หน้ารวมงานเขียนตามใจของคนชอบเขียนคนนี้ล่ะ
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
9 มกราคม 2551

แอบ...(เกาะกระแส Y แบบนายกลิ่น)

ผมปั่นจักรยานให้ช้าลงกว่าเดิมเมื่อผ่านหน้าบ้านหลังหนึ่ง และเมื่อสุด
ถนนเส้นนั้นผมก็ปั่นกลับมาอีกรอบก่อนที่จะเลี้ยวเข้าทางกลับบ้านของ
ตัวเองซึ่งอยู่คนละทาง บางครั้งผมก็จะซื้อขนมมานั่งกินอยู่หน้าบ้านหลัง
นั้นสักพัก ก่อนกลับ ผมทำอย่างนี้ทุกวันมาสามเดือนแล้วครับ ก็คนที่อยู่
ในบ้านหลังนี้คือ แพนเค้ก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าโรงเรียนเดียว
กันกับผมซึ่งผมแอบชอบอย่างหัวปักหัวปำนะสิ

ผมเรียนจบชั้น ม.ต้นจากโรงเรียนมัธยมชายล้วนแห่งหนึ่งซึ่งพอมาเรียน
ม.ปลายที่เป็นสหศึกษาก็ทำเอาผมเป็นใบ้ กว่าจะคุ้นเคยกับเพื่อนๆที่เป็น
ผู้หญิงก็ผ่านไปเป็นปี จะเหลือก็แต่ แพนเค้กคนเดียวเท่านั้นที่ผมยังคง
มีอาการเป็นใบ้และใจสั่น ได้แต่มอง มอง และมอง สุดท้ายจนแล้วจน
รอด ผมก็กลายเป็นตัวตลกของเพื่อนๆในกลุ่มของเธอไปโดยปริยาย

"ไงวะตั้ม"

"เฮ้ย" ตั้มร้องเสียงหลงเมื่อผมกระโดดกอดคอไว้

"เป็นอะไรของนาย" ผมถามเมื่อเห็นตั้มทำท่าปัดไม้ปัดมือ

"เปล่า"

"เออ แปลกคน" ผมบ่น

ผมรู้จักกับตั้มตั้งมาแต่ชั้นประถม เราสนิทกันมากจนกระทั่งครอบครัว
ของตั้มย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด เราเลยไม่ได้พบกันอีกจนกระทั่งตั้มย้าย
มาเรียนโรงเรียนเดียวกับผมอีกครั้งเมื่อขึ้นชั้นมัธยมปีที่ห้า เราสนิทกัน
อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งตั้มออกอาการแปลกๆเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

"นายเป็นอะไรแน่" ผมถามกับอาการแปลกๆของตั้ม

"เราน่าจะถามนายมากกว่า เอก"

"เป็นอะไร ปกติโว้ย" ผมตอบ

"พักหลังเราเห็นนายแถวหน้าบ้าน..." ตั้มยังพูดไม่จบผมก็แทรกขึ้น
ก่อน
"เฮ้ย เบาๆ อย่าเอ็ดไป" ผมทำท่าจุ๊ปาก

"รู้กันแค่สองคน" ผมบอก ในขณะที่ตั้มเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ

"เราไปเฝ้าคนที่เราแอบรักไง"

"อะไรนะ !" ตั้มร้องขึ้นมาอีกครั้ง

"โว้ย " ผมดุ

"ก็บอกแล้วให้เบาๆ ความลับ รู้กันสองคนพอ"

"นายแน่ใจนะ "

"เออ แน่ใจโว้ย คิดมานานแล้ว คิดดีแล้ว" ผมตอบตัดบท

"ไปกินข้าวดีกว่า อย่าลืมล่ะ ความลับ"

