Once upon a time ...
Group Blog
 
All blogs
 
ซากุระ

Back pack ไปญี่ปุ่น ใช้ JR pass nationwide ได้คุ้มมาก ขอบคุณที่มีตั๋วแบบนี้ ไปอยู่หลายวัน เหนื่อยอยู่ ถ่ายภาพมาน้อยแต่น่าจะพิมพ์ภาพในสัญญาไว้เยอะอยู่

วัยขนาดไหนล่ะที่ควรจะหยุดเที่ยวแบบลำบากซะที เข็นกระเป๋า ลากกระเป๋า เดินขึ้นเขาลงเขา วันละไม่ต่ำกว่า 5 กม. บางวันต่อทั้ง JR, Shinkansen, Subway, Bus, Walk เอามันทุกรูปแบบ สนุกนะ ยังพอมีแรงอยู่ แต่จะทำแบบนี้ได้อีกกี่ปีกันจ๊ะ

วันที่ไปรอเพื่อนร่วมทาง พบว่าพื้นตรงส้นรองเท้าใกล้จะขาดทั้งสองข้าง แย่แล้ว ทำไมไม่เช็คของสำคัญก่อนออกเดินทางนะ ยังดีที่เพื่อนเขามีญาติผู้ชายใส่ผ้าใบเบอร์ 40 ขอยืมละกัน ง่ายดีเนอะ Smiley คู่นั้นก็ขาดด้านข้างนิดหนึ่ง ดีที่ทนอยู่ด้วยกันหลายวัน กว่าจะได้เปลี่ยนคู่ใหม่ตอนใกล้จะกลับ


ความน่ารักของคนสูงอายุที่นั่น

สถานีหนึ่งในเมืองซัปโปโร คุณยายวัยเกิน 80 แล้วกระมัง ลงจากรถราง ค่อยๆเดิน เดินอย่างตั้งใจข้ามถนน ไม่เงยหน้ามองใคร ไม่แสดงอาการให้ใครต้องมาห่วงใย มีแต่เรานี่ล่ะที่มองแล้วมองอีก อยากจะอุ้มคุณยายข้ามถนนซะ แต่คณยายไม่สนใจความห่วงใยของคนต่างชาติอย่างเราเลย

คุณตาเข็นรถให้คุณยายชมดอกซากุระ รอบวังพระราชวังอิมพีเรียลคือ 5 กม. ไม่รู้คุณตาจะเข็นได้กี่กิโล คุณยายเหมือนมีปัญหาสุขภาพ ขาบนรถเข็นและหน้าที่ดูเบี้ยวๆนิดหนึ่ง แต่นึกถึงภาพนั้นก็น้ำตาซึม คุณตาคนนี้อาจจะเหมือนใครบางคนที่หาได้ไม่ง่ายนัก (หนึ่งในนั้นคือปู่สมบูรณ์) คนที่พร้อมจะดูแลอีกฝ่ายไปจนถึงที่สุดของชีวิตคู่

คุณยายที่เข้ามาในรถไฟโดยไม่รู้ว่าต้องกดปุ่มข้างๆเพื่อปิดประตูด้วย ลมเย็นข้างนอกผ่านเข้ามาในรถ มีคนเอื้อมไปกดปุ่มนั้นให้ประตูปิดลง คุณยายหันมาเห็นเข้า เอามือปิดปากด้วยความเขินอาย (อย่างกะในหนังเลย) แล้วก็ก้มหัวขอโทษ น่ารักจังเลยค่ะ

ยังมีความน่ารักของคนขายรองเท้าใน Outlet คนหนึ่งเป็นชายที่กิริยาเป็นหญิง เธอตั้งใจ หยิบจับ แนะนำด้วยความนุ่มนวลแต่ไม่ตุ้งติ้ง อีกคนนี่ตอนเราลองผ้าใบ (รองเท้าผ้าใบสำหรับผู้หญิง size 9 ควรต้องซื้อสักคู่เพราะอยู่เมืองไทย หา size ยาก) เขามาคุกเข่า หยิบมาให้ลอง มากดๆตรงหน้าเท้า ทำท่าทางว่ามีที่ว่างขนาดนี้ กำลังดีแล้ว พอผูกเชือกเสร็จ ลองกระโดดดู เขาก็กระโดดตาม ลองวิ่งดู เขาก็วิ่งด้วย น่ารักจัง คือ..ความมีชีวิตชีวาและความตั้งใจในการขายของเขา มันส่งพลังมาให้เราประทับใจจนถึงตอนนี้


เสียงเตือนในรถไฟให้ปิดเสียงมือถือและอย่าใช้โทรศัพท์เสียงดัง ไม่เห็นว่าจะมีใครใช้โทรศัพท์เพื่อคุยนะ แต่ใช้อ่าน ใช้ฟังนี่เยอะอยู่ เยอะมากๆๆ

