Once upon a time ...
Group Blog
 
All blogs
 
อียิปต์ วันที่สาม / 1

Sun 13 Apr 08 Day 3

ตื่นแต่มืด ออกเดินทางกันตอนตี 3 รถมารับที่หน้าโรงแรม โชคดีมากๆที่พวกเราได้ขึ้นรถเป็นกลุ่มแรก รถมีที่นั่งปกติอยู่ประมาณ 16 ที่ ที่ไม่ปกติคือเก้าอี้เสริม ที่พับอยู่นั่นล่ะ พนักมันเตี้ยเพราะฉะนั้นคนที่ขึ้นหลังๆเลยแย่ไป แล้วที่แย่มากคืออุตส่าห์ตื่นกันแต่มืดกว่าจะไปถึงที่อาบูซิมเบลก็ต้องนั่งรถกันนานหลายชั่วโมง เจอเก้าอี้เสริมแบบนั้นเลยแย่ไปน่ะสิ

ผู้ชายอเมริกันที่บอกว่ามีอาชีพเป็นครูมาร่วมสิบปีนั่งเก้าอี้เสริมระหว่างเรากับหญิงใหญ่ เขาขึ้นรถมาก็พูดเอาพูดเอา หันไปคุยกับเพื่อนเขาที่นั่งเก้าอี้เสริมแถวหลังและชวนผู้หญิงอเมริกันที่นั่งข้างหลังคุย พอพระอาทิตย์ขึ้น คุณพี่ก็เริ่มหลับ เอาหัวเหน่งๆโยกไปทางหญิงใหญ่บ้าง มาทางเราบ้าง ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก อย่าทำน้ำลายยืดก็แล้วกัน รถแล่นกันไปเป็นขบวนยาว มีรถตำรวจนำทางไปตลอด กว่าจะถึงอาบูซิมเบลก็ 7 โมงกว่า เสียค่าเข้าชมในอัตรานักศึกษาราคา 43.50 L.E.

วิหารอาบู ซิมเบล (Abu Simbel) สร้างโดยฟาโรห์ Rames The Great (Ramses II) หญิงกลางเรียกฟาโรห์องค์นี้ว่ามหาราชของอียิปต์ เป็นวิหารที่สร้างจากจินตนาการที่แปลกและสวยงามที่สุดในประวัติศาสตร์ของอียิปต์ห่างจากสนามบินอัสวานไปอาบู ซิมเบล ซึ่งห่างไปทางใต้ประมาณ 200 ไมล์ ใกล้เขตแดนประเทศซูดาน มีขนาดใหญ่มากสร้างขึ้นเมื่อปี 1270 BC หรือประมาณ 3260 ปีมาแล้ว โดยสกัดเจาะภูเขาย่อมๆ ทั้งลูก ด้านหน้าหันไปทางตะวันออก ประกอบด้วย 2 วิหารด้วยกันคือ วิหารใหญ่ และวิหารเล็ก
วิหารใหญ่สร้างขึ้นสำหรับพระองค์เอง มีรูปหินแกะสลักของฟาโรห์ Ramses II นั่งบนบัลลังก์ 4 องค์ เรียงกันข้างละ 2 องค์ หันหน้าไปทางแม่น้ำ เพื่อแสดงถึงพลังและอำนาจของฟาโรห์ที่คอยดูแลปกป้องเหล่าเรือใบที่แล่นในแม่น้ำไนล์ ตรงกลางเจาะเป็นประตูทางเข้า ที่เท้าแกะสลักเป็นรูปพระมารดา พระราชินีและโอรสธิดาอีก 8 องค์ ยืนตรงเรียงสลับระหว่างเท้าเป็นแนวตลอด รูปพระเจ้าฟาโรห์ สูงถึง 20 เมตร สร้างไว้ขู่พวก Nubia ซึ่งเป็นพวกอาฟริกันผิวดำ ซึ่งเป็นเมืองขึ้นมิให้กระด้างกระเดื่อง ส่วนวิหารเล็ก สร้างอุทิศเพื่อมเหสีเนเฟอร์ทารี เพื่อทำการบวงสรวงเทพีฮาธอร์ อันเป็นเทพีแห่งดนตรีและความรักเปรียบเสมือนความรักระหว่างทั้ง 2 พระองค์

