Once upon a time ...
Group Blog
 
All blogs
 

สะพานโค้ง




ตอน ม.1 เรียนยิมนาสติก หลายๆท่าที่ฝึกนาน กว่าจะผ่านก็ทำให้ครู (เพื่อนพี่สาว) เหงื่อตก แต่ท่าที่ทำได้คะแนนเต็มคือ สะพานโค้ง ไม่ใช่แค่นอนแล้วดันตัวขึ้นแต่ยืนแล้วโค้งลงไป

หลายปีก่อนตอนเรียนโยคะ ครูให้ทำท่านี้ อาจเป็นเพราะหลายท่าที่เรียนโยคะทำให้ข้อมือแข็งแรง ก็เลยทำได้แต่แบบลุ้นๆ พอเลิกเล่นโยคะ ก็ทำไม่ได้แล้ว

การย้ายที่อยู่ ทำให้ได้ออกกำลังกายบ่อยขึ้น ช่วงแรก พอจะดันตัวขึ้น จะต้องลุ้นมาก 1, 2, 3 หลายครั้งที่นับ 3 ไปแล้วก็ยังดันตัวไม่ขึ้น  2 เดือนหลังนี้ไม่ได้ขี่จักรยานอย่างเดียว แต่ไปเล่นท่าที่ใช้ข้อมือและแรงแขน พอดันตัวขึ้น ก็โค้งขึ้นมาแบบไม่ต้องมาลุ้น ไม่ต้องมานับเลข ค้างอยู่สักพักแล้วก็ค่อยๆลง ครั้งแรก ครั้งสองและอีกหลายๆครั้งก็เป็นอย่างนี้ ง่ายกว่าตอนเล่นโยคะสมัยโน้นอีก คาดว่าเพราะความแข็งแรงของข้อมือและแขนของตัวเอง

เพราะทำเหตุตรง ผลถึงได้อย่างนี้ ..สรุปกับตัวเองไว้อย่างนั้น การทำเหตุแบบนับเลข แล้วตั้งใจผลักตัวเองขึ้นมา ไม่ใช่เหตุที่ตรง มันถึงขึ้นได้บ้าง ไม่ได้บ้าง หรือขึ้นมาแล้วไม่ทันหายใจก็หมดแรงดันตัวเอง ลงไปนอนซะก่อน

ปีนี้ย่างเข้าปีที่ 8 ที่เดินบนเส้นทางสายนี้ แต่ก็เหมือนจะกลับไปเริ่มที่จุดเริ่มต้น เป็นเพราะความเหลวไหล ไม่เอาจริงเอาจัง  เคยคิดว่าตัวเองทำเหตุดีแล้ว ที่เหลือเป็นเรื่องของผล การคิดแบบนั้นถูกแต่วิธีการทำเหตุยังไม่ถูก และยังไม่พอ


เริ่มต้นนับหนึ่งอีกครั้ง กับการสร้างสะพานโค้ง.. เพื่อข้ามโลก  ให้กับตัวเอง Smiley






 

Create Date : 12 สิงหาคม 2559    
Last Update : 12 สิงหาคม 2559 10:05:56 น.
Counter : 390 Pageviews.  

ผูกใจ





เรื่องราวของผู้หญิง 2 คน ... เอม กับ เอ๋ย             


ผู้หญิงคนหนึ่งบ้านเกิดอยู่จังหวัดที่เป็นปากทางไปอีสาน 
ผู้หญิงอีกคนมีบ้านเกิดอยู่จังหวัดที่เป็นปากทางไปภาคใต้

มาเจอกัน ณ จังหวัดแห่งหนึ่งของภาคกลาง

เข้าทำงานในเวลาไล่เลี่ยกัน เอมพูดมาก เอ๋ยเคยพูดมากแล้วก็พูดน้อยลงๆๆ เพราะมีข้อห้ามกับตัวเองว่าจะพูดน้อยลง พอเอ๋ยปรับตัวพูดน้อย เอมเลยต้องปรับตัวให้พูดน้อยลง นินทาคนอื่นน้อยลง

มีรสนิยมในการทานอาหารนอกที่ทำงานเหมือนกัน เอมกับเอ๋ยเลยไปไหนด้วยกันบ่อยในมื้อกลางวัน รสนิยมในการฟังเพลงไม่ต่างกัน ไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันบ้าง ฮัมเพลง ร้องเพลงบางเพลงด้วยกันบ้าง

