ข่าวด่วน บทกวี เรื่องจากใจ tiki_ทิกิ ที่นี่ค่ะ บันทึก ummm My Novel too.(In Thai).
 
ภาคสอง...วัดบัวขวัญ..ระฆัง...อาจารย์วัฒน์..และ อาจารย์ ฮัมปาว

๏ เมื่อข้าฯ ได้กราบก้มบังคมหมาย
หวังคำความอันจักร่ายเป็นสักขี
สนองบาทเบื้ององค์พระจักรี
แลพสกทุกชีวีมีสัญญา ๚

๏ คืนความคำจำได้และหมายรู้
ประพฤติอยู่ในธรรมกันถ้วนหน้า
ฝากอักขระนี้ไว้ในโลกา
เพื่อรักษาธรรมไว้ให้ยืนนาน ๚ะ๛


เรื่องนี้ เป็นเรื่องอันเกิดขึ้นอย่างที่ข้าพเจ้าเห็นกับตา...เป็นเรื่องแปลก
อันหาเหตุและผลไม่ได้ เป็นสิ่งเหลือเชื่อหากเล่ากันปากต่อปาก
และ เป็นเรื่องซึ่งบุคคลผู้เกี่ยวข้องมิได้อยากจะพูดถึง และ ข้าพเจ้าขออนุญาต เล่า..
ให้หลายคนได้ฟัง...ตั้งใจให้เป็นเรื่องอันควรแก่การใช้
วิจารณญาณในการพิจารณาอย่างถ้วนถี่

เพราะชีวิตของคนเรานี้
ยังมีอีกมากซึ่งยากจะรู้

tiki_ทิกิ

ภาคหนึ่งสำหรับในหน้าความเรียงอยู่ที่นี่ค่ะ
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W7614991/W7614991.html




%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%


Create Date : 16 มีนาคม 2552
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2552 21:17:21 น. 20 comments
Counter : 561 Pageviews.  
 
 
 
 
วัดบัวขวัญ..ระฆัง...อาจารย์วัฒน์..อาจารย์ ฮัมปาว ภาคสอง

ก่อนจะเขียน ข้าฯ ขอไหว้ครูทุกทิศา นับแต่คุณบิดามารดา บรรพบุรุษปู่ย่าตายาย
ทั้งตาทวด ปู่ทวดของข้าฯ ไหว้พระคุณบุรพคณาจารย์นับแต่โบราณกาลจนจวบกาลปัจจุบัน
อาจารย์บุษฯ อาจารย์เทพวิ ฯ อาจารย์พระบุญฯ อาจารย์หลวงพ่อ สฯ อาจารย์ ส. รัตนฯ
อาจารย์ ศักดิ์ฯ อาจารย์วัฒน์ ตลอดจนครูบาอาจารย์ทุกท่านทุกพระองค์ผู้เคยให้ความรู้
การศึกษาในเรื่องเบื้องหน้าเบื้องหลังจนข้าฯ เข้าใจ

ข้าฯ ไหว้พระคุณครูสั่งครูสอน ครูคำ ครูกลอน ครูอักษรา
ครูพักลักจำ ครูน้อมครูนำ ครูเทพ ครูธรรม ครูปู่ฤๅษี ปู่มหาฤๅษี ทั้งสิบหกช่องฟ้าสิบห้าช่องดิน
แม่ธาตุทั้งสี่ทั่วหล้า ไหว้ท้าวพระยายมราช ไหว้ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ แห่งยามะราชา

กราบเบื้องบาทองค์พรหมธาดาผู้ยิ่งใหญ่
องค์พรหมา สามสิบสองช่องฟ้า
ไหว้องค์พิฆเณศวร์เจ้า พระแม่สุรัสวดีเจ้า
องค์กฤษณะเจ้า พระแม่สาวิตรีเจ้า องค์ณารายณ์เจ้า พระแม่ลักษมีเทวีเจ้า
องค์ศิวะเจ้า พระแม่สตีเจ้า เสด็จแม่อุมาเทวีผู้ยิ่งใหญ่ โดยมีองค์อินทราธิราชเจ้า
พระตรีมูรติเจ้าทรงเป็นพระประธาน


คำใดกล่าวมาหากแม้นเป็นการดี
ช่วยส่งกุศลนี้แก่ พระบิดา พระมารดาของข้าฯ หากคำใดกล่าวไปเป็นที่
ขัดข้อง ขอฝ่าละอองฯ โปรดได้เมตตาอย่าลงทัณฑ์พิพากษาข้าฯ ไปทาง
นรกหมกไหม้

กราบเบื้องบาท ครูบาอาจารย์ทุกสถานศึกษา ครู กอขอ กอกา ผู้
เคยจับมือข้าฯ เขียนได้ กราบครูผู้เลิศทุกองค์ กราบส่งเบื้องบน เบื้องล่าง
กราบครูทุกทิศทาง กราบอ้างครูไหว้

กราบองค์พิฆเณศวร์ แล พระแม่สุรัสวดี โปรดเมตตาปรานีให้ลูกนี้
เขียนได้ เขียนถูกเขียนต้อง ไม่หมองไม่หมาง เขียนดีเบิกทางให้กุศลสร้างใส่
กราบเสด็จแม่อุมา ผู้ทรงเลิศอักษรา ทรงพินิจพิจารณาคำข้าฯ ขอไหว้

กราบองค์พรหมทุกพระองค์ ผู้ทรงพิทักษ์โลก ปลดทุกข์ปลดโศก
วิญญาณอันหมองไหม้

กราบอริยบุคคล พระสงฆ์ อริยะเจ้า พระ อรหันต์เจ้า พระธรรมเจ้าทุกองค์ไว้
กราบบูชา พระพุทธเจ้า องค์บรมครู สูงสุด ณ บัดนี้



tiki_ทิกิ

 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:2:06:13 น.  

