กลับบ้านกันดีกว่า
วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2554

คุณป้าหมอมาตรวจแม่ตอนเช้าประมาณ 09:00 น. อาการไข้ของแม่ลดลงแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง หากแม่ต้องการกลับบ้านก็สามารถกลับบ้านได้เลย แต่คุณน้าพยาบาลแจ้งคุณป้าหมอว่า ลูกของแม่มีอาการผิดปกติบริเวณเท้า ชื่อภาษาอังกฤษแม่จำไม่ได้ เพราะแม่ตกใจตั้งแต่ตอนที่คุณน้าพยาบาลแจ้งคุณหมอแล้วล่ะ ฟังคร่าว ๆ เท่าที่สติของแม่มีก็คือ อาการของฝ่าเท้าทั้งสองข้างหันเข้าหากัน ในเท้าของเด็กปกติ ก็อยู่ตรง ๆ แต่ของลูกมันงุ้มเข้าหากัน เออ !!! หนอแม่นี่ชั่งเป็นแม่ที่ใช้ไม่ได้ซะจริง ๆ แม่ไม่เคยสังเกตดูเท้าของลูกแม่เลย น้ำตาของแม่เริ่มคลอเบ้าแล้ว คุณหมอบอกว่าคงต้องถามไปยังคุณหมอเด็ก หรือคุณหมอกระดูกเฉพาะทางจะดีกว่า แต่วันนี้เป็นวันเสาร์ อาจารย์หมอไม่เข้า จะเข้าเวรอีกทีก็เป็นวันจันทร์ ถึง ศุกร์ คุณหมอบอกว่าแม่มีทางเลือก
1) พักต่ออีก 2 คืน เพื่อให้ทาง รพ. ทำเรื่องส่งลูกเข้าตรวจเช็คร่างกายเกี่ยวกับเท้าของลูกให้ละเอียด
2) กลับบ้านไปก่อน แล้วให้พยาบาลช่วยจองคิวคุณหมอเฉพาะทางให้
แต่คุณหมอแนะนำว่า ตรวจก็เป็นการตรวจเบื้องต้น แม่น่าจะกลับบ้านไปก่อน เพราะอาการอย่างอื่นทั้งแม่และลูกไม่มีอะไร เสียดายค่าห้องพิเศษ ซึ่งแพงมาก อยากให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไว้ หากต้องรักษาลูกจริง ๆ
คุณหมอให้แม่ตัดสินใจ หากตัดสินใจอย่างไรก็ให้แจ้งไปที่พยาบาลได้เลย คุณหมอเซ็นต์ชื่อรอไว้ให้
พอคุณหมอและพยาบาลออกจากห้องไปแล้ว แม่ก็ปล่อยโฮ ออกมาทันที นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับลูกรักของแม่ ก็แม่เห็นว่าลูกของแม่เป็นเด็กปกตินี่นา หนูไม่มีอะไรผิดปกติเลย แม่สับสน แม่วิตก แม่คิดมากไปต่าง ต่าง นานา โดยมีคุณพ่อยืนกุมมือแม่อยู่ข้าง แม่ร้องไห้อย่างที่ไม่เคยร้องไห้มาก่อน สะอื้นแล้วสะอื้นอีก ยิ่งร้องก็ยิ่งเศร้า ยิ่งร้องก็ยิ่งทุกข์ เหมือนฝ้าผ่าลงกลางหัวใจของแม่ แม่ทำอะไรไม่ถูก คุณพ่อก็ได้แต่ยืน