ตั้มพยักหน้าและมองผมด้วยสายตาแปลกๆก่อนจะถอนใจ ซึ่งผมก็ไม่
ได้ว่าอะไร
ความจริงผมก็อายเหมือนกันที่มีคนมาแอบเห็นเสียแล้ว ก็ด้วยความที่
ไม่กล้าจะคุยต่อหน้าแพนเค้กนี่ล่ะที่ทำให้ผมต้องหาทางแก้ไข ผมคิด
ว่าหากผมได้เจอเธอบ่อยๆในที่ๆไม่มีเพื่อนๆที่คอยล้อ ผมอาจจะ
เริ่มคุยกับเธอได้
ความคิดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่งในขณะที่ผมกำลังแอบมอง แพนเค้กที่ห้อง
สมุดของโรงเรียน เธอกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียว ผมพยายามเข้า
ใกล้เธอมากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยซ่อนตัวอยู่หลังชั้นหนังสือด้านหลัง
เธอนั่นเอง ระยะห่าง หนึ่งเมตรกับยี่สิบเซ็นติเมตรโดยประมาณทำให้
หัวใจผมเต้นเป็นตีกลอง นี่ถ้านั่งโต๊ะเดียวกับเธอผมอาจหัวใจวายไปเลย
ก็ได้ผมค่อยๆเคลื่อนตัวไปที่มุมของชั้นหนังสืออย่างช้าๆ เพียงแค่ผมหัน
หลังไปผมก็จะเจอเธอพอดีแต่ผมต้องทำใจสักหน่อยก่อน
ผมจึงเริ่มนับ เมื่อผมนับสาม ผมจะหันหลังไปและ
ทักทายเธอ

"หนึ่ง ....."

"สอง..."

".......สะ สา ... ....สองครึ่ง...." ผมรู้สึกว่ายิ่งนับหัวใจมันก็ยิ่งเต้นแรงขึ้น

"เอาวะเป็นไงเป็นกัน " ผมคิดก่อนที่จะนับสาม

"สาม ! " ผมนับพร้อมกับหมุนตัวกลับไปหาเธอ

ดูท่าผมจะไม่ได้นับในใจแน่ๆเพราะเกือบทุกคนในห้องสมุดหันมามอง
ผมกันหมด ในขณะที่ผมทำตาปริบๆกับเก้าอี้ที่ว่างเปล่า ดูท่าผมจะนับ
นานไปหน่อย เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นจากหนึ่งเสียง กลายเป็นเฮฮาลั่น
ห้องสมุดจนอาจารย์บรรณารักษ์ต้องเตือน ส่วนผมอายจนแทบจะซุก
แผ่นปูนหนีเลยล่ะครับ แต่แล้ว สายตาผมก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าสตางค์
ใบเล็กตกอยู่ที่พื้น ผมค่อยๆหยิบมันขึ้นมา "ต้องเป็นของแพนเค้กแน่"
ผมคิด อีกเดี๋ยวเธอคงมาตามหาซึ่งผมควรจะนำไปแจ้งอาจารย์บรรณรักษ์
ไว้ก่อน แต่...ก่อนแจ้งขอแอบดูสักนิดเถอะ
ว่าแล้วผมก็ค่อยๆแง้มกระเป๋าใบเล็กนั้นออก ผมพบบัตรประชาชนของ
เธอ รูปถ่ายในบัตรกำลังยิ้มให้ผมจนผมต้องยิ้มตอบ ช่างน่ารักเสียจริงๆ
สายตาผมมองเลยไปยังที่อยู่ในบัตร
บ้านเลขที่ 122 ซอย 3 หมู่บ้าน...... หมู่บ้านนี้ผมรู้จักนี่

"ขอโทษค่ะ"

"ขอโทษค่ะ ขอกระเป๋าสตางค์คืนได้ไหมคะ" เสียงใสๆที่ดังอยู่ข้างๆ
ทำเอาผมสะดุ้งเหมือนเด็กทำความผิดแล้วโดนจับได้

ผมรีบปิดกระเป๋าแล้วส่งคืนเธอไป ดูเหมือนเธออยากจะพูดอะไรกับผม
สักอย่างแต่เมื่อผมสบตาเธอแล้วอาการได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอก็ดู
จะกำเริบขึ้นทันตาเห็นและเธอก็คงจะเห็นด้วย

