เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

 
มกราคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
10 มกราคม 2563
 

เวนดี้และเงาของปีเตอร์แพน บทที่ 1


“เวนดี้ และเงาของปีเตอร์แพน”

...ดาเรน...




บทที่ 1







ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินยิ้มผ่านกระจกใสหน้าร้าน...


เลี้ยวหัวมุมถนนเข้าไปในซอย จนเกือบจะเลยถังขยะหลังร้าน เขาเห็นตะกร้าเก่าๆโผล่อยู่บนปากถัง หลังจากยืนคิดสักครู่ก็หยิบตะกร้านั้นเดินไปที่โคนต้นไม้ในสวนหย่อมฝั่งตรงข้ามโกยดินและเศษใบไม้ผุใส่ อมยิ้มพร้อมกับพลิกดู หิ้วตะกร้าเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ เก็บต้นไม้เลื้อยริมรั้วข้างทางขึ้นเทียบใส่ตะกร้า เอียงดูอย่างมีความสุข หิ้วแกว่งไปมาและเดินจากไป


เวนดี้แอบมองชายหนุ่มที่มีความสุขกับสรรพสิ่งรอบตัว ตั้งแต่มองยิ้มเข้ามาในร้าน รู้สึกดีกับตะกร้าหวายเก่าๆ ยินดีกับเถาไม้ไร้สกุลข้างทาง..เธอมองจนสุดสายตา เขาไม่รู้หรอกว่าการกระทำของเขานั้นเผื่อแผ่ความสุขง่ายๆให้ใจใครบางคน

เวนดี้หันกลับมาเรียงกระถางดอกไม้ที่เพิ่งซื้อมาประดับร้าน สีฟ้า ม่วง แดง เหลือง ชมพู วางเป็นกลุ่มก้อนตรงทางเข้า ด้านในก็เต็มไปหมด บนหิ้ง ชั้น ในตะกร้าหวาย สวยงามหอมอบอวล

ร้านดอกไม้ “เวนดี้” อยู่หัวมุมซอยที่มีอาคารบริษัทร้านค้ามากมายตั้งอยู่ ตัวร้านค่อนข้างใหญ่เป็นกระจกใสทั้งด้านติดถนนและด้านซอย วันหนึ่งๆ มีผู้คนเดินผ่านตลอดเวลา ทุกเพศวัยทุกอาชีพ ร้านดอกไม้จึงไม่ค่อยเงียบเหงา แม้วันไหนขายไม่ค่อยดีก็มีอะไรให้ดูเพลินๆ

ในร้านส่วนมากมีแต่สาวๆ เพราะฉะนั้นถ้ามีหนุ่มเดินผ่านร้านมักได้คะแนนโหวตติดตัวกลับบ้านอย่างไม่รู้ตัว..มีหนุ่มคนหนึ่งคมเข้ม ใส่กางเกงขาสั้น เสื้อกล้าม สะพายเป้ สวมรองเท้าสานเดินเก๊กหล่อเข้าไปทำงานทุกเช้า บางวันก็ใส่เสื้อยืดสีขาวรัดรูปบาดใจสาว ถ้าวันไหนใส่กางเกงยีน เสื้อเชิ้ตตัวแคบปลดกระดุมสองเม็ดบน หวีผมตั้งด้วยละก็ เสียงกรี๊ดเกือบดังออกไปนอกร้าน


“กรี๊งๆ..กรี๊งๆ..”

“สวัสดีค่ะ เวนดี้ค่ะ”

“ช่วยจัดดอกไม้ให้ช่อหนึ่งครับ” เสียงหล่อหวานมาตามสาย

“ได้ค่ะ”

“ขอดอกกุหลาบนอกสีแดงหนึ่งโหลครับ ช่วยส่งไปที่บริษัทไวท์บีชรีสอร์ทที่อยู่เลยร้านคุณเข้าไปในซอยสักห้าสิบเมตร”

“รู้จักค่ะ..เอ่อ จะส่งให้ใครและเนื่องในโอกาสอะไรคะ?”

“ส่งให้คุณนิคครับ เนื่องในโอกาสวันเกิด ไม่ต้องบอกนะครับว่าส่งมาจากใคร ผมชื่อพีระพัฒน์ เบอร์โทรฯ 0867097795 พรุ่งนี้จะมาชำระเงินที่ร้านครับ”

“ขอบคุณมากที่ใช้บริการของเวนดี้ เราจะจัดให้สวยเป็นพิเศษค่ะ”


“โอ้ โฮ ตั้งโหลนึง สงสัยให้กิ๊กแน่ๆ” เวนดี้พูดด้วยความดีใจที่มีลูกค้า..บางทีคนเราก็พูดหรือแสดงอะไรที่ไม่สมควรเพื่อกลบเกลื่อนความดีใจหรือเสียใจของตัวเอง

“ไม่รู้จะหล่อหรือสวยนะคุณนิคนี่ อยากรู้จริง” ช่างจัด ช่างพูด ช่างอยากรู้เหมือนเจ้าของร้านที่ยืนยิ้มติชมผลงานอยู่ข้างๆ



