Once upon a time ...
Group Blog
 
All blogs
 

สีขาว

.


.


.


.


.


.


.


.




หมายเหตุ: ขอไว้อาลัยกับการทำร้ายอ.วรเจตน์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันนี้


กำลังนึกถึงแถบชุดครุยสีขาว กับ ความมืดดำในใจคน




 

Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2555 19:31:12 น.
Counter : 313 Pageviews.  

ดอกไม้

วันนี้ตอนเช้า เอากระดาษหนังสือพิมพ์เก่ามาห่อของ แล้วเลยอ่านข่าวเก่าผ่านๆว่า อาจารย์ที่สอนกฎหมายมหาชนท่านหนึ่งเอาดอกไม้ไปให้กำลังใจอธิการบดี.... แล้วก็นึกไปถึงหลายปีก่อน อาจารย์บางคนที่สอนวิชากฎหมายมหาชน ที่สอนไม่รู้เรื่อง แต่ได้รับเชิญให้เข้าไปช่วยงานรัฐบาล ไม่เข้าใจจริงๆ ยังคุยกับเพื่อนเลยว่า เขาสอนเราไม่รู้เรื่องแล้วเขาไปทำงานจะทำได้ดีงั้นหรือ?
.

แล้วคนที่สอนรู้เรื่องล่ะ ตอนนี้กำลังเป็นข่าวดังเชียว มีข่าวว่าอาจารย์วรเจตน์รับงาน รับเงิน ทำเพื่อคนคนเดียว คนเขียนข่าวนี่ก็..ช่างคิด ช่างเขียนจริงๆนะ
.


ผ่านไปอ่านเจอแถลงการณ์ของสภาทนายความ อคติในใจทำให้อ่านไม่หมด อ่านคร่าวๆเร็วๆยาวมาจนสุดทาง มีคำเตือนว่า

ประชาชนควรต้องติดตามตรวจสอบพฤติการณ์ของกลุ่มนิติราษฎร์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ก็ดี ขอบคุณนายกสภาทนายความที่เตือนให้ประชาชนติดตามงานของคณะนิติราษฎร์..อย่างใกล้ชิด
.


ส่วนบล็อกที่อ่านประจำ ก็ยังเขียนได้น่าอ่านเช่นเคย

ทำไมเราควรสนใจข้อเสนอของนิติราษฎร์

//www.roodthanarak.com/2011/09/why-nitirat/

ชอบตอนท้ายที่เอาคำพูดของอาจารย์มาลงไว้ว่า

ผมคิดว่า ความคิดแบบนี้ เมื่อมันเปิดกรงออกไปและโบกบินสู่สังคมแล้ว ต่อให้นิติราษฎร์ทั้ง 7 คนไม่อยู่แล้ว แต่ความคิดนี้จะอยู่ในสังคม มันฆ่าไม่ตายแล้ว เพราะฉะนั้น จะทำรัฐประหารก็ทำไป มีปืน มีรถถังก็ทำไป แต่ถ้าทำแล้ว คุณต้องปกครองโดยปืน โดยรถถังตลอดกาล ถ้ามันไม่สำเร็จในยุคสมัยของเรา รุ่นลูก รุ่นหลานเรา ก็จะมาพูดต่อ แต่ผมคิดว่ามันจะสำเร็จในยุคสมัยของเรา

วรเจตน์ ภาคีรัตน์
25 กันยายน 2554


.

เอาดอกไม้มามอบให้นิติราษฎร์ค่ะ




หยิบรูปมาจากที่นี่.. //fotostamp.multiply.com/photos/album/168/168#photo=2




 

Create Date : 27 กันยายน 2554    
Last Update : 27 กันยายน 2554 22:23:17 น.
Counter : 210 Pageviews.  