ตรงเหนือประตูทางเข้า The Great Hypostyle Hall มีรูปสลักของ เทพเหยี่ยว แต่ก็ไม่สมบูรณ์นักเพราะส่วนเท้าขาดหายไป ด้านในเป็นหอศักดิ์สิทธิ์ สองข้างทางจะมีหินแกะสลัก เป็นรูปของ Ramses II ยืนตรงข้างละ 4 องค์ตั้งอยู่ ตามผนังเขียนประวัติด้วยภาษา Hieroglyphics ถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ มีเสาขนาดใหญ่หลายต้นสลักเป็นรูปของฟาโรห์รามเสส แขนทั้งสองประสานกันอยู่ ที่หน้าอกถือแส้และคทา สูงถึง 10 เมตร เรียงรายอยู่สองฝั่งเพื่อค้ำจุนนหลังคา บนเพดานหินมีการสลักรูปเทพโอริซิส ฝาผนังทุกด้าน ถูกแกะสลักเป็นรูปฟาโรห์รามเสสที่สอง ในอิริยาบทต่างๆในการรบ เช่น กำลังจะแทงหอก คร่อมอยู่เหนือศัตรู ฯลฯ

ห้องชั้นในสุดลึกจากประตูทางเข้ามา 65 เมตร มีรูปหินแกะสลัก 4 องค์ประดิษฐานอยู่ คือ เทพเจ้า Amon, Ramses II, Hamakis และ Ptah ในแต่ละปีจะมีอยู่ 2 วันคือวันที่ 21 มีนาคม และ 21กันยายน เวลา 5.58 น.แสงอาทิตย์จะส่องผ่านประตูทางเข้าเข้ามาส่องแสงไปที่ Amon และ Ramses II ก่อน แล้วจะค่อยๆเลื่อนไปที่ Hamakis จะส่องสว่างอยู่ประมาณ 20 นาที โดยจะไม่มีแสงส่องไปที่ เทพเจ้า Ptah เลย เพราะเทพเจ้า Ptah คือเทพเจ้าแห่งความมืด

ในสมัยโบราณ พระเจ้าฟาโรห์จะเสด็จมาอยู่ที่นี่พร้อมด้วยข้าราชบริพาร เพื่อประกอบพิธีกรรม เป็นงานใหญ่โตในสองวันนี้ ที่น่าทึ่ง คือ คนโบราณสมัยนั้นสามารถเจาะหินเป็นช่องจากประตุทางเข้าเป็นแนวตรงไปสู่ห้องที่ลึกที่สุดได้องศากับ ดวงอาทิตย์ส่องแสงใน 2 วันนั้นพอดีโดยไม่ผิดเลย
ออกมาข้างนอกเดินไปทางซ้ายจะมีวิหารที่สร้างไว้ติดๆ กันคือ วิหารที่ Ramses II สร้างเอาไว้เป็นอนุสรณ์แด่พระนาง Nefertari พระราชินีที่พระองค์รักและโปรดมากที่สุด เป็นรูปสลักของฟาโรห์รามเสสที่สองในท่ายืนสี่รูป สลับกับรูปสลักของราชินีเนเฟอร์ทารี่ในท่ายืนอีกสองรูป ตรงตำแหน่งเท้า มีรูปสลักของโอรสและธิดาของทั้งสอง อันนี้ค่อนข้างแปลก การก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นวิหาร หรืออนุสรณ์สถานต่างๆ ในสมัยโบราณมักจะเป็นของพระเจ้าแผ่นดินสร้างให้ตนเอง หรือสร้างให้เทพเจ้าเท่านั้น การสร้างให้ราชินีครั้งนี้ จึงเป็นกรณีพิเศษจริงๆ

แม้วิหารมีขนาดใหญ่ แต่ก็ถูกทรายจากทะเลทรายพัดมา กลบทีละเล็กละน้อยตลอดระยะเวลาพันๆ ปี จนมิด จนกระทั่งฝรั่งนักท่องเที่ยวชาวสวิสมาค้นพบเข้าเมื่อปี ค.ศ. 1813 คือประมาณร่วม 189 ปี มาแล้ว และเมื่อราว ค.ศ. 1964 ก็หวิดจะสาบสูญอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้จะจมลงไปใต้น้ำ เพราะหลังจากอียิปต์สร้างเขื่อนกั้นน้ำอัสวานแล้ว น้ำในนทะเลสาบนัสเซอร์สูงขึ้น ต้องหาทางช่วยยกขึ้นหนีน้ำ องค์การยูเนสโกของสหประชาชาติ ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย โดยใช้เงินถึง 40 ล้านดอลลาร์ จ้างคณะวิศวกร และคนงานออกแบบตัดวิหารออกเป็น 1,050 ส่วน แต่ละส่วนหนักเป็นสิบๆ ตัน แล้วยกขึ้นไปประกอบกันใหม่สูงจากระดับเดิมถึง 215 ฟุต โดยสร้างภูเขาเทียมรูปโดม (เป็นโพรงด้านใน) ด้วยคอนกรีตเสริมใยเหล็กให้เมือนเดิมทุกประการ แล้วเอาชิ้นส่วนที่ตัดมาประกอบเข้าทั้งภายนอกและภายใน เหมือนจริงมาก แม้รอยต่อระหว่างชิ้นก็มองไม่เห็น

