เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

<<
กุมภาพันธ์ 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
 
16 กุมภาพันธ์ 2563
 

....ปริศนามาตา....บทที่ 44

๐๐..... ปริศนามาตา บทที่ 44 .....๐๐


บทที่ 44




ผมมาเชียงใหม่คืนนั้นเอง ดี้และแก้วตกใจที่ผมตัดสินใจกะทันหัน ผมกลัวว่าถ้าอยู่ที่ร้านต่อไปสักวันผมคงตัดใจทิ้งมาไม่ได้


ผมไม่แม้แต่จะขึ้นไปบนห้องพัก คงออกมาพร้อมกับเป้คู่ใจ พี่ตุ๊กตาทั้งสอง บัญชีเงินฝากของคุณเด่นและเสื้อผ้าชุดเดียวที่ติดตัว อีกบัญชีที่เปิดใหม่พร้อมบัตรเอทีเอ็มคงอยู่กับดี้ แม้จะหลักล้านแต่ผมตั้งใจทิ้งไว้ให้เพื่อนใช้ อย่างน้อยถ้าผมเกิดเป็นอะไรไปปุ๊บปั๊บ ทั้งคุณเด่นและผมคงต้องเป็นภาระให้ดี้จัดการ

ดี้อุ่นใจที่ผมออกมาเหมือนจะไปดูหนังสักรอบ เดี๋ยวคงกลับมา..แม่เพื่อนรักเอ๋ย..ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ หรือไม่ ที่เราจะได้พบกันอีก..ผมฝืนทำร่าเริงให้เพื่อนเห็น แต่แอบนอนร้องไห้ในโบกี้รถไฟ





เมื่อลงจากขบวนรถ ผมเลือกเดาสุ่มจากป้ายและหน้าตาคนถือป้ายที่ยืนสลอนหาลูกค้า..ผมเดินตามไปขึ้นรถทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นโรงแรม เกสท์เฮาส์ หรือรีสอร์ทกันแน่ ตั้งใจแค่จะไปอาบน้ำพักผ่อนสักแปบแล้วออกไปแม่ริม..โชคดีที่เป็นโรงแรมเล็กๆ ในตัวเมือง

หลังจากอาบน้ำ กินอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วผมออกช้อปปิ้งสิ่งที่จำเป็น..จริงๆ แล้วผมก็เป็นคนเหนือนี่นา ผมนึกสนุกที่จะใส่ชุดพื้นเมือง แต่เมื่อมองไปทั่วๆ เห็นแต่การแต่งกายแบบธรรมดาเช่นคนกรุงเทพฯ ผมจึงแค่ซื้อเสื้อม่อฮ่อมกรมท่าสองตัว บังเอิญพบเสื้อแขนกุดโบราณมีกระเป๋าเสื้อด้านหน้า ผมซื้ออีกสองตัว..รีบกลับโรงแรมใส่เสื้อแขนกุดนั้น ใส่สมุดธนาคารและบัตรเอทีเอ็มไว้ในกระเป๋าเสื้อ และใส่เสื้อม่อฮ่อมทับอีกตัว




ออกจากโรมแรมเกือบเที่ยงผมตรงไปธนาคาร..เปิดบัญชีใหม่อีกเล่มพร้อมบัตรเอทีเอ็ม เงินไม่มากไว้เป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน..เหมือนผมจะเป็นคนรอบคอบทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน..การเอาตัวรอดต่างหาก ผมต้องอยู่ตัวคนเดียวกับภาระเรื่องทรัพย์สมบัติจำนานมาก..เหมือนจะดี แต่มันมีอันตรายแฝงอยู่..หลวงลุงเคยพูดว่า ใส่สร้อยทองเหมือนเอางูพิษพันคอ สักวันจะได้รับอันตราย ยิ่งเส้นโต งูยิ่งตัวใหญ่ อาจตายเอาง่ายๆ...ที่ผมมีอยู่ในกระเป๋าเสื้อและในเป้ ( สร้อยเพชรพี่ตุ๊กตา ) มันรังงูจงอางชัดๆ