คู่มือระบอบใหม่

มีโอกาสไป download คู่มือระบอบใหม่ใน website นิติราษฎร์ ตอนแรกก็..โห เยอะเชียว ไม่อ่านดีกว่า ตั้งใจจะเปิดอ่านผ่านๆ แต่บทแรก ผู้ปาฐกถาก็ดึงดูดความสนใจได้มาก จนต้องเอาบางส่วนที่โดนใจมาบันทึกเก็บไว้ที่นี่


รัฐธรรมนูญ โดย หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ
(ปาฐกถาทางวิทยุกระจายเสียง เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๖)

……

คำว่า “รัฐธรรมนูญ” แปลว่ากระไรแน่ ...ตามศัพท์แปลว่า ระเบียบอำนาจหน้าที่ในการปกครองแผ่นดิน

“ธรรมนูญ” แปลว่า ระเบียบอำนาจหน้าที่ และ “รัฐ” แปลว่า การปกครองแผ่นดิน
เป็นคำที่ดัดแปลงมาจากวลีที่ว่า “พระธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน” เพื่อให้กะทัดรัดขึ้นและเพื่อให้เปนศัพท์ขลังตามสมควรแก่สภาพที่ศักดิ์สิทธิ์

คำว่า “รัฐธรรมนูญ” นี้ เป็นคำแปลมาจากภาษาฝรั่งว่า คอนสติติวชั่น เพราะวิธีการปกครองแบบนี้ เปนวิธีที่ดัดแปลงมาจากฝรั่ง ดั่งปรากฏในคำพระราชปรารภแห่งรัฐธรรมนูญว่า “เพื่อให้สยามราชอาณาจักรได้มีการปกครอง ตามวิสัยอารยประเทศในสมัยปัจจุบัน”

คำว่า คอนสติติวชั่น นั้น ถ้าใช้แก่บุคคลแล้วแปลว่าร่างกาย เพราะฉะนั้นถ้าได้แก่บ้านเมืองก็ได้แก่ร่างเมือง หรือระเบียบการบ้านเมือง แต่ถ้าจะแปลให้ซึมซาบแก่คนไทยแล้ว จะแปลว่า ขื่อแปของบ้านเมือง

“บ้านเมืองไม่มีขื่อ มีแป” “บ้านเมืองจะต้องมีขื่อมีแป จึ่งจะได้” นี่เป็นคำพูดที่ท่านเคยได้ยิน มิใช่หรือ? ท่านได้ยินพูดในกรณีใด? ท่านหมายความว่ากระไรในเมื่อท่านพูดเช่นนั้น

ท่านมีความมุ่งหมายที่จะตำหนิติเตียนพระราชจรรยาของพระมหากษัตริย์หรือ? หามิได้เลย ท่านมีความมุ่งหมายที่จะตำหนิติเตียนการกระทำอันบกพร่องของหมู่อำมาตย์ ผู้ดำเนินราชการแผ่นดินมิใช่หรือ? ท่านหมายความว่าหมู่อำมาตย์ทูลเกล้าฯ ถวายคำปรึกษาแนะนำอย่างไม่เปนยุติธรรม มิใช่หรือ? ท่านหมายความว่า ทุกข์สุขของราษฎรไม่ขึ้นถึงพระเนตร์พระกรรณ์ของพระมหากษัตริย์ มิใช่หรือ?

ถ้าพระมหากษัตริย์มีพระเนตร์พระกรรณ์สอดส่องไปได้ทั่วทุกทิศทุกทาง ถ้าพระมหากษัตริย์ทรงมีทิพเนตร์ ทิพกรรณ์ ทิพญาณได้แล้ว ความจำเปนที่จะให้มีรัฐธรรมนูญก็จะยังไม่บังเกิดขึ้น เมื่อครั้งสมัยพระร่วง ราษฎรที่อยู่ในความปกครองยังเปนจำนวนน้อย พระร่วงจึ่งได้ทรงสอดส่องทุกข์สุขของราษฎรได้ทั่วถึงกัน แต่ตกมาสมัยนี้ ราษฎรในพระราชอาณาจักรเปนจำนวนตั้ง ๑๒ ล้าน เปนอันพ้นวิสัยที่พระมหากษัตริย์จะทรงสอดส่องทุกข์สุขของราษฎรให้ทั่วถึงกัน ด้วยพระเนตร์พระกรรณ์ของพระองค์เองได้ จึ่งต้องทรงอาศัยหมู่อำมาตย์ราชการเปนผู้สอดส่องต่างพระเนตร์พระกรรณ์