งง งง ทำอะไรไม่ถูก เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแม่ไม่รู้ แม่รู้ตัวอีกครั้งก็เมื่อมีคุณป้าพยาบาลท่านหนึ่ง เข็นรถที่มีลูกนอนอยู่เข้ามาให้ห้อง คุณพยาบาลเห็นแม่ร้องไห้ สะอึกสะอื้นก็ทำท่า งง งง แม่รีบลงจากเตียงเพื่อไปรับลูกจากคุณป้าพยาบาลท่านนั้น แล้วแม่ก็ถามคุณป้าพยาบาลว่า ลูกแม่มีโอกาสหายหรือป่าว แล้วต้องผ่าตัดไหม ติดต่อจองคิวคุณหมอได้แล้วหรือยัง ได้วันไหน คุณป้าพยาบาลมองหน้าแม่แล้วก็ส่งยิ้มให้กำลังใจแม่ แล้วคุณป้าพยาบาลก็บอกแม่ว่า "ยังไม่จองคิวคุณหมอให้ค่ะ" พอแม่ฟังเท่านั้นแหละ แม่ก็ปล่อยโฮอีกแล้ว คิดอยู่ในใจทำไมพยาบาลคนนี้ใจร้ายนัก ก็ใช่สิไม่ใช่ลูกของเธอนิ เธอจึงไม่คิดจะช่วยกันใช่ไหม ? คุณพยาบาลคงอ่านความรู้สึกของแม่ออก เธอเดินเข้ามาจับตัวลูก แล้วบอกแม่ว่า "คุณแม่ค่ะ อย่าคิดมากค่ะ อาการอย่างนี้ในเด็กเป็นเรื่องปกติค่ะ อาจไม่รุนแรงและเลวร้ายอย่างที่คุณแม่คิดหรอกค่ะ เพราะส่งให้คุณหมอตรวจตอนนี้ คุณหมอก็ต้องแนะนำให้คุณแม่สังเกตดูเจ้าตัวน้อยก่อนอยู่ดีค่ะ เดี๋ยวพี่จะสอนวิธีการทำกายภาพบำบัดให้น่ะค่ะ คุณแม่ต้องคิดว่าเป็นการออกกำลังกายฝ่าเท้าให้น้อง ทำบ่อย ๆ ทำให้มากที่สุด ทำทุกวัน โดยการใช้นิ้วชื้และนิ้วกลางจับบริเวณข้อเท้าในลักษณะเกี่ยวเอาไว้ แล้วนิ้วโป้งเขี่ยบริเวณข้างฝ่าเท้าด้านนอก เพื่อให้ลูกมีปฏิกิริยาในการขยับฝ่าเท้า เพื่อเป็นการออกกำลังกาย" อาการผิดปกตินี้เกิดขึ้นบ่อยในทารกแรกเกิด ทั้งฝ่ายเท้างอเข้าหากัน และงอหักออกจากกัน สืบเนื่องมาจากตอนที่ทารกอยู่ในครรภ์ของมารดา มีพื้นที่จำกัด เค้าจะงอตัว จัดระเบียบท่าทาง และอยู่ในท่านั้นเป็นเวลานาน ร่างกายจึงยังไม่ปรับสภาพ คุณป้าพยาบาลสอนให้แม่ทำ และระหว่างที่ทำกายภาพบำบัด ก็ให้แม่พูดคุยกับลูกไปด้วย ถ้าไม่ใช่ปัญหาเรื่องกระดูก ลูกก็จะเหมือนเด็กคนอื่นทั่วไปจ๊ะ อ้าว !!! แล้วทำไม คุณพยาบาลก่อนหน้านี้พูดซะจนแม่กลัวล่ะ คุณป้าพยาบาลยิ้มน้อย ๆ บอกว่า เป็นหน้าที่ของพยาบาลและหมอที่จะต้องแจ้งอาการผิดปกติให้ทราบค่ะ

