Once upon a time ...
Group Blog
 
All blogs
 
อียิปต์ วันที่สาม / 2

เรานั่งรถไปกันต่อที่ high dam เสียค่าเข้าชมคนละ 8 L.E. มีผู้ชายต่างชาติคนหนึ่งไม่ยอมเสีย เขาบอกว่าเขาไม่ได้อยากมาที่นี่ พอไปถึงเขาก็จะอยู่บนรถ ไม่ลงมาดูเขื่อน เถียงจนคนขับรถอ่อนใจ สุดท้ายยังไงไม่รู้สิ รู้แต่ว่าตอนผ่านด่านเข้าไป เขาไม่ได้เสียตังค์น่ะ

เขื่อนกั้นน้ำ Aswan High Dam ซึ่งสร้างโดยรัสเซียเมื่อปี ค.ศ.1960 และมาเสร็จตอนกลางปี ค.ศ.1968 ใช้เงินไปร่วมพันล้านเหรียญ เป็นเขื่อนขนาดยักษ์สูงถึง 365 ฟุต และยาว 3,280 ฟุต ขวางกั้นแม่น้ำไนล์ทั้งสาย ทำให้เกิดทะเลสาบ Lake Nasser ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกรียรติแก่ประธานาธิบดีของอียิปต์ Gamal Abdel Nasser เป็นทะเลสาบใหญ่มาก คือยาวถึง 200 ไมล์ และกว้าง 10 ไมล์ เรียกว่าในกระบวนทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้นแล้ว มันใหญ่เป็นที่สองของโลก(ที่หนึ่งคือทะเลสาบที่เกิดจากเขื่อน Kariba Dam กั้นแม่น้ำ Zambesi ในประเทศ Zambia)

เขื่อนอัสวานสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร และเมื่อติดตั้งเครื่อง Turbines 12 เครื่องเสร็จในปี ค.ศ. 1970 แล้วสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึงหมื่นล้านกิโลวัตต์ต่อปี ทำให้หมู่บ้านถึง 100 แห่งมีกระแสไฟฟ้าใช้เป็นครั้งแรก จึงพอเรียกได้ว่าโครงการเขื่อนกั้นน้ำแห่งนี้เป็นโครงการ "ลดความหิวโหย" ของชาวอียิปต์อย่างแท้จริง
(ลอกข้อมูลมาจาก //www.wonder7th.com อีกรอบ)

หลังจาก high dam พวกเราไปต่อกันที่วิหารฟิเล่ ต้องนั่งเรือข้ามไปที่นั่นซึ่งเป็นคล้ายๆเกาะเล็กๆ เสียค่าเข้าชมวิหารในอัตรานักศึกษาราคาคนละ 20 L.E. ค่าเรือไปกลับอีกคนละ 10 L.E.



มองจากเรือที่กำลังแล่นไปที่เกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของวิหาร

วิหารของ "เทพไอซิส" (Isis) หรือ Temple of Philae สร้างเพื่อบูชาเทพเจ้าไอซิส ซึ่งเป็นพระมารดาของเทพฮอรัส (เทพเหยี่ยว) เป็นวิหารแห่งสุดท้าย ที่มีการจารึกเรื่องราวของอียิปต์ในภาษาฮิโรกลีฟิค เป็นเทวาลัยที่มีพิธีกรรมบูชาเทพแห่งสุดท้าย ก่อนที่อียิปต์จะถูกปกครองโดยชาวโรมัน เดิมวิหารนี้ ตั้งอยู่ที่เกาะ Philae แต่ถูกน้ำจากเขื่อนอัสวานท่วม องค์การรยูเนสโก จึงได้ชะลอหนีน้ำไปไว้ที่สูงกว่าที่เกาะ "Agilika" วิหารฟิเลย์นี้เป็นหนึ่งในสามวิหารแถบลุ่มแม่น้ำไนล์ที่สร้างโดยราชวงศ์ปโตเลมี ที่ยังคงอยู่ในสภาพที่ดี เสาวิหารมีการแกะสลักหลากหลายแบบ บางต้นหัวเสาเป็นรูปใบปาล์ม บ้างเป็นรูปดอกบัวคลี่ บ้างเป็นต้นปาปิรุสและยังมีใบไม้ต่างๆอีกหลายชนิด เป็นงานสถาปัตยกรรมที่ได้รับการออกแบบและตกแต่ง ที่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานวัฒนธรรมของ 3 ชาติ คือ อียิปต์-กรีก-โรมัน ที่สมบูรณ์แบบและงดงามที่สุดแห่งหนึ่ง
วิหารฟิเลย์นี้ ได้รับการยกย่องให้เป็นเพชรน้ำเอกแห่งลุมแม่น้ำไนล์ ถือว่าเป็น "ไข่มุกแห่งอียิปต์"