แต่หมู่อำมาตย์ข้าราชการนั้นๆ ได้รับพระราชทานตำแหน่งจากองค์พระมหากษัตริย์ จึ่งควรจะถือความพอพระราชหฤทัยเปนใหญ่เปนประมาณ หาได้ถือประโยชน์แห่งความผาสุกของราษฎรเปนใหญ่เปนประมาณไม่ เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้ลุล่วงอุปสรรคนี้ให้สำเร็จแล้ว ผู้ดูแลทุกข์สุขของราษฎรจะต้องเปนตัวแทนของราษฎร ซึ่งราษฎรเลือกตั้งมา ดั่งนี้จึงจะเปนหลักประกัน ให้ทางราชการนำพาต่อประโยชน์สุขของราษฎรเพียงพอ นี่แหละ คือหลักสำคัญอันหนึ่งแห่งลัทธิรัฐธรรมนูญ



กับอีกประการหนึ่ง นักรัฐศาสตร์หรือผู้คงแก่เรียนในวิชาการเมืองในยุโรป ได้เล็งเห็นว่า อันอำนาจการปกครองนั้น แบ่งออกได้เปนสามส่วนคือ อำนาจออกกฏหมาย ๑ อำนาจดำเนินตามกฏหมาย ๑ อำนาจตัดสินตามกฏหมาย ๑ ซึ่งตามศัพท์วิทยาการเรียกว่า อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ

ถ้าอำนาจทั้ง ๓ นี้ รวมอยู่ในมือคนๆเดียวกันแล้ว ชวนจะให้ใช้อำนาจนั้นๆในทางที่ไม่เปนธรรม แต่ถ้าแยกไว้ต่างมือกันแล้ว จะเปนการตัดทางที่ข้าราชการจะใช้อำนาจโดยพลการ จะทำตามอำเภอใจของตนไม่ได้ ฝ่ายนั้นกำกับฝ่ายนี้ ฝ่ายนี้กำกับฝ่ายโน้น ต่างฝ่ายต่างกำกับควบคุมซึ่งกันและกัน คอยป้องกันไม่ให้ฝ่ายอื่นกระทำการผิดยุตติธรรมได้ การแบ่งแยกอำนาจทั้ง ๓ นี้แหละเปนหลักสำคัญอีกอันหนึ่งของลัทธิรัฐธรรมนูญ


กับอีกประการหนึ่ง อารยชนมาสำนึกตระหนักตามที่พระพุทธเจ้าทรงเล็งเห็นแล้วว่า คนเราก็เปนคนด้วยกันทั้งนั้น เหตุไฉนจะมาแบ่งชั้น วรรณะ กำเนิด คนเราก็เปนพลเมืองด้วยกัน มีส่วนได้เสียในการบ้านเมืองร่วมกัน เหตุไฉนจึงมีสิทธิยิ่งหย่อนกว่ากัน และที่เราอยู่กันเปนประเทศ เปนชาติเดียวกันนี้ เรามีความมุ่งหมายที่จะบำรุงความสุขความเจริญของกันและกัน ให้ทั่วถึงกัน มิใช่หรือ? เราเปนไท เราย่อมรักความอิสสรภาพ ความปลอดโปร่งที่จะปฏิบัติตามใจชอบ ถ้าหากว่า เราไม่ละเมิดความสุข ความเจริญของผู้อื่น อันว่ารัฐบาลนั้น ควรจะอำนวยความสดวก ความผาสุก ความรุ่งเรืองให้แก่ราษฏร หาควรจะกดขึ่ราษฏรประการใดไม่ แต่ราษฏรก็ควรจะอุดหนุนรัฐบาลด้วยกำลังกาย กำลังทรัพย์ กำลังใจ ให้รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่เช่นว่านั้นได้ รัฐบาลกับราษฏรเป็นของควบคู่กัน จะพรากออกจากกันหาควรไม่ ถ้าผู้ปกครองอยู่นอกเหนือผู้อยู่ในความปกครอง ผู้ปกครองก็อาจไม่ดำเนินการให้เปนประโยชน์แก่ผู้อยู่ในความปกครองได้ ผู้ปกครองกับผู้อยู่ในความปกครอง รัฐบาลกับราษฎร ต้องเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน การปกครองจึ่งจะเปนไปด้วยดี ด้วยความยุตติธรรม ด้วยความก้าวหน้า

