้ตัวว่าไม่ใช่

“ปึก!..” อะไรอย่างหนึ่งหล่นลงบนท่าน้ำเกือบโดนหัวหนุ่มจร

“แม๊ะ!..เกือบโดนหัว” รองเท้าบู้ทยางคู่หนึ่งล้มตะแคงอยู่..จรลุกขึ้นชะเง้อมองร่างที่เพิ่งลับไป “นาย!..”

เมื่อรู้ว่าใครคือผู้หวังดี..แทนที่จะใส่บู้ทคู่นั้นจรกลับใส่รองเท้าของเขาตามเดิม “ฮึ!..นึกว่าจะโง่เหมือนนายหรือ”



“ไปไหนมาครับม่อกแมกเชียว” ลุงยงร้องทักเมื่อเห็นนายหนุ่มโผล่ออกมาจากดงหญ้าแฝกที่ใช้ปลูกเป็นแนวเขตที่ดิน

“เจอบ่อปลายที่ของผมด้วย” จรไม่ได้เลอะเทอะอย่างที่เสียงผู้หวังดีเตือนเพราะเขาเดินกลับตามทางของที่ข้างเคียง

“ไปลุยที่คนอื่นเขาจะว่าเอาน้า”

“แค่เดินริมที่ถ้าว่าก็เกินไปแล้วครับ..” จรมองที่ดินกว้างไกลของเขา “ดินในที่ของผมก็อุดมสมบูรณ์ดีซ้ำมีปุ๋ยธรรมชาติสะสมหลายปีน่าจะทำอะไรให้มีประโยชน์”

“ก็ใช่ครับ..แต่ใครจะทำ” ลุงยงมองดินดำร่วนซุยอย่างใช้ความคิดแล้วหันกลับมองจร “คุณน่ะหรือ?”

“ใช่!..ผมจะเป็นชาวไร่ที่นี่” จรยืดอกสูดอากาศเข้าเต็มปอด

“โอ๊ย..อย่าหาว่าผมดูถูก..” มองขึ้นฟ้า “ปวกเปียกอย่างนี้”

“ลุ๊ง!” ขมวดคิ้ว..อมยิ้ม

“เคยเป็นแต่ลูกแหง่..” หันไปทางไร่ข้างๆ “กว่าจะเขียวกว่าจะมีผลิตผลต้องใช้เวลาและหยาดเหงื่อมากมายไม่ใช่แค่ปากพูด”

“ผมจะทำให้ได้..” ชูสองมือขึ้นร้องตะโกน “ผมต้องทำได้!..ต้องทำได้!..”




“อันดับแรกต้องหาที่อยู่” จรเคาะตะเกียบใช้ความคิด..เขาและลุงยงนั่งอยู่ที่เพิงขายก๋วยเตี๋ยวในหมู่บ้าน

“จะเอาจริงหรือ..เคยอยู่บ้านใหญ่สุขสบาย” ลุงคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปาก

“เข้าไปหาที่พักในอำเภอ..” ลูกชิ้นลอยเข้าปาก “อู..เออว..ร้อน..”

“ใช่..ร้อน..ไม่มีแอร์คุณจะอยู่ได้หรือ” ลุงยงหน้าอยู่กับชาม

“ลูกชิ้นร้อนอะ..อูว์..”

“ฮะๆ..” เสียงลอยมาจากแถวหม้อต้มน้ำซุป “สม!..”

“หูว์..” ก๋วยเตี๋ยวเต็มปากแต่อดชำเลืองมองต้นเสียงไม่ได้ “เฮ้ย!..อึกๆ..” สำลักคำใหญ่ที่กลืนเข้าไป

“ฮะๆ..” ลูกผู้ใหญ่บ้านจอมกวนหิ้วปิ่นโตขึ้นจักรยานจากไป

“นาย!..” จรออกจากเพิงไปที่ถนน..เกือบเต้นเย๊วๆ อย่างที่ชอบทำเวลาไม่พอใจ “มันเรื่องอะไรของนาย..วะ”

“คุณจร..พอเถอะ” ลุงยงปราม

“เขาชื่อ “นะ” เป็นลูกผู้ใหญ่ที่เพิ่งตายไป..เหมือนจะบ๊องแต่ไม่ใช่..จริงจังนะเจ้าคนนี้..” แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวพูดขึ้น “ดูสิ..ยังเอาปิ่นโตมาใส่ก๋วยเตี๋ยวเลย..อะไรนะ..อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม..อะไรงี้แหละ”

“ไม่ได้บ๊องหรอกผมว่ากวนมากกว่า..ฮึ!..”

“เป๊ง!..” ตะเกียบลุงยงเคาะปากชามของจร

“ว่าไป..สงสัยจะกินตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านคนต่อไป” แม่ค้าหันไปลวกเส้นให้ลูกค้า

“ยังหนุ่มอย่างนี้จะเป็นผู้ใหญ่บ้านได้หรือ?” ลุงยงข้องใจ

“คนในหมู่บ้านรักเขามากนะ..เรียนจบจากตัวจังหวัดด้วย”

“ผมว่ายังไม่โตพอ..” จรออกความเห็นบ้าง..ต่อด้วยอีกความเห็นที่ไม่น่าสำคัญสำหรับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน “ยังไม่มีครอบครัวด้วยละมัง”

แต่แล้วจรกลับได้ยินประโยคที่ไม่เข้าใจจากแม่ค้า



“มีเมียแล้ว..นายนะมีเมียแล้ว..แต่....เหมือนไม่มี”








Create Date : 12 มกราคม 2563
Last Update : 12 มกราคม 2563 7:23:49 น. 0 comments
Counter : 823 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com