“โหพี่!” เด็กส่งของประจำร้านส่งเสียงมาแต่ไกล

“ว่าไง?..ว่าไง?..” ทั้งเจ้านาย ลูกน้องประสานเสียง

“นึกว่าใคร หนูเข้าไปบอกว่ามีดอกไม้มาส่งให้คุณนิค..” หยุดเหมือนแกล้งคนอยากรู้อยากเห็น

“อะไร!” เสียงดังกว่าครั้งแรก

“นายหล่อเข้มคนนั้นเดินออกมารับดอกไม้เฉยเลย”

ทั้งร้านมีแต่รอยยิ้ม..รู้สึกดอกกุหลาบในร้านจะแย้มเร็วกว่าทุกวัน..เกินไปน่ะ!



เช้าวันรุ่งขึ้น..นายนิคหนุ่มเข้มไม่เดินเก๊กอย่างเคย คราวนี้เอียงหน้ายิ้มผ่านกระจกเข้ามาในร้าน สาวน้อย สาวไม่น้อยยิ้มตอบให้อย่างออกนอกหน้าออกตา


“ช่วยเซ็นรับจดหมายด้วยครับ..” เสียงบุรุษไปรษณีย์ดังอยู่นอกร้าน “ของคุณราชาวดี”

“ขอบคุณค่ะ” เวนดี้เซ็นรับจดหมายลงทะเบียนจากออสเตรเลีย..คงไม่ใช่ของใครนอกจากแม่

ข้อความบางตอนในจดหมายนอกเหนือจากพูดคุยถามทุกข์สุขทำให้เวนดี้คิดมาก

“แม่มีเรื่องจะบอกให้รู้ตัว ระยะนี้ทางโน้นกิจการร้านอาหารไทยกำลังมีปัญหา ร้านเราไม่มีอะไรบกพร่อง ทุกอย่างยังได้ระดับมาตรฐานเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า แต่มีร้านอาหารไทยเปิดใหม่อีกหลายแห่งขณะที่ลูกค้ายังเท่าเดิมต้องเฉลี่ยกันไป แม่ไม่อยากพูดเวนดี้คงเข้าใจ กิจการร้านดอกไม้ที่นี่เป็นอย่างไรบ้างอยู่ตัวแล้วหรือยัง อย่างไรก็พยายามอยู่ด้วยตัวเองให้ได้นะ อย่างที่เล่าให้ฟัง อย่าหวังพึ่งแม่มากนัก ถ้าไม่ไหวจริงๆไปช่วยแม่ที่ร้านอาหารจะดีกว่า”

เวนดี้พับจดหมายเก็บเข้าลิ้นชักนั่งทบทวนข้อความในนั้น ร้านเวนดี้เพิ่งเปิดไม่ถึงปี แรกๆ แม่ช่วยเป็นสปอนเซอร์ให้ทุกเดือนเพราะรายจ่ายมีมาก การลงทุนสูงทั้งค่าตึก ค่าตบแต่ง ค่าผ่อนชำระตึกเป็นรายเดือน ค่าพนักงานค่าดอกไม้ อุปกรณ์ ค่าน้ำค่าไฟ ฯลฯ อีกทั้งเวนดี้เป็นคนชอบทำอะไรให้ดีที่สุดไม่ว่าเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นร้านจึงสวยสุดตามจินตนาการของเด็กสาวที่ไม่เคยผ่านโลกธุรกิจมาเลย..นั่นเป็นจุดบกพร่องของการดำเนินกิจการของเธอ

กว่าครึ่งของพื้นที่ร้านด้านหน้าเป็นห้องกระจกที่ประกอบด้วยกระจกสองชั้น..ที่ว่างแคบๆ ระหว่างชั้นกระจกเป็นสุญญากาศทำให้สองด้านมีอุณหภูมิต่างกัน พื้นที่ส่วนของดอกไม้สดชุ่มฉ่ำด้วยความเย็นและละอองไอน้ำ ด้านนอกร้าน กระจกแห้งสนิทไม่มีละอองน้ำเกาะอยู่เลย

เวนดี้แต่งร้านได้ตามเม็กกาซีนฝรั่งโดยไม่ต้องมีตู้ไอเย็นให้เกะกะร้าน..วางดอกไม้ตามธรรมชาติ บนพื้น บนขอนไม้ แขวนไว้เหมือนไม่ตั้งใจ ดูสวย ให้อารมณ์สุนทรีแก่ลูกค้า ต้นไม้จำลองขนาดใหญ่ลำต้นเป็นเปลือกไม้จริงที่ดอกไม้แอบอิงอยู่นั้นล้วนเป็นไอเดียบรรเจิดที่แพงเกินกว่าร้านดอกไม้ควรจะมี


“กรี๊งๆ..กริ๊งๆ..” เวนดี้สะดุ้งจากภวังค์รีบคว้าโทรศัพท์

“สวัสดีค่ะ เวนดี้ค่ะ”