ก้อน่ะ พูดซะแม่กลัวไปหมดแล้ว คุณป้าพยาบาลบอกแม่ว่า ไม่น่าเป็นกังวลหรอก ให้แม่ขยันทำกายภาพให้ลูก แล้วตอนครบเดือนคุณหมอจะนัดมาตรวจดูอาการเบื้องต้นต่าง ๆ อีกครั้ง ซึ่งจะเป็นคุณหมอเด็ก (กุมารแพทย์) โดยตรง หากไม่ดีขึ้นให้แม่แจ้งคุณหมออีกที ตอนนี้ ป้าพยาบาลจะสอนวิธีอาบน้ำให้ลูกจ๊ะ

แม่ถามคุณป้าพยาบาลเกี่ยวกับเรื่องน้ำนม เพราะตอนนี้น้ำนมแม่ก็ยังไม่มีมาเลย คุณป้าพยาบาลบอกว่าไม่ต้องกังวล พยายามให้ลูกดูดกระตุ้นบ่อย ๆ ให้แม่ดื่มน้ำเยอะ ๆ สาเหตุที่น้ำนมแม่ยังไม่มา อาจเป็นพราะแม่เป็นไข้ อ่อนเพลียก็ได้ หากกลับไปถึงบ้านน้ำนมอาจจะไหลดีแล้วก็ได้ เฮอ!!!! ค่อยมีกำลังใจหน่อย
คุณป้าพยาบาลสอนดังนี้
1) กายภาพบำบัด (ออกกำลังกายฝ่าเท้า)
2) อาบน้ำ แต่งตัว
3) ทำความสะอาดสะดือ
เปิด VDO การออกกำลังกายของคุณแม่ และการให้นมบุตร การปั๊มนมเก็บเพื่อทำสต๊อค
บ่าย 2 โมงเราก็ออกจากโรงพยาบาลเดินทางมุ่งหน้าสู่บ้านหลักน้อยแสนสุขของเรา คุณพ่อโทร.ไปบอกคุณยายประมาณเที่ยง ระหว่างทางแวะซื้อนมผสมกระป๋องเล็ก พร้อมถ้วยยา สำหรับไว้ให้ลูกดื่ม กรณีที่แม่ยังไม่มีนมให้ลูก จาก รพ. ถึง บ้าน หนูหลับไปตลอดทาง ถึงบ้านของเรา คุณยายทำความสะอาดบ้าน จัดเตรียมที่นอนไว้ให้ลูกแล้ว คุณยายกำลังจุดธูปบอกเจ้าที่ เจ้าทาง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในบ้าน เพื่อขอให้นำลูกเข้าไปอาศัยในบ้าน ให้ช่วยดูแล ปกป้องคุ้มครองลูกของแม่ และที่สำคัญไม่ลืมที่จะบอกคุณตาของลูก ว่าลูกมาบ้านเราแล้ว ให้คุณตาช่วยคุณยายเลี้ยงลูกด้วย แต่ห้ามแหย่แรง ๆ หากลูกแหย่จนลูกร้องเมื่อไหร่ คุณยายจะไม่ทำบุญไปให้ 5555 คุณยายทำจริงน่ะลูก




เป็นไปตามคาดคืนนี้หนูหิวนม แต่นมแม่ก็ยังไม่มีสักที ก็เลยต้องพึ่งนมผสมไปก่อน พรุ่งนี่น่ะลูก แม่จะพยายามเรียกน้ำนมมาให้มากที่สุด

ปล. ไม่ลืมที่จะบอกยายเรื่องเท้าของลูก คุณยายบอกว่าไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวโตขึ้นก็หาย เด็ก ๆ เป็นกันเยอะ

รักลูกจ๊ะ



Create Date : 23 พฤษภาคม 2554
Last Update : 23 พฤษภาคม 2554 16:22:38 น.
Counter : 479 Pageviews.

1 comments
  
น่ารัก น่าชังจังเลย ขอให้แข็งแรงนะคะ
ดีใจด้วยนะคะกลับบ้านได้แล้ว ยินดีกับสมาชิหใม่นะคะ น่ารักและอบอุ่นมากๆเลย
โดย: ภายใต้ วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:06:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



เขาแก้ว
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีค่ะ ทุกท่าน ที่หลงทางเข้ามาใน Blog นี้ เจ้าของ Blog แอบดีใจที่มีคนเข้ามาทักทายกัน Blog นี้ ไม่มีสาระอะไรน่ะค่ะ มีแต่ความรักมอบให้กับทุก ๆ ท่าน โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็ก เจ้าของหัวใจของเจ้าของ Blog ผู้ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการเขียน Blog ดังนั้นเนื้อหาส่วนใหญ่ก็จะเขียนถึงเจ้าตัวเล็ก ชื่อ "Thank you" เป็นหลักค่ะ
หวังเอาไว้ว่าสักวัน เมื่อเจ้า Thank you โตพอที่จะอ่านออก และทำความเข้าใจอะไรได้แล้ว เขาจะเข้ามาอ่าน Blog นี้ของแม่ เพื่อจะได้รู้ว่า แม่รักเขา มากแค่ไหน
สุดท้าย ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และทุก ๆ ความเห็น ทุก ๆ คำแนะนำค่ะ
พฤษภาคม 2554

1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog