เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

 
มกราคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
11 มกราคม 2563
 

....ลวงใจ บทที่ 1....

.... ลวงใจ .... (บทที่ 1)




... ลวงใจ ...




บทที 1




ปิ๊คอัพคันหนึ่งควบปะเลงๆ ไปตามถนนลูกรัง
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านซ้ายเขม้นมองภูมิประเทศสองข้างทางอย่างเอาจริงเอาจัง


“อยู่ตรงไหนนะ..” ในที่สุดเขาเอ่ยออกมา “จำได้ว่าอยู่ด้านขวา..มันนานแล้วที่มา” พูดกับตัวเองเพราะอีกคนเหมือนคนขับรถมากกว่า

“วนไปวนมาหลายรอบแล้วครับ” คนขับตั้งข้อสังเกต

“สิบปีได้ที่มากับแม่..มุดผ่านดงอ้อยกว่าจะถึงเจ้าเจ็ดสิบไร่นั้น”

“โอ๊ย..ถ้าอย่างนั้นพออ้อยโตเขาก็ตัดขายแล้วคุณจะจำได้หรือ” ชายสูงวัยยิ้ม ส่ายหัวกับข้อมูลที่ได้จากหนุ่มอ่อนวัย

“นั่นสิ..ผมก็คิดอย่างนั้น” ปากโต้ตอบแต่สายตายังอยู่สองข้างทาง

“คุณอายุยื่สิบกว่า สิบปีที่แล้วยังเด็กจะจำอะไรได้” จอดรถไม่มีปี่มีขลุ่ย

“อ้าว!..ทำไมล่ะลุง?”

“โน่น!..ถามชาวบ้านดีกว่า” ชี้ไปที่ชายคนหนึ่งข้างทาง

“จะดีหรือ?” หน้าเริ่มแดง

“ถ้าไม่แล้วเมื่อไหร่จะเจอ..” หันมองนายหนุ่ม “คุณก็เป็นเสียอย่างนี้ อะไรๆ ก็ไม่กล้า”

“ก้อ..”

“นี่ถ้าไม่เป็นเพราะคุณแม่เสียคุณคงไม่กล้าออกมาดูโลก..” หันออกนอกรถโบกมือเรียกชาวบ้านคนนั้น “หนุ่มๆ”

“แล้วจะถามเขาว่าอย่างไร..” ชายหนุ่มข้างทางมองรถอย่างงงๆ “ถามว่ารู้ไหมว่าที่ๆ แม่ซื้อไว้เมื่อสิบปีที่แล้วอยู่ที่ไหนหรือ”

“นั่นสิครับ” เกาหัวแกรกเมื่อหนุ่มตัวโตเดินเข้าใกล้

“หือ?” กลิ่นสาปเหงื่อโชยเข้ารถ

“ไงล่ะลุง..” ขยับตัวยุกยิกเป็นผลให้หนุ่มเข้มเลื่อนตำแหน่งมอง

“หือ?” อีกครั้งพร้อมคิ้วขมวดให้หนุ่มแก้มแดง

“นี้ๆ..” นึกอะไรได้เอื้อมหยิบเป้สะพายที่อยู่เบาะหลัง “โฉนดเลขที่นี้รู้ไหมว่าอยู่ตรงไหน” ยื่นโฉนดที่ดินเจ็ดสิบไร่ออกนอกหน้าต่างรถ

“ไหน?” โฉนดคร่ำคร่าลอยตามแรงของมือโต

“เฮ้ย!..” เจ้าของโฉนดออกจากรถทันทีเหมือนกัน

“นะ..” มองแก้มแดงตาคว่ำ..ส่งโฉนดคืนให้ “ไปบ้านผู้ใหญ่สิ” หันหลังกลับ

“เดี่ยวพ่อหนุ่ม..” ลุงคนขับเห็นท่าไม่ดี “บ้านผู้ใหญ่อยู่ไหน”