“เวนดี้อะไร ร้านดอกไม้ใช่ไหม?” เสียงดุมาตามสาย

“เอ่อ..ใช่ค่ะ ร้านดอกไม้เวนดี้”

“ผมต้องการดอกไม้สดเพื่อไปแสดงความยินดีเปิดกิจการใหม่ ขอที่ราคาสองพันบาท อีกสักครู่จะให้คนขับรถมารับ ผมชื่อทัพทักข์ เบอร์โทรฯ 0811082925” เสียงห้วนๆ บอกข้อมูลชนิดไม่ต้องให้ถามกลับ เล่นเอาเวนดี้ไม่กล้าพูดอะไรด้วย

“ค่ะ เราจะจัดให้สวยเป็นพิเศษ” เวนดี้รับคำด้วยประโยคที่พูดเสมอๆ กับลูกค้า

“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น” แล้วเสียงก็เงียบหายไป

“เฮ้อ!..คนอะไร” เวนดี้มีสิทธิ์พูดได้เพียงแค่นั้นเพราะลูกค้าคือพระเจ้า เธอเปิดประตูเข้าไปในห้องไอเย็นเลือกหยิบดอกไม้ให้ช่างจัดกระเช้าของคุณลูกค้าทัพทักข์..ผู้ชายดุๆ ต้องกำหลาบด้วยความอ่อนหวาน เวนดี้เลือกโทนชมพูแซมม่วงจะได้ไม่หวานเกินไป

เวนดี้ในชุดสแลคต่อเอวสูงสีชมพูทับด้วยผ้ากันเปื้อนลายสก๊อตตาใหญ่ขาวดำ ก้มๆ เงยๆ เลือกดอกไม้ ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มถูกรวบไปติดกิ๊บโบว์สีดำใหญ่บนทุยหัวด้านหลัง ปอยผมตรงขมับย้อยลงมาเคลียแก้มสีชมพูรับกับชุดที่สวมใส่

ขณะกำลังสาละวนเลือกดอกไม้ เวนดี้รู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่เธอจึงเหลือบไปนอกกระจก..นายนิคนั่นเอง เขาสะดุ้งนิดหนึ่งที่ถูกจับได้ว่าแอบมอง ยิ้มเขิน ยกมือเสยผม ก้มหัวให้และเดินจากไป


“สวัสดีครับ ผมมารับดอกไม้ที่คุณทัพทักข์สั่งไว้” ชายหนุ่มคนหนึ่งผลักประตูร้านเข้ามาพร้อมเสียงเพลงจากกล่องดนตรีหน้าประตู เขาอายุประมาณสามสิบอยู่ในชุดซาฟารีสีเทาอมกรมท่า ผมใส่เยลหวีเรียบแปล้เหมือนหนุ่มยุคเกสบี้

“จัดเสร็จพอดีเลยค่ะ” พี่ไหมช่างจัดดอกไม้ประจำร้านนำกระเช้ามาวางบนเคาน์เตอร์รับรองลูกค้า

“สวยมากครับ” ชายหนุ่มคนขับรถยิ้มกับดอกไม้ในกระเช้า

“นี่ครับเงินสองพันบาท สวยมากครับ ไม่แพงเลย” หันมายิ้มกับเวนดี้พร้อมส่งเงินให้

“รับบิลด้วยค่ะ..” เวนดี้ส่งบิลให้ชายหนุ่ม “อ้อ!..ช่วยเรียนคุณทัพทักข์ว่าเราตั้งใจทำอย่างเต็มที่ โอกาสหน้าคงได้รับใช้อีก”

“ผม” หนุ่มเกสบี้ทำหน้างง สักอึดใจจึงพยักหน้า “ผมจะบอกให้ครับ” เขายิ้มให้เวนดี้อีกครั้ง คราวนี้เป็นยิ้มแบบขำๆ แล้วออกจากร้านไป


“โอ้โห!..” ไหมร้องออกมาทันที “คนขับรถยังเนี๊ยบขนาดนี้ แล้วเจ้านายจะเป็นอย่างไร”

“เห็นรองเท้าของเขาไหม..” ขบวนการวิจารณ์ชายหนุ่มเริ่มทำงาน “ดำเป็นเงาวับเลย” เด็กลูกมือเสริม

“เห็นสิ..แต่ว่านาฬิกาโรเล็กซ์นั่นคงไม่ใช่ของจริงหรอกนะ”

“ไปว่าเขา เดี๋ยววันหลังไม่มาซื้ออีกหรอก” เวนดี้ปราม

“ยังพูดไม่จบค่ะ..” ช่างใหญ่ทำตาวาว “ไหมยังไม่ได้พูดเลยว่าเขาดูดีมากนายคนขับรถคนนี้ ไปหามาจากไหนนะ..” มองตามเบนซ์คันยาวที่เพิ่งออกไป “อยากได้มั่ง”



“โหเพ่!..มีรถยัง?” เด็กลูกมือแซว






 


Create Date : 10 มกราคม 2563
Last Update : 10 มกราคม 2563 12:49:00 น. 0 comments
Counter : 110 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณcomicclubs

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com