Once upon a time ...
Group Blog
 
All blogs
 

ในนามแห่งความดี

วันหนึ่ง นั่งคุยงานกับน้องในทีม คลับคล้ายว่าน้องจะกล่าวหาคนในบริษัทว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในเชิงที่เอาเปรียบที่ทำงาน เราเลยบอกว่า มีบางด้านของคนคนนี้ ที่ทำอะไรต่อมิอะไรให้บริษัทมามาก สร้างประโยชน์ให้ก็มาก เรายกตัวอย่างชัดเจนในสิ่งที่เขาเคยทำ ซึ่งน้อยคนจะทำให้บริษัทได้อย่างนี้ ความดีที่เขาทำมามากนี่ล่ะ เลยกลายเป็นการสร้างความชอบธรรมที่จะทำอะไรนอกลู่นอกทาง..ในนามของคนดี ในนามของความดี

ซึ่งมันไม่เกี่ยวข้องกัน

เวลาคุยงานกับน้อง บางทีเหมือนหลอกล่อให้น้อง..งง ก็ร่ายยาวถึงคุณงามความดีของใครต่อใคร พอชักจะคล้อยตาม เราเลยบอกว่า ไอ้เรื่องไม่เหมาะสมแค่นี้ ไม่เป็นไรหรอก...ใช่มั้ย Smiley

ไม่ใช่นะ มันคนละกระทง คนละเรื่อง ดีก็ส่วนดี ไม่ดีก็ส่วนไม่ดี การที่ใครสักคน หรือใครหลายคนจะอ้างคุณงามความดีทั้งหลายที่คุณทำให้บริษัทเพื่อมาทำเรื่องไม่เหมาะสมอีกหลายเรื่องนั้น เราไม่ถือว่าหักกลบลบกันได้

ใครที่เห็นว่าบริษัทไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วอยากจะสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ที่ยุติธรรมให้ตัวเอง เราว่า เราเข้าใจแต่เราไม่เข้าข้าง ไม่มีที่ไหนที่ยุติธรรมหรอก หลายๆกรณ๊ที่เกิดกับตัวเอง ก็รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเหมือนกัน แต่ถ้ารับไม่ได้ ก็ไปหาที่ใหม่ที่ยุติธรรมสิ แค่นั้นเอง ไม่งั้นก็ต้องยอมรับและหาทางปรับ จะเรียกร้อง จะล็อบบี้ จะอะไรก็แล้วแต่เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

แต่ไม่ใช่การอ้างคุณงามความดีของตัวเองมาทำเรื่องที่ไม่ดี ไม่งาม

เข้าใจตรงกันนะ  Smiley


........

Situation honest

ไปอบรมมาเรื่อง Fraud risk management ก็ได้แนวคิดหลายอย่างมาใช้กับงาน มีคำหนึ่งที่ติดใจ 

วิทยากรเอาสถิติที่ไหนไม่รู้ (คือ จำไม่ได้เอง ไม่ได้ว่าเขามั่วนะ) บอกว่า ในที่ทำงานที่หนึ่ง มีคนที่จะดี บริสุทธิ์ ไม่ทุจริตเลย 20% ที่เหลือคือ Situation honest จะมีสัก 10% ในนี้มั้งที่ตั้งใจทุจริต แต่ที่น่าสังเกตุคือ กลุ่มคนส่วนใหญ่เป็นพวกที่ซื่อสัตย์โดยสภาพแวดล้อม

ถ้าไม่เข้าข่าย Fraud triangle : Incentive / Pressure + Opportunity + Rationalisation คนพวกนี้จะไม่ทุจริต

ผู้หญิงตัวใหญ่อย่างเรา ฟังแล้วก้อนึกในใจ..ชั้นเป็นพวก 20% Smiley

วิทยากรบอกว่า จะไปหาพวก 20% ที่ไหน คนสะอาดแบบนั้น ในวัดงั้นหรือ วัดก็มีเรื่องราวทุจริตอยู่เรื่อยๆ...