แวะกินขนมจีนน้ำเงี้ยวสองชาม ตุนไข่ไก่ต้มแข็งสิบฟองพร้อมเกลือพริกไทยป่นใส่ถุงน้ำจิ้มเล็กๆ ซื้อหมวกแก๊ป รองเท้าสาน ไฟฉาย ไฟแช็ค เสื้อหนาวตัวโตและผ้าห่มนวม..สองสามรายการหลังนี่เหมือนมีใครบอกให้ซื้อ มันใหญ่ เกะกะ ไม่รู้จะซื้อมาทำไมเหมือนจะไปเดินป่าเข้าค่ายอะไรยังงั้น..ผมมัดผ้านวมติดกับเป้ขึ้นแบกหลัง ใส่เสื้อม่อฮ่อม ใส่หมวก รองเท้าสาน เหมือนไอ้หนุ่มชาวเขา แถมแก้มแดงรูปหล่ออีกต่างหาก..
อุ๊ปส์ !..ผมเซแซดๆ..ใครขัดขาผมวะ?...



บ่ายมากแล้วเมื่อผมมาถึงแม่ริม จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าบ้านน้ำต้นที่ผมเคยอาศัยอยู่ไปทางถนนสู่แม่โจ้ ผมเหมารถมุ่งไปเส้นทางนั้น..จนถึงสะพานข้ามแม่ปิงผมจึงเริ่มแน่ใจ ข้ามสะพานไปแล้วด้านขวามือมีถนนเล็กๆ แยกเข้าไป ถนนนี้ตัดเลียบไปตามลำแม่ปิงทะลุเข้าตัวเมืองตรงไหนสักแห่งผมจำไม่ได้ เมื่อก่อนเคยขับมอเตอร์ไซด์ลุยบ่อยๆ

บ้านเรือนสองข้างทางส่วนมากยังเหมือนเดิม มีบ้างประปรายเป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียว ระเบียงหน้าบ้านมีคนแก่เฒ่านั่งคุยกัน ป่าแหง้วที่ใช้เผาศพของชาวบ้านก็ยังอยู่ เชิงตะกอนที่ผมกลัวนักกลัวหนาโผล่กลางดงหญ้า..เดี๋ยวนี้คงไม่ได้ใช้กันแล้ว

เลยป่าแหง้วไปหน่อยถึงแนวรั้วไม้รวกขัดสาน อารามดีใจผมสั่งให้รถจอดส่งแค่นั้นหวังว่าจะได้พบใครบ้างสักคน ผมก้าวเข้าไปในรั้วที่คุ้นเคย เดินตรงไปที่ตัวบ้าน มันทรุดโทรมลงมาก ใต้ถุนรกรุงรัง ขึ้นไปบนบ้านพื้นกระดานบางแห่งหลุดหายไป หลังคาบางแห่งโหว่ แสงแดดยามเย็นส่องทแยงลงมา..คงไม่มีคนอยู่

นึกถึงต้นขนุนที่คุณเด่นเล่าให้ฟัง ผมรีบเข้าไปในป่าหลังบ้าน ไม่มีต้นขนุนที่ว่า มีแต่ตอใหญ่ตอหนึ่งมีกิ่งเล็กๆ ของก้านขนุนงอกอยู่ อาจจะเป็นต้นนี้ที่แม่ฝังบ๊วยไว้..จู่ๆ ผมขนลุกซู่ขึ้นทั้งตัว..นี่เราแฝดสามกำลังจะมาอยู่พร้อมหน้ากันในบ้านเกิด..อะไรจะเกิดขึ้น!



“สวบ! สวบ!”

