Group Blog
 
All blogs
 

ไอศกรีมตะไคร้-อัญชัน

ไอศกรีมตะไคร้-อัญชัน



เล่าเรื่องที่มาของไอศกรีมรสนี้ซะหน่อย

ตอนไปเที่ยวทุ่งลาเวนเดอร์ ได้ลองเด็ดต้นมาดมดู



แวบแรก รู้สึกว่า มีกลิ่นคล้ายตะไคร้ แต่ลาเวนเดอร์จะออกกรุ่นกลิ่นละมุนมากกว่า
ในขณะที่ ตะไคร้จะเป็นกลิ่นออกแนวเครื่องเทศชัดเจน

ลักษณะต้นก็เป็นกอๆ คล้ายกัน

ตอนที่ไปเริ่มผลิดอก ยังไม่สะพรั่ง



แต่มีแบบดอกบานให้ดูบ้าง



ใกล้เข้าไปอีกนิด



แล้วก็ไปเจอนี่
ไอศกรีมรสลาเวนเดอร์



เกริ่นมาซะยืดยาว ฮ่าๆๆ
คือจะบอกว่า ชอบสีของไอศกรีม ลาเวนเดอร์มาก... ม่วงปนฟ้า
ก็เลยอยากทำไอศกรีมสีนี้

เลือกทำ ไอศกรีมรสตะไคร้ ทั้งๆที่เคยทำแล้ว แต่อยากลองส่วนผสมนี้
อีกทั้งอยากได้รสตะไคร้ที่เข้มๆกว่าคราวที่แล้ว

หน้าฝน อัญชันก็ดอกเยอะด้วย


จิ้ม กินกับน้ำพริกก็อร่อย

สีสวย..ชอบจัง


ส่วนประกอบ

-ตะไคร้ 12 ต้น
-ดอกอัญชัน สัก2 กอบกำมือใหญ่ๆ ประมาณ 100 กรัม
-ไข่แดง 3 ฟอง
-น้ำตาลทราย 120 กรัม
-นมสด 1 ½ ถึง 1 ¾ ถ้วยตวง
-วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง

วีธีทำ

ส่วนอัญชัน

-ล้างดอกอัญชัน สับหยาบๆ
-แบ่งนม ออกมาสัก ¾ ถ้วยตวง เอาดอกอัญชันใส่ลงไป ขยี้ๆด้วยทัพพี ให้สีจากดอกอัญชันออกมา
-เอาไปกรองกากออกไป พยายามขยี้ยขำออกมาเยอะๆ เพราะกว่าจะได้เป็นไอศกรีม ต้องใส่วิปครีมอีก สีก็จะจางลงไป



ส่วนตะไคร้

-หั่นตะไคร้ ใส่ลงในนมที่เหลือที่ใส่ในหม้อไว้
-นำขึ้นตั้งไฟอ่อนถึงกลาง พอให้กลิ่นออกมามากๆ
-ใช้ตะไคร้ 12 ต้น ก็แน่นหม้อต้มหน่อย แต่อยากได้รสเข้มๆ เลยใช้เยอะ
-ปิดไฟ ยกออกจากเตา ปิดฝา ให้กลิ่นอบอวลอยู่ในหม้อสัก 15 นาที

-ระหว่างนี้ ตีไข่แดงให้ขึ้นฟู ใส่น้ำตาล ทีละช้อน

-กะว่าส่วนตะไคร้ได้ที่ก็ กรองออก
-กรองด้วยผ้าขาวบางจะดีกว่า จะได้บีบส่วนผสมออกมาให้ได้มากที่สุด
เพราะใช้ตะไคร้เยอะ พอกรองแล้วอาจส่วนผสมส่วนนี้ หดหายไป
ก็เติม ให้ได้ 1 ถ้วยตวง
-เอาส่วนอัญชัน กับ ส่วนตะไคร้ผสมกัน