เอมช่างแต่งตัว ชอบเก๋แต่ชอบไม่ฟู่ฟ่า เอ๋ยเชยมาก เรียบมาก แต่ไม่เคยอิจฉาเรื่องการแต่งหน้าแต่งตัว ชื่นชมอีกฝ่ายมาตลอด

ครั้งหนึ่ง มีเรื่องด่วน เอมขอยืมเงินสดเอ๋ย ยืมจนแทบหมดกระเป๋าสตางค์ เอ๋ยโวยวายนิดหนึ่ง ตอนคืนเงิน เอมขอคืนทาง Electronic เอ๋ยพูดเสียงเรียบๆว่า ทีหลังอย่าทำอย่างนี้กับเราอีก ภายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เอมขับรถออกไปนอกบริษัท ไปกดเงินจากตู้มาคืนเอ๋ย เอ๋ยแอบอมยิ้ม นึกว่าจะลดระดับความสัมพันธ์ไปแล้ว

คบกันไปสักพักหนึ่ง เอม กับ เอ๋ยมีรอบเดือนแทบจะตรงกันทุกเดือน แปลกจัง

เอ๋ยจะไปนอนที่วัดป่าหลายวัน เอมบอกว่า ชั้นไม่มีโอกาสทำอย่างเธอ แต่ชั้นขอเป็นผู้สนับสนุน เธอไม่ต้องซื้อไฟฉาย เอาไฟฉายชั้นไปใช้ ฝากปัจจัยไปทำบุญด้วย ขาดอะไรอีกมาบอก อยากมีส่วนร่วม

ทำบุญปีใหม่ เอมบอกว่าเธอไม่มีเวลา ฝากให้เอ๋ยซื้อยาสารพัดมาทำบุญถวายพระด้วยกัน เอมจะได้ไม่เจ็บไม่ป่วย เอ๋ยแอบอธิษฐานว่า ถ้ามีโอกาสก็ขอให้ได้ดูแลกันไปจนกว่าจะถึงฝั่ง

เอมอยากจะมีลูกคนที่สอง พยายามมาร่วมปีก็ไม่สำเร็จจนชักจะท้อ คืนหนึ่ง เอ๋ยกราบพระแล้วช่วยอธิษฐาน เดือนนั้น เอมพบว่าตัวเองท้องลูกคนที่สอง

สามีเอมบอกว่า เอ๋ยมีอิทธิพลกับเอม มากกว่าสามีอีกงั้นเหรอ เอ๋ยกับสามีเอมเล่นกีฬาด้วยกันบ้างและเอ๋ยฝีมือดีกว่าสามีของเอม 555

เอ๋ยบอกกับเอมว่า อย่าผูกพัน อย่ายึดกับอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าลูกของเอม สามี หรือตัวเอง นาทีสุดท้ายของแต่ละคนมีค่า ให้เอมเตรียมใจเรื่องนี้ไว้บ่อยๆ

ช่วงท้อง เป็นจังหวะที่เอมทำงานหนักมาก ว่างเมื่อไหร่จะมาหาเอ๋ย มาบ่น มาขอกอด มาขอกำลังใจ และมาร้องไห้

ในจังหวะเดียวกัน เอ๋ยมีปัญหาความเข้าใจผิดจากที่ทำงาน อยากจะร่ำลา ในที่สุดก็ผ่านช่วงเวลานั้นไปได้

เอมคลอด ส่งข้อความมาบอก และบอกว่าไม่ต้องไปเยี่ยม เธอยุ่ง ไม่อยากรับแขก เอ๋ยไปหาที่บ้านหลังคลอด 

มีปัญหาความก้าวหน้าในงาน เอมเริ่มหมดกำลังใจ เอ๋ยบอกว่า รอพิสูจน์ตัวเองอีกครึ่งปี ถ้าบริษัทยังไม่เห็นความสำคัญในตัวเธอ เอ๋ยขอสนับสนุนให้ไปที่ใหม่ ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ แต่อีกครึ่งปี เอมได้เลื่อนตำแหน่ง สองคนเลยยังต้องเจอกันต่อไป

ก่อนน้ำท่วมใหญ่ มีคนมาเสนองานใหม่ให้เอ๋ย เอ๋ยมาคุยกับเอม เอมถามว่าเธออยากได้อะไร เอ๋ยอยากได้ชีวิตบ้านนอก ไม่ต้องทำงานเลิกดึก สรุปว่าเอ๋ยปฏิเสธโอกาสที่ดูเหมือนจะก้าวหน้าไป 'ไม่ค่ะ' ยืนยันไปสามครั้ง เฮ้อ..