(ลอกข้อมูลมาจาก //www.wonder7th.com)



รูปปั้นที่หน้าวิหาร

ไปถึงหน้าวิหารแล้วก็ตะลึงค่ะ รูปปั้นท่านช่างใหญ่โตหันหน้าหาทะเลสาบนัสเซอร์ เลยถ่ายรูปเป็นระยะๆ เพราะเข้าไปข้างในแล้วเขาห้ามถ่าย พอดูรูปสลักต่างๆในวิหารใหญ่เสร็จแล้วก็เดินออกไปที่วิหารเล็กที่สร้างให้ราชินี น่ารักจังที่มีเผื่อมเหสีด้วย ก็องค์อื่นๆไม่ได้มีประวัติแบบนี้นี่นา แล้วสี่สาวก็ตั้งข้อสังเกตกันว่า ถ้าไม่ใช่เพราะรักมากมาย ก็คงเป็นเพราะเกรงใจอยู่ไม่ใช่น้อย แปลว่าเนเฟอตารีคงจะมีอิทธิพลอยู่พอสมควรนั่นล่ะ นินคนอื่นเสร็จก็มานินแม่ๆพวกเราบ้างว่า ดูอย่างที่บ้านพวกเราสิ มารดาเป็นใหญ่ใช่มั้ยล่ะ บิดาจะดูเก่งกล้านอกบ้านยังไง เวลาเข้าบ้านก็เห็นยอมๆให้มารดาทุกทีไป  แถมพอคุณบิดามีลูกสาวอย่างพวกเราก็กลายเป็นยอมให้ลูกสาวเป็นใหญ่แทนอีก เฮ้อ น่าสงสารพวกพ่อๆของเราจัง


เดินไปตามทางก็วนรอบจนถึงทางออก ออกไปตั้งท่าขึ้นรถเพราะเกรงว่าจะถูกแย่งที่นั่ง กลัวต้องไปนั่งที่สำรองน่ะ ดีที่ไม่มีคนแย่งที่นั่งพวกเรา อาจเพราะพวกเราได้ขึ้นรถเร็วด้วยแต่คนอื่นโดนไปเรียบร้อย คุณครูพูดมากนั่งนินทาเราเห็นๆตอนที่เราขอกระดาษทิชชูจากหญิงใหญ่ เขาบอกว่าพวกผู้หญิงเวลาไปไหนก็จะต้องพกโน่นพกนี่ แม้แต่กระดาษทิชชูยังต้องพก เราจำได้ว่าเขาจามเอาจามเอาเมื่อเช้านี้โดยไม่มีกระดาษปิดปากแต่ใช้มือปิดแทน เราเลยยื่นซองกระดาษทิชชูของหญิงใหญ่ไปหาเขา ถามเป็นภาษาอังกฤษว่าจะเอาไปใช้บ้างมั้ย ไม่ได้ต้องการประชดแต่อย่างใด ด้วยความสัตย์จริง แต่หญิงเล็กบอกว่า “เธอแสบมาก ฉันเห็นเขาชะงักไปอย่างคาดไม่ถึง” เขาคงนึกว่าพวกเราฟังเขาไม่ออกน่ะ  ตอนแรกเขาปฏิเสธแล้วก็กลับใจบอกว่าขอสักแผ่นก็ดี เห็นมั้ยว่าการได้ท่องเที่ยวร่วมกับคนชาติอื่นๆ มันสนุกอย่างนี้นี่เอง



Create Date : 09 พฤษภาคม 2551
Last Update : 9 พฤษภาคม 2551 22:50:53 น. 5 comments
Counter : 303 Pageviews.

 
อยากไปอียิปต์ มาติดตาม รอดูรูปสวยๆ ค่ะ


โดย: smo วันที่: 10 พฤษภาคม 2551 เวลา:3:59:25 น.  

 
รูปส่วนใหญ่อยู่ที่กล้องคนอื่นค่ะ ยังไม่ส่งมาให้รวมเลย

เอาเรื่องสวยๆไปก่อนนะคะ


โดย: saifan วันที่: 10 พฤษภาคม 2551 เวลา:7:04:53 น.  

 
อะ อะ อะ เดี๋ยวจะอ่านตั้งแต่วันที่หนึ่งเลย


โดย: บะหมี่น้ำแสนอร่อย วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:40:38 น.  

 
อ่าาา ถอยไปอ่าน มาถึงตรงนี้

เดี๋ยวไปนอนก่อนพรุ่นี้มาอ่านใหม่นะค้า


โดย: บะหมี่น้ำแสนอร่อย วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:3:14:20 น.  

 
นอนดึกจัง วันนี้มานอนดึกเป็นเพื่อน


โดย: saifan วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:05:27 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
saifan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add saifan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.