-ค่อยๆใส่ส่วนนมที่ผสมตะไคร้อัญชันนี้ ลงไปในน้ำตาลกับไข่แดงที่ตีให้เข้ากันแล้ว
ใส่ที่ละน้อย คนให้เข้ากันก่อน จะได้เข้ากันง่ายและทั่วถึง
-จากนั้นผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน
-ยกไปตั้งหม้อตุ๋น ตุ๋นส่วนผสมทั้งหมด สัก 10 นาที
-พักไว้ให้เย็น
-นำไปบ่ม4-6 ชั่วโมง หรือ ข้ามคืน
-เอาออก มา ใส่วิปครีม คนให้เข้ากัน เอาเข้าเครื่องปั่น
-ปั่นสัก 30-40 นาที
-ตักใส่ภาชนะ แช่แข็งไว้อีก 2-3 ชั่วโมง

ตักเสิร์ฟ



สำเร็จแล้วไอศกรีมรสที่ต้องการ กับสีที่ชอบ
ไม่ได้ต้องการให้เป็นไอศกรีมสุขภาพนะ ..ฮ่าๆๆ
แต่มันก็มีสมุนไพรอยู่ด้วยพอดี ตะไคร้ ให้กลิ่นและ รสเฉพาะ
ส่วนอัญชันไม่มีรสชาติเฉพาะ แต่ก็ให้สีสวยตามธรรมชาติ
ว่ากันว่า มีสรรพคุณรักษาอาการผมร่วง แก้ฟกช้ำบวม
สรรพคุณของอัญชัน ยังไม่รู้ฤทธิ เพราะตอนกินไอศกรีมไม่ได้ฟกช้ำ
แต่ ตะไคร้ ที่ว่าแก้จุก เสียด ช่วยขับลม
กินไอศกรีม แค่ครึ่งถ้วย ที่เห็นในรูป ก็ช่วยขับลม สบายท้องดีแท้..คริ คริ










 

Create Date : 21 ตุลาคม 2553    
Last Update : 21 ตุลาคม 2553 23:10:22 น.
Counter : 4954 Pageviews.  

ไอศกรีมโยเกิร์ต

Yogurt Ice cream

ไม่ได้อัพบลอก ไอศกรีมนานมากๆๆ
นานๆทำที ที่ทำบ่อยๆก็รสชาตรามือ เลยไม่มีสูตรใหม่ๆ
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปเดินเล่นแผนกเครื่องครัว สอยเครื่องทำไอศกรีม มาใหม่ แบบที่มีคอมเพรสเซอร์ทำความเย็นในตัว
ไม่ต้อง แช่ถังให้ยุ่งยากแบบอันเก่าที่มี
เลยกลับมาทำไอศกรีมอีก
วันนี้ทำ ไอศกรีมโยเกิร์ต



คุณผู้ชายที่บ้านจะกินโยเกิร์ตทุกวัน วันละ สองถ้วย เช้า และบ่าย
เค้าบอกว่า เวลาหิวก่อนอาหารเที่ยงและเย็น กินแล้ว มันอยู่ท้อง ช่วยให้หายหิว และดีต่อสุขภาพ




เรื่องราวของโยเกิร์ต
หาอ่านได้ทั่วไป ตอนนี้เหมือนว่าจัดเป็นอาหารในกลุ่มอาหารสุขภาพไปแล้ว
อุดมไปด้วย แคลเซี่ยม ที่ดีต่อกระดูก และ ลำไส้ใหญ่
โดยเฉพาะ แบคทีเรียในโยเกิร์ต จะช่วยการเติบโต ของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ อีกทั้งแคลเซี่ยมเอง จะช่วยลดการเจริญของเซล เยื่อบุผนังลำไส้ใหญ่ ทำให้อาจจะช่วยลด การเกิดมะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้
คุณประโยชน์ของ โยเกิร์ต สาธยายได้ไม่หมด
ส่วนตัวแล้ว ไม่ได้กินโยเกิร์ตประจำ จะกินตอนอยากคุมน้ำหนัก แฮ่ๆ
โดยเอาโยเกิร์ตราดมูสลี่(muesli) และ หั่นกล้วยหอมลงไปด้วย
แต่ถ้าไปเดินห้างจะชอบไอศกรีมโยเกิร์ตยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง ที่มีผลไม้ใส่เป็น ท็อปปิ้ง ชอบมาก
ถ้าเจอจะซื้อกินทุกครั้ง