หลังน้ำท่วมใหญ่ มีแต่เรื่องงานกระหน่ำเข้าหาคนทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างยุ่งกับงาน ทั้งนาย ทั้งลูกน้อง ทั้งลูกค้า สารพัด แต่การประเมินผลงานทุกครั้ง เอมกับเอ๋ยได้ผลการประเมินที่ดีด้วยกันทั้งคู่ ไม่ว่าใครคนอื่นจะแย่ยังไง

ปีสุดท้าย วิกฤติเรื่องงานวิ่งเข้ามาหาคนทั้งคู่ เอมทำงานหนักมาก เอ๋ยได้แต่เป็นกำลังใจฟังเสียงบ่นของเพื่อนและเสียงเบาๆของตัวเอง จนวันหนึ่งก่อนเดือนสุดท้ายของปี เอมวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่า มีคนติดต่อมาเรื่องเสนองานใหม่ให้ เธอช่วยชั้นหาข้อมูลหน่อย เอ๋ยวิเคราะห์สถานะทางการเงินให้ แล้วให้เอมตัดสินใจ ยังมีกระบวนการสัมภาษณ์ตามมาอีกบ้าง ในระหว่างนั้น บริษัทหนึ่งที่เอ๋ยไปสัมภาษณ์หลายเดือนก่อน แล้วคาดว่าคงไม่มีอนาคตร่วมกันโทรมาถามว่ายังสนใจตำแหน่งที่สมัครอยู่มั้ย บริษัทยกเลิกการทำงานวันเสาร์แล้ว เอ๋ยไปคุยรอบสุดท้าย ตกลงกันไปในวันสุดท้ายของปลายปี เอมร้องไห้ เอ๋ยบอกว่า ชั้นไปรอเธอต่างหาก ไม่ได้ทิ้งนะ

อีกไม่กี่วันถัดมา บริษัทที่ใหม่ของเอมตกลงเรื่องข้อเสนอทั้งหลาย เงินเดือนของเอมกับเอ๋ยใกล้กันมากอย่างน่าแปลกใจ เอมถามว่าเอาไงดี เอ๋ยบอกว่า อย่าเลือกที่จะไปเพราะเราจะไป แต่เลือกเพราะมีสิ่งที่น่าทำกว่า ผลตอบแทนดีกว่านี่แน่นอนอยู่แล้ว เอ๋ยบอกว่า สำหรับตัวเธอเอง เธอเลือกเพราะเส้นทางใหม่สว่างกว่า  

เอม กับ เอ๋ย ยื่นเรื่องขอลาจากบริษัทเดิมในสัปดาห์เดียวกัน ไปเริ่มงานที่ใหม่ในเวลาใกล้กัน บริษัทใหม่อยู่ใกล้กันแบบเดินถึงกันได้ ยังได้นัดกันกินข้าวกลางวันเหมือนก่อน

เอมบอกว่า ฟ้าคงสงสารชั้นที่ทำงานหนักมานาน เลยให้โอกาสใหม่ๆกับชีวิต เอ๋ยบอกเอมว่า เธอทำตัวเธอเองต่างหาก ประโยคหนึ่งที่เอมบอกมาด้วยความมั่นใจคือ ชั้นเชื่อในความดีที่ชั้นทำ Smiley ก็จริงนะ สิ่งดีดีที่สะสมมา สักวันมันจะผลิดอกออกผล ขอเพียงอดทน ไม่ท้อ ไม่ไหลไปไหนซะก่อน 


ใครหลายคนอาจคิดว่าสองคนนี่นัดกัน ไม่ได้นัดกัน จริงๆนะ แต่ก็แอบเชื่อว่า มันคงมีเส้นทางบางเส้นที่ตีกรอบให้คนสองคนเดินด้วยกันอย่างน่าประหลาดใจ  Smiley


(ครบรอบปีที่ผู้หญิงบ้านนอกสองคน ย้ายมาอยู่ในเมือง)

...........