"เธอก็ตลกดีนะ" แพนเค้กบอกก่อนจะยิ้มให้และหันหลังเดินออกไป

ในที่สุดเธอก็พูดกับผมแล้ว..."เธอก็ตลกดีนะ"....ผมรู้สึกได้ทันทีว่าดอก
ไม้ในแจกันที่ห้องสมุดดูสดใสขึ้นกว่าทุกวัน ตำราแต่ละเล่มดูเหมือน
จะยิ้มให้ผมด้วยซ้ำ

จากนั้นมาผมก็จะใช้เวลาก่อนกลับบ้านปั่นจักรยานไปยังหมู่บ้านที่เธอ
อยู่ ผ่านหน้าบ้านเธอโดยหวังว่าอาจเจอเธอโดยบังเอิญสักวัน หรือเธอ
อาจเห็นใจและถามผมว่า ไปทำอะไรหน้าบ้านเธอทุกวัน.....แต่ก็เปล่า
ผมบังเอิญเจอเธอครั้งเดียวเท่านั้นที่หน้าปากซอย เธอกำลังปั่นจักรยาน
สวนออกมา ผมจอดจักรยานโดยอัตโนมัติ เธอก็เช่นกัน
"มาหาเพื่อนเหรอ" เธอถาม

"ฮื่อ" ผมตอบ

เธอพยักหน้าและยิ้มให้ก่อนที่จะปั่นจักรยานออกไป จากนั้นผมก็ไม่
เคยเจอเธออีกเลย บางวันผมก็เห็นแค่เงาตะคุ่มๆอยู่หลังม่าน ผมรู้ว่า
เธอคงแอบมองดูผมบ้างอยู่เหมือนกัน...แค่นั้น ผมก็รู้สึกดีแล้ว...


.................................

ตั้มคุยกับผมน้อยลงและพยายามหลบหน้าผมจนผมเริ่มรู้สึกได้ในระยะ
หลัง จนวันหนึ่งผมอดรนทนไม่ได้จึงได้ลากมันมาคุยกันให้รู้เรื่อง

"นายเป็นอะไรวะ" ผมถาม

"เปล่า"

"เปล่าบ้าอะไร นายมัวแต่หลบหน้าเรา"

"แล้วนายล่ะเป็นอะไร" ตั้มถามผม

"เป็นอะไร ก็เป็นเพื่อนนายไง"

"นายคิดกับเราแค่นั้นจริงๆเหรอ"

คำถามนี้ทำเอาผมสะดุกกึกไปเลย หรือว่า ตั้มจะคิดกับผมมากไปกว่า
เพื่อน..... เป็นไปไม่ได้น่า....ตั้มกับผมสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก..
แต่มันก็เป็นไปได้นี่ ผมคิด ผมไม่เจอตั้มมาห้าปี อะไรๆก็อาจเปลี่ยนไป
ได้....ช่วงนี้กระแส Y มาแรง

"เรารักนายนะโว้ยเพื่อน" ผมบอกให้รู้ เผื่อว่ามันจะคิดว่าผมรังเกียจมัน
ที่มันเป็นแบบนี้

"เราก็รักนายว่ะเพื่อน แต่เราพยายามทำใจแล้ว ก็ยังทำไม่ได้" ตั้มบอก

"มันจะดีกว่าไหมถ้านายจะเลิกไปที่..." ผมยกมือห้ามโดยไม่รอให้ตั้ม
พูดจบผมก็เข้าใจว่าตั้มไม่พอใจเรื่องอะไร
ผมก็หนักใจแทนมันอยู่เหมือนกัน มันเองก็รู้ว่าผมชอบแพนเค้ก
และลงทุนไปเฝ้าเธอที่หน้าบ้านทุกวัน ดูท่ามันคงเจ็บไม่น้อย

