เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

<<
กุมภาพันธ์ 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
 
1 กุมภาพันธ์ 2563
 

....ปริศนามาตา....บทที่ 27

๐๐..... ปริศนามาตา บทที่ 27 .....๐๐



บทที่ 27



“วันนี้ทำไมคนมาวัดมากจัง..เค้ามาทำไมกันเหรอ?” สาวๆ ห่างวัดพากันสงสัย


“ญาติโยมมาเต็มวัดแต่เช้างี้ไม่ต้องดูปฏิทินก็รู้ว่าวันพระ” หนุ่มคุ้นเคยวัดแสดงภูมิ “วันนี้ขึ้นแปดค่ำ เดือนสิบ เจ็ดกันยายน วันพระ”

“อวดเก่ง!”

“ก่อนออกจากร้านชั้นดูปฏิทินมา ไม่อยากมาวัดวันพระ...ผีดุ!” พูดทีเล่นทีจริง

“จริงเหรอ แล้วทำไมไม่บอกจะได้ไม่มา” ดี้จูงมือแก้วแน่น

“ฮะ ฮะ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แค่พูดกันมาน่ะ” คิดว่าผมกลัวกว่าแต่ไม่แสดงออกเท่าดี้ “อีกอย่างนี่เวลากลางวันนะจ๊ะคุณ”

“โอ๊ย! อย่ามาจ๊ะมาจ๋าเลย เดี๋ยวเจอผีขึ้นมาก็กระโดดกอดชั้นอีกหรอกแก” ติดใจหรือแค้นเรื่องเมื่อเช้ากันแน่?


“ไงเด่น! มาทำบุญหรือ?” ใครคนหนึ่งร้องทัก

“เปล่าครับ ผมมาหาเบื๊อก” ตั้งใจจะสอบถามเรื่องทั้งหมดจากเจ้าสัปปะเหร่อน้อย

“เบื๊อกไม่อยู่แล้วนี่!” ทำหน้าชอบกล

“ไปถามเจ้าหน้าที่ฌาปนกิจดีกว่า” สำนักงานอยู่ด้านหน้าของศาลาสวดทั้งหลาย


“อ้าว! ไอ้เด่น” ตาละออสัปปะเหร่อใหญ่ทักด้วยสีหน้าแปลกๆ อีกคน

“แสดงว่าชั้นมีตัวตนแล้วใช่ไหม?” ดี้และแก้วพยักหน้า “รวมทั้งแกเป็นสี่คนที่ยืนยันความเป็นจริงได้”

“พวกเรากำลังทำบ้าอะไรกันอยู่เนี่ย?” แก้วไม่ค่อยจริงจังกับเรื่องนี้

“เออน่า..จะได้หายข้องใจ” ดี้ตั้งใจพอๆ กับผม

“ไงเด่น! จะมาถามเรื่องงานของคุณเด่นเก้าใช่มั้ย? กำลังจะติดต่อไปพอดี” เจ้าหน้าที่ร้องทักก่อนที่พวกเราจะเข้าไปในห้องเสียอีก

“ทำไมน้าทราบล่ะ?” ค่อนข้างทึ่ง

“คุณเด่นเก้าจัดการไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว แกรอบคอบจริงๆ” ส่ายหัวด้วยความศรัทธา..ไม่น่าจะถึงขนาดนั้น!

“ค่าใช้จ่ายทั้งหมดล่ะครับ” หากคุณเด่นหลงลืมเหมือนค่าโรงพยาบาลผมคงแย่แน่

“เรียบร้อยแล้วไม่ต้องห่วง..วันมะรืน ห้าโมงเย็น ไปดูที่บอร์ดสิ”

“ครับ” ผมรับคำอย่างไม่มั่นใจ




“วันมะรืนก็อีกสองวัน เด่นจะจัดการอย่างไร” แก้วถามด้วยความเป็นห่วง เรากำลังเดินไปที่บอร์ดหน้าศาลา

“ไม่รู้สิ”

