เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

<<
กุมภาพันธ์ 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
 
2 กุมภาพันธ์ 2563
 

....ปริศนามาตา....บทที่ 30

๐๐..... ปริศนามาตา บทที่ 30 .....๐๐



บทที่ 30


ผมงงกับความจริงที่ได้รู้
สมองวิ่งกลับทบทวนคำพูดที่คุณเด่นเคยเอ่ยเป็นนัยๆ “ผมไม่ทำอย่างนั้นหรอก มีตัวอย่างให้เห็นตำตาทุกวัน มันเหมือนชิน มันเหมือนจะซึมซับเข้าไปจนเป็นเรื่องธรรมดา ยอมรับว่าบางทีก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง”

“เป็นอะไร เด่นนั่งเฉยงั้น” ดี้เขย่าตัวผม

“เอ่อ..ไม่มีอะไร” นึกได้ว่านั่งอยู่ชิดกับพ่ออีกคนเกินปกติ อ้าปากจะแนะนำให้ดี้รู้จักก่อนที่จะสงสัย

“ใคร?” สะกิดเอวผม


“อ๋อ! นี่คือคุณน้าของคุณเด่นเก้า” ช้ากว่าจนได้

“สวัสดีค่ะ หนูเป็นเพื่อนของเด่นหล้า คุณน้ามาจากเชียงใหม่หรือคะ?” คุณน้า เหลือบมองผมเหมือนจะถามว่า เอาไง? ผมแอบพยักหน้า

“ครับ ครับ มาถึงเมื่อบ่ายนี้เอง มางานเด่นเค้า” ประหม่าสายตาดี้จนพูดแปลกๆ

“พักที่ไหนล่ะคะ ถ้ายังไม่มี ไปพักกับเด่นหล้าก็ได้ ห้องกว้างขวางอยู่สบาย พวกเรายินดีต้อนรับค่ะ” พูดเป็นต่อยหอย รู้ไหมน่ะว่ากำลังหาเรื่องให้ผม

“ความจริงตั้งใจว่าเผาเสร็จจะกลับเลย แต่พรุ่งนี้ต้องเก็บกระดูกอีก จะพาเค้าไปลอยแม่ปิง” เป็นตุเป็นตะ ผมกับดี้มองหน้ากันงงๆ

“เก็บกระดูก..ถ้างั้นก็นอนค้างกับเด่นแล้ว กั น..นะ คะ” ดี้คงสงสัยพอกับผม กระดูกใคร? ก็มันโลงเปล่าๆ คุณน้าจะเก็บกระดูกใครไปลอยแม่ปิง!

“เอ่อ..หนูชื่อแก้วเป็นเพื่อนอีกคนของเด่นหล้า” แก้วยกมือไหว้แนะนำตัวเอง “หนูฟังอยู่นานแล้ว สงสัยว่าคุณน้ามางานใครกันแน่คะ?”


“อ้าว! ก็งานเผาเด่นเก้าไง พวกหนูถามแปลกๆ”

“เฮ้ย!!!” ทั้งสามคนร้อง ตกตะลึงมองหน้ากัน

“ไม่ใช่นะครับ! คุณเด่นเก้าจัดงานนี้เพื่อแม่ของเรา จริงๆ แล้วไม่มีร่างใครอยู่ในโลงใบนั้น คุณเด่นจัดขึ้นเพื่อชดเชยความรู้สึกที่ทอดทิ้งแม่ไป เข้าใจแม่ผิดๆ และเพื่อพบผมด้วย” เสียงดังอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“มีจดหมายจากกรุงเทพฯ บอกให้ผมมางานเด่นเก้า เด่นเก้าตายแล้วจริงๆ..นี่ไงจดหมาย” คุณน้าล้วงไปในกระเป๋า
“เอ๊ะ! หายไปไหน เมื่อตอนลงจากเครื่องยังดูชื่อวัดอยู่นี่นา”

“คุณน้าคงเข้าใจผิด ข้อความในจดหมายอาจจะกำกวม” ผมขนลุก นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ที่ไอ้ห้าวเขียนกระดานว่า งานคุณเด่นเก้า


“ไม่ผิด! ผมอ่านตั้งหลายเที่ยว ร้องไห้อยู่หลายวัน จะเข้าใจผิดได้ยังไงชีวิตลูกทั้งคน” ยังคงค้นกระเป๋า “มันหายไปไหน เมื่อกี้ยังอยู่นี่นา”

“เอ..หรืออาจจะเหมือนจดหมายพ่อที่เขียนถึงผม..” นึกได้ว่าผมก็ค้นหาจนทั่วห้องที่โรงพยาบาล ไม่พบเหมือนกัน..มันยังไง!