ได้แรงบันดาลใจให้บันทึกเรื่องราวหลังจากอ่านข้อความในเฟส..







 

Create Date : 12 มกราคม 2559    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2560 20:06:57 น.
Counter : 67 Pageviews.  

ครบ 7 รอบ

  ปีนี้ ผู้หญิงคิดบวกอายุครบ 7 รอบ แต่เพราะแม่คิดบวกไป 1 ปี ก็เลยครบไปตั้งแต่ปีที่แล้ว พระท่านก็แนะทางให้ดีเพราะท่านบอกว่าให้ทำเต็มที่ จะทำบุญหรือแจกทานก็ตาม โอกาสที่จะครบ 8 รอบอาจจะไม่มีก็ได้


แม่เกิดเดือนสิงหา วันที่เท่าไหร่ ไม่รู้ Smiley ที่ไม่รู้ไม่ใช่เพราะไม่สนใจแต่เพราะแม่จะยึดโยงกับวันทางพระจีน เลยต้องให้แม่บอกเองว่าวันคล้ายวันเกิดในแต่ละปีคือวันไหน จะเป็นวันที่ทำบุญบ้านไปพร้อมกันทุกปี

แต่วันแม่ซึ่งเป็นวันหยุด ลูกชายจะทำหน้าที่เอาพวงมาลัยมากราบแล้วพาแม่ไปกินข้าว ลูกสาวอย่างเราก็ไม่เคยสนใจทำหน้าที่ในวันที่ใครกำหนดขึ้นมา Smiley ลูกสาวมักจะขวางโลกอย่างนี้ล่ะ

แม่เป็นผู้หญิงเก่ง อดทน ขยันมากๆ แม่เล่าว่าตอนเด็กไปอยู่บ้านญาติ ขายกล้วยปิ้งแล้วอาโกวที่ไปอยู่ด้วยปิ้งไม่สวย ไฟแรงกล้วยเลยดำแต่ต้องมาทะเลาะกันเพราะแม่ปิ้งช้า แค่ปิ้งกล้วยขายก็เป็นเรื่องแล้ว แม่ขออาม่าจะกลับบ้านแต่อาม่าให้อดทน อาม่าเข้าข้างอาโกว ผ่านไปหลายปี อาม่าถึงสารภาพขอโทษกับแม่ แต่เพราะอาม่าจน เอาลูกกลับมาก็เลี้ยงไม่ได้ อาม่าพายเรือขายก๊วยเตี๋ยวล่ะ ชอบฟังจังเรื่องเก่าๆเนี่ย 

แม่ขยันจริงๆนะ นอนน้อย ไม่ใช่คนแก่ที่นอนได้ทั้งวัน alert มากๆ ซึ่งเราว่าจิตอย่างนี้ดีออก มันไม่ซึม ลูกสาวแม่นี่ ขี้เกียจมาก แม่ชอบสวดมนต์ ก็พยายามอยู่นะ เข้าพรรษาแต่ละปีต้องมีเรื่องสวดมนต์หยอดมาเป็นข้อบังคับบ้าง 

แม่เป็นคนซื้อของที่หยิ่งนิดๆ ต่อบ้าง ช่างเลือก แต่ไม่เคยเอาของใครฟรีๆ ถ้าต่อแล้วลดก็เอา แต่ไม่มีที่จะหยิบมาแถมเอง หรือทำเป็นให้เงินไม่ครบ แม่บอกด้วยความภูมิใจว่า ชั้นไม่เคยเอาของใครเปล่าๆโดยที่เขาไม่อนุญาต 