วิธีที่จะทำให้รัฐบาลกับราษฎรประสานกันเปนปึกแผ่นแน่นหนา เปนอันหนึ่งอันเดียวกันเช่นนี้แหละ คือ ลัทธิประชาธิปตัย ซึ่งถือว่าราษฏรเปนใหญ่ หรือที่ในรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า อำนาจอธิปตัยย่อมมาจากปวงชนชาวสยาม

ประชาชนเปนใหญ่ แต่จะให้ประชาชนทั้งมวลดำเนินการปกครองเองหาได้ไม่ พลเมือง ๑๒ ล้านจะเข้าดำเนินการปกครองด้วยตนเองเองย่อมเปนอันพ้นวิสัยของมนุษย์ จึ่งต้องมอบอำนาจการปกครองทั้ง ๓ แพนกนั้นแก่แผ่นดินหรือรัฐะ มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขหรือหัวหน้า เพื่อทรงใช้อำนาจทั้งสามแพนกนั้น

แต่พระมหากษัตริย์พระองค์เดียวจะทรงใช้อำนาจทั้ง ๓ แพนกนั้นให้เปนที่เรียบร้อยอย่างไรได้เล่า? รัฐธรรมนูญจึ่งได้วางเจ้าหน้าที่ไว้แต่ละแพนก ทางฝ่ายออกกฏหมายหรือนิติบัญญัติ ได้แก่สภาผู้แทนราษฎร ทางฝ่ายดำเนินตามกฏหมายหรือบริหาร ได้แก่คณะรัฐมนตรี และทางฝ่ายตัดสินตามกฏหมายหรือตุลาการ ได้แก่ ศาลยุตติธรรม พระมหากษัตริย์ต้องทรงใช้อำนาจทั้ง ๓ แพนกนี้ โดยอาศัยสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรีและศาลยุตติธรรม เป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการนั้น ๆ นี่แหละ คือการปกครองแบบรัฐธรรมนูญ

...

ย่อหน้าถัดๆไป ท่านได้อธิบายรัฐธรรมนูญ แต่ละมาตราได้อย่างน่าสนใจ ชวนติดตามมาก ถ้ารัฐธรรมนูญแต่ละยุค แต่ละสมัยมีการอธิบายและเผยแพร่ให้คนไทยได้เข้าใจแบบนี้ ก็น่าจะดี โดยเฉพาะผ่านทางวิทยุ โทรทัศน์เพราะเสพง่ายกว่าทางตัวหนังสือ เพียงแต่...รัฐธรรมนูญเมืองไทยมีหลายฉบับมากกกก จนทำคำอธิบายไม่ทันซะล่ะมั้ง อีกอย่าง จะหาผู้ที่ใช้คำง่ายๆ ให้ชาวบ้านเข้าใจเรื่องแบบนี้ก็ยากอยู่เหมือนกัน

ขอบคุณนิติราษฎร์ที่นำเอกสารประวัติศาสตร์มาให้เรียนรู้กันค่ะ




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2554    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2554 18:36:52 น.
Counter : 325 Pageviews.  

เสวนาคณะนิติราษฎร์ : ขอบฟ้าอยู่แสนไกล...