ส่วนผสม สำหรับไอศกรีมโยเกิร์ต

-โยเกิร์ตชีส หรือ strained yogurt 2 ถ้วย
-วิปปิ้งครีม ½ ถ้วย
-น้ำตาลทราย 50 กรัม
-วานิลลา 1 ช้อนชา
เริ่มแรกจะทำ โยเกิร์ตชีสก่อน หรือเรียกว่า Strained yogurt
ก็เพราะว่า วิธีการทำ คือ เอาโยเกิร์ตมากรอง
เอาส่วนของเหลวที่ออกมาที่เรียกว่า whey ออกไป

เพื่อจะได้ เนื้อไอศกรีม ที่เป็นเนื้อเป็นหนัง มีส่วนน้ำอยู่น้อยๆ

วีธีการทำ โยเกิร์ตชีส หรือ strained yogurt

-โยเกิร์ตรส ธรรมชาติ แบบถ้วย ทีขายในบ้านเรา ใช้แบบไขมันต่ำยิ่งดี
-ใช้ 6 ถ้วยที่ขายกัน จะประมาณ 3 ถ้วยตวง
จากนั้น เทใส่ ผ้าขาวบาง ถ้าใช้ผ้าขาวบางแบบที่ขายในแผนกเครื่องครัว ตามร้านซุปเปอร์สโตร์ทั่วไป ต้องใช้ ประมาณ 4 ผืน
ผืนเดียว ผ้าจะบางมาก แทนที่น้ำจากโยเกิร์ต จะออกผ่านผ้าอย่างเดียว เนื้อโยเกิร์ต ก็จะออกมาด้วย
เพราะครั้งแรกที่ทำ ใช้ 2 ผืน ทุลักทุเลมาก เนื้อซึมออกมาด้วย
ลองแล้ว 4 ผืนกำลังดี
เอาวางไว้บนกระชอน ที่วางพาดไว้ในอ่างหรือหม้อ
ให้ก้นกระชอน ห่างจากก้นอ่างพอสมควร



จากนั้นก็รวบชาย มัดไว้ให้ใกล้ส่วนโยเกิร์ต



เอาไปวางไว้ในตู้เย็น สัก เกิน 3 ชั่วโมง แล้วแต่ว่าอยากให้เนื้อชีสแห้งขนาดไหน (มีคนทำไว้ตั้งแต่ 3-36 ชั่วโมง)
ตอนที่ทำแช่ลืมไว้ในตู้เย็น เกือบ 26 ชั่วโมง เพราะมัวแต่ทำโน่นนี่นั่น

ก่อนแกะผ้าออก บีบน้ำออกให้มากที่สุด



แกะผ้าออก



ดูปริมาณ เวย์(whey) ที่ได้ ถ้วยกว่าๆ
ความจริงเจ้า whey นี่ก็มีสารอาหารอยู่เหมือนกันนะ
เพียงแต่เวลาเอามาทำ frozen yogurt มันจะมีปริมาณ ของเหลวมากไปหน่อย จะทำเนื้อไอศกรีม ไม่เนียนถ้าเทียบกับ เอาโยเกิร์ตที่กรองเวย์แล้วมาทำ