เวลาเราคุยกันเรื่องศีล 5 แม่รู้ว่ามีข้อเดียวที่ยังติดอยู่คือเรื่องว่าคน 

เวลาที่ดีเวลาหนึ่งคือการขับรถพาแม่ไปไหนๆ จะไปทำผม ซื้อของ ถวายสังฆทานหรือช็อปปิ้ง อย่างน้อยแม่ก็ชอบนั่งรถที่เราขับ อีกเวลาหนึ่งคือนั่งดูเขากินข้าวตอนเช้า เป็นเวลาที่ค่อนข้างผ่อนคลายและแม่มักจะชอบเล่าเรื่องราวเก่าๆหรือไม่ก็บ่น...บ่นนิดๆตอนที่ต้องกินยามากมาย บ่นว่าทำเวรกรรมอะไรมา ลูกสาวบอกว่าพระพุทธเจ้ายังป่วยเลย ป่วยโดยสภาพร่างกายที่ต้องมีความเสื่อมเป็นธรรมดาและป่วยโดยวิบากกรรม แม่เลยสนใจ ไม่นึกว่าพระพุทธเจ้าจะป่วยเป็น ลูกสาวถามต่อว่า โต๊ะกินข้าวมันเสื่อมได้มั้ยแม่ แม่มองหน้า ยิ้ม เห็นความกวนประสาทที่ยัยนี่เป็นอยู่ประจำแล้วก็พยักหน้า น่านน่ะสิ โต๊ะมันออกจะแข็งแรง ใช้ไปนานๆไม่ถึงยี่สิบปีก็ต้องเปลี่ยน แล้วร่างกายแม่แข็งแรงเท่าโต๊ะมั้ย แถมใช้งานตลอดเวลาด้วย...จบ เรื่องความป่วยไข้

ถ้ากลับไปบ้าน จะพยายามตื่นมาทำกับข้าวใส่บาตร วิถีชีวิตของเราน่าจะทำให้แม่อุ่นใจว่า ถ้าแม่จากไป จะมีลูกสาวคอยทำบุญให้แม่อย่างสม่ำเสมอ 

แม่เป็นคนแรกที่ให้เป้าหมายชีวิตแก่เรา ตั้งแต่เด็กเวลาอธิษฐานก่อนใส่บาตร แม่ต้องให้ลูกขอไปนิพพาน และนั่นเป็นสิ่งที่ลูกต้องมาค้นต่อว่านิพพานคืออะไร ที่ไหน เป็นยังไง  แม้ว่านิพพานในความคิดของลูกสาวจะไม่เหมือนกับของแม่ แต่ถ้าไม่มีแม่ให้ทางมาตั้งแต่เด็ก เราจะหาเป้าหมายชีวิตเจอรึเปล่า ไม่รู้เลย 

อีกอย่างที่เป็นคุณสมบัติเด่นของแม่คือ จะเอาอะไร จะทำอะไรต้องทำให้ได้ ความมุ่งมั่นของแม่สูงมากๆ ซึ่งอย่าเทียบกับลูกสาวเล้ย..

เราว่าความรักของแม่ยิ่งใหญ่นะ มีเรื่องราวระหว่างทางมากมายที่ซึมซับกับความรักและความห่วงใยของแม่ แม้ว่าแม่จะเอาแต่ใจตัวเอง ทำกับข้าวเสร็จต้องกินตอนนั้น วิธีที่แม่มาปลุกลูกสาวให้ไปกินข้าวคือค่อยๆลูบแขนจนตื่น นุ่มนวลด้วยความรักแบบนี้ล่ะ

ความรักความอบอุ่นของแม่ที่ส่งมา ไม่ได้หยุดอยู่แค่ลูกนะจ๊ะแต่เป็นแรงที่ทำให้ลูกมีกำลังที่จะส่งพลังที่ว่านี้ไปยังคนรอบข้างอีกไม่รู้เท่าไหร่ 

ขอบคุณนะคะ ผู้หญิงคิดบวกที่ให้ชีวิต ให้เป้าหมาย ให้อะไรต่อมิอะไรในการดำเนินชีวิตในทางที่ถูกที่ควร 

ขอบคุณค่ะแม่ Smiley
.........
คืนหนึ่งที่กลับไปนอนด้วยกัน เราหลับไปก่อนแม่ คืนนั้น ฝันว่าอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ ตื่นขึ้นมาเช้ามืด ทำกับข้าวใส่บาตรแล้วไปวิ่งออกกำลังกาย สายวันนั้น แม่บอกว่า เมื่อคืนเอาดอกมะลิมาวางใกล้หมอน ลูกสาวจะได้นอนหลับสบาย

ดอกมะลิข้างหมอนไม่กี่ดอก ทำให้ลูกฝันถึงสวนดอกไม้ เป็นไปได้ขนาดนั้น
แม่ปลูกดอกมะลิไว้ค่อนข้างเยอะ วันไหว้พระจันทร์ที่พวกเรานั่งกินข้าวพร้อมหน้ากัน พี่ชายนินว่า แม่เคยไปที่ปากคลองตลาด ติดต่อแม่ค้าที่นั่นว่าจะเอาดอกมะลิมาขาย แม่อาจจะอยากทำ barter กับดอกบัวที่ซื้อจากปากคลองตลาดก็เป็นได้  Smiley

................