"เฮ้ยเพื่อน ..." ผมพูดพร้อมกับเข้าไปกอดคอมัน ซึ่งมันพยายามจะผลัก
ผมออก แต่ผมก็ล็อคมันไว้จนได้ ผมพูดกับตั้มอย่างหนักแน่นโดยที่ไม่
คิดว่าตัวเองจะพูดได้

"เราชอบนายนะเพื่อน ไม่ว่านายจะคิดกับเรายังไงก็ตาม แต่เราก็จะชอบ
นายอย่างที่เคยชอบ และแน่นอนเราก็ชอบแพนเค้กด้วยซึ่งมันคนละ
อย่างกัน ไม่ว่าใครก็แทนกันไม่ได้" ผมบอก

"แต่..." ไอ้ตั้มพูดค้างไว้แล้วก็ถอนหายใจ ก่อนจะพูดต่อ

"เอาเถอะ ไม่ว่ายังไงเราก็เพื่อนกัน" มันกอดผมตอบ ทำเอาผมรู้สึก
แปลกๆไปเลย จากนั้นเราก็ไปกินข้าวกลางวันด้วยกันเหมือนก่อน
และความสัมพันธ์ของผมกับตั้มดูจะกลับมาปกติอีกครั้ง



จะว่าไปผมไปหน้าบ้านแพนเค้กเกือบทุกวันแต่ก็ไม่เคยเจอเธอนอก
บ้านเลยจนกระทั่งอีกหนึ่งเดือนต่อมา

ผมจอดจักรยานพิงไว้กับตู้โทรศัพท์สาธารณะก่อนจะชะเง้อไปที่บ้าน
ของเธอ แต่แล้วผมต้องใจหายวาบเมื่อเห็นผู้ชายตัวสูงตัดผมสั้นกำลัง
เดินออกมาพร้อมกับเธอ แพนเค้ก

ผมมองคนทั้งคู่ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ วูบแรกผมรู้สีกโกรธ
โกรธที่ตัวเองโดนหลอก...ผู้ชายตัวสูงผมสั้นคนนั้นคือไอ้ตั้ม เพื่อนผม
เอง ผมมองทั้งคู่ปั่นจักรยานจากหน้าบ้านโดยที่ตั้มเป็นคนปั่นและ
แพนเค้กนั่งซ้อนมา

ผมพยายามทำตัวลีบที่สุดแล้วแต่คงไม่สำเร็จ ไอ้ตั้มเห็นผมจนได้ มัน
จอดจักรยานทันทีพร้อมกับเรียกผมเบาๆ

"เอก"

ผมพยักหน้าให้และทำทีว่ากำลังคุยโทรศัพท์ ตั้มทำท่าหนักใจแต่ก็ไม่ได้
ว่าอะไรในขณะที่แพนเค้กหน้าแดงนิดๆและดูเหมือนจะกลั้นยิ้มเอาไว้
คงสนุกสินะ ผมคิด ในเมื่อเพื่อนรักของผม และคนที่ผมแอบชอบกลับ
เล่นตลกกับผมแบบนี้

ตั้มปั่นจักรยานออกไปโดยมีแพนเค้กซ้อนท้ายไป ผมจำไม่ได้ว่าผมยืน
อยู่ในตู้โทรศัพท์อยู่นานเท่าไรก่อนจะคว้าจักรยานและปั่นกลับบ้าน
หลังจากทบทวนแล้วทบทวนอีก ผมว่าผมเข้าใจแล้วว่าทำไมตั้มมันถึง
พยายามหลบหน้าผมอยู่พักหนึ่ง มันคงลำบากใจที่มาชอบผู้หญิงคน
เดียวกัน และที่สำคัญเธอก็เลือกมันเสียด้วย...

""เอาเถอะ ไม่ว่ายังไงเราก็เพื่อนกัน" ประโยคที่มันพูดกับผมเมื่อตอน
ที่ผมเข้าใจผิดคิดว่ามันมาชอบผมแบบคนรัก วนเวียนอยู่ในหัวผม
ผมถอนหายใจแรงๆก่อนจะยิ้มให้กับตัวเอง เอาน่า จะอะไรนักหนา
กับชีวิตนักเรียน ม .๕ เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนเสมอ

...............................................