ที่น่าสนใจก็คือ สถิตินี้ ใช้กับทุกกลุ่ม ทุกวงการ วิทยากรพูดถึงการขายยาและกลุ่มของหมอ เราเลยนึกไปถึงคนที่ประกอบวิชาชีพอื่นบ้าง เช่น ผู้พิพากษา คณะ...ทั้งหลายในบ้านเมืองเรา


ฝนตก ขับรถกลับมาท่ามกลางสายฝน บรรยากาศดี Smiley. แล้วเลยนึกถึงเดือนก่อนที่ไปทำงานต่างจังหวัดกับน้องในทีม เราขับรถกันไป ระยะทางรวมแล้วมากกว่า 2,000 กม. มีอยู่วันหนึ่งที่เลิกงานเร็วไปครึ่ง ชม. แล้วชวนน้องออกนอกเส้นทางไปประมาณ 10 กม. เพื่อไปสถานที่ท่องเที่ยวที่หนึ่ง ไปดูป่า ทุ่งกว้าง ถ่ายรูปวิว เซลฟี่และกินอาหารมื้อหรูที่นั่น น้องเปิดใจเกี่ยวกับงานและผู้คน ตอนนั้นรู้สึกดีที่ไปที่นั่น ได้รับรู้ว่าใครมีปัญหาอะไร ยังไง ถ้าเป็นบรรยากาศการทำงานปกติ คงจะดึงความรู้สึกแบบนั้นออกมาไม่ได้

หลังจากกินอิ่ม กลับมาที่โรงแรม ก็ทำงานกันต่ออีกเกือบชั่วโมง..

เราเอารถของที่ทำงานไปใช้นอกเส้นทาง ออกจากงานก่อนเวลา ยังจะจัดตัวเองเข้าในพวก 20% อีก Smiley

ในบรรดาการทุจริต Asset Misappropriation เกิดมากสุด สัดส่วน 40% การเอารถบริษัทไปใช้เรื่องส่วนตัว ก็เข้าข่ายนี้นั่นล่ะ 


เป็นคนดีเนี่ย ไม่ง่ายเลยนะ...

แต่เป็นคนไม่ดี แล้วยอมรับว่าตัวเองไม่ดี แล้วตั้งใจ.. จะดี ^_^ ไม่รู้ว่ายากกว่ามั้ย





 

Create Date : 22 สิงหาคม 2558    
Last Update : 5 ตุลาคม 2558 19:14:36 น.
Counter : 226 Pageviews.  

ชัดเจน

 นั่งทำแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจของคนที่แผนกเราต้องไปเกี่ยวข้องด้วย เอาแบบสั้นๆ เนื้อๆ ไม่ถึง 10 ข้อ แล้วก็ถามน้อง น้องโอเค ถามเพื่อนที่อยู่ฝ่ายการตลาด เขาอ่านปร้าดเดียว มองหน้าคนทำแบบสอบถาม แล้วก็บอกว่า มันคือเธอเลยนะ

คือแบบสอบถามเนี่ยมันสะท้อนตัวคนทำมากๆ ที่เขาบอกว่าชัดเจนคือ ชีวิตเธอมันมีแค่ Yes กับ No เท่านั้นใช่มั้ย ไม่มีคะแนนตรงกลางเหรอ? เราเลยถามว่า เอาไปทำไม scale 3 หรือ 5 จะถือว่า พอใจ หรือไม่พอใจ?

เขาเห็นด้วยนะ แล้วก็ช่วยอ่านอย่างละเอียด สุดท้ายบางข้อที่เรามี scale 3 เขาถามว่าเอามาทำไม ให้เหลือแค่ Yes กับ No พอ 


ชัดเจนเกินไปรึเปล่า? ชีวิตมีแค่ Yes กับ No จริงๆเหรอ? 

น่าจะมี may be หรืออะไรกลางๆบ้าง ดีมั้งหรือ ไม่เชิงไม่ดีแต่ก็ไม่ใช่ว่าดี... Smiley


.................


ปล. ที่ชัดเจนมากๆในตอนนี้คือ ขอเป็น'เบื้องหลัง' ของกลุ่มดาวดิน ขอให้รัฐปล่อยตัวนักศึกษาทั้ง 14 คนออกมาด้วยค่ะ




 

Create Date : 30 มิถุนายน 2558    
Last Update : 30 มิถุนายน 2558 19:24:44 น.
Counter : 282 Pageviews.  