เพิ่งสังเกตว่า แม่ชอบกินอะไรต่อมิอะไรเวลานั่งรถ ไม่ว่าข้าวโพด มะพร้าว (ทั้งลูก) ข้าว..สารพัด ครั้งแรกๆเคยว่าที่แม่ทำน้ำมะพร้าวหกลงเบาะซึ่งเป็นเบาะผ้า ตอนซื้อ บอกให้แม่ค้าเทใส่ถุง ไม่ค่ะ จะกินในลูก นึกแล้วยังรู้สึกผิด ตอนนั้นโมโหเรื่องที่แม่แวะซื้อจนเป็นเรื่องสนุกทั้งที่หมอบอกไม่ให้ไปเจอฝุ่น (เพิ่งผ่าต้อกระจก)


หลังจากนั้นก็มีมาตลอด นั่งแทะข้าวโพด กินข้าวกับปลาทอด จนหลังสุดที่เจอกัน ให้เราซื้อกุ๊ยช่าย แล้วระหว่างที่ลงไปซื้อของ แม่บอกว่าไม่ลงนะ ขอนั่งในรถที่ติดแอร์ ตอนกลับมา เปิดประตูรถ ในใจก็นึกว่าเราจอดรถใกล้ท่อน้ำเสียหรือว่ามีหนูตายแถวนี้ สุดท้ายก็...กุ๊ยช่ายค่ะ รถเรามีสารพัดกลิ่นซึ่งเพื่อนถามว่ารู้มั้ยว่ารถมีกลิ่น อืม...ช่างเถอะ


แม่มีเรื่องกังวลได้ตลอดเกี่ยวกับเรื่องกินแม้จะไม่ใช่คนอ้วน น้ำหนักของแม่ไม่ถึง 50 กก แต่กังวลเรื่องทำกับข้าว ตอนนึกๆเมนูว่าอยากทำอะไรกิน ดันบอกแม่ว่าจะทำอันนั้นอันนี้ พลาดไปแล้ว.. เพราะหลังจากไปตลาด แม่ซื้อปลากับกุ้งกลับมา แม้จะโวยวายว่าไม่ให้ซื้อเพราะในตู้เย็นยังมีที่แช่แข็งอยู่ แล้วไม่ได้เอากาละมังไป ถ้าหิ้วใส่ถุงมา น้ำมันจะนอง เหม็นอยู่ในรถ ฟังซะก็ดีหรอก

เอาเถอะ อยู่กับแม่ก็ฝึกความอดทนได้ดีมากๆๆ

เอาความอดทนมาใช้ตอนขายของ แม่อยากบวกเลขด้วยสมองตัวเอง ก็ดี บวกไปจะได้ไม่เป็นอัลไซเมอร์ แต่ลูกสาวอาจจะเป็น เพราะลูกสาวคว้าเครื่องคิดเลขมา ...ไหน เราแข่งกัน.. ขอเช็คหน่อยนะว่าเก่งจริงรึเปล่า..ทุกประโยคคือ การไม่ไว้ใจ ทำไมแม่จะไม่รู้ แต่ต้องทำ เพื่อความเชื่อมั่นของลูกค้าด้วยล่ะ แต่ลูกค้าน่ารักนะ ไม่แสดงความรำคาญที่ต้องบวกเลขกันสองคน

ปีนี้ ช่วงออกพรรษา แทบไม่ได้กลับบ้าน แต่ได้กลับไปครั้งหนึ่ง พาแม่ไปใส่บาตรตอนเช้าหน้าวัด แล้วก็ตระเวนไปอีกหลายวัด ไปถวายปัจจัยร่วมกฐิน แม่หน้าตาเบิกบานมาก บอว่าดีนะที่ลูกกลับมา แม่ได้ทำบุญหลายอย่างหลายที่ มีความสุข 


วันก่อนนั่งดูทีวีด้วยกัน แม่ถามว่ารัฐบาลนี้เป็นยังไง เราบอกว่าเฉยๆ แล้วแม่ล่ะ แม่ก็เฉยๆ บางที เราทั้งคู่อาจจะอยู่ในภาวะสงครามเขมร ที่คนในครอบครัวไม่กล้าพูดความจริงต่อกัน