 
 
 
วัดบัวขวัญ..ระฆัง...อาจารย์วัฒน์..และ อาจารย์ ฮัมปาว
ภาคสอง

เมื่อท่านอาจารย์ ส. รัตนฯ ท่านได้ให้คณะศิษย์ของท่านจัดการยกระฆังซึ่ง
ได้ร่วมทำบุญกับท่านอาจารย์วัฒน์ในชื่ออาจารย์ฮัมปาว ไปติดตั้งแทนระฆัง
เดิมซึ่งร้าว ที่วัดบัวขวัญ ทางแยกไปจากถนนงามวงศ์วานซึ่งจะไปออกทาง
หมู่บ้านประชานิเวศน์สาม เขตจังหวัดนนทบุรี แล้ว

ค่ำวันนั้นเมื่อข้าพเจ้าเดินทางไปถึงเรือนไม้ใหญ่สำนักท่านอาจารย์ ส. รัตนฯ
ก็ปรากฎว่า ท่านอาจารย์ กำลังเตรียมทำพิธีลงทรง ให้ลูกศิษย์ยกตั่งมาตั้งกลาง
โถงชั้นสองแล้ว ตัวท่านก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นนุ่งผ้ายกดิ้นสำหรับลงทรง เตรียม
ตัวมาที่ตั่ง

ข้าพเจ้าเห็นว่า คืนนั้น ยังไม่ได้ทำการรักษากันเป็นแน่แท้ จึงเตร็จเตร่
เดินไปเดินมาสังเกตการณ์ แล้วก็นั่งอยู่ไม่ไกลท่านอาจารย์นัก เพื่อดูว่าท่านจะ
ทำพิธีอะไรกัน ก็เห็นท่านอาจารย์จุดธูปกำใหญ่อีก และ ให้ ท่านอาจารย์วัฒน์
หรืออาจารย์ฮัมปาวนั้น ได้จุดธูปด้วย

คืนนั้นท่านลงทรงองค์ใด ข้าพเจ้าก็ไม่ได้จดจำ แต่ก่อนที่จะทำพิธี
นั้น ท่านอาจารย์ ส. รัตน ฯ ท่าน ได้พูดภาษาไทยเสียงดังกังวานไปทั่วทิศ พอจะ
จำถ้อยความดังนี้
" ข้าฯ แต่ทวยเทพทุกพระองค์ทั่วทุกทิศ ข้าพเจ้า....(เอ่ยชื่อตัวท่านเอง)
ขอกราบทูล แด่ทวยเทพทุกพระองค์ทุกช่องชั้นฟ้า ด้วยท่านฮัมปาว ซึ่งได้มีความ
ปราถนาจะมายังเมืองมนุษย์เพื่อจะได้ทำการกุศลในพระพุทธศาสนานั้น บัดนี้
ท่านฮัมปาว ได้ร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์ทั้งมวลของข้าพเจ้า ได้จัดสร้างระฆัง
นำไปติดตั้งที่วัดบัวขวัญ จังหวัดนนทบุรี เป็นที่เรียบร้อยสมดังความปราถนาและ
ความตั้งใจ ข้าพเจ้าขอเชิญทวยเทพฯ ทุกพระองค์ได้ร่วมลงมาอนุโมทนาบุญ
และขอให้คณะศิษย์ทั้งมวล ร่วมสาธุการแก่ท่านฮัมปาว ณ บัดนี้ "

คณะศิษย์ทั้งมวลต่างก็เปล่งเสียง สาธุ กันลั่น อาจารย์วัฒน์ หรืออาจารย์
ฮัมปาว ในขณะนั้น น้อมกราบลงพร้อม ๆ กับคณะศิษย์
คราวนี้ท่านอาจารย์ ส. รัตน ฯสั่งให้ อาจารย์วัฒน์ยืนขึ้น และขณะนั้น
ข้าพเจ้าเห็น ศิษย์อาจารย์หลายคน ซึ่งมีภาระกิจลงทรง เดินมานั่งล้อมอาจารย์วัฒน์
กัน บัดนั้น ท่านอาจารย์ ส. รัตน ฯกล่าวต่อดังขึ้นกว่าเดิมฟังกร้าวน่ากลัวนัก
" บัดนี้ ท่านฮัมปาวได้เสร็จสิ้นภาระกิจในพระพุทธศาสนาแล้ว จึงขอ
เชิญท่านกลับไปกระทำหน้าที่อันควรของท่าน ณ บัดนี้ "


สิ้นคำของอาจารย์ ส. รัตนฯ นั้น ท่านก็ปรับเปลี่ยนพูดภาษาเทพ ดังลั่นสำนัก
ข้าพเจ้าจึงมองไปทิศทางที่อาจารย์ท่านทำพิธี ก็เห็นท่านอาจารย์ ส. ซึ่งบัดนี้มีองค์ใด
ท่านลงข้าพเจ้าก็หาทราบไม่ ได้ ยื่นวัตถุอย่างหนึ่งจะเป็นคธา หรือ จะเป็นมีดครู
อย่างใดอย่างหนึ่งไปยังศีรษะของ อาจารย์วัฒน์ หรืออาจารย์ ฮัมปาว

ทันทีที่วัตถุนั้นสัมผัส ศีรษะ อาจารย์วัฒน์ หรือ อาจารย์ฮัมปาว เราทั้งหมด
ก็เบิกตาโต กัน เพราะว่า ร่างสูงใหญ่ของอาจารย์ วัฒน์ ในภาคอาจารย์ฮัมปาว ซึ่งยืน
ตระหง่านอยู่นั้น ได้ล้มลงหงายตึงศีรษะกระแทกพื้นไม้ดัง เสียงตึง ปัง ดังสนั่น

: tiki_ทิกิ - [ 15 มี.ค. 52 23:05:56 ]
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:2:07:15 น.  