“บล้าเข้ามายะอันหยัง?” ชายสูงอายุคนหนึ่งบุกพงหญ้าเข้ามา

“ผม..ผม..” ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะบอกอย่างไร

“มาลักของกะยัง..บ่น่าใจ้”

“ผมมายิงกระต่าย” ถ้าบอกว่ากลับมาบ้านคงต้องถูกถามต่อ และจากลุงคนนี้จะกลายเป็นหลายๆ คนตามมา ผมไม่ได้ดูถูกกำพืดของตัวเอง แต่วัตถุประสงค์ที่ผมมามันค่อนข้าง...

“แล้วไป๋” ลุงเดินกลับออกไป

“เดี๋ยวๆ ลุง..” ผมเดินตามออกมาเห็นลุงตั้งท่าจูงจักรยานอีกคันด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่งบังคับแฮนด์คันที่ขี่อยู่

“อะหยังเก๊าะ?” ลุงเหลียวกลับมา

“ผมอยากได้จักรยานสักคัน เห็นลุงมีสองคัน..พอจะแบ่งให้ผมได้ไหม? ผมขอซื้อดื้อๆ นึกได้ว่าผมจะต้องไปตรงโน้นตรงนี้ เดินอย่างเดียวคงไม่ไหวแน่

“กั๋นนี้กะลังจะเอาไป๋ซ่อม ส่วนที่ลุ้งขับอยู่นี่มั๋นเก่าแล้ว” ลุงแบ่งรับแบ่งสู้

“ร้านซ่อมอยู่ไกลไหมลุง”

“แค่นี้เอง”

“งั้นผมขอซื้อคันที่ลุงขี่อยู่แล้วกัน” ผมยื่นเงินให้ลุง

“ห้าร้อย มันจะนักไปกอ รถถีบเฒ่ากันนี้มั๋นเก่าขนาด” ลุงยื่นมือรับเงิน

“เดินดีๆ ล่ะลุง” ลุงตั้งท่าจะเดินจากไป

“บ้านลุ้งอยู่ก่อนถึงป่าแหง้วสักแปป ลุ้งชื่อโก๊ะเน้อ เผื่อแพ้จะว่าลักของลุ้งมา” ลุงโก๊ะตะโกนแนะนำ

“เดินดีๆ ล่ะลุง” ผมพึมพำกับตัวเอง นึกขอบใจลุงที่เผอิญผ่านมา ถ้าไม่ ผมยังไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไร..ผมมองตามลุงอย่างรู้สึกบุญคุณ ลุงเดินเร็วขึ้นกว่าเดิม แวบเดียวก็หายไป
เอ๊ะ! หรือลุงจะล้ม..ผมรีบมัดสัมภาระกับตะแกรงหลัง โกงตัวโยกรถตามไป...


ผมคะเนว่าขับมาตรงตำแหน่งที่ลุงหายไป แต่กลับไม่เห็นแก หรือว่าลุงเดินไว หรืออาจแวะเข้าร้านซ่อมไปแล้วก็ได้ ผมขับย้อนไปย้อนมาสักพักไม่เห็นอะไร ไม่มีผู้คนไม่มีบ้านเรือนแถวนั้นเลย..ช่างเถอะ! ยังไงก็ขอบคุณลุงมากเน้อ..( อ๊ะ! จาวเหนือมาละก๊ะ )




เย็นมากแล้ว..ผมมัววุ่นกับลุงโก๊ะไม่ได้สังเกตเลยว่าอากาศขมุกขมัวลงทุกที..จะเอายังไงกันละนี่ ! เส้นทางที่ผมขับไม่น่าจะวกวนอะไรแต่ผมรู้สึกคล้ายกำลังหลงทาง คงเพราะความมืดที่เริ่มโรยตัวทำให้รู้สึกอย่างนั้น

ถนนค่อยลาดเหมือนเบี่ยงลงข้างทาง ผมบังคับเบรกเก่าๆ อย่างทุลักทุเล รถยังคงทิ่มหัวต่ำลงเรื่อยๆ สักพักจึงคืนสู่ระดับราบ..ได้ยินเสียงน้ำไหล สักพักลำน้ำปิงกว้างใหญ่ก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ผมชะลอรถจอด หยิบไฟฉายขึ้นส่องไปรอบๆ..ผมอยู่บนหาดกว้างของแม่ปิง ถนนที่พาผมลงมาหายเข้าไปในดงไม้ ผมฉายไฟไล่ขึ้นดูจนสุดลำแสง มีแต่ความมืดและเงาตะคุ่มของชะง่อนดินลิบๆ ด้านบนที่ผมขับไต่ลงมา