แม่เล่าว่า แม่ชอบนะสมัยจอมพลสฤษดิ์ เราถามว่าทำไม แม่บอกว่าไม่มีโจรเลย เขาเอาไปยิงเป้าหมด แต่มีข่าวลือว่า บางคนก็ไม่ผิด โดนยิงเป้าด้วย แต่ยุคนี้ ยังไงไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่ชอบตอนเย็น พูดบ่อยจัง พูดอะไรแม่ฟังไม่รู้เรื่อง เหมือนกับที่สมัยจอมพลสฤษดิ์ เขาบอกให้รัดเข็มขัด แปลว่าอะไรก็ไม่รู้


สรุปว่าแม่ชอบสมัยโน้น เราถามว่า แต่เขามียิงเป้าผิดคนนะแม่ แม่บอกว่า ไม่กี่คนหรอก แล้วบ้านเมืองก็เรียบร้อยดี เราถามต่อว่า ถ้าไม่กี่คนนั้นเป็นลูกของแม่ ที่เขาเข้าใจผิดแล้วเอาไปยิงเป้าล่ะ ...เปลี่ยนเรื่องคุย  Smiley




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2558    
Last Update : 11 ธันวาคม 2558 19:02:48 น.
Counter : 417 Pageviews.  

เพราะเรา เข้าใจ

     เช้าวันหนึ่ง เจอเพื่อนสมัยที่ทำงานที่แรกบนรถไฟฟ้า นั่งเยื้องกัน มองหน้าแล้วมองหน้าอีก เธอก็ไม่ยักแสดงออกว่าจำเราได้ แล้วเลยชักไม่แน่ใจ จากที่ยิ้มแล้วยิ้มอีก เลยยิ้มเก้อ ผ่านไปอีกหลายป้าย เธอมอง มีแววตาระลึกได้ ลุกมาหา ทักทาย นั่งคุยต่ออีกสองป้าย เธอลงก่อน เราลงป้ายถัดไป

     มาถึงปากซอย นึกถึงเพื่อนที่บอกทาง เราถามว่าจากปากซอยเดินไปไกลมั้ย ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์รึเปล่า เธอบอกว่าไม่ต้อง ก็เดิน เดิน เดิน ทำไมยังไม่เจอสักที ถามคนที่เดินสวนมา ไม่มีใครรู้จักสถานที่ที่เราจะไป นั่งพัก เปิดเเมลล์ดูแผนที่ที่เขาส่งมา มีเลขที่ซอยกำกับ ถามคนแถวนั้นอีกที เดินไม่ได้ครับ นั่งรถแมล์เถอะ นั่นไงรถเมล์มาแล้ว

   เพื่อนรัก ตอนที่ถามว่าเดินไกลมั้ย แกคงหมายถึงว่าแกเดินมาจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แต่ฉันตั้งต้นจากสุขุมวิท ชาตินี้เราจะได้เจอกันมั้ยเนี่ย

    คิดถึงคนบอกทางด้วยความอารมณ์ดี  มันช่างเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายอะไรเช่นนี้ พอเข้าห้องน้ำของที่นั่น ก็พบภาพเก่าๆแขวนไว้ในห้องน้ำ

  ส่งเข้าไลน์กลุ่ม บอกเล่าเรื่องราว ทุกคนขำ ยกเว้นเจ้าตัวที่พยายามโทรหาเรา ไม่ยอมรับโทรศัพท์เพราะไม่คิดว่าจะเป็นไร แต่เขาคิดว่าเป็นไร โทรมาครั้งที่สามเลยต้องรับเพื่อให้ฝ่ายนั้นสบายใจ

   ความสัมพันธ์ที่ยืดยาว เกิดจากความเข้าใจ ยอมรับ และให้อภัย ...