ชายหนุ่มยักไหล่ไปทางหนุ่มข้างประตูรถ..หันไปผงกหัวให้ลุงที่ถามแล้วออกเดิน

“เข้ามาเถอะคุณจร นายหนุ่มคงพาเราไปบ้านผู้ใหญ่”

“คนบ้านนอกก็กวนเป็นเหมือนกันนะ” บ่นพึมเข้ารถ

คนบ้านนอกจอมกวนที่หนุ่มจรหมายถึงเดินเลี้ยวเข้าทางดินขรุขระคล้ายถนนซอย รถปิ๊คอัพกระดอนไปมา บางแห่งเป็นหลุมโคลนต้องคอยเลี่ยงหลบให้ดี ถ้าล้อทับลงไปมีหวังขึ้นได้ยาก..หนุ่มเดินสบายๆ ชำเลืองมองรถเป็นระยะแต่รถแทบตามไม่ทันเขา

สองข้างทางเป็นป่าอ้อยและไร่มันสลับกัน กอไผ่และไม้นาๆ พันธุ์ขึ้นเป็นระยะ เสียงร้องของนกและสัตว์ป่าที่ไม่ปรากฏร่าง นานๆ ทีจึงเห็นเกาะบนกิ่งไม้เตี้ย น่าแปลกที่ไม่ตื่นคนและเครื่องจักรยนต์ที่ต้วมเตี้ยมอยู่

“ลุงยง!..” หนุ่มจรเพลินธรรมชาติจนลืม “คนป่าหายไปไหน?”

“คนป่าไหนครับ” ลุงงงกับคำถาม

“ก็คนนำทาง”

“โธ่..นึกว่าใคร..” กวาดสายตามองหา “ผมมัวแต่ระวังหลุมโคลน..หายไปจริงๆ ละครับ”

“ผมบอกแล้วว่าเขากวน..” ชะโงกออกนอกหน้าต่าง “แล้วเราจะไปทางไหนดี เล่นทิ้งกันอย่างนี้”

“ผมว่าคงอยู่แถวๆ นี้..ปวดฉี่..หลบเข้าไปยิงกระต่ายมั้ง..” ยิ้มเลี่ยนๆ “ว่าแต่คุณจรไม่เป็นไรหรือ..ผมขอตัวแปบ”

“ดีเหมือนกันผมก็ปวด..” จรลงจากรถไล่ๆ กับลุงยง ระยะยืนห่างกันเล็กน้อย “ไม่มีใครเห็น เดี๋ยวออกถนนจะหาที่ลำบาก”

“สวบๆ..” เสียงลุยพงหญ้าดังขึ้น

"เห่ย!.." จรรูดซิบกางเกงแทบไม่ทัน ลุงยงยังยืนอยู่ ฉะนั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจากบ้านนอกจอมกวน..แต่ไม่มีใคร


“เอาไงกันล่ะลุง..” หลังจากกลับเข้ารถทั้งสองคน “จะติดอยู่ในป่าแล้วหรือ ทางข้างหน้ายิ่งเละจะเลี้ยวกลับก็ลำบากติดหล่มละแย่เลย”

“คุณจรวิตกมากจนตามัว ผมว่าตาไม่ดีแล้วยังมองเห็นข้างหน้าลิบๆ นั่น..” ลุงยงป้องหน้าผากมองย้อนแสง “ทางเรียบขึ้นและชาวบ้านทำงานอยู่ในไร่..ดูสิครับ”

“ไหนๆ..” หนุ่มจรคว้าแว่นดำบนคอนโซลขึ้นใส่ “แดดบ่ายมันแยงเข้าตาน่ะเลยพร่าไปหน่อย..จริงด้วย..รอดแล้วเรา”

“ที่จริงไม่ใช่ป่า แค่ไร่นารกทึบเท่านั้น..ฮะๆ คนกรุงตาแหกไปเอง..ฮ่าๆ..” ลุงยงหัวเราะร่วน

“ลุ้ง!..” เสียงสูง “ว่าผมนิ..ฮะๆ..ฮ่า..” หัวเราะออกมาเหมือนกัน “ว่าแต่นายคนป่า!!”