แต่เอาโยเกิร์ต แบบไม่กรองมาใช้ก็ได้



ชาวกรีก ชีสแบบนี้ เค้าก็ราดน้ำผึ้ง แล้วรับประทานเป็นของหวานเลย

เนื้อโยเกิร์ตชีส



ถ้าเอาโยเกิร์ตชีส หรือ โยเกิร์ตที่กรองแล้วนี้ ใส่น้ำตาลสักเล็กน้อย
แล้วเอาไปปั่นในเครื่อง ทำไอศกรีม ก็จะออกมา เป็น frozen yogurtกินกับผลไม้ ก็อร่อยแล้ว
แต่ อยากได้รสสัมผัสที่นุ่มเนียนไปอีกหน่อย
ก็เอา วิปปิ้งครีมไปผสม แล้วเข้าเครื่องปั่นไอศกรีม

วิธีทำไอศกรีมโยเกิร์ต

-เอานำตาล (ควรป่นละเอียด) ใส่ในวิปปิ้งครีมแล้วคนจนน้ำตาลละลาย
-เทใส่ในโยเกิร์ต ชีส คนให้เข้ากัน
(การใส่น้ำตาลลองใส่ ครึ่งหนึ่งของสูตรก่อนก็ได้ ชิมดูหากไม่หวานพอก็เติมได้)
-ใส่วานิลลา ลงไปสัก 1ช้อนชา



-แล้วเอาเข้าเครื่องปั่นไอศกรีม
หรือถ้าไม่มีก็ใช้วิธีเอามาขูดหลังจากแช่เย็นทุก 2-3 ชั่วโมง
ดูวิธีทำในนี้ วิธีทำไอศกรีมแบบไม่ใช้เครื่อง
ก็จะได้ออกมา เป็นไอศกรีมรสโยเกิร์ต




ใส่ผลไม้สดเข้าไป



ชอบใส่ มูสลี่ Muesliด้วย



เวลากินจริงๆ ใส่ muesli มากกว่านี้
แต่กลัวถ่ายรูปแล้วไม่เห็นเนื้อไอศกรีม
ถ่ายยากมาก กลัวไอศกรีมละลายก่อน



ในวันที่เหนื่อยล้า ไอศกรีมโยเกิร์ตเย็นๆ กับผลไม้สดอาจเรียกความสดชื่น
กลับมาได้เนอะ



ปิดท้ายด้วยรูปผลไม้ ชอบสีสันที่สดใสและหลายหลาก ....




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2553    
Last Update : 15 ตุลาคม 2553 21:48:50 น.
Counter : 15484 Pageviews.  

~MY GREEN FRIEND~


เพื่อนรักของผมคนนี้ ยอมเสียสละร่างกายของเค้าให้ผม และไม่ใช่ครั้งเดียวด้วยนะ เสียให้บ่อยซะด้วยสิ
ผมพบกับเค้าครั้งแรกที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ตอนนั้นผมยังเด็กมากอยู่เลย
จำได้ว่าเค้าดูเหมือนไม่สบายอยู่ เพราะตัวของเค้าจะออกสีเขียวๆ
ผมเองก็รู้สึกกลัวๆ กล้าๆ ที่จะทำความรู้จักกับเค้า ทุกวันนี้เค้าก็ยังดูตัวเขียวๆ แบบนั้นไม่เปลี่ยนแปลง
จนผมเข้าใจแล้วล่ะว่านั่นคือธรรมชาติของเค้า

แต่ก็แปลกนะครับ มันเหมือนกับที่เค้าเรียกกันว่า "love at first sight" บอกไม่ถูกว่าทำไม
แต่แค่เจอครั้งเดียว ผมก็ติดใจเค้าจนไม่อาจเปลี่ยนใจได้
ในหมู่คนที่ผมรู้จัก มีหลายคนมากที่ไม่ชอบเค้าเลย
และเค้าเหล่านั้นก็มักจะถามผมว่าผมชอบเพื่อนคนนี้ได้ยังไง ไม่เห็นจะมีดีตรงไหนเลย
แต่ก็มีอีกหลายคนที่ชอบเค้า และก็ยังมีอีกหลายคนที่ผมแนะนำให้รู้จักกับเค้าแล้วก็รู้สึกดีกับเค้าขึ้นมา
ต่างคนต่างจิตต่างใจ ผมรู้ว่าผมคงไปบังคับความรู้สึกใครไม่ได้ แต่สำหรับผมแล้ว ผมรักเค้าเลยครับ
รักจนกล้าพูดว่า ผมคงจะแย่แน่ๆ ถ้าชีวิตนี้ต้องขาดเค้าไป ...