   เป็นการไปชาร์ตแบตที่คุ้มมากๆ ได้พลังงานกลับมาทำงานเยอะเชียว ไม่คิดว่าจะเจอคนที่นั่งบรรยายพร้อมกับศัพท์แสงคนละทางมาผสมกัน แอบคิดเอาเองว่าในห้องนั้น คนที่ฟังรู้เรื่องน่าจะเป็นเราคนเดียวกระมัง

   ในระหว่างทางเข้าเมือง แม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่ก็มีอะไรต่อมิอะไรรายทางให้ได้ระลึกถึง

   นั่งรถตู้เข้าเมือง ได้นั่งหน้าทั้งที่ปกติไม่เคยนั่ง คนนั่งหน้าต้องช่วยเรียงธนบัตร นับเงิน บอกจำนวนเงินคนขับ ทำไม่เป็นหรอกแต่คนที่นั่งด้วยกันมือใหม่กว่าเราเพราะถามว่าค่ารถเท่าไหร่ เลยต้องเรียงธนบัตรให้ นับเงินได้ 430 บาท ซึ่งไม่รู้หรอกว่าไม่ครบ คนขับตะโกนบอกไปข้างหลังว่าขาด 20 บาท (15 คน คนละ 30 บาท) คนในรถข้างหลังบอกว่าคนขับนับผิดมั้ง ทำแบ็งค์ตกมั้ง...เราต้องยืนยันว่าไม่ครบจริงๆค่ะ

   เอาล่ะ บรรยากาศของความอึดอัดมาทันที ถ้าเราขี้เล่นมากกว่านี้สักนิด คงจะขอสมทบทุน แต่บรร ยากาศมันมาคุยังไงอยู่ ผู้หญิงมือใหม่นั่งรถตู้ข้างเราบอกว่า หนูจ่ายเองพี่ คือ เรากับเธอคงตัดสินใจพร้อมกัน คว้ากระเป๋าเงินมาพร้อมกัน แต่เธอเร็วกว่า นั่งใกล้คนขับมากกว่า แล้วเลยหยิบยื่นให้ โอ..น่ารักจังเลยน้อง น้องผู้ไม่รู้ว่าอนุเสาวรีย์ชัยคือที่ไหน ต้องลงตรงไหน 

   คนขับก็อารมณ์ดี เราเห็นรถติด ขยับตัวทำท่าจะลง คนขับเล่าว่า เมื่อคืนฝนตก โอ๊ย..รถติด ยาวไปถึงโน่น คนก็ต่อคิวมาถึงนู่น อืม..ใจคนฟังไปถึงนั่นแล้วค่ะ อยากลง แต่ก็ เอาเถอะ ฟังแกนิด ไปลงตอนปลายทางก็ได้ ถัดไปอีกนิดเดียว ไม่ได้เสียเวลาอะไรมาก Smiley

    ค่ำคืนจากการต่อรถไฟฟ้า ต่อรถตู้  ต่อรถเมล์ ต่อมอเตอร์ไซค์ ได้เห็นดาวเคียงเดือนระหว่างทาง มีความสวยงามเสมอในระหว่างทางที่เดิน ไม่ว่าจะจากคนที่ผูกสัมพันธ์กันมายาวนาน และจากคนบางคนที่ผ่านมาเพื่อรินรดน้ำใจให้กันก่อนจะผ่านไป   Smiley





 

Create Date : 20 มิถุนายน 2558    
Last Update : 22 มิถุนายน 2558 20:21:07 น.
Counter : 718 Pageviews.  

รับพร

 ปีใหม่ที่ผ่านมา มีพี่ใจดี ส่งไฟล์เสียงและรูปภาพมาให้ ขอบพระคุณครูบาอาจารย์ ทั้งสั่งสอน ทั้งปลอบโยน ทั้งให้กำลังใจ ทุกรูปแบบที่จะเข็นให้ลูกศิษย์พ้นทุกข์ Smiley


เมื่อปีที่แล้ว เก็บคำอวยพรของลพ.คำเขียนที่ให้ไว้ตอนสงกรานต์ ท่านละสังขารไปเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เวลาเช้ามืดของปีก่อน

หลวงพ่อป่วยจากมะเร็งมาหลายปี พูดไม่ได้ แต่เขียนได้

มีสิ่งที่ได้ระลึกถึงท่านคือ พรวันสงกรานต์ที่ท่านเขียนไว้ตามนี้

ธรรมใดที่ท่านรู้แล้ว ขอให้ลูกได้รู้ตามด้วยค่ะ  Smiley






 

Create Date : 04 มกราคม 2558    
Last Update : 4 มกราคม 2558 16:08:32 น.
Counter : 377 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

saifan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add saifan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.