วันรุ่งขึ้นผมพยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่ดูเหมือนจะทำไม่ได้เพราะ
ตั้มเองก็ดูไม่ปกติเช่นกัน

"เฮ้ย " ผมร้องเมื่อรู้สึกว่ามีท่อนแขนมาล็อคคอ

"มานี่หน่อย ต้องคุยกัน" มันบอกพร้อมกับลากผมเข้าไปที่ห้อง
โสตฯของโรงเรียนซึ่งไม่มีคนอยู่ พร้อมกับล๊อคห้องเรียบร้อย

"เรื่องเมื่อวาน..." ตั้มพยายามออกตัวแต่ผมยกมือห้ามเสียก่อน

"ไม่เป็นไร เรารับได้ ยังไงเราก็รักนายว่ะเพื่อน" ผมบอก รู้สึกไม่พร้อม
ที่จะรับฟังต่อ

"แต่เรารับไม่ได้" ตั้มสวนกลับมาทันควันทำเอาผมมองด้วยความแปลก
ใจ

"ถึงเราจะรักนายแค่ไหนเราก็รับไม่ได้ว่ะ เรานอนคิดมาหลายตลบแล้ว"
มันพูดต่อ

"เรารักนายแบบเพื่อน ไม่ใช่แบบนั้น" มันบอก ทำเอาต่อมน้อยใจและ
โมโหผมแตก จนต้องสวนออกไปเสียงดัง

"เราก็ไม่ได้รักนายแบบนั้นโว้ย เรารักแพนเค้ก"

"เรื่องนั้นเราเข้าใจผิด" ผมสารภาพที่คิดว่ามันแอบรักผม

"เราเข้าใจว่านาย ... เว้ย แบบว่า Y น่ะ"

"เฮ้ย นายต่างหาก" ไอ้ตั้มร้องเสียงหลงก่อนจะพูดต่อ

"ก็นายไปแอบดูเราที่บ้านเกือบทุกวันเลยนี่หว่า" มันบอก

"เฮ้ย ! " ผมร้องบ้าง เพราะนึกไม่ออกว่าผมไปแอบดูมันตั้งแต่เมื่อไร

"เราไปดูแพนเค้กต่างหาก นายเองก็ไปหาเธอไม่ใช่รึไง"

"เฮ้ย เมื่อวานน่ะบ้านเรา เราเช่าอยู่กับแม่" ตั้มพูด ส่วนผมเหมือนจะเข้า
ใจอะไรได้รางๆแต่ก็นั่นล่ะ จะบ้านใครถึงตอนนี้มันก็ไม่สำคัญ ผมพยัก
หน้ารับรู้ เพราะถ้าเป็นบ้านมัน แพนเค้กก็ต้องไปหามัน

"แล้ว นายกับแพนเค้กเป็นยังไงบ้าง" ผมกัดฟันถามด้วยหัวใจที่เจ็บแปล๊บ

"เป็นยังไง ก็ไม่เป็นยังไง" มันตอบกวนโอ้ยสิ้นดี

"ทำไมไม่บอกแต่แรกว่าคบกันอยู่"

"ใครคบกับใคร" ตั้มถาม

"เอ้า ก็นายกับ..." ผมพูดค้างไว้

"เราไม่ได้คบแพนเค้ก เมื่อวานเธอมาเก็บค่าเช้าบ้าน " มันพูดยิ้มๆ

"เรากับแม่เช่าบ้านหลังเก่าของเธออยู่ แพนเค้กไม่ได้อยู่นั่นมาหลาย
ปีแล้ว" ไอ้ตั้มเล่ายิ้มๆแต่ทำเอาผมแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เออว่ะ
ก็ว่าดูเลขที่บ้านไม่ผิดนี่หว่า ผมคิด ที่แท้ก็บ้านหลังเก่าของเธอ