จังหวะของชีวิต

ธันวา 57

วันนี้สรุปงานกับน้อง ไม่ได้ร่ำลาอะไรกันมากมาย เราหยุดงานยาว แต่สั่งงาน ปล่อยให้น้องทำงานกันต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์

กลับมาถึงห้อง ก็รู้สึกเหมือน..ใจมันฟูขึ้นเล็กๆ เดือนที่ผ่านมา ตั้งใจจะออกรายงานให้เสร็จ กังวลกับน้องใหม่ สอนงานบ้าง ว่าไปบ้าง วันนี้ สิ่งที่เราประชุมกัน ผลที่ได้กลับมา รู้สึกว่าน้องตั้งใจ พัฒนาตัวเองขึ้นมามาก แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งมาจากการใช้ถ้อยคำของเราที่กดดันพวกเขา แต่มันก็ได้ผลดีอยู่นี่นา กลัวว่าจะใช้ยาแรงไปเหมือนกัน รู้ว่าเครียดกัน แต่วันนี้ไม่แล้วล่ะ วันนี้ดูจะโล่งใจกันทุกคน เหลือแต่เก็บรายละเอียดอีกบางส่วนเพื่อให้งานสมบูรณ์

ใจที่ฟูเพราะงานโดยส่วนรวมดีขึ้น และคุณภาพงานของน้องดีขึ้น แค่นี้ล่ะ

มีเพื่อนร่วมงานหลายคนร่ำลาเพราะหยุดปีใหม่กันยาวนาน ใช้วันลารวมกับวันที่ออฟฟิศหยุดให้ เลยกลายเป็นหยุดยาวกันสองสัปดาห์ เราเองก็ลายาวเหมือนกัน งานยังไม่เสร็จหรอก แต่ไม่ต้องทำงานเต็มเวลา ทำที่บ้านแล้วส่งงานทางเมลล์แทน

หลายคนมาลา น้องบางคนมาไหว้ ขอพรปีใหม่กัน หรือแม้แต่บางคนที่สนิทกันมากขึ้น มีกอดกันนิดหนึ่ง มันช่างเป็นอะไรที่ดีจัง

เพื่อนสนิทยังตระเวนไปหาลูกค้า คงไม่ได้เจอกัน หลายเดือนที่ผ่านมา แทบไม่ได้เจอกัน อย่าว่าแต่จะหาเวลากินข้าวด้วยกันเลย จะนัดกินข้าวกันให้พร้อมหน้าก็ช่างยุ่ง แต่หัวใจเราผูกกัน อยู่ที่ไหนก็ไม่มีปัญหา

กลางวันวันหนึ่งที่เธอว่าง หลังจากกินข้าวมื้อกลางวันและขับรถกลับมาบริษัท เธอพูดถึง Begin Again ที่เธอดูกับสามีทุกวันศุกร์ ดูมา 4 รอบแล้ว เราเอาโทรศัพท์โชว์ให้ดูว่า เราไปโหลดเพลงมาทั้งอัลบั้ม ใช้เพลง  a step you can't take back เป็นเสียง Ringtone มาหลายเดือนแล้ว แล้วเราก็ฟังอัลบั้ม Begin Again ด้วยกันในรถ เหมือนเป็นเด็กสาวสองคนที่คุยเรื่องหนัง เรื่องเพลง ฮัมเพลงไปด้วยกัน ความสุขเล็กๆของผู้หญิงที่งานยุ่งแทบทั้งวัน

นึกถึงวันหนึ่งที่หัวใจอ่อนแรง เข้าไปนั่งฝั่งตรงข้าม แล้วก็บอกว่าเหนื่อยจัง เธอเดินไปปิดห้อง เปิดเพลง Fix You ของ Cold Play ดังลั่นห้อง ฟังไม่ทันจบลูกค้าโทรมา (ตามเคย) เลยเอาหูฟังมาใส่หูเรา พอฟังจบก็กอดกันทีหนึ่ง พอแล้วสำหรับเวลา drama  Smiley