“เป๊าะ!” เสียงกิ่งไม้หัก

“โอ๊ย!” ผมสะดุ้งสุดตัว กิ่งไม้หล่นลงข้างๆ นกกลางคืนตัวหนึ่งบินจากไป..จะทำอย่างไรต่อไป? คำถามเดิมผุดขึ้นในใจ ถ้าผมขับรถคลำขึ้นไปทางเดิม เมื่อถึงข้างบนก็คงพบแต่ความมืด ผมควรจะหาที่พักข้างล่างนี้ดีกว่า..ความหนาวเย็นเริ่มสัมผัสกับความวังเวง..ไม่หนาว ! ไม่กลัว !.. ผมปลอบใจตัวเอง

ฉายไฟกราดไปในความมืด เลือกทำเลเหมาะข้างโขดหินใหญ่ ผมตรงเข้าไปใต้ร่มไม้ข้างโขดหินนั้น เอนจักรยานไว้ด้านหนึ่ง กวาดพื้นให้โล่งพอก่อกองไฟ สุมใบไม้แห้งทับด้วยกิ่งไม้จุดไฟขึ้น เสื้อหนาวและผ้านวมถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เปลี่ยนเป็นใส่รองเท้าผ้าใบเพิ่มความอบอุ่น ท้องร้องจ๊อกๆ..ผมควักไข่ต้มและขวดน้ำออกมาจัดการ




“อึ๊อืออ..”

"คุคู้..อุ..อุ.."


“ไม่กลัว!” ผมส่งเสียงข่มความไม่กลัวของตัวเอง ลุกขึ้นออกหาฟืนเติมกองไฟ

เวลาล่วงไปทีละนิด ผมอยากให้เช้าเร็วๆ อยากผ่านคืนนี้..อากาศยิ่งหนาวขึ้นทุกที ผมโยนฟืนลงไปในกองไฟ ตาเริ่มปรือ..ความไม่กลัว ความเหนื่อย ความง่วงปนกันจนไม่รู้ว่าผมกำลังอยู่ตรงไหนของสภาวะจิต กำลังนึกสงสัยว่ามานอนทำอะไรอยู่กลางป่ากลางดงท่ามกลางความเหน็บหนาวและอันตราย...ก็เพราะคุณเด่น ก็เพราะพี่เด่นที่ทำให้ผมมาอยู่ตรงนี้..จะรู้บ้างไหม จะรู้บ้างไหม?..

หนาวมาก เสื้อหนาวและผ้านวมเอาไม่อยู่..กองไฟมอดลงทุกที ฟืนหมดแล้ว ผมง่วงเกินกว่าจะออกเดินหา..หนาว..ง่วง..พี่เด่น..พี่เด่น..

กำลังจะหมดความอดทน ร่างกายเริ่มแข็งเย็นเหมือนร่างคุณเด่นในลิ้นชัก..ผมกระดิกตัวไม่ได้ มันหนาว ชา ลืมตาไม่ขึ้น กำลังจะหลับ..หลับ



“ก็อบแกล็บ..” เสียงใบไม้แห้ง ผมรู้สึกเหมือนผ้านวมขยับ แต่ตาลืมไม่ขึ้น..ชั่ ง มั น !..แม้ความคิดก็ค้างชา..ผมจะหลับแล้ว อะไรจะเกิดก็ชั่ ง มั น



ก่อนจะหมดสติ ผมรู้สึกอุ่นขึ้นกลางหลัง..ลามมาด้านหน้า...แล้วผมก็หลับไป.....






 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2563
0 comments
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2563 17:17:33 น.
Counter : 127 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com