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าผมจะไปเรียนที่ประเทศไหน เขาก็จะตามผมไปเสมอ
ส่วนใหญ่เค้าจะชอบไปทำงานพิเศษอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นสาขาต่างๆ
และผมก็จะแวะไปหาเค้าอยู่เรื่อยๆ เมื่อมีเวลา
ถ้าพูดกันตรงๆ ก็ต้องบอกว่า เพื่อนของผมคนนี้เค้าเป็นคนที่เรื่องมากพอสมควร
แต่ไหนแต่ไรมา เค้าจำเป็นต้องอยู่ในที่เย็นๆ ตลอดเวลา อยู่ในที่ร้อนๆ ได้ไม่นานก็จะมีอาการอ่อนเพลีย
ไร้เรี่ยวแรงลุกไม่ขึ้น เหมือนเป็นโรคประจำตัวของเค้าเลยก็ว่าได้
เค้าเป็นคนไม่พูดไม่จา แต่ทุกครั้งที่ผมมีปัญหา ทุกครั้งที่ผมเครียด เค้ารู้ดีว่าจะต้องทำยังไง ...
เค้าจะยอมเป็นของผมโดยไม่มีอาการขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น
เค้ามีวิธีที่จะทำให้ผมเย็นลง และผมก็จะรู้สึกเครียดน้อยลง
บางทีผมถึงกับต้องเอาเค้ามาเก็บตัวอยู่ที่บ้านของผมเองในช่วงที่ผมเครียดมากๆ
เวลาผมเอาเค้ามาอยู่ที่บ้าน เราก็จะได้เจอกันวันละหลายครั้งหน่อย
แต่ถ้าผมไม่พาเค้ามาที่บ้าน บางทีผมก็ไม่ได้เจอเค้าเป็นอาทิตย์เลย
แต่ทุกครั้งที่เจอเค้า ผมก็จะรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที เพราะเค้าทำให้ผมอารมณ์ดีได้เสมอเลยครับ
แต่ถ้าจะบอกว่าเพื่อนคนนี้มีแต่ข้อดีก็คงเป็นการโกหก ผมต้องยอมรับครับว่า
มีบางครั้งที่เค้าทำให้ผมแอบผิดหวังเล็กน้อยเหมือนกัน เพราะบางครั้งที่ผมไปเจอเค้าในสถานที่ต่างๆ กัน
ผมก็เคยรู้สึกว่าเค้าเปลี่ยนไป บางทีเค้าออกแนวหวานเกินไป บางทีเค้าก็ออกแนวจืดเกินไป
แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบที่สุดเกี่ยวกับตัวเค้าก็คือ พบกับเค้าทีไร เค้าจะต้องมาทำให้ผมอ้วนขึ้นทุกที!
นอกจากนี้ เค้ายังเป็นคนหลายใจมากด้วยครับ ผมเคยเห็นเค้าอยู่กับคนโน้นคนนี้ หน้าไม่ซ้ำกันเลย
ทั้งคนไทย คนญี่ปุ่น คนฝรั่ง ฯลฯ จริงๆ นะ
แต่ถามว่าผมโกรธมั้ย ไม่เลยครับ ... ก็คนมันรักไปแล้วนี่ จะให้ทำยังไงได้