มีเรื่องหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้ แต่ไม่คิดว่าจะลืมถ้อยคำนั้นได้หรอกนะ

ระหว่างนั่งรถของบริษัทไปด้วยกัน น้องที่ช่างค่อนแคะคนโน้น คนนี้ไปทั่ว ก็พูดถึงปัญหาของบริษัท ยาวไปถึงเพื่อนสมัยเรียนของเขาที่ได้ดิบได้ดี ประสบความสำเร็จกันไปถึงไหนต่อไหน เราเลยถามว่า ได้ดิบได้ดีคืออะไร มีตำแหน่งสูง มีเงินเดือนมาก มีผู้คนยกย่องชื่นชม หรืออะไรกัน

เขาไม่ตอบ แต่กลับบอกว่า สิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งของการทำงานที่นี่คือ การได้รู้จักและได้ร่วมงานกับพี่ โอ้โฮ...หวานน่ะ ลูกน้องเรายังไม่เคยพูดอย่างนี้กับเราเลย

คนฟัง เขินนิดหนึ่ง แล้วถามว่า ตกลงตอบคำถามชั้นแล้วรึยัง Smiley

น้องคนนี้น่ารักตรงเป็นคนขับรถให้คนในครอบครัว ทุกวันหยุด จะสั้นหรือยาว มีหน้าที่ขับรถพาพ่อแม่ ญาติพี่น้องและลูกเมียไปเที่ยว เที่ยวจนทั่วประเทศไทยแล้วกระมัง พาพ่อแม่ไปกินข้าว ไปหาซื้อของ ไปไหนต่อไหนสารพัด มารู้ว่าแม่เขาเป็นอัลไซเมอร์ หลายครั้งที่ต้องดูแลแม่เหมือนเด็กคนหนึ่ง คนที่ยอมทำอะไรให้คนรอบข้างมีความสุขได้อย่างนี้ ไม่ถือว่าประสบความสำเร็จงั้นหรือ

ใครนะเคยคุยเรื่องนี้กับเรา อะไรที่เรียกว่าประสบความสำเร็จ ถ้าเอาเราและงานเป็นที่ตั้ง ก็คงจะเป็นได้ทำงานตามหน้าที่ (น่าเบื่อเนอะ) ได้ทำประโยชน์ให้กับที่ทำงานและคนที่ทำงานด้วยกัน ทำงานด้วยความเข้าใจแม้จะไม่พอใจกันบ้าง (เอ๊ะ ยังไง Smiley ) เราเอาความสบายใจเป็นที่ตั้ง ขอให้มีความสบายใจกับผลงานที่ทำ มีความรู้สึกดีกับความสัมพันธ์ที่มีกับผู้คน ทำงานเลี้ยงตัวเองได้ พอมีกำลังทรัพย์สงเคราะห์ญาติได้ และได้ช่วยเหลือเกื้อกูลคนรอบข้างตามกำลัง แค่นี้เองสำหรับเรา 


น้องชายที่ไปอยู่บริษัทในวงการเดียวกัน โผล่มาทักทายเป็นระยะ ในแวดวงที่ไม่ได้สนทนากันบ่อย แต่ถ้ามาครบทีมเมื่อไหร่ ผู้ชายสองคนนั่นก็จะทำให้วงสนทนาครึกครื้นจนน้ำตาไหลได้เสมอ

เราคุยถึงความตายที่มาเยือนเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเมื่อตอนจบงานเลี้ยงปีใหม่ เร็วจนต้องกลับมามองตัวเองว่าสะสมเสบียงไว้แค่ไหน น้องชายยกคำต่างๆมา