“ก่อนวันเผาต้องสวดหนึ่งคืนไม่ใช่หรือ และยังเรื่องดอกไม้บนเมรุอีก” ดี้รอบรู้

“เรื่องดอกไม้ให้ทางวัดจัดการแล้วกัน ส่วนเรื่องสวดนั้นคงไม่ต้อง ก็อย่างที่ชั้นเล่าให้ฟังเรื่องงานสวดประหลาดๆ ของแม่ มีแต่โลงเปล่าไม่มีใครอยู่ในนั้น คงไม่ต้องทำตามพิธีการทุกอย่าง..ชั้นคิดถูกป่าว?” เรื่องเผาโลงเปล่าๆ ก็เหมือนกัน ไม่รู้คุณเด่นยังยืนยันให้ทำทำไม

“แต่งานเผาต้องมีนะ แกอย่าเปลี่ยนแผนล่ะ รู้ทีหลังคุณเด่นจะว่าเอาได้ รวมทั้งพวกชั้นสองคนจะถูกเหมาว่าช่วยยุยง” ห่วงภาพพจน์ตัวเองละสิ!




“เฮ้ย! อยู่นี่เอง” ผมตบหลังเบื๊อกที่กำลังเขียนบอร์ดง่วน

“ไอ้เด่น!” แต่ที่หันมากลับไม่ใช่เบื๊อก

“อ้าว! โทดที นึกว่าเบื๊อก”

“เบื๊อกไม่อยู่ ไปแล้ว” หันกลับไปเขียนต่อ

“ไปไหน..ทำไมไม่บอกกล่าวกันมั่ง เสียแรงเป็นเพื่อนกันมาเกือบสิบปี น้อยใจว่ะ” ผมอ่านที่เพื่อนกำลังเขียน “วันที่เก้ากันยายนสองห้าห้าหนึ่ง งานคุณเด่นเก้าเวลาสิบเจ็ดจุดศูนย์เก้านอ”

“ทำไมเขียนอย่างนี้ล่ะเด่น?” ดี้ซึ่งอ่านตามผมติงขึ้นมา

“ทำไมเขียนงี้ล่ะ?” ผมก็แปลกใจ ไอ้เพื่อนคนนี้คงเพิ่งทำหน้าที่ จึงเขียนแปลกๆ

“จะให้ตอบเรื่องไหนก่อน เล็กหรือใหญ่หรือแบบไม่กินเส้น!” หันมาขึงตาใส่ผมและดี้..อารมณ์เสียอย่างไม่มีสาเหตุ

“เออๆ แล้วแต่เอ็ง” ลืมไปว่าไอ้เพื่อนคนนี้ออกจะห่ามห้าวกว่าทุกคน..จะว่าไปก็ห้าวๆ กันแทบทั้งนั้น งานอย่างนี้จะว่าเครียดก็ใช่ จะว่ากลัวก็ใช่ จะว่ามีพลังขมังเวทย์พลังบ้าลำพองก็ใช่อีก (เท่าที่ผมเห็นนะ ไม่ได้เหมาว่าทุกคน)

“ตกลงเรื่องไม่กินเส้นไม่เอานะน้อง” แก้วยิ้มหวานกับไอ้ห้าว

“เรื่องเล็กคือ โพยเขียนมายังงี้ข้าก็เขียนตาม” หักชอล์คดังเป๊าะ จ้องตามองผมอย่างจะเอาเรื่อง “ส่วนเรื่องใหญ่ข้านึกว่าเอ็งรู้แล้วเสียอีก”

“เรื่องไร?”


“ไอ้เบื๊อกตายแล้ว!”

“หา! เบื๊อกตายแล้ว!” ผมผงะ

“ใครๆ เขาลือกันทั่วเรื่องเอ็งกะไอ้เบื๊อก” ดี้และแก้วหันมองผมเป็นตาเดียว

“เฮ้ย! เรื่องอะไร? ชั้นไม่รู้เรื่อง!” ผมงงยิ่งกว่าไก่ถูกควักลูกตา

“วันก่อนที่เอ็งมาเยี่ยมวัด เบื๊อกพาเอ็งไปโกดังเก็บศพหลังวัด ไปทำอะไรกันไม่รู้ ไอ้สีวีศาลาห้าคู่ขาไอ้เบื๊อกเล่า..”


