Once upon a time ...
Group Blog
 
All blogs
 
พุทธคยา อินเดีย

เดือนพฤศจิ ปี 56 มีโอกาสไปที่พุทธคยา อินเดีย ไปแค่ที่นั่นกับรอบๆ ไม่ได้ไปสังเวชนียสถานทั้งหมด แต่เหมือนมีอะไรฝังใจบอกตัวเองว่า แค่พุทธคยาที่เดียวนี่แหละที่อยากไป

โชคดีที่เพื่อนให้หนังสืออนันตชิโนมาให้ อ่านจบไปนานแล้ว แต่พอไปที่นั่น งัดเล่มนี้มาอ่านประกอบ ก็รู้สึกว่าได้บรรยากาศ ซึมซาบกับประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งโน้น

ช่วงที่ไปนั้น มีพิธีนำทองหุ้มยอดฉัตรเจดีย์พุทธคยา คนไทยเดินทางไปที่คยากันมาก ทัวร์ที่เราไปเขาไม่มีตั๋วไปลงที่คยา จากกัลกัตตา ต้องต่อเครื่องไปลงที่เมืองปัตนะ (Patna) แล้วนั่งรถมาที่เมืองคยา ใช้เวลาเดินทางทางรถประมาณ 5 ชั่วโมง

เพิ่งมารู้ตอนหลังว่า เมืองปัตนะ ในอดีตมีชื่อเรียก เช่น ปัตนะ ปาฏลีบุตร มคธ ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของแคว้นพิหาร ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นสถานที่ทำสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่สาม ณ อโศการาม และที่นี้ยังเป็นสถานที่ที่เผยแพร่พระพุทธศาสนาไปทั่วอินเดียในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช

พักที่โรงแรมในเมืองคยา ห่างจากเจดีย์พุทธคยาไม่เกิน 5 กม. อากาศตอนเย็นก็เย็นประมาณ 15 องศา ตอนสายๆก็อุ่นขึ้นจนไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาว 

วันแรก ไปแวะที่วัดนานาชาติ วัดญี่ปุ่น วัดทิเบต ที่วัดญี่ปุ่น มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่มากตั้งเด่นตรงกลางแจ้ง ส่วนรอบข้าง มีรูปปั้นท่ายืนของพระสาวกของพระพุทธเจ้า ตอนที่ฟังพระท่านบรรยาย ก็จะจับไปผสมกับสิ่งที่เคยฟังเคยอ่านมา รู้สึกดีที่รู้ว่าแต่ละท่านเป็นใคร ไหว้แต่ละองค์ด้วยความเคารพ ไม่แน่ใจว่าครบหรือเปล่า มีพระสารีบุตร พระโมคลานะ พระสังกัจจายนะ พระราหุล พระอุบาลี พระมหากัสสะปะ  พระอานนท์ พระอนุรุทธ พระปุณณมันตานีบุตร

ได้ไปที่เจดีย์พุทธคยา แวะเวียนไปที่นั่นทุกวัน รอบเช้าบ้าง รอบบ่ายบ้าง รอบค่ำบ้าง ก่อนเข้าต้องถอดรองเท้าฝากไว้ข้างนอก แล้วเดินไปผ่านด่านตรวจ 2 ด่าน เดินลงไปกราบพระพุทธเมตตากับต้นพระศรีมหาโพธิ์ วันแรกก็...ตื้นตันนะ

ทางด้านหลังมีลานกว้างให้นั่งได้หลายร้อยคน มีพุทธบริษัทหลายเชื้อชาติไปที่นั่น พระทิเบตจะอยู่อีกมุมหนึ่งซึ่งมากันเยอะพอสมควร  

ช่วงที่ไปเป็นวันอาสาฬหบูชา พระจันทร์สวยตามเคย

ด้านหนึ่งของเจดีย์เป็นสระขนาดใหญ่ เป็นสระมุจลินท์จำลอง โดยมีพระพุทธรูปอยู่กลางสระ เย็นวันที่ทำพิธีเสร็จ ไปเดินเล่นแถวนั้นสักสองสามรอบก่อนกลับมาที่เจดีย์และต้นพระศรีมหาโพธิ์ มุจลินท์เป็นชื่อพญานาคที่แผ่พังพานป้องกันลมฝนไม่ให้ต้องพระวรกายของพระพุทธเจ้าหลังจากที่ท่านตรัสรู้แล้ว

ได้ไปที่บ้านนางสุชาดา ผ่านแม่น้ำเนรัญชราที่ตอนนี้กลายเป็นผืนทราย มีหญ้ากุสสะขึ้นอยู่ประปราย

ได้ตื่นแต่เช้ามืดไปเขาคิชกูฎ ผ่านถ้ำที่พักของพระโมคลา พระสารีบุตร พระอานนท์ จนไปถึงยอดที่เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า

ได้ไปวัดเวฬุวณาราม (เวฬุวัน)

วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์ 1250 องค์

ไปกราบหลวงพ่อองค์ดำ

ไปนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์

มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นศูนย์การศึกษาในสมัยพุทธกาล ต่อมาในปีพ.ศ. 1742 กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้ยกทัพมารุกรานรบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือ กองทัพมุสลิมเติรกส์ได้เผาผลาญทำลายวัด และปูชนียสถานในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมด และสังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาผลาญทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้น ว่ากันว่าไฟที่ลุกโชนเผานาลันทานานถึง 3 เดือนกว่าจะเผานาลันทาได้หมด จากนั้นนำท่านเดินทางไปนมัสการ หลวงพ่อดำ ซึ่งเป็นพระพระพุทธรูปที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำซึ่งสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับพระพุทธเมตตา

นั่งรถยาวจากพุทธคยาไปขึ้นเครื่องที่ปัตนะ จากปัตนะ นั่งเครื่องไปกัลกัตตา แล้วก็กลับไทย




Create Date : 05 ธันวาคม 2556
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2557 20:30:57 น. 0 comments
Counter : 212 Pageviews.

BlogGang Popular Award#13


 
saifan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add saifan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.