อนิจจา วต สังขารา

แต่คุยไปอีกนิดเริ่มออกทะเล

อัตตาหิ อัตโนนาโถ

คนที่แก่กว่าเกือบรอบส่งข้อความไปแปลให้ว่า ..มึงเป็นที่พึ่งของกู ?  Smiley

แต่น้องชายคนนี้ เป็นคนที่..ยังไงดีนะ มีอะไรหลายๆอย่างที่เราสองคนชอบตรงกัน ทั้งหนังสือที่อ่าน นักเขียน รายการที่ดู ภาพวาดบางภาพ บทความทั้งหลาย ยังไม่นับความเจ้าบทเจ้ากลอนที่แต่งกลอนทางการเมืองอย่างสุภาพแต่เล่นคำกับสถานการณ์ได้อย่างน่ารัก ที่สำคัญคือ เราต่างก็รู้ว่า เป้าหมายชีวิตของเราสองคนคืออะไร แค่นั้นล่ะ

(มิ.ย. 58 ..หลังจากกลับมาอ่านบันทึกของปีก่อน บทสนทนาระหว่างเรากับน้องชายเปลี่ยนไปอีกขั้น เป็นระดับของคนที่รู้ว่ากำลังเดินบนเส้นทางเดียวกัน ใช้ใจคุยกัน ถ้อยคำที่สื่อตรงกัน Smiley  เขาปรับพฤติกรรมของตัวเองในบางด้านอย่างเห็นได้ชัด ... ปลื้ม แล้วก็มีความสุขที่เห็นความมั่นคงบนเส้นทางนี้ของเขา)

อีกคนที่เวลาไม่มีเพื่อนไปเที่ยวด้วยก็มาหาเรา วันว่างของเรา ชวนไปโน่นไปนี่ เราเฉยๆ ไม่สนใจ แต่พอพูดถึงสถานที่บางแห่งขึ้นมา หน้าตาเป็นประกายเชียว สรุปว่าเขาต้องมาตามเรา ไม่ใช่เราไปตามเขา นี่เรียกว่านิสัยเอาแต่ใจตัวเองรึเปล่านะ

ปีนี้ได้ร่ำลากับหลายๆคน บางคนอยู่มานาน บางคนไม่นาน บางคนสั้นมาก บางคนไม่ได้ร่ำลา ไปแบบเงียบๆ 

บางคนที่เคยอึดอัดใจที่ต้องร่วมงานด้วย เป็นคนพิเศษสำหรับทุกคนก็ว่าได้ พอออกไป ก็รู้สึกทั้งโล่งใจและใจหาย 

บางคนส่งเมลล์มาลา บรรยายช่วงเวลาที่ทำงานร่วมกัน ทะเลาะกัน ขัดแย้งกัน หลังๆรายนี้ชอบตอบเมลล์ตอนเที่ยงคืน อ่านข้อความที่ร่ำลาแล้วทั้งขำและเศร้า รู้สึกอาลัยน่ะ เป็นอย่างนั้นจริงๆ เถียงกันเรื่องงานก็มาก แต่เขาก็ช่วยงานเรามากเช่นกัน 

บางคนจากไปโดยที่เรายังรู้สึกค้างคา..นิดหนึ่ง ไม่ใช้คนรู้ใจนี่นะ  ถึงจะรู้ว่าทำอะไรให้ไม่พอใจ เราอาจตีค่าการแสดงออกบางอย่างมากไปกว่าที่เห็นก็ได้ แต่เมื่อไม่บอกกล่าวให้ชัดเจน ก็คงต้องปล่อยไปอย่างนั้น 

บางคนก่อนจะไปก็บอกแล้วบอกอีก บอกกันแทบทุกวัน จนต้อง..เอ๊ะ แล้วนัดเลี้ยงส่ง เป็นมื้อกลางวันที่อบอุ่นมาก แต่รายนี้น่ารัก เป็นห่วงเป็นใยเราได้บ่อยๆ แม้แต่มอเตอร์ไซค์จอดใกล้รถเรา เขายังไปเลื่อนออกให้ 

บางคนเป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย พาไปเลี้ยงร่ำลากัน ถามไถ่เหตุผลที่แท้จริงก่อนที่เขาจะจากไป มีลากันทาง LINE ต่ออีกนิด ที่ไม่เคยแซวก็แซวกันหนักเชียว 

(บางคนในปี 58 ทำให้เราสะเทือนใจกับการจากไป ยังมีรอยอาลัยอยู่จางๆ และได้แต่หวังให้เขามีความสบายใจ เช่นที่เคยมีให้เราเห็นเมื่อตอนร่วมงานกันใหม่ๆ)