 
 
 
เสียงซึ่งเกิดขึ้นนั้น ทำให้ทุกสรรพสำเนียงบนชั้นสองของสำนัก ฯ นั้น แทบ
จะหยุดลงไปทันที แม้นว่า เสียงว่าพระคาถาจากร่าง ท่านอาจารย์ ส. รัตน ฯ จะดังยิ่งกว่า
เสียงใด ๆ ซึ่งกำลังดังขึ้นในขณะนั้น แต่เหมือนเสียง ตึง ปัง นั้น ยังดังกังวานไปไม่หยุด
พร้อม ๆ กับที่ สีผิวของท่านอาจารย์วัฒน์ หรือ อาจารย์ฮัมปาวซึ่งข้าพเจ้าเรียกกันมา
หลายวัน ก็เผือดซีดราวกับไม่มีเลือด ทั้งดูเขียวขึ้นมาทันตา

องค์มหาเทพ ฯ ในพิธี หรือ ท่านอาจารย์ ส. รัตน ฯ นั้น ได้กล่าวต่อไปให้
ทุกคนได้ยินด้วยเสียงอันดัง พร้อมท่องคาถา อยู่เป็นเวลานาน กำหนดจิตใจไปยังที่ใด
ที่หนึ่งซึ่งเราไม่รู้จัก...และ ดูเหมือนว่า ข้าพเจ้าได้ยินท่านเรียกหา อาจารย์วัฒน์ ให้กลับ
มายังร่างซึ่งนอนราวกับคนตายอยู่ตรงหน้าท่าน

เหมือนคนตายจริง ๆ ข้าพเจ้าไม่ได้ถูกหมอผีเล่นกล ใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกคนในที่นั้น
ก็เห็นอยู่ว่า ร่างที่นอนเขียวตัวแข็งทื่อในวงล้อมของ ท่านอาจารย์ และ ศิษย์หลายท่านผู้
กำลังลงทรง กันอยู่นั้น เป็นศพไปแล้ว ไม่มีอาการหายใจ ไม่มีการขยับเขยื้อน ใบหน้านั้น
เผือดซีด เขียวขึ้นทุกที

เวลาช่างผ่านไปอย่างเนิ่นนาน ข้าพเจ้าซึ่งได้ยินได้รู้บ้างในบางเรื่องมาก่อนหน้า
นั้น เฝ้ามองด้วยอาการใจหาย ไม่รู้ว่าร่างของท่านอาจารย์วัฒน์ จะได้มีสิทธิ์ที่จะได้หายใจ
อีกครั้งหรือไม่... เสียงตึง ปัง เมื่อสักครู่นั้น ยังดังกังวานชวนให้นิ่งขึงตะลึงงัน...และก็ได้
แต่มองไปยังร่างอาจารย์วัฒน์...และไม่มีอาจารย์ฮัมปาวอีกแล้ว..

ในระหว่างที่ท่านอาจารย์ตลอดจนศิษย์ระดับครูของท่านหลายคนซึ่งอยู่ใน
ภาคทรงกำลังนั่งล้อมร่างอันนอนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ข้าพเจ้ารำพึงถึงวินาทีอันเพิ่งผ่านไป
ไม่กี่อึดใจนั้น...

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังรอให้วิญญาณของท่านอาจารย์วัฒน์กลับมาเข้าร่างของ
เขา... ใครบางคนต้องทิ้งโอกาสและความชอบธรรม อันเขาน่าจะได้มีโอกาสครอบครอง
ร่างนี้ลงไป เพื่อคำมั่นสัญญา...ที่ท่านอาจารย์ ส. รัตน ฯ ได้ให้ท่านอาจารย์ ฮัมปาวกล่าวไว้
เป็นสัจจะต่อหน้าฟ้าดิน เป็นคำมั่นสัญญาอันมนุษย์ธรรมดา มองไม่เห็น ว่าสัจจะนั้นมีความ
หมายอย่างใด คำมั่นสัญญาอันหมายถึงการดึงวิญญาณดวงหนึ่งออกจากร่างกายเนื้ออัน
เพียบพร้อมไปด้วยขันธ์ทั้งห้าทันทีที่ได้ทำการบุญในโลกมนุษย์นี้สิ้นสุดแล้ว...

มนุษย์ผู้มีกายเนื้อและวิญญาน ขันธ์ ห้า
ครบพร้อม มองไม่เห็นวาระดีที่สุดในการได้เกิดเป็นมนุษย์ แต่มองไปในไม่กี่วันที่ผ่านมานั่นสิ
ใครบางคนซึ่งได้โอกาสในการอาศัยร่างนี้...ได้มาเดิน มาพูด มาทำบุญ..มาช่วยเหลือคนซึ่ง
ป่วยทางวิญญาณ โอกาสที่เขาไม่สามารถ จุติ ตายจากภพเดิม มาอุบัติหรือเกิดในครรภ์ใดตามที่
วิญญาณอื่นเป็นได้ บุญ และ กรรมที่เราร้องเรียกหา..ในภพที่เขามีขันธ์ไม่ครบห้าประการนั้นในวาระ
แห่งวิบากที่เขาได้กระทำมา หรือ บุญอันเขาจักต้องรับใช้ตามหน้าที่ของเขานั้น เขาจักทำบุญใน
พระพุทธศาสนาได้อย่างไร หรือจะได้เต็มร้อยเท่าการเป็นคนหรือ ?

การเกิดเป็นคน อันสามารถที่จะดำเนินชีวิต ดีก็ดีสุดได้ ร้ายก็ร้ายสุดโต่งนั้น.
..เราลืมไปหรือเปล่าว่าเวลาแห่งการมีโอกาสนี้..เราได้ทำดี
ที่สุดให้สมกับการเกิดมาเป็นมนุษย์หรือยัง ?