ตัดสินใจทิ้งโรงแรมไปหนึ่งคืน เพราะไม่งั้น จะต้องนั่งรถไฟย้อนกลับไป แล้วนั่งรถไฟผ่านที่เมืองนี้อีกครั้งในตอนสายของอีกวัน แล้วเสียเวลาไปเกือบวันกับการเดินทาง เลยทิ้งโรงแรม เที่ยวเสร็จ กินข้าวเสร็จก็มานั่งรอรถไฟที่เมืองน่ารักแห่งหนึ่งเพื่อที่จะผ่านลงไปยังเกาะข้างล่าง จะได้ไปถึงที่หมายตอนสาย มีเวลาเที่ยวอีกหนึ่งวัน นี่เป็นผลจากการไม่ได้วางแผนเส้นทางให้มากพอ ถือว่าซื้อประสบการณ์อันน่าประทับใจ นอนหนาว (นอนหลับซะที่ไหนกัน) ในสถานีรถไฟอยู่หลายชั่วโมง ไม่บ้าพอ ไม่กล้าพอ ไม่อึดพอ ทำไม่ได้หรอกนะแบบนี้

ไปนั่งเล่นริมแม่น้ำ ทั้งที่โตเกียวและเกียวโต ซากุระออกดอกบานเป็นแนว อากาศกำลังเย็นสบาย นั่งไปก็นึกในใจว่า ไหลไปเป็นเดรัจฉานอีกแล้วตู มีความสุข

อมยิ้มได้บ่อยๆเมื่อมองไปยังคุณลุงที่ยืนเป่าเม้าท์ออร์แกนริมแม่น้ำ เป่าไป เขย่าขาไปด้วยความรื่นรมณ์ นานเชียว แต่ไม่รู้ว่าเพลงอะไรบ้าง ขอบคุณที่เอาความสุขมาแบ่งปันกันนะคะ

มีตลาดนัดอยู่บางที่ด้วย ที่สวน Ueno มีของกินขาย พอซื้อเสร็จก็นั่งกิน เพื่อนที่ไปด้วยกันบอกว่าไม่สมควรเดินกิน คนไทยเราเดินกินเป็นเรื่องธรรมดา เขาบอกว่ามันจะหกเลอะเทอะทั้งบนทางเดินและอาจไปหกใส่เสื้อผ้าใคร เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย เพราะผู้คนมาชมซากุระกันเยอะมาก แล้วมีคนถือไม้เสียบไก่ย่างเดินไปกินไป หกไปเปื้อนเสื้อคุณลุงคนหนึ่ง แย่จัง

ใช้เงินไม่เยอะนะ พี่ชายแลกเงินให้ ถามว่าพอเหรอ อืม..เหลือเฟือ ค่ากินค่าอยู่แต่ละวัน เหลือเฟือ กินได้กินดี ข้าวอร่อย ผลไม้สดและอร่อย ขนมหลากหลาย และอร่อยได้เสมอกับอะไรที่เป็นไส้ถั่วแดง ขับถ่ายดีทุกวัน ขอบคุณระบบย่อยอาหารและอารมณ์ที่ไม่บูดเน่าจนเกินไป ขนาดไปช้อปรองเท้าผ้าใบและกางเกงมาหนึ่งตัวนะ ยังเหลือเงินกลับมา คือ ซื้ออะไรได้ไม่เยอะนักหรอกเพราะไม่อยากแบก พื้นที่กระเป็าก็มีไม่มากพอให้ขนอะไรได้สักเท่าไหร่ เป็นความจำกัดที่ดีกับตัวเรา

เราอยู่กับบรรยากาศเงียบๆ คนพลุกพล่านแต่ไม่เสียงดัง มาตกใจเสียงตอนอยู่สนามบิน กลุ่มคนไทยที่ซื้อของกันหลายถุง วิ่งกันมาขึ้นรถไฟไปที่ชานชาลาของเครื่องบิน พวกองุ่นเปรี้ยวที่ไม่มีปัญญาแบกของฝากอย่างเราได้แต่มอง คิด ...คนหนึ่งคน มีข้าวของหลายชิ้นหอบมาบนเครื่อง แล้วใช้ที่ว่างของใครๆเก็บข้าวของของตัวเอง แต่ไม่ใช่หนึ่งคน มีหลายคนที่เป็นแบบนี้ เจ้าของที่นั่งมาถึงพร้อม carry on ต้องไปหาที่ว่างที่อื่นหรือจัดระเบียบของให้มากที่สุดเพื่อวางของของตัวเอง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ เราใส่ใจตัวเองหรือญาติมิตรเพื่อนฝูงของตัวเองมากจนลืมใส่ใจผู้คนรอบข้างที่มีสิทธิใช้ทรัพยากรเช่นเดียวกับเราไปรึเปล่า แล้วไม่รู้สึกอะไรกับภาพที่ว่านั่นเลยหรือที่คนมาทีหลังต้องไปหาที่วางของของตัวเองแบบนั้น


โดยรวมก็ดีนะ อยากไปซ่อมอีกสักครั้ง แต่คงจะใช้เวลากับแต่ละที่ให้มากกว่านี้ ไม่ต้องไปหลายที่แต่ไปจมจ่อมกับบางที่น่าจะดี ได้ยิ้มหวานๆทั้งวัน เว้นแต่คืนที่นั่งหนาวที่สถานีรถไฟ มันยิ้มไม่ออก เพราะโทสะมันกรุ่น ได้นับจังหวะก้าวเดินหลายๆครั้งในแต่ละวัน ทั้งเวทนาทางกายและทางใจ ผ่านมาทักทายได้บ่อยๆ 

ขอบคุณกายและใจ ที่ไปไหนด้วยกันตลอดมา  






Create Date : 06 เมษายน 2558
Last Update : 8 เมษายน 2558 20:20:56 น. 0 comments
Counter : 547 Pageviews.

saifan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add saifan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.