“นั่น..ยืนอยู่ในไร่ไง” ลุงยงเริ่มขยับรถมุ่งไปทางเรียบข้างหน้า

ไร่ที่ทั้งสองคนมองเห็นคือไร่มัน ชาวบ้านกลุ่มใหญ่กำลังลงแขกทำงาน ชายหนุ่มที่นำทางพูดคุยอยู่กับชาวไร่เหล่านั้นพลางช่วยเหยียบดินบนหลุมที่ฝังท่อนกล้า

“นายว่าจะพาไปบ้านผู้ใหญ่..” จรเลิกประหม่าเขินอายแต่แก้มยิ่งแดงขึ้นเพราะแดดบ่าย “จะเย็นแล้วเดี๋ยวกลับกรุงเทพฯ ไม่ทัน”

“บ้านผู้ใหญ่!..” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดออกมา

“ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะพาไป..” มองแก้มแดงๆ แล้วเลยไปพูดกับลุงยงที่เพิ่งตามมาถึง “ใช่ไหมครับ”

“ตกลง..หลอกกันหรือ..นาย..นาย..” ตาเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นแดง

“จะมาหาที่หรือมาหาผู้ใหญ่กันแน่..” ไม่มองคนขี้โมโห “หือ..ครับ?” ถามลุง

“มาหาที่ แต่หลานชายบอกให้ไปถามผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่หรือ”

“ใช่ที่นี่หรือเปล่า..” ท่อนแขนแข็งแรงยื่นไปที่โล่งถัดไป “ร้างอยู่นานแล้วไม่เห็นมีใครมาทำอะไร”

“เฮ๊!..” จรแทบวิ่งไปที่ๆ นั้น “ผมว่าน่าจะใช่นะลุง..” เหลียวหาอีกคน “นะ”

“ก็ดีที่พบแล้ว..งั้นผมไปนะ..นะ..ฮะๆ..” มีแต่เสียง

“ลุงเห็นนายคนนั้นไหม?” กลับมาที่ลุงยง

“เขาไปแล้วว่าจะไปทำงาน..” มองที่กางเกงหนุ่มจร “เลอะหมด”

“เขาเผาไร่กันน่ะนาย..” ชาวไร่คนหนึ่งเอ่ยขึ้น “ที่ว่างนั้นไม่มีใครดูแลไฟก็เลยลามจนทั่วดินถึงดำร่วนอย่างนั้น..ฮะๆ..หนุ่มเหมือนไปคลุกถ่านมาเลย”

“ว่าแต่บ้านผู้ใหญ่อยู่ที่ไหนล่ะ?” ลุงถือโอกาสถามชายเยี่ยมมนุษย์สัมพันธ์นั้น

“เลี้ยวขวาทางแยกหน้าออกถนนแล้วก็ถึง..” มองหน้าลุง “อ้าว!..เขาไม่ได้บอกรึ?”



บ้านผู้ใหญ่บ้านอยู่ปากทางนั้นเอง..ความจริงหนุ่มชาวบ้านจอมกวนน่าจะพามาแทนที่จะพาอ้อมเข้าป่า..หรือเขารู้ว่าที่ๆ ทั้งสองตามหาอยู่ที่นั่น ถ้าเป็นเพราะเหตุนั้นแสดงว่าเขาคือจอมกวนอย่างที่หนุ่มจรตั้งฉายาให้จริงๆ

“เราเข้าไปถามเพื่อความแน่ใจสักหน่อยแล้วค่อยกลับกรุงเทพฯ” ลุงยงเลี้ยวรถผ่านรั้วไม้สานเข้าเขตบ้าน

“เสร็จแล้วกลับเลยนะ..ผมกลัว..มันเย็นมากแล้ว”