การได้ร่วมงานกับใคร พบเจอใครในช่วงไหน มันเป็นจังหวะของชีวิตที่ให้ได้ฝึกฝนอารมณ์ ทุกคนที่ผ่านเข้ามาล้วนเป็นแบบฝึกหัด ลบบ้างบวกบ้างสลับกันไป บางคนทำให้ความโกรธขึ้นสูงและอยู่นาน อยู่จนอึดอัดคับข้องใจ เห็นแต่ความดีดดิ้นของใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความดีดดิ้นทางใจก็ลดระดับลง (แบบฝึกหัดบทนี้ผ่านไป เพื่อที่จะให้ไปเจอความดีดดิ้นบทถัดไป Smiley ) ถ้าเรายอมทนที่จะอยู่กับทุกข์ ดูมันไป จะชอบใจหรือไม่ชอบใจ ขอให้อดทนที่จะดูมัน มันจะเป็นบทเรียนที่...คุ้มค่า

แม้กับคนคนเดียวกัน ก็ยังให้ความรู้สึกที่หลากหลายไปตามแต่สถานการณ์ บางคนเคยแค่มองผ่าน เข้าใจอะไรไปเองหลายอย่าง พอมารู้จัก มาร่วมงานกันก็กลายเป็นอีกแบบ หรือแม้แต่ส่งถ้อยคำให้กำลังใจในวันที่อ่อนล้า รู้สึกขอบคุณนะที่ผ่านเข้ามาให้ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน


และกับอีกหลายๆคน มันคือความผูกพัน  Smiley




 

Create Date : 19 ธันวาคม 2557    
Last Update : 13 มิถุนายน 2558 15:45:01 น.
Counter : 95 Pageviews.  

ต้องการอะไร

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเข้ามาคุย จริงๆคือเข้ามาพูด พูด พูด โดยที่เรานั่งฟัง พอเขารู้เรื่องน้องในทีมลาออก ก็เปรยๆว่า เด็กที่เก่ง เรียนรู้ไว ถ้าเจอนายที่คุมไม่อยู่ ความสามารถไม่ถึง ก็อยู่ได้ไม่นานหรอก

อืม...หน้าร้อนวูบขึ้นมานิดหนึ่ง ยิ้มนิดๆแล้วก็..ค่ะ

จริงๆ ก็..ควรต้องพิจารณาตัวเองอยู่เหมือนกันนี่นะ

แล้วยังต้องฟังต่อ เรื่องที่เขาพูดแต่ละเรื่อง ล้วนแต่วนมาเข้ากับงานของเรา เพียงแต่เขายกตัวอย่างที่บริษัทอื่น อยากจะตีความว่า เขาเห็นว่าสิ่งที่เราทำอยู่ มันไม่มีค่าพอ ยิ่งพูดก็ยิ่งกดเราลงไปเรื่อยๆ เออเนอะ จิตตกวูบไปถึงไหนต่อไหน ลอยขึ้นมาได้หน่อยหนึ่งก็ตกต่อเพราะปรุงไปตามคำพูดของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ฟังไป พลางหาทางจะตัดบทยังไงดี

มาถึงตอนเด็ด ก็คือ งานของเราจะมีคุณค่าถ้าใส่ความเห็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมในการบริหารงานของอีกที่หนึ่ง ที่ที่ผู้บริหารเด็กกว่าเขาร่วมสิบปีและทำผลงานได้ดีกว่า

อ้อ..งานของเราจะดี เมื่อช่วยกล่าวหาความไม่ดีของคู่แข่งเขาได้

อย่างนั้นเอง...




 

Create Date : 29 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 2 ธันวาคม 2557 19:45:00 น.
Counter : 199 Pageviews.  