เพื่อนสนิทชวนไปฟังการอภิปรายของคณะนิติราษฏร์ (นิติศาสตร์เพื่อราษฏร) เรื่อง “ตุลาการ – มโนธรรมสำนึก – ประชาธิปไตย” เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ช่วงบ่ายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ขอบคุณคณะนิติศาสตร์ มธ. ที่เปิดโอกาส เปิดพื้นที่ให้งานนี้ได้เกิดขึ้น

จริงๆตอนแรกมีอิดออด อยากจะทำธุระเรื่องอื่น แต่เพื่อนบอกอยากไปให้กำลังใจกลุ่มของคณะนิติราษฏร์ ก็เลย...ไปให้กำลังใจด้วยก็ได้

ไม่เคยได้ฟัง ไม่เคยได้อ่านงานของท่านผู้พิพากษา สถิตย์ ไพเราะมาก่อน แต่วันนั้น ท่านทำให้เราเข้าใจอะไรๆขึ้นมาก และถ้อยคำหนึ่งที่ท่านยกตัวอย่างเรื่องที่ท่านอ่าน ราษฏรคนจีนไม่ยอมไปฟ้องร้องคดีที่ศาล เพราะ "ภูเขานั้นสูงลิ่ว แม่น้ำก็กว้างใหญ่ ขอบฟ้านั้นอยู่แสนไกล..." เสียงของราษฏรตัวเล็กๆคนนั้น คงจะไปไม่ถึง ในระหว่างการเสวนาหรืออภิปรายที่ว่า จึงมีคำคำนี้อยู่บ้างเป็นระยะ

ท่านสถิตย์เป็นผู้พิพากษาที่ดูไม่มีมาดน่าเกรงขามเลยล่ะ (แบบนี้ หมิ่นมั้ยน้า ?? ) ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีและโต้ตอบประเด็นต่างๆได้เฉียบคมด้วยคำพูดง่ายๆ

นอกจากคำว่าขอบฟ้านั้นอยู่แสนไกล ที่เราได้ข้อคิดจนอยากกลับไปค้นต่อคือ ความเป็นมาของ Magna Carta คุ้นๆว่าเคยรู้มาก่อน แต่ลืมไปแล้วล่ะ

อืม...จริงๆแล้ว ประเด็นที่ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และอำนาจตุลาการจะเชื่อมโยงกับการเป็นของปวงชนชาวไทยยังไง อันนี้สิที่กระตุกใจให้คิดหนัก ถ้าไม่ได้มาฟังการอภิปรายที่นี่ เราคงไม่เคยเห็นในจุดนี้

อ.วรเจตน์พูดถึงการใช้งบประมาณของศาล การตั้งที่ปรึกษา ตั้งอัตราค่าตอบแทน รวมไปถึงคุณสมบัติของบุคคลเหล่านั้น ก่อนหน้านี้ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของอ.นันทวัฒน์จากที่นี่ มีประเด็นที่ว่าตอนท้ายด้วย
//www.pub-law.net/publaw/view.aspx?id=1522

แต่ที่สำคัญ ประเด็นการตรวจสอบความโปร่งใสของฝ่ายตุลาการ โดยเฉพาะเรื่องอื้อฉาวที่เกิดในตอนนี้ ใครจะเป็นฝ่ายริเริ่ม ดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมเสียทีน้า รออยู่...

ขอบคุณผู้อภิปรายทุกท่านและคณะนิติราษฏร์ที่จัดงานดีดีแบบนี้มาให้ศึกษากันค่ะ




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2553 18:54:30 น.
Counter : 446 Pageviews.  

นิติศาสตร์เพื่อราษฎร

Website ที่กลุ่มอาจารย์กฎหมายร่วมกันสร้างขึ้นค่ะ

นิติราษฎร์ นิติศาสตร์เพื่อราษฎร

//www.enlightened-jurists.com/





 

Create Date : 21 กันยายน 2553    
Last Update : 21 กันยายน 2553 20:53:50 น.
Counter : 364 Pageviews.  

1  2  

Valentine's Month


 
saifan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add saifan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.