ในวาระนั้น ข้าพเจ้าสำเหนียกความหมายของชีวิต วิญญาณ และ ลมหายใจของผู้คน
รอบข้าง คน ที่ไม่รู้ว่าตัวเองบุญแค่ไหน ซึ่งได้มาเกิดเป็นสัตว์ชั้นสูง อันสามารถคิด ด้วยสติปัญญา
สามารถทำดีก็ได้ และ ทำได้ดีที่สุดด้วย แต่...เวลาที่เหลืออยู่ของใครแต่ละคนนั้นจะได้มีสติ
และ มีปัญญาพอจะมองหาหนทางทำสิ่งดีที่สุดให้แก่ตนเองหรือไม่ ?

: tiki_ทิกิ - [ 15 มี.ค. 52 23:12:03 ]
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:2:08:09 น.  

 
 
 
ด้วยมิได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ช่วงเวลานั้น น่าจะสักประมาณปีพุทธศักราช
๒๕๒๕ น่าเสียดายที่วันนั้น ข้าพเจ้ายังไม่มีกล้องดิจิตอล ไม่มีมือถืออันถ่ายภาพต่าง ๆ หรือ ถ่าย
วิดิโอไว้ได้เหมือนเช่นสมัยนี้ และเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ข้าพเจ้าก็ไม่ได้คิดว่ามันสลักสำคัญถึงแก่
จะต้องบันทึกไว้ในวันนั้น...

เวลาผ่านไปราวกับว่านับสิบนาที หรือกว่านั้น..
หากไม่รู้มาก่อนบ้าง ก็จะดูเสมือนว่า อาจารย์วัฒน์ท่านอาจเป็นลมล้มขาดใจตายไปต่อหน้า
แต่เพราะรู้ว่าที่เราเห็นกันนั้น คือการ "ต่อรอง " กันมาตลอดเวลา และเป็นความมุ่งมั่นของ
ท่านอาจารย์ ส. รัตน ฯ ที่จะนำเพื่อนรักของท่านกลับขึ้นมาให้ได้ ข้าพเจ้าจึงได้ ค่อย ๆ ลอบ
ผ่อนลมหายใจนั่งดูพิธีกรรมนั้นต่อไป

อย่างไม่ได้หวังว่า ระยะเวลาตั้งหลายวันที่ผ่านไปนั้น ท่านอาจารย์ ส. รัตน ฯ จะไป
ดึงวิญญาณ เพื่อนรักของท่านคืนมาได้ คนธรรมดาที่ไหนจะไปต่อรองกับยมพบาลขนาดนั้น ?
ข้าพเจ้ามอง ภาพตรงหน้า ด้วยความเข้าใจอันน้อยนิดเช่นปุถุชนธรรมดาสามัญจะเข้าใจ

คณะศิษย์ตลอดจน ผู้เข้ามารับการรักษาทุกคน ต่างนั่งมองพิธีกรรมนั้นอย่างหวังว่า
อีกสักพัก อาจารย์วัฒน์คงจะลุกขึ้นมา ..

สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ช่างนานราวสักครึ่งชั่วโมง ข้าพเจ้ารำพึงว่า หากนานช้าไปและ
ร่างนี้เขียว ไร้อ็อกซิเจนแล้ว...อาจารย์วัฒน์จะฟื้นได้หรือ..ฟื้นขึ้นมาจะเป็นอันตรายไหม สารพัด
คำถาม สารพัดความคิด..ที่ข้องใจ ...แล้วมันเรื่องอะไรของข้าพเจ้าจะต้องไปกังวลขนาดนั้น
ก็อาจารย์วัฒน์คนน่ารักขี้เล่นของเราไม่ใช่หรือ ที่นอนเป็นศพอยู่ตรงหน้าเราอย่างนี้

: tiki_ทิกิ - [ 15 มี.ค. 52 23:27:25 ]
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:2:09:08 น.  

 
 
 
แต่แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ...ผู้ชายตัวสูง ผิวขาวซึ่งทุกคนรู้จัก กำลังโงหัวลุกขึ้น
ลืมตาขึ้นมา เงอะงะ ตื่นเต้นกับตัวเองซึ่งได้เห็นทุกคน ตอนนั้นเหตุการณ์เริ่มชุลมุนกันแล้ว
ข้าพเจ้าจำไม่ได้แล้วว่า พิธีการอะไรเป็นอย่างไร รู้แต่ว่า อาจารย์วัฒน์ของเรากลับมาแล้ว
กลับมาอย่างตัวสั่นงันงก อย่างหวาดกลัวเต็มที่...

ข้าพเจ้าจำไม่ได้ว่ากี่วันที่เขาจากร่างเขาไป...เขาไปอยู่ที่หนึ่งซึ่งน่ากลัวที่สุดในชีวิต
หลายคนเริ่มพูดคุย สอบถาม แต่คนที่ไม่ทราบเรื่องเลยก็มาก เขาไม่ทราบว่าที่นั่นกำลังฝ่าวิกฤติ
อะไรกันมา ต่างเข้าไปรุมเฝ้าองค์พรหม ถามไถ่เรื่องอื่นกันอีก คณะศิษย์คนสนิทอื่น ก็ทำเสมือน
เป็นเรื่องปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะมีก็แต่คนที่รู้จักใกล้ชิด กันที่นั่นจะเข้าไปทักทายปราศรัย
สอบถามอาจารย์วัฒน์