อีกหนึ่งคนรู้ใจ

19 / 9 / 2014

สัปดาห์ก่อน เพื่อนมาเล่าให้ฟังถึงผู้หญิงคนหนึ่ง มาต่อว่าที่บริษัทเสียมากมาย เราฟังแล้วก็เปรยๆไปว่า แปลกจังนะ ไหนเขาบอกว่าเขาเป็นลูกศิษย์ของ... เข้าวัด ฟังธรรม ทำไมถึงเปลี่ยนเป็นแบบนี้ได้ แต่เปรยแล้วก็ได้แต่เตือนตัวเอง ว่าจะเอาอะไรกับกิเลสของคน ตัวเราเองใช่ว่าจะแน่ แล้วจะไปหวังอะไรกับความรู้สึกดีดีที่มีต่อกันกับใครจะคงที่ ส่วนเพื่อนก็บอกว่า คิดเหมือนกันว่า ทำไมมันกลับหัวกลับหางกันได้ขนาดนี้ เมื่อเดือนที่แล้วยังดีดีกันอยู่เลย เราได้เห็นภาพถ่ายและข้อความดีดีที่สองคนนี้ส่งหากันด้วย เฮ้อ..


สัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสไม่กี่นาที ได้คุยกับน้องคนหนึ่ง เธอถามถึงรูปภาพ background ของหน้าจอเครื่องเรา เจ้าของเครื่อง มองทีไร ก็รู้สึกสบายตา สบายใจ บอกไปว่าเป็นภาพที่ถ่ายจริงโดยเพื่อนคนหนึ่ง ไม่ได้ปรับแต่งอะไรทั้งนั้น ไม่ได้บอกละเอียดว่าถ่ายที่ไหน ยังไงและทำไมถึงชอบภาพนี้นักหนา ในใจก็คิดไปถึงเพื่อนคนนั้นและสถานที่ที่ถ่ายภาพไปหลายช็อตแล้ว

แล้วยังไงนะ เราถึงวกมาคุยกันเรื่องเป้าหมายชีวิต เราไม่ได้บอกของเราแต่เธอบอกของเธอมา ขอชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย อยากล้างกิเลสให้หมด ได้ยินแล้วก็โอ้โฮ ในใจคิดไปว่า ชั้นยังไม่หวังถึงขนาดนั้นเลย แค่หวังให้ได้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะไม่ต้องมาวนเวียนอยู่ในสังสารวัฎอีก แค่นั้นเอง เธอถามว่า แล้วพี่ไม่อยากพ้นไปเหมือนกันเหรอ?

ก็ถาม ฟังเธอบอกต่อว่า ตอนนี้ขอเอาศีลให้บริสุทธิ์ก่อน เรามาไล่กันว่าข้อไหนล่ะ แค่เพ้อเจ้อกับส่อเสียดนิดหน่อย ก็พยายามระวัง อย่าเอาคำพูด เอาข้อเขียนไปทำร้ายโลก แล้วก็ระมัดระวังใจ น่าจะไหวอยู่นะ แต่ก็เข้าใจล่ะว่าความด่างของศีลข้อนี้ จะทำให้ใจฟุ้งซ่านไปได้ขนาดไหน

เธอบอกว่า แต่ถ้ารู้สึกตัว ก็พอจะไม่ไหลไปไกล เราเลยมองตาเธอ ยิ้มหวาน...แล้วก็บอกว่า ก็รู้สึกตัวแล้วนี่ไง ตอนนี้  Smiley

ถามต่อว่า ทำไมถึงมาบอกเล่าเป้าหมายชีวิตกับเรา เพราะเราไม่ได้แสดงออกอะไรสักหน่อย ที่ทำงาน มีน้อยคนที่จะรู้ว่าเราสนใจอะไร มีวิถีชีวิตแบบไหน เธอบอกว่า เธอเลือกคนที่จะบอก เลยมีคำถามอีกนิดนึงว่าทำไมต้องเป็นเราล่ะ 

เจอคนรู้ใจในที่ทำงานเข้าแล้ว  Smiley

อุ่นใจจังที่ได้รู้ว่า ในระหว่างวันที่วุ่นวายกับงานและผู้คน ยังมีจุดเล็กๆของคนที่เดินบนเส้นทางเดียวกันอยู่ใกล้ๆ ...





 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 19 กันยายน 2557 21:44:05 น.
Counter : 94 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

BlogGang Popular Award#13


 
saifan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add saifan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.