“เฮ้ยๆๆๆ” ผมได้แต่ร้อง..เรื่องชักจะไปกันใหญ่

“มันเห็นไอ้เบื๊อกอุ้มเอ็งเข้าไปในห้องตาละออหลังวัดจึงต่อว่าไอ้เบื๊อกและทะเลาะกัน..”

“ชั้นเป็นลม..” ดี้ไม่วายจ้องสงสัย “เออ! แล้วจะเล่าฟัง..” ผมรีบชี้แจง

“มันหึงกันมาก..ไม่มีใครคิดว่าเรื่องจะเลยเถิดถึงกับฆ่าแกงกัน”

“ชั้นไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆ วันนั้นไอ้เบื๊อกเปิดโลงแม่คุณเด่นให้ชั้นดู ชั้นกำลังไม่สบายอยู่จึงเป็นลม..เอ็งก็รู้ว่าชั้นกลัวผีมากแค่ไหน..รู้ตัวอีกทีนอนอยู่ในบ้านโลงผีของตาละออ วิ่งออกมาแทบไม่ทัน..”

“เออ! ข้าเชื่อ เพราะเอ็งเล่าตรงกับไอ้เบื๊อก มันบอกกับไอ้สีวีเหมือนเอ็งว่าทุกอย่าง แต่สีวีไม่เชื่อ เถียงไปเถียงมาลามไปใหญ่ถึงเรื่องอื่น..แทงกันตายทั้งคู่”

“ตอนออกจากวัดชั้นยังเห็นเบื๊อกช่วยสีวีทำงานอยู่บนศาลา”

“นั่นน่ะ หลังจากนั้นมันก็ทะเลาะกัน..ยังมีอีกนะ..
เรื่องเอ็ง!”

“ชั้นเล่าความจริงไปหมดแล้วนะ..เรื่องอื่นชั้นไม่เกี่ยว” ผมมองทั้งไอ้ห้าวและเพื่อนผู้กำลังสงสัยทั้งสองคน

“เกี่ยวตรงๆ เลย!”

“เล่ามาๆ เพื่อนชั้นเสียหายนะ” เพื่อนดี้ออกลุย แก้วดึงไว้กลัวจะมีเรื่อง

“คืนนั้นที่ไอ้เบื๊อกตาย ทำไมเอ็งเข้าไปอยู่ในห้องมันตั้งนานสองนาน” มองผมอย่างสงสัยปนทึ่ง


“อะไรนะ?” หูผมคงฝาด

“คืนที่ไอ้เบื๊อกตาย เอ็งเข้าไปอยู่กับศพในห้องของมันตั้งค่อนคืน..ทำไม?”


“หา!!” เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ดี้แก้วเข้าช่วยประคอง

“ใครๆ เขาว่าเอ็งคงรักอาลัยไอ้เบื๊อกมาก และชักจะคล้อยตามที่ไอ้สีวีกล่าวหา” ห้าวมองผมอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “แต่ข้าไม่เชื่อ และกำลังสงสัยว่าคืนนั้นเอ็งถูกผีไอ้เบื๊อกหลอก มันคงยัวะที่เอ็งเป็นสาเหตุให้มันตาย”

“เบื๊อก..สีวี..คุณเด่น..คืนนั้น..เบื๊อก..สีวี..คุณเด่น..คืนนั้น..ยังไง! ยังไง!...” ผมเสียวสันหลังวูบ รู้สึกเย็นวาบขึ้นตั้งแต่เท้าถึงสมอง ขนลุก หนังหัวขมึงเกร็ง...

“เด่น! เป็นอะไร เด่น! เด่น!” หลายมือช่วยกันจับตัวผม



“ชั้นไม่รู้เรื่อง ชั้นไม่รู้เรื่อง ชั้นไม่รู้ เ รื่ อ ง . . .” ลิ้นเริ่มแข็งหายใจไม่ออก.....





 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2563
0 comments
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2563 14:41:37 น.
Counter : 81 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com