Once upon a time ...
Group Blog
 
All blogs
 
อียิปต์ วันที่สี่ / 2

ไปถึงมหาวิหาร Karnak ตอนบ่ายสามนิดๆ เสียค่าเข้าคนละ 25 L.E. แล้วก็ทำเวลาเพราะเขาปิดตอน 5.30 pm เดินกันอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะเก็บตามจุดต่างๆให้ครบ ฝ่ายวิชาการโดยหญิงกลางและหญิงเล็กเปิดหนังสือชี้ว่าควรจะเดินไปจุดไหน จุดไหน หญิงเล็กอ่านไปก็แปลไปว่าที่ตรงนี้คืออะไร พอผ่านแถวสฟิงส์ด้านหน้าเข้าไปเห็นเสาไพลอนเป็นร้อยต้นก็ตะลึง ที่เคยอ่านใน weblog ของใครมาว่า “เสาอวบอ้วน” มันเป็นอย่างนั้นจริงๆล่ะ



ผ่านแถวสฟิงส์ก่อนเข้าวิหาร



เสาอวบอ้วน เสาไพลอนเป็นร้อยต้นในวิหาร

เดินไปเจอห้องมืด แอบฟังไกด์ของกลุ่มอื่นเขาอธิบายว่าเป็นห้องที่ฟาโรห์กับนักบวชใช้เพื่อทำพิธีสำคัญ ที่นี่ก็มีรูปสลักบนกำแพงและตามเสา จนถึงเพดานที่มีการลงสีไว้ด้วย แต่รูปสลักหลายรูปถูกทำลายโดยการสกัดให้เป็นจุดให้พรุน เหลือแค่โครงรูปให้เห็น มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เดินไปทางด้านข้าง มีเชือกกั้นไว้แต่ตำรวจชักชวนคนญี่ปุ่นให้เข้าไป พวกเราเลยเดินตามเข้าไปบ้าง พอเดินเข้าไป ดูบรรยากาศชักไม่ค่อยดี เลยบอกกันว่าถ่ายกับรูปปั้นเสร็จแล้วฉีกตัวเดินกลับไปทางเดิมกันเถอะ ตำรวจคงอยากได้เงินถึงปล่อยเชือกให้พวกเราเข้าไป แล้วก็จะเจอแบบนี้อีกหลายที่ ส่วนไหนที่มีเชือกกั้นแล้วเขาถามว่าอยากดูมั้ย ถ้าอยากดูก็จะปล่อยเชือกให้พวกเราเข้าไป บางที่แถมคำอธิบายให้ด้วยแต่...ขอทิปด้วยนะ หญิงกลางบอกว่า คนเป็นหากินกับคนตายนะพี่

เราเดินผ่านไปที่สระน้ำศักดิสิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธี ยังมีน้ำใสอยู่ในสระ ใกล้ๆกันมีอนุเสาวรีย์ตัวสการาป Scarab เป็นตัวแมลงที่เกี่ยวกับการนำพระอาทิตย์ให้ขึ้นมาใหม่ทุกวันและโยงไปถึงการฟื้นคืนชีพ เห็นรูปตามหลุมศพ หญิงกลางบอกว่าถ้าเดินรอบตัวนี้ 7 รอบแล้วอธิษฐาน จะได้ตามที่ต้องการ แต่สิ่งที่จะอธิษฐานนั้นมีเพียงแค่สิ่งเดียวเท่านั้น เฮ้อ...จะขออะไรดีล่ะนี่เรา

หญิงเล็กหันมาถามเราว่า เธอจะขออะไร เราบอกว่าสิ่งที่เราต้องการมันยิ่งใหญ่เหลือเกิน ไม่รู้ว่าชาตินี้จะบรรลุเป้าหมายนั้นหรือเปล่า แต่ถ้าชาตินี้ไม่ได้ก็ขอให้ได้สักชาติไหนชาติหนึ่งก็แล้วกัน หญิงเล็กถามว่า แกจะขอสันติสุขให้เกิดกับโลกใบนี้หรือไง เออนะ ถ้าทุกคนร่วมกันขอสิ่งเดียวกัน โลกเล็กๆใบนี้คงจะเกิดสันติสุขได้บ้างล่ะน่า แต่เราว่า เอาแค่สันติสุขในใจเราก่อนดีมั้ยเอ่ย Live in Peace ก่อน Rest in Peace

สุดท้ายเราก็เดินตามๆกันไป ระหว่างเดินก็ตั้งจิตภาวนา ขอให้ ........