ข้าพเจ้าเมียงมองตามร่างท่านอาจารย์วัฒน์ไปตลอดเวลา ว่าท่านอยู่ตรงไหนทำอะไร
ช่วงเวลาที่พอมีเวลา ข้าพเจ้าก็รีบประชิดตัวแสดงความดีใจกับตัวอาจารย์วัฒน์เอง. มองไปที่ผิวหน้า
ซึ่งเมื่อครู่ยังเห็นซีดเขียวราวเป็นศพ บัดนั้นกลับดูขาวขึ้น มีสีเลือดขึ้นแล้ว เดินเหินได้ตามปกติ
อย่างน่าแปลกใจ .สำรวจอาจารย์วัฒน์ไปทั่วตัว แล้วป้อนคำถามให้อาจารย์วัฒน์ ราวกับเป็นเรื่องเล่น

" อาจารย์วัฒน์ ดีใจด้วยนะที่อาจารย์ ส. ช่วยอาจารย์วัฒน์ กลับมาได้ เล่าให้ฟังหน่อยซิ
อาจารย์ ไปที่นั่นเห็นอะไรมาบ้าง "

แทนที่จะให้ความเห็นอกเห็นใจ กลับถามราวกับอาจารย์ไปเที่ยวเล่นที่ไหนมา แถมถาม
ซอกแซกอยากรู้อยากเห็นอย่างนั้นด้วย

: tiki_ทิกิ - [ 16 มี.ค. 52 00:37:59 ]
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:2:09:55 น.  

 
 
 
อาจารย์วัฒน์ พูดอย่างเร็ว รีบร้อน ล่ก ๆ ตามแบบอาจารย์

สรุปความได้เป็นฉาก ๆ ดังนี้
ฉากแรก อาจารย์วัฒน์ ไปรอการตัดสินที่จะลงนรกมา อาจารย์บอกว่า

" ถูกต้อนเข้าไปรวม ๆ กันที่กึ่งกลาง ที่กว้างมาก เหมือนสนามฟุตบอล เหมือนมีท้อง
ฟ้าอยู่ข้างบน เหมือนก้าวขาได้แต่จริง ๆ เหมือนลอยเรี่ย ๆ ในนั้นเหมือนถูกจับไว้ที่หล่มโคลนดูด แต่จะก้าวออกไปจากเขตที่คุมไว้ไม่ได้เลย "

ข้าพเจ้าก็ถามต่อไปอีกว่า แล้วแต่งตัวกันอย่างไร
ท่านตอบว่า
" ไม่มีเสื้อผ้ากันหรอก ตัวเปล่า ๆ ไม่มีเสื้อผ้าใส่ แต่ไม่ได้ดูอุจาดตา อะไร และ มีทุกชาติ
ทุกศาสนา รวมไปที่เดียวกัน มองแล้วรู้ว่าเป็นต่างชาติ ต่างศาสนากัน

ข้าพเจ้าก็ถามต่ออีกว่า
"แล้วอาจารย์ ส. ท่านลงไปช่วยยังไงล่ะอาจารย์วัฒน์"

อาจารย์วัฒน์ ยังไม่ตอบตอนนี้ แต่ดูเหมือนเล่าต่อว่า

" เห็นเพื่อนเก่า ๆ ที่ตายไปตั้งนานแล้วหลายคนด้วย แล้วก็พวกผู้คุมก็คอยไล่ให้เข้าไปตอบ
คำ พระพรหม ฯ ท่านเสด็จลงไปเป็นประธาน แต่ไม่ได้ใจดีอย่างที่เราเห็นที่สำนักนะ ท่านดุมาก "

ด้วยท่าทางตื่น ๆ กลัว ๆ ลานนั้น อาจารย์วัฒน์เล่าต่ออีกอย่างน้ำไหลไฟดับ ไม่ได้ปะติดปะต่อ
แล้ว -ข้าพเจ้าก็ต้องรีบพิมพ์ให้ทันความที่จำได้นี้ด้วย เพราะเดี๋ยวท่านอาจารย์วัฒน์ก็จะปิดฉากเจรจาเสียแล้ว-

" เวลาตอบคำถามท่าน พระพรหม ฯ ท่านนั่งเป็นประธานบนที่นั่งท่านเหมือนลอยอยู่ในท้องฟ้า
ผู้คุมตวาดให้เรา ต้องตะโกนตอบดัง ๆ นะ พูดค่อยไม่ได้ ถ้าเราตอบผิด กรรมของเราที่ทำไว้ จะถูกฉายขึ้น
ไปบนฟ้าให้ดูเลยว่า เราทำอะไรไว้ เหมือนฉายหนังในอากาศ "

: tiki_ทิกิ - [ 16 มี.ค. 52 00:41:38 ]
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:2:10:31 น.  

 
 
 
คืนนี้ ดึกมากแล้ว คงลงได้เท่านี้นะคะ แล้วจะมาเขียนต่อค่ะ

ขออนุญาตยกคำตอบหลายท่านที่อ่าน at Pantip dot com
ตอนหนึ่งไว้ มาที่นี่ค่ะ
คุณ : sirind ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ

คุณ : NickyNick คะ วัดบัวขวัญในวันก่อน เกือบสามสิบปีที่แล้ว
กับวันนี้ ต่างกันมากมาย
ไม่ขอวิจารณ์ค่ะ แต่น่าจะลองเข้าไปดู พระรูปที่อยู่ใกล้ระฆังนะคะ
ดูท่านมาดูแลเรื่องสอนธรรมที่นั่นค่ะ

คุณ : กุลธิดา (kdunagin คะ ยอมรับว่าต้องเขียนเป็นภาคหนึ่ง และ
ภาคสอง ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องเดียวกัน แต่ภาคสองนี้จะต้องให้ที่มาที่ไปของ
ภาคแรกมากกว่า จึงจำเป็นต้องมีภาคสองค่ะ

คุณ : แม่กุ๊บกั๊บกับเก๋ากี้ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

คุณ : roslita คะ ไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไร แต่หากยึดมั่นการเป็นคนดี
ก็จะทำให้รอดพ้นอันตรายได้ทั้งนั้นนะคะ นับประคำด้วย อิติปิโส
ได้หรือเปล่าคะ ?
เคยอธิบายตามที่พระสงฆ์ที่นับถือท่านให้หลักไว้ บางคนเข้าใจ
บางคนอธิบายเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ ค่ะ