"เมื่อวานเราเลยบอกเธอ ว่านายชอบเธอ" มันเล่าต่อ

"เฮ้ย" ผมร้องลั่น แต่ก็ถามต่อ

"แล้วเธอว่าไง"

"ก็ไม่ว่าไงพอดีเจอนายที่ตู้โทรศัพท์ เลยไม่ได้คุยต่อ" มันบอก

"ไอ้ตั้ม " ผมกระโดดกอดมันเต็มรัก

"เรารักนายว่ะ" ผมพูดจากใจจริง

"เออ รู้สึกเหมือนหลุดออกจากนรกเลยว่ะ ได้คุยกันนี่" ไอ้ตั้มบอก

"ปัง! ปัง! ๆๆๆๆ " เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นเหมือนผู้เคาะกำลังโมโห
เต็มที่

"เปิดได้แล้ว เปิด" ผมจำได้ว่าเสียงอาจารย์ประจำห้องโสตฯของโรง
เรียน ในขณะที่ตั้มเดินไปเปิดประตู

"ไม่มีที่จะคุยกันหรือไงถึงมาคุยห้องนี้ ไปเข้าห้องน้ำหน่อยเดียวโดน
ยึดห้องไปเลย" อาจารย์บ่นด้วยเสียงหงุดหงิด

"พอดีเห็นมันเงียบดีน่ะครับ " ไอ้ตั้มบอกอาจารย์

"เออ ข้างในมันคงเงียบล่ะ แต่ถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวพวกเธอ
น่าจะปิดไมโครโฟนก่อน ครูเปิดทิ้งไว้ก่อนไปเข้าห้องน้ำ"

"เลยได้ฟังละคอนวิทยุ Y กันทั้งโรงเรียน" อาจารย์พูดก่อนจะเดินไป
ปิดไมโครโฟน

"เฮ้ย ! " ผมกับไอ้ตั้มร้องออกมาพร้อมกัน ก่อนจะวิ่งออกจากห้องโสตฯ
ไปที่ระเบียง

ผมคิดว่าตอนนี้นักเรียนทั้งโรงเรียนกำลังดูผมกับไอ้ตั้มอยู่จากทุกทิศ
ไม่ว่าจะเป็นสนามและระเบียงพร้อมกับส่งเสียงเชียร์เหมือนผมกับ
ไอ้ตั้มเป็นดาราวัยรุ่นก็ไม่ปาน

สายตาผมไปสะดุดกับนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งที่กำลังโบกไม้โบกมือให้
จากตึกเรียนฝั่งตรงข้าม โดยมีแพนเค้กโดนยื้อยุดอยู่กลางกลุ่ม ท่าทาง
เขินสุดชีวิตเหมือนกัน แน่ละ โดนผมสารภาพรักให้ได้ยินกันทั้งโรงเรียน
แล้วนี่

"คงไม่มีเรื่องอะไรน่าอายไปกว่านี้แล้วใช่มั้ย" ผมถามเจ้าตั้ม

"จริงๆก็ยังมีอีกเรื่อง" มันบอกทำเอาผมสะดุ้ง

"ตู้โทรศัพท์ที่นายเข้าไปโทรเมื่อวาน เค้ายังไม่ได้ต่อสายเลย...
มันมีแต่ตู้กับเครื่อง "

ไอ้ตั้มพูดพร้อมกับกุมท้องหัวเราะไม่หยุดทำเอาผมหัวเราะจนปวด
ท้องตามมันไปด้วยและรู้แล้วว่าทำไม แพนเค้กถึงต้องกลั้นยิ้มเมื่อเจอ
ผมเมื่อวาน..และจากวันนี้ ผมคงจะไม่ต้องแอบ...มองเธออีกแล้ว....


** นิตยสารเล่มโปรด ฉบับเดือนมีนาคม 2551 **


Create Date : 09 มกราคม 2551
Last Update : 8 พฤษภาคม 2551 6:27:35 น. 25 comments
Counter : 487 Pageviews.  

 

สนุกค่ะๆ


โดย: สิงห์อมบ๊วย วันที่: 15 มกราคม 2551 เวลา:21:46:07 น.  

 
ขอบคุณครับผม แล้วคุณสิงห์อมบ้วยเมื่อไรจะเขียนเรื่องหนุกๆอีกล่ะครับ รออ่านเหมือนกันนะ


โดย: กลิ่นกาแฟ (กลิ่นกาแฟครับ ) วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:11:03:43 น.  

 
แวะ
มาทัก
ทายสวัสดี
ยามเย็นย่ำขอรับ อิ อิ
****************


โดย: คนสาธารณะ วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:17:00:09 น.  

 
ตามกลิ่นกาแฟมาค่ะ


โดย: BeCoffee วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:21:00:17 น.  

 
ห้าโมงเย็นไม่ค่ำหรอกครับคุณคนสาธารณะ ชีวิตหลังเลิกงานกำลังจะเริ่มเอง 55+

สวัสดีคุณ BeCoffee ครับ ร้านกาแฟนายกลิ่นยินดีต้อนรับครับ


โดย: กลิ่นกาแฟ (กลิ่นกาแฟครับ ) วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:16:46:37 น.  

 


โดย: คนสาธารณะ วันที่: 19 มกราคม 2551 เวลา:2:11:49 น.  

 
มาตามกลิ่นกาแฟครับ.....

ดีน ครับ


โดย: ดาเรน IP: 124.121.172.119 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:17:33:19 น.  

 
ฮา ฮา ฮัชชช ชิ้วววว.....ขอโทษทีนะคะ แบบว่าแวะไป blog ตัวเองมา หึหึ ท่าทางฝุ่นมันจะเยอะไปหน่อย

แบบว่างานเยอะ จนไม่มีเวลา + ใจ ทำอย่างอื่นเลย นอกจากกินแล้วก็นอน เลยทำให้ตัวบวมๆ ไปกว่าเดิมที่แย่อยู่แล้ว....

เอาน่าๆๆๆ ไว้มีเวลาแล้วจะรีบมาอัพ ละกันนะขอรับ

Good night คร้าบบบ


โดย: รวยระรินกลิ่นชา IP: 124.120.218.200 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:23:42:54 น.  

 
โอ้ คุณคนสาธารณะนอนดึกสุดๆเลยอ่ะ

ผมจะไปร่วมออกแบบปกหนังสือคุณดีนด้วยล่ะรู้ป่าว

คุณผึ้งเดี๋ยวผมจะแอบไปดูบล็อกบ่อยๆนะ อิ อิ


โดย: กลิ่นกาแฟ (กลิ่นกาแฟครับ ) วันที่: 26 มกราคม 2551 เวลา:10:39:49 น.  

 
ฮาค่ะเรื่องนี้ เขียนเรื่องฮา ๆ ก็ได้นะคะ

แหม่ะ...หักมุม นึกว่ายังไงก็ต้อง Y ซะแล้ว!!!! แหะ ๆ
ลองเปลี่ยนแนวบ้างไงคะ เห็นว่าฮิต จะได้ทันกระแส
เรื่องต่อไปนะคะ Y เต็มตัวไปเลยค่ะคุณกลิ่น ฮา ล้อเล่นค่ะ

อิอิ



โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:35:53 น.  

 
สนุกดีจัง


โดย: ฟากฟ้า IP: 220.207.191.1 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:3:45:23 น.  

 
ลองดูน่ะครับคุณดุ่บดับ เรื่องฮาๆแบบนี้ก็มีเรื่องคุณย่าครับอีกเรื่องนึง

ขอบคุณครับคุณฟากฟ้า


โดย: กลิ่นกาแฟ (กลิ่นกาแฟครับ ) วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:57:46 น.  

 
ตลกดี


โดย: ข้าวโพด IP: 202.47.154.102 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:36:32 น.  

 
ดีใจที่ชอบครับผม


โดย: กลิ่นกาแฟ (กลิ่นกาแฟครับ ) วันที่: 1 มีนาคม 2551 เวลา:11:15:06 น.  