เสร็จจากการเดินอธิษฐานขอพรจาก scarab แล้วเราก็เดินไปทางข้างหลัง ดูรูปปั้น ดูสถานที่ในอดีตเป็นสวน...อะไรน้า จำไม่ได้แล้ว ก็ระหว่างทางที่เดินไป ฟังแต่หญิงเล็กอธิบายตลอดทางนี่นา

พวกเราทำเวลากันดีมากล่ะ เดินเสร็จตอน 5.30 pm พอดิบพอดี แล้วก็ยังเดินเล่นแถวนั้นอีก ตราบใดที่ยังไม่มีคนมาไล่ให้ออก เราเห็นเขาจัดเก้าอี้เตรียมแสดง light & sound ถามราคาแล้วตกหัวละ 60 L.E. แต่จากหนังสือที่อ่าน ที่วิหารลักซอร์ก็มีเช่นกัน แถมใช้ตั๋วใบเดียวที่เข้าชมวิหารนั้นดูได้ด้วย เราเลยคิดกันว่าไปดูที่นั่นก็ได้ ประหยัดดี

นั่งรถม้ากลับโรงแรม คนขับบอกว่าวันนี้ที่ไหนก็ไม่รู้ มีอะไรสักอย่าง แต่พวกเราไม่ฟังอะไรทั้งนั้น บอกว่าฉันจะไปที่นี่...เท่านั้นและจะไม่แวะที่ไหน...ทั้งนั้น พวกเรากลายเป็นพวกมองโลกในแง่ร้ายและไม่รับไมตรีจากใครไปแล้ว คนขับพาอ้อมไปอีกทางหนึ่ง พวกเราก็โวยวายนึกว่าเขาจะหลอกแต่จริงๆแล้วเขาถูกห้าม ไม่ให่ขี่กลับไปทางถนนเส้นเดิมเพราะมีขบวน convoy ปิดเส้นทาง เราเลยได้นั่งสงสารม้าไปอีกนาน เหมือนติดขบวนเสด็จเมืองไทยอย่างนั้นเลย ระหว่างที่อ้อมไปอีกเส้นทางหนึ่ง หญิงเล็กกลายเป็นนางงามจำเป็นเพราะนั่งคู่กับคนขี่ม้า แล้วผ่านไปทางไหนก็ต้องโบกมือรับเด็กๆข้างทาง เด็กๆที่นี่ชอบโบกมือ say hello กับคนต่างชาติ ไปที่ไหนก็เจอแบบเดียวกัน เด็กน่ะน่ารักนะ แต่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วชักรักไม่ลง

พอไปถึงใกล้โรงแรม เจ้าของรถม้าจอดแล้วบอกว่า 10 L.E. ค่ารถม้าตามที่ตกลงกันแต่เขาขออีก 10 L.E. ค่าเหนื่อยม้า โอ๊ย ... มุขแบบนี้จะไปหาจากที่ไหนได้อีก พวกเราบอกว่าให้ได้แค่นั้นล่ะ แล้วก็เดินจากมาอย่างรวดเร็ว

เราเดินหาข้าวกินกัน ที่เมืองนี้ยังดูมีอะไรให้กินมากกว่าที่อัสวาน หรืออาจเป็นเพราะเราไม่รู้แหล่งที่อัสวานก็เป็นได้ เดินไปเจอไก่ย่างร้านหนึ่ง ถามราคาแล้วเขาบอกว่าตัวละ 30 L.E. พร้อมขนมปังและสลัด

เจอร้านขายขนมปัง ถามราคาขนมปังแผ่นคล้ายโรตี คนขายบอกว่า 2 L.E. ยังไม่ซื้อในทันที ดูลูกค้าคนอื่นก่อนว่าเขาจ่ายกันคนละเท่าไหร่ แล้วก็พบว่าเขาจ่ายค่าขนมปังแบบนั้นแค่แผ่นละ 1 L.E. เลยขอให้เขาขายเราในราคานั้นด้วย

เดินไปเรื่อยๆ เจอร้านขายอาหารพื้นเมือง เป็นขนมปังแผ่นบางที่เขาผ่าเหมือนถุงเล็กๆแล้วก็ยัดใส้ผัก มีแตงกวา มะเขือเทศชิ้นเล็กๆด้วย ดูท่าทางคงอร่อยเพราะมีคนมุงซื้อกัน หญิงเล็กไปเจรจา เขาบอกว่าราคาชิ้นละ 2 L.E. ระหว่างนั้นพวกเราเป็นกองหลังไปถามคุณแม่บ้านที่ยืนคอยสามีว่าไอ้นี่น่ะมันราคาชิ้นละเท่าไหร่ คุณแม่บ้านบอกว่าชิ้นละ 0.75 L.E. เอาล่ะสิ เราเลยบอกหญิงเล็กว่าต่อให้เหลือ 1 L.E. นะ หญิงเล็กเก่งมาก เจรจากับคนขายจนได้ 1 L.E. ซึ่งเขาไม่ค่อยพอใจกับราคานั้นนักหรอก เขาบอกว่าแบบ 0.75 L.E. เป็นขนมปังอีกเกรดหนึ่ง แต่แบบที่ขายให้เราเป็นอีกเกรดหนึ่งว่าแล้วก็โชว์ขนมปังให้เราดูชัดๆว่ามันไม่เหมือนกัน ยังไงก็แล้วแต่ พวกเราได้กิน...... (เรียกกันว่าอาหารหญิงเล็ก) ในราคา 1 L.E. เดินไปหาไก่ย่างกิน ไปถึงอีกร้านก็พบว่า 30 L.E. ยิ่งกว่านั้นคือ คนที่บอกราคา หน้าตาเหมือนเจ้าของร้านที่เราเจอร้านที่แล้วเลย ไม่ใช่อภินิหารคู่แฝดหรอกนะแต่เป็นคนคนเดียวกันเลยต่างหาก น่ารักจริงๆนะคนขายไก่ย่าง