(ลอกมาอีกแล้ว จากการโฆษณาโปรแกรมการท่องเที่ยวของที่ไหนสักที่)





เดินดูลวดลายหัวเสาแต่ละต้นที่ไม่ซ้ำแบบกัน ด้านใน ตรงหัวเสามีรูปเทพฮาเธอร์ด้วย

ซึ่งพวกเราสี่สาวมีความสุขกับการเดินเที่ยวในวิหารนี้มาก เวลาที่เขาปล่อยให้เดินดู 1 ชั่วโมงก็พอดิบพอดี เดินดูหัวเสาแต่ละต้น ดูลวดลายและเรื่องราวบนเสาและผนังต่าง ๆ แม้จะเสียดายที่รูปสลักหลายรูปถูกพวกคริสเตียนทำลาย บางทีหน้าก็พรุน บางทีตัวก็พรุน แต่ยังคงเหลือกรอบรูปร่างให้เห็นอยู่บ้าง





มุมด้านหน้าและด้านข้างวิหาร

ถัดจากนั้น เราก็กลับไปที่โรงแรม คุณลุงคนขับถามว่าจะแวะไปที่ Unfinished Obelisk กันหรือเปล่า แต่คนในรถพร้อมใจกันบอกว่าไม่แวะ คงเป็นเพราะออกเดินทางกันแต่เช้ามืดและเดินท่ามกลางอากาศร้อนมาแล้วกว่าครึ่งวัน ทุกคนเลยอยากพักมากกว่าไปดูเสาที่ยังไม่เสร็จและกองเอาไว้

พวกเราแวะไปล้างหน้าล้างตาที่โรงแรม กินขนมและนั่งพักกันชั่วครู่ ก่อนที่จะออกเดินจากโรงแรมไปที่ Nubian Museum เดินไปเรื่อย ๆ ประมาณ 15-20 นาทีก็ถึง เสียค่าเข้าคนละ 20 L.E. ที่นี่ให้ถ่ายรูปข้างในได้แต่ห้ามใช้แฟลช เราเดินเล่นอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ จนถึงทุ่มกว่า เดินออกมาก็เห็นดาวเต็มฟ้าแล้ว ฟ้าที่นี่ใส ไม่ยักเหมือนกรุงเทพฯ

คนขับแท็กซี่เข้ามาเสนอราคาขับพาพวกเราไปตลาด นั่งรถไปตลาดในราคา 15 L.E. (แพงไปนิด ถ้าสัก 7-8 L.E. กำลังดี) แล้วก็หากินมื้อเย็นที่ร้านพิซซ่าใกล้โรงแรม สั่งพิซซ่าขนาดใหญ่ที่กินกันได้คนละ 2 ชิ้นมาในราคา 40 L.E. ก่อนสั่งก็คุยตกลงราคากับเด็กขายพิซซ่าอย่างดิบดี พอกินเสร็จ มีคนผิวดำเข้ามาเก็บจาน ถามว่า good มั้ย แล้วพอจ่ายเงิน เขาบอกว่า 45 L.E. พวกเราก็เถียงกันน่ะสิว่ามัน 40 L.E. ตอนที่สั่งนะ เขาบอกว่าไม่รู้ เขาเป็น cashier ของที่นี่ ยังไงก็ต้อง 45 L.E. เถียงจนชักอ่อนใจ เรียกเด็กคนเดิมที่อบพิซซ่ามา ยังดีที่เด็กคนนั้นบอกว่าคิดพวกเราในราคา 40 L.E.

อยู่ที่นี่ ต้องพกแบ๊งค์ทุกชนิดราวกับเป็นนายธนาคารซะเอง เพราะจะจ่ายค่าอะไรทีก็ให้เท่าราคาที่คุยกัน เรากลัวว่าให้เกินไปแล้วเขาไม่ทอนน่ะ
เดินย่อยอาหารในตลาดถนนคนเดินอีกรอบ ข้าวของก็เหมือนเดิมแต่ไม่มีอารมณ์ซื้อ ไม่มีอารมณ์แบกของด้วยล่ะ เป้ของเรามันไม่มีที่เหลือให้ใส่อะไรสักเท่าไหร่




Create Date : 09 พฤษภาคม 2551
Last Update : 10 พฤษภาคม 2551 6:56:56 น. 0 comments
Counter : 1458 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

saifan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add saifan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.