คุณ : Psycho man คะ พอเขียนเรื่องนี้ แล้วนึกได้ว่าตัวเองเจอเรื่องแปลก
ๆ อย่างนี้อยู่เยอะ แต่ไม่ค่อยได้เขียนรวม เพราะมัวแต่ไปคิดจะเขียนเรื่อง
ชีวิตตัวเองเสียเรื่อย ตอนนี้นึกแล้วอยากเขียนต่อไปจังค่ะ

คุณ : nonglove (อาลีอา) คะ ขอบคุณที่มาแวะอ่านนะคะ



คุณ : กุลธิดา (kdunagin) ภาคสองกำลังจะเริ่มพิมพ์มือที่หน้าจอนี่แล้วนะคะ


ภาคหนึ่งสำหรับในหน้าความเรียงอยู่ที่นี่ค่ะ
//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W7614991/W7614991.html

: tiki_ทิกิ - [ 16 มี.ค. 52 01:30:47 ]
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:2:13:17 น.  

 
 
 
 
 

โดย: zodayenka วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:2:21:29 น.  

 
 
 
ความคิดเห็นที่ 7

ยุคนี้ ถ้อยคำของอาจารย์วัฒน์คงทำให้เราไม่รู้สึกแปลกอะไร เพราะยุคฉายแสงเลเซอร์ไป
บนฟ้า ดูเป็นธรรมดาของยุคเรานี้ แต่ในเกือบสามสิบปีที่ผ่านไปนั้น เทคโนโลยีของเรายังไปไม่ถึงคำตอบ
ที่ท่านอาจารย์วัฒน์เร่งเล่าให้ข้าพเจ้าฟัง

ออดิโอ หรือ เรื่องการบันทึกเสียง เทปคาสเส็ตต์ เพิ่งเข้ามาแทน เทป แปดแทร็ค วิดีโอ หรือมหัศจรรย์แห่งการบันทึกภาพนั้น เพิ่งมีบริษัทโซนี่ญี่ปุ่นออกเบต้าแล้ว
ก็ต้องถอยให้ อเมริกาซึ่งเพิ่ง เข้าเป็นยุควีเอชเอฟ บางคนยังไม่เคยซื้อใช้ได้แต่ไปยืนดูตามห้าง ฯ

อะไรแบบนั้น

สิ่งที่ได้ยิน ทำให้ข้าพเจ้าทำคอย่น โห ข้าพเจ้านี้กรรมหนักหนาสาหัสสารพัด ตายไปนี้จะโดน
ยมพบาลส่งให้พระพรหม พิพากษาขนาดไหนนี่ ? แต่นิสัยนักซัก ก็เฝ้าถามซักท่านอาจารย์วัฒน์ไม่ขาด

"แล้วอาจารย์ ส. ท่านลงไปช่วยยังไงล่ะอาจารย์วัฒน์"

คราวนี้ ท่านอาจารย์วัฒน์ตอบว่า

" เห็น อาจารย์ ส.เป็นดวงไฟสว่าง ๆ ลอยลงไปวนไปวนมา เห็นทีไรก็ใจชื้นขึ้นทุกที มีความหวังว่า
ท่านอาจารย์ ส. คงจะช่วยอาจารย์ได้ ลงไปแล้วเย็น ๆ "

" อ้าว ลอยเป็นไฟดวง ๆ เลยเหรอ อาจารย์วัฒน์ แล้วอาจารย์วัฒน์กลัวมากไหม "

อาจารย์วัฒน์ตอบแบบเลิ่กลั่กอีกเลยคราวนี้ ทำตาเบิ่งโต เหลือกไปเหลือกมาด้วย

" กลัวมากครับ กลัวมากที่สุดเลยครับ " จากนั้น อาจารย์วัฒน์ก็ยกมือยกไม้ โบกไปมาว่า

" ไม่พูดแล้วครับ ผมไม่ขอพูดถึงแล้วครับ ผมกลัวจริง ๆ ครับ ไม่เอาแล้วครับ "


สภาพของอาจารย์วัฒน์ตอนนั้น น่าสงสาร และ น่าเห็นใจที่สุด แต่ท่านก็ทำเป็นเหมือนที่เคยเป็นมา
คือเดินไปเดินมาสักพัก แล้วก็นั่งลงไม่ไกลจากท่านอาจารย์ ส. รัตน ฯ ลักษณะท่าทางที่เดินไหล่คุ้ม ๆ มา
นิดหนึ่ง และ น้ำเสียงแหลมต่างจาก ท่านอาจารย์ฮัมปาว...ซึ่งเดินตัวตรง ตาดุ เสียงห้าวขรึม..นั้น

: tiki_ทิกิ - [ 16 มี.ค. 52 00:42:49 ]

 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 17 มีนาคม 2552 เวลา:9:40:37 น.  