“แต่..เมื่อกี้ชั้นได้กลิ่นตุๆ เหมือนกันบนเมรุ นึกว่ากลัวจนคิดไปเอง”


“เออ..ใช่!” สองสาวทำผมใจหวิวๆ..คุณเด่น!...




“เด่น ได้เวลานำศพเข้าเตาแล้ว จะไปดูเป็นครั้งสุดท้ายไหม?” ตาละออเข้ามาถาม เราสามคนหันมองเป็นตาเดียว

“ดูอะไร? มันโลงเปล่าๆ ไม่ใช่หรือลุง” ยืนยันความเข้าใจเดิมๆ ที่คุณเด่นเคยบอก

“ใครบอกแก..ทำไมจะไม่มีศพ ข้าเป็นคนบรรจุกับมือ”


“จริงหรือลุง?” โอ๊ย! ยังไง? ยังไง?

“ดูครับลุง” คุณน้ารับคำ เดินนำไปที่เมรุ

“เด่นล่ะ ไม่ไปอโหสิศพหรือ?” ตาละออคะยั้นคะยอ

“ปะ..ไป..ครับ..” รับคำอย่างงงๆ หวิวๆ เหมือนจะเป็นลม

“ไปดูกันให้หายแคลงใจ..จะเป็นคุณเด่นได้ไง พากชั้นไม่เชื่อ!” ดี้และแก้วช่วยประคองผมขึ้นบันไดเมรุ

“ถ้าเป็นคุณเด่น..” ผมพูดอะไรออกไป


“เป็นไปไม่ได้!” ดี้เสียงแข็ง

ถ้าเป็นคุณเด่นผมจะทำอย่างไร..จริงอยู่ ผมมีชีวิตได้ตามลำพังมานับสิบปี จะเป็นไรไปถ้าไม่มีคุณเด่น..แต่..เราเพิ่งพบกัน ความสุขความอบอุ่นระหว่างพี่น้องเพิ่งเริ่ม ผมแอบหวังเล็กๆ ว่าจะมีครอบครัวกับเขาบ้าง ว้าเหว่มานาน แอบร้องไห้บ่อยๆ..นี่ผมจะต้องร้องไห้ครั้งใหญ่ละหรือ?


“เอี๊ยด! อ๊าด!” เสียงตาละออใช้สิ่วงัดฝาโลง กลิ่นสาบสางโชยมา

“มีศพอยู่จริงๆ ด้วย!” แก้วกระซิบ

“บอกแล้วไม่เชื่อว่าผมมาเผาศพเด่นเก้า” คุณน้าอุตส่าห์ได้ยินแก้วพูด


“ไม่เชื่อ!” ดี้เถียงทั้งที่ฝาโลงกำลังเปิดออก เห็นผ้าห่อศพอยู่ข้างใน

“อ้าว! ทำไมเอารูปเด่นปิดหน้าศพไว้..รูปใครน่ะ เด่นเก้าหรือเด่นหล้า” คุณน้าถามตาละอออย่างประหลาดใจ

“เอ..ไม่รู้สิครับ ผมไม่ได้ทำ รูปมาได้ยังไง” ตาละออหยิบรูปออกจากหน้าศพ..ผมใกล้จะเป็นลมเต็มที..


“อ้าว!!!!” สี่อ้าวดังขึ้นพร้อมกัน

“ใครน่ะ?”

“ใคร”

“ทำไม?

“------” ผมคนเดียวพูดอะไรไม่ออก


“ไอ้เบื๊อกครับ..” ตาละออยิ้มเจือนๆ

“ทำไมหรือ?” คุณน้าผู้เป็นผู้ใหญ่ที่สุดรู้สึกไม่ถูกต้องกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

“เพื่อนรักของเด่น ตายครบเจ็ดวันพอดี มันไม่มีญาติพี่น้อง..ทางวัดเห็นว่าจะเผาโลงเปล่าก็เลยขออาศัยเผาไอ้เบื๊อก เด่นคงไม่ว่าอะไรเพราะเป็นเพื่อนรักกัน อีกอย่างที่มันตายก็เพราะไอ้เด่นด้วยเหมือนกัน” ไม่เคยได้ยินตาละออพูดยาวๆ อย่างนี้

“เบื๊อก..” ผมได้สติ “ถ้าวิญญาณแกยังวนเวียนอยู่แถวนี้รับรู้ไว้ด้วยว่าชั้นเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นสาเหตุให้แกเสียชีวิต อโหสิให้ชั้นด้วย ขอให้แกไปที่ชอบๆ นะเบื๊อก” ผมยกมือทำความเคารพศพ กระตุกแขนดี้และแก้วให้ลงจากเมรุ

“คงไม่ใช่ฝีมือใครนอกจากแก..” คุณน้าเดินบ่นตามหลังลงมา

“เค้าเป็นอะไร..” ดี้ยิ่งกว่ากระซิบ

“ต้องเป็นฝีมือไอ้เด่นไร้ชื่อ..
ไอ้บ้วย!” คุณน้าหน้าแดงด้วยความโกรธ ผมหูผึ่งเมื่อได้ยิน ไอ้เด่นไร้ชื่อ



“ตกลงคุณน้าจะอยู่พักที่ห้องเด่นไหมคะ” ดี้ถามขึ้นเมื่อใส่ไฟให้เบื๊อกเรียบร้อยแล้ว..ดี้นี่นะ..จะอะไรถึงไหน?

“ไม่ละครับ ผมคงกลับเลย ไม่ต้องรอเก็บกระดูกแล้ว ใครก็ไม่รู้” คุณน้ายังหงุดหงิดไม่หาย

“พวกเราก็สับสนพอๆ กับคุณน้า อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ” ผมออกตัวกึ่งขอโทษแทน..แทนใคร..เรื่องนี้ใครเป็นคนทำ..คุณเด่นหรือ?..ไม่น่าจะใช่

“ไม่เป็นไร ผมชินแล้ว แต่ครั้งนี้หนักกว่าทุกที ผมต้องลงมาถึงกรุงเทพฯ มาเผาศพเด่นเก้า..คราวนี้เล่นแรง” หน้าเครียด

“ใคร อะไรหรือครับ” ผมอดใจไว้ไม่ไหว..มีอะไรเกี่ยวกับไอ้เด่นไร้ชื่อหรืออย่างไร?

“ไหนๆ ก็ไหนๆ..” คุณน้าพูดเสียงเบาพอได้ยินกับผมสองคน “เรื่องประหลาดทั้งหลายที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือใครนอกจากไอ้บ้วย!”


“ไอ้บ้วย?” ใคร? ผมงง

“ไอ้บ้วยขี้อิจฉา เห็นเด่นมีความสุขไม่ได้ต้องเข้ามาแทรกทุกที” คุณน้าทำท่าเหมือนคนเสียสติ

“ไอ้บ้วยขี้อิจฉา..” ผมเออออ เห็นท่าไม่ดี ผมกำลังเจอกับอะไรอยู่นี่!!

“ไอ้บ้วยมันเป็นลูกคนสุดท้อง..” ยิ้มไหลๆ ชอบกล

“ครับ ลูกสุดท้อง” ผมอยากกลับร้าน ไม่อยากรู้เรื่องอะไรอีกแล้ว

“ฮะ ฮะ..เด่นหล้าคงยังไม่รู้..” ไม่เอา!..ไม่อยากรู้..

“ครับ” แหลเฉยเลย



“เด่นเก้า เด่นหล้า เด่นไม่มีชื่อ..ไอ้บ้วย!” คุณน้าตาขวาง


“อะไร! อะไร!..” หัวใจเต้นแรง!


“แฝดสาม..เด่นเก้า เด่นหล้า ไอ้บ้วย..ไอ้บ้วยมันตายตั้งแต่เกิด!” ผมล้มตึง!!...








 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2563
0 comments
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2563 11:18:06 น.
Counter : 110 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com