เดินไปอีกไกล เจอไก่ย่างครึ่งตัว 30 L.E. เขาบอกว่าของเขาตัวใหญ่ ร้านนั้นมีคนไทยเขียนในสมุดแนะนำที่ทางร้านขอให้ลูกค้าชาติต่างๆเขียนไว้ด้วย แต่เราก็เดินออก กลับไปร้านที่สองแล้วก็เจรจาต่อรอง ว่า 30 L.E. ไม่รวมค่าอะไรอีกแล้ว จริงๆนะ ตอนแรกจะสั่งเผื่ออาหารกลางวันของวันรุ่งขึ้น แต่...รอดูก่อนดีกว่าว่าเขาจะโกงเรามั้ย ไก่ก็กินได้นะ ว่าไปแล้ว คิดถึงไก่ย่าง 5 ดาวบ้านเรามากกว่า ถูกกว่าและอร่อยกว่า นี่นั่งกินไปก็นึกอยากได้ซอสพริกสักขวดมาแกล้มไก่จัง เขามีเกลือให้แต่มันไม่ได้รสชาดอย่างที่เราต้องการเลย มีขนมปังชืดๆราคาถูกให้เป็นตั้ง อยากกินเท่าไหร่ก็กินไป แต่พวกเรากินกันได้ไม่เยอะหรอก ส่วนสลัดที่ว่าก็คือแตงกวากับมะเขือเทศฝานใส่จานมาเท่านั้นเอง ไม่ได้มีน้ำสลัดหรืออะไรให้แกล้มมากกว่านั้น

กินเสร็จจ่ายเงิน 30 L.E. แล้วเลยสั่งไก่อีกตัว ให้สับแล้วใส่ถุงมาด้วย เอาไปกินเป็นอาหารกลางวันของวันรุ่งขึ้น (อีก 30 L.E.) เดินไปตามถนนคนเดิน ซื้อส้มได้ในราคากิโลละ 3 L.E. แพงกว่าอัสวานนิดหน่อยแต่ยังพอยอมให้ได้ ซื้อน้ำที่ร้านหนึ่งได้ในราคาขวดละ 2 L.E. ถูกดี (ร้านหน้าปากซอยบอกว่าขวดละ 5 L.E. พอเดินออกก็บอกว่า 2.50 L.E. ก็ได้) ส่วนของที่ระลึกก็แล้วแต่จะต่อราคากัน แต่เหนื่อยจังเลยซื้อของที่นี่...เราซื้อขวดน้ำหอมที่เป็นรูปอูฐ ต่อราคารวมแล้ว 5 ขวด 30 L.E. พอเขาเรียกอีกคนมาห่อของ เขาขอค่าห่ออีก 10 L.E. เรามองหน้าแล้วก็เดินออก เขาบอกให้กลับมาก่อน ยอมก็ได้ เสร็จแล้วบอกว่า 35 L.E. ก็แล้วกัน ห่อใส่กระดาษมีกล่องให้ด้วยแถมมีสก๊อตเทปพันอีกนะ น่ารักจริงๆคนที่นี่ เราทำท่าจะเดินออกอีกรอบ เขาเลยบอกว่า 30 ก็ 30 เหนื่อยใจเหลือเกิน คิดถึงเพลงพี่เบิร์ดจัง



วันนี้ซักผ้าอีกครั้ง ดีที่ค้าง 2 คืนเลยพอมีเวลาให้ผ้าแห้ง อย่างน้อยเสื้อผ้าที่เตรียมมาแค่ 5 ชุดก็ไม่ได้ใส่ซ้ำแล้ว






Create Date : 09 พฤษภาคม 2551
Last Update : 10 พฤษภาคม 2551 7:00:12 น. 0 comments
Counter : 495 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
saifan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add saifan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.