 
 
 
ความคิดเห็นที่ 8

ข้าพเจ้ารำพึงถึงว่า เมื่อเข้าไปที่สำนักนี้ใหม่ ๆ ในช่วงไม่กี่เดือนแรก ครั้งหนึ่งก็ถูกองค์พรหมธาดา ฯ
ท่านคาดโทษเอาไว้ว่าหากข้าพเจ้าไม่เปลี่ยนนิสัยเลว ๆ ร้าย ๆ ในวันนั้น จะนำตัวข้าพเจ้าลงนรก นึกแล้วก็
ใจหาย หากข้าพเจ้าถูกนำไปลงนรก ตายไปอย่างนั้น จะมีอาจารย์ที่ไหนมาช่วยนำตัวข้าพเจ้ากลับคืนมาเล่า

ถึงจะเกิดเป็นคน จะลุ่ม ๆ ดอน ๆ ยาก ๆ จน ๆ มีบ้างไม่มีบ้างก็ยังดีกว่าที่จะไปนรกหมกไหม้ หาก
โดนโทษลงนรกไป อีกเมื่อไหร่จะได้มีโอกาสกลับมาเกิดเป็นคน ซึ่งแสนยาก คนสมัยนี้หรือคนสมัยหน้า ที่
จะไหว้พระ สวดมนต์ ประพฤติธรรม เพื่อให้ได้ลูกคนดีมาเกิด แทบจะไม่มี พวกคนมีเงินลูกเศรษฐีแต่งงานก็
ยังคุมกำเนิดกันไว้แทบทุกบ้านโอกาสจะไปเกิดเป็นลูกคนรวยก็แสนยาก ทั้งยังมีพวกระเริงกามไปทำไม่ให้เด็กได้เกิดอีก
โอกาสจะเกิดเป็นคนดี ๆ ยากแสน หากหลุดไปเกิดกับครอบครัวยากจนก็ลำบาก ยากจนใช้กรรมไปทั้งชาติ
หากเกิดบ่อยตายง่ายเกิดง่าย ไปด้วยโมหะลุ่มหลงมืดบอด ก็ต้องไปเป็นสัตว์สี่เท้า เป็นหมูหมาแมว หรือเป็น
สัตว์ป่าน่าสะพรึงกลัว
เป็นสัตว์ สองเท้าเป็นนกเป็นกา เป็นไก่ หรือไม่มีเท้าไปเป็นปลาในอ่าง อย่างปลาหางนกยูงเลี้ยงไว้
หน้าบ้านก็ยังนับว่ามีบุญ เกิดไปเกิดเป็นปลาในน้ำในคลอง เดี๋ยวก็โดนคนจับฆ่าเสียหรอก ไม่เกิดเป็นสัตว์
พวกนี้ จะไปเกิดเป็นสัตว์ไม่มีเท้าเป็นงูให้คนเขาวิ่งเตลิดเปิดเปิงเมื่อได้เห็น หรือเขาจับฆ่าเสียก็ไม่รู้

จะไปเกิดเป็นหนอนในคูถ ในหนองในบึง เป็นพยาธิ์ อะไรก็ได้ หรือจะเกิดเป็นสัตว์มากเท้า เป็น
ตะขาบ เป็นกิ้งกือ เป็นสัตว์นานา หากไม่เกิดเป็นสัตว์ เป็นสัตว์ในนรก เป็นเปรต เป็น อสุรกาย จะหนักขนาดไหน
คิดแล้วรู้สึกสยองขวัญ เริ่มรู้สึกดีใจว่าบุญนะที่เราได้เกิดเป็นคน อย่างไรก็ได้มีโอกาสทำบุญด้วยมือของเรา
ได้มีโอกาสไหว้พระ สวดมนต์ ฟังธรรม ดีกว่าสัตว์ไร้ปัญญา


แต่ในวันนั้น ปัญญาทางธรรมข้าพเจ้ามิค่อยจะมีมากนัก ไม่มีปัญญาคิดได้ขนาดนี้ เพิ่งออกจาก
มหาวิทยาลัย ทำงานได้ไม่กี่ปี เพิ่งแต่งงานมีลูกสาวคนเดียว ยังไม่มีลูกชายด้วยซ้ำ แถมเป็นคนเอาแต่ใจตัว
ขี้โมโหโทโส ไปที่สำนักฯ นั้น ก็เพราะคุณสามีเขาพาไปรักษาโรคเอาแต่ใจตัว จะให้วินิจฉัยวิจัยธรรมนั้น ยากยิ่งนัก

จากนั้นข้าพเจ้าก็เดินไปเดินมาเพื่อจะคอยฟังเรื่องทั้งหมดทั้งมวล
อย่างไรเสีย ท่านอาจารย์ ส. รัตน ฯ ก็จะต้องเล่าเรื่องทั้งหลายที่มาที่ไปให้ลูกศิษย์อย่างข้าพเจ้า
ฟังเป็นแน่แท้

: tiki_ทิกิ - [ 17 มี.ค. 52 00:06:34 ]
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 17 มีนาคม 2552 เวลา:9:41:40 น.  

 
 
 
........... เมื่อคืนว่าจะมานั่งพิมพ์ตอนใหม่ให้หลายท่านได้อ่านกัน
แต่เห็น ความเห็นที่ 8 อันเป็นการสะท้อนมุมของเราอันสำคัญได้หายไป
กว่าจะตามเก็บมาลงใหม่ได้... เกือบหมดใจที่จะลง เพราะไม่ทราบว่าติดคำ
ไหน ลองครั้งที่หนึ่งใหม่ ก็ยังไม่ให้ลงริบไปเสีย
ลองครั้งที่สอง คำว่า แท้ง แก้ แล้ว แต่ก็ยังเปิดไม่ได้
ต้องลองด้วยการอ่านทุกคำ เจอคำว่า สัตว์- (ตอนนั้นยังไม่มี -ใน-) นรก อืมม์ ลองใส่ในดู อ่อ นี่เป็นคำ หยาบคายด่าว่ากันนั่นเองค่ะ

พอ ได้ข้อมูลเดิมกลับมา ก็เลย ไปดึงหลายท่านที่ไปลงไว้กระทู้เดิม
มาตอบ ต่อ และ เลย ตอบคำกระทู้นี้ต่อ จากนั้น ก็ ไร้อารมณ์จะพิมพ์เรื่องต่อ..
.
เพราะ พิมพ์สดหน้าจอที่พันทิปนี่เลยนะคะ .. นี่คือต้นฉบับสด ๆ
ตัวจริงนะคะ ..อยู่ที่นี่เลย