“ผู้ใหญ่ครับ..ผู้ใหญ่ครับ..” เป็นลุงยงที่ทำหน้าที่ลุย “มีใครอยู่บ้าง”

“ผู้ใหญ่บ้าน!..” แผนกประชาสัมพันธ์โผล่จากใตัถุนเรือนบ้านถัดไปแต่ก็ผลุบหายไป

“ดีจังมีคนช่วยตะโกนเรียกให้ เดี๋ยวผู้ใหญ่บ้านคงออกมา” จรร้องขึ้นบ้าง “มีใครอยู่ไหมครับ”

“จ้า!..” ในที่สุดมีเสียงขานรับ..หญิงสูงวัยคนหนึ่งออกมาจากประตูบ้านที่เปิดทิ้งไว้ “มีอะไรหรือพ่อ”

“ผมมาหาผู้ใหญ่บ้านครับ อยากจะรบกวนถามอะไรสักหน่อย” ลุงยงยื่นมองโฉนดในมือ

“ถ้าจะไม่ใช่คนละแวกนี้..” พูดไม่ตรงคำร้องขอ “มาจากไหนกันล่ะ”

“ฮึ!..” เสียงจรลอดออกมาเบาๆ..เขากำลังนึกว่าคนหมู่บ้านนี้กวนทุกคน

“คุณจร..” ลุงยงรู้ใจเตือนนายหนุ่ม

“ว่าไงละ..มีอะไรไม่ต้องเกรงใจ”

“ผม..” จรอยู่นิ่งไม่ไหว ไม่ใช่อยากต่อคำเหมือนกับชายจอมกวน แต่เพราะเย็นมากแล้วกลัวค่ำ กลัวความมืด “เราสองคนมาจากกรุงเทพฯ มาหาที่ตามโฉนดใบนี้ว่าอยู่ที่ไหน” หยิบโฉนดจากลุงยงส่งให้

“อ๋อ!..” หลังจากพลิกดูด้านหลัง “ที่ของยายมา”

“ผู้ใหญ่บ้านไม่อยู่หรือครับ” จรไม่อยากให้เรื่องยาว..ชื่อตามโฉนดคือแม่ของเขา..ซื้อมาจากเจ้าของเดิมคือยายน้ำค้าง แต่หญิงสูงอายุบอกว่าที่ของยายมาซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลใดเลย

“ผู้ใหญ่อยู่ที่วัด” หญิงสูงวัยค่อนข้างไม่พอใจกับกิริยาของหนุ่มจรที่ดึงโฉนดคืน

“ถ้าอย่างนั้นผมไปหาผู้ใหญ่ดีกว่า” โค้งให้จอมกวนอีกคนแล้วกระตุกชายเสื้อลุงยงให้เดินตาม

“ผู้ใหญ่อยู่บนศาลานะ..” เสียงเข้ม..โกรธ..หวังดี..หรือเคือง “ตายมาได้เดือนกว่าแล้ว”

“หือ!!..” คนกรุงเทพฯ สองคนร้องออกมาพร้อมกัน

“หือ!..” หือนี้ดังจากยิ้มกวนของนายชาวป่าที่เพิ่งเดินเข้ารั้วบ้านผู้ใหญ่

“ฉันถึงว่าไม่ใช่คนแถวนี้เพราะเขารู้กันทั้งหมู่บ้านว่าผู้ใหญ่ตาย” ทำท่าจะกลับเข้าบ้าน

“แล้วทำไมนายคนนั้นจึงแนะนำให้ผมมาหาผู้ใหญ่” จรมองตามหนุ่มกวนที่เดินเลยเข้าไปในที่สวนหลังบ้าน

“อ๋อ!..นะ..ลูกผู้ใหญ่..ลูกฉันเอง”



“อ้าว!!..”







 

Create Date : 11 มกราคม 2563
0 comments
Last Update : 11 มกราคม 2563 19:20:27 น.
Counter : 717 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com