 
อ่านมาทั้งคืน ตาแฉะน้ำตาลหมดแล้ว เรื่องนี้ค่อยยังชั่วหน่อย


โดย: mangotip IP: 118.173.239.106 วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:8:11:44 น.  

 
555+ แหมก็รวมกลุ่มงานหวานๆนี่ครับ ลองไปงานขมๆดูหรือยังครับคุณ mangotip


โดย: กลิ่นกาแฟครับ วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:14:21:19 น.  

 
อ่านจบแล้ว....น่ารักจังค่ะ
ชอบมุกแกล้งคุยโทรศัพท์จัง
อิ...อิ....โทรศัพท์ตู้นั้น...เค้ายังไม่ได้ต่อสาย..


โดย: nikanda วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:6:04:43 น.  

 
ก็มันจวนตัวนี่ครับ อะไรใกล้ตัวก็ต้องคว้าไว้ก่อนล่ะเนาะคุณ
nikanda


โดย: กลิ่นกาแฟ (กลิ่นกาแฟครับ ) วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:11:15:59 น.  

 
เพิ่งเข้ามาอ่าน


good night ค่ะ


โดย: f a i f u n (oHsINa ) วันที่: 23 มีนาคม 2551 เวลา:3:01:28 น.  

 
โห นอนดึกสุดๆเลยครับ เอ หรือว่าเพิ่งตื่นหว่า


โดย: กลิ่นกาแฟ (กลิ่นกาแฟครับ ) วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:7:47:49 น.  

 


วันนั้นน่าจะนอนประมาณ 6 โมงเช้ามั้งคะ (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ)


แบบว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ เซลล์สมองตาย ความจำสั้นไปแล้วน่ะค่ะ


โดย: f a i f u n (oHsINa ) วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:21:26:34 น.  

 
เอ่อ พักผ่อนไม่เพียงพอนี่เซลสมองตาลด้วยเหรอครับ ผมนึกว่าเพราะ แอลกอฮอร์ อย่างเดียวเสียอีก


โดย: กลิ่นกาแฟ (กลิ่นกาแฟครับ ) วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:11:57:40 น.  

 


ใช่ค่ะ ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้เซลล์สมองตายได้ และที่สำคัญคือเมื่อเซลล์สมองตายแล้วจะไม่มีการผลิตขึ้นใหม่ มีผลทำให้ความจำสั้นลง (ข้อมูลนี้คุณนักเรียนแพทย์กรอกหูมาอีกทีนะคะ )



โดย: f a i f u n (oHsINa ) วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:19:29:12 น.  

 
ใช่ ๆๆๆ เซลที่สร้างใหม่ไม่ได้ก็คือ หัวใจกับเซลสมอง...
เรียนมาตั้งแต่มัธยม เพราะฉะนั้นหากอกหักบ่อยๆคงไม่ดีแน่ๆ
(เกี่ยวกันมั้ยนั่น)


โดย: กลิ่นกาแฟ (กลิ่นกาแฟครับ ) วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:10:31:14 น.  

 


ลากเข้าไปเกี่ยวจนได้นะคะคุณกลิ่นกาแฟ

สงสัยพอเอาเคสนี้ไปถามคุณนักเรียนแพทย์ เขาคงถามกลับมาว่า 'ไปเอาทฤษฎีนี้มาจากไหนเนี่ย'


โดย: f a i f u n (oHsINa ) วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:11:33:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กลิ่นกาแฟครับ
Location :
ปราจีนบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




กาแฟหอมๆสักแก้วมั้ยครับ


หากเพื่อนๆต้องการเผยแพร่งานเขียน
ของนายกลิ่นรบกวนทำลิ้งมานะครับ
หรือไม่ก็ช่วยลงเครดิตให้กับผู้แต่ง
หน่อยนะครับ
New Comments
[Add กลิ่นกาแฟครับ's blog to your web]