เลยย้ายไปเขียนกลอนเพิ่ม นำไปลงบล็อกด้วย
รู้สึกว่า ดึกแล้ว เลยไปอาบน้ำนอนดีกว่าเพื่อเช้านี้จะได้มีแรงเข้ามาดู
กระทู้ค่ะ

และก็ดีใจ คุณ : roslita คะ ขอบคุณที่มาแต่เช้า ทำให้มีกำลังใจขึ้นมากค่ะ

......... เรื่องที่คุณเล่ามา คุณพ่อท่านคงจะมีวิบากของกรรมที่ทำไว้ไม่รู้ตัว
คือ บางสังคมก็ไม่ถือกัน และ เห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในหลายสังคมก็
บอกว่า ทำอย่างนั้น ผิดนะ คบไม่ได้.. แต่การทำผิดศีลห้านั้น โลกวิญญาณ
และ โลกมนุษย์ ก็ค่อนข้างถือเป็นมิติการตัดสินของ คุณภาพกรรมที่จะไป
เกิดใหม่เป็นคนต่อไปหรือไม่ และ ต้องชดใช้กรรมของตนอย่างไรนะคะ
เรื่องนี้คงจะต้องเขียน อย่างละเอียด ต่อไป ในเรื่องต่อไป

แต่สำหรับ เรื่อง อาจารย์วัฒน์ นี้ยังไม่จบนะคะ แต่ขอเรียนว่า
เพลียนิดหน่อย เพราะทำงานอยู่จนดึกคืนก่อน เมื่อวานต้อง ตัดรายการที่
ต้องไปทำนอกบ้านออกสองรายการ ทั้งเช้า ทั้งบ่าย เลยค่ะ จึงได้มีเวลาดูงานต้นฉบับออนไลน์ที่เรากำลังทำอยู่นี้ค่ะ

หวังใจว่าผู้ติดตามอ่านจะให้อภัยในความล่าช้าหน่อยนะคะ..

: tiki_ทิกิ - [ 17 มี.ค. 52 09:11:30 ]
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 17 มีนาคม 2552 เวลา:9:49:31 น.  

 
 
 
ขอบคุณที่เข้าไปเกก้ฐความรู้นะคะ
สวัสเีค่ะ
 
 

โดย: praewa cute วันที่: 17 มีนาคม 2552 เวลา:18:37:47 น.  

 
 
 
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=farasskyandsnowpink&group=1

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบล็อกบทกวีนะคะ..

บล็อกของคุณ บทนี้แสนจะไพเราะ
และมีความหมายอันสั่นสะเทือนชีวิตและ
หัวใจมากค่ะ

นอกจากนั้น ขนม และ อาหารที่คุณทำ
ทำให้รู้ว่า ใครคนนั้น ซึ่งคุณโอบกอดมาจาก
ขวดใบนี้ได้ ช่างโชคดีเกินใครในโลก......




คุณเป็นคนแรกที่จับกลอนบทนี้มาผูกกับเรื่องราวในกระทู้อื่นๆ ได้ดีมากค่ะ หลายคนอื่นแล้วบอกแค่ว่าดี
แต่สำหรับแพรและสามีแล้วมันมากกว่านั้นมากมาย


 
 

โดย: praewa cute วันที่: 17 มีนาคม 2552 เวลา:18:45:50 น.  

 
 
 

สวัสดีวันใหม่ค่ะ
วันนี้ครัวเปิดแล้วนะคะ มากับ
ข้าวโพดกับเต้าหู้ทอด




 
 

โดย: praewa cute วันที่: 18 มีนาคม 2552 เวลา:1:07:36 น.  

 
 
 

สวัสดีวันใหม่ค่ะ
ซุปร้อนมาแล้วค่ะ รีบยกต่อเลยนะคะ ถือถ้วยมามือจะร้อนไปหมดแล้วค่ะ

วันนี้ครัวเปิดแล้วนะคะ มากับ
มิโสะซุป และ การเตรียมดาชิ





 
 

โดย: praewa cute วันที่: 20 มีนาคม 2552 เวลา:1:02:59 น.  

 
 
 
คุณ : praewa cute คะ ขอบคุณ อาหารน่าอร่อยมากนะคะ



แต่ตอนนี้ยุ่งเรื่องงานนิดหน่อย มือไม่ว่างค่ะ
ขอบคุณที่มาโพสให้นะคะ
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 20 มีนาคม 2552 เวลา:12:52:13 น.  

 
 
 

สวัสดีวันใหม่ค่ะ

วันนี้ครัวเปิดมากับ
ข้าวหมกไก่





 
 

โดย: praewa cute วันที่: 21 มีนาคม 2552 เวลา:0:49:12 น.  

 
 
 
กว่าจะเปิดมาถึงบล้อกนี้
หน้ามืดเลย... เฮือก!!

ขอแอดไว้ก่อนนะครับ... เดี๋ยวมาตามเก็บทีหลัง หุหุ

.........................
 
 

โดย: ชยสกล (PSlovebird ) วันที่: 21 มีนาคม 2552 เวลา:19:51:50 น.  

 
 
 
ขอบคุณทุกท่านมาก ๆ ค่ะ

มีธุระยุ่ง ๆ นิดหน่อย พักนี้ อาจห่างเว็บไปบ้างนะคะ
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 26 มีนาคม 2552 เวลา:11:58:58 น.  

 
 
 

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

กำลัง จัดกลุ่ม และ หมวดกระทู้ ทั้งหมด ใหม่อีกครั้งขอขอบคุณค่ะ

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
 
 

โดย: tiki_ทิกิ วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:15:16:25 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

tiki_ทิกิ
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์งานเขียนในบล็อกนี้ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นลายลักษณ์อักษร
H e L L o
free counters
[Add tiki_ทิกิ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com