ทุกวันนี้ ผมต้องทำงานหนักมากจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัวเลย
แต่ก็มีพี่ๆ น้องๆ แฟนคลับหลายคนรู้ว่าผมรักเพื่อนคนนี้มาก เลยพาเค้ามาให้ผมเจอบ่อยๆ
เกือบทุกครั้งที่ผมไปเล่นคอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ เค้าจะนั่งรอผมอยู่เงียบๆ หลังเวที
บอกตรงๆ ว่า จากวันแรกที่เจอกันจนถึงวันนี้ ความประทับใจที่ผมมีต่อเพื่อนคนนี้ยังไม่เคยลดน้อยลงเลย
และผมไม่เคยเบื่อเค้าเลยด้วย ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยพบเห็นเพื่อนของผมคนนี้ผ่านสายตามาบ้าง
เพราะเค้าค่อนข้างจะป๊อปปูล่าร์ในหมู่คนเอเชีย แต่หลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยเข้าไปทักเค้า
แต่ถ้าอยากรู้จักกับเค้าจริงๆ คงจะต้องยอมเสียตังค์ให้เค้าหน่อยนะครับ
เพราะเค้าไม่ค่อยยอมเป็นของใครฟรีๆ หรอก

คำแนะนำ: เมื่อได้เค้ามาแล้วลอง “ ชิม ” เค้าดูนะครับ แล้วคุณจะติดใจ

เพื่อนรักของผมคนนี้ คือ “ไอติมชาเขียว” ครับ
...ว่าแล้วก็ขอแวะไปหาเค้าก่อนนะครับ!


ณัฐ ศักดาทร

เมื่อวันที่ 2008-05-16

**********
เขียนไว้ที่นี่ //www.virginradiothailand.com/soft/event/soft_diary/view.php?id=77



Photobucket

วันนี้นำหนุ่มหล่อ หน้าใส นิสัยดี มาเข้าห้องครัวด้วย
คือ..ติดตามและเชียร์พี่นัท ณัฐ ศักดาทรมาตลอดเลยค่ะ
ตั้งแต่ตอนอยู่ในบ้าน AF รุ่น4
จนพี่นัท(เรียก พี่นัท ตามน้องๆในบ้านเอเอฟ) ได้เป็นthe winner ในที่สุด
และเมื่อเร็วๆนี้ พี่นัทได้เขียนบทความนี้ที่เวบดังกล่าว

Photobucket

(ขอบคุณเจ้าของภาพพี่นัท ที่นำมาประกอบด้วยนะคะ)

******
อ่านแล้ว อยากมีเพื่อนตัวเขียวบ้างจัง
เลยเป็นที่มาของ ไอศกรีมรสชาเขียว ที่ทำโดยได้แรงบันดาลใจจากบทความของ ณัฐ ศักดาทรคนนี้
ปกติถ้าดื่มชา ชอบชาจีนมากกว่าชาใดๆ โดยเฉพาะ ชาอู่หล่ง
ชาเขียวดื่มได้แต่ไม่โปรด ไอศกรีมชาเขียวก็กินได้ ตั้งแต่ดูเออฟแล้ว
เห็นพี่นัทและน้องๆกินแล้ว ก็บึ่งรถไปซื้อมาลองกิน ก็ไม่เลวนะคะ

แต่..คราวนี้ลองทำดูเองเลย ได้รสชาเขียวเข้ม และไม่หวานมากอย่างที่ชอบ
เพราะถ้าซื้อแล้ว บางครั้งรสหวานไปนิดนึง

Photobucket


ส่วนผสม..
ไข่แดง 2 ฟอง
น้ำตาล 80 กรัม
นมสด 250 ซีซี.
วิปปิ้งครีม 150 ซีซี.
ผงชาเขียว 2 ชต.
แป้งข้าวโพด 1 ชช.

ลงแต่รูปผงชาเขียวก็แล้วกัน เค้าแบ่งขาย 2 ขีดเป็นอย่างต่ำ
สีเข้มดี..สมเป็นชาเขียว เรียกเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย 5555


Photobucket

วิธีทำ( ถ้ายัง งงๆกลับไปดูในบลอก รสวานิลลานะคะ)

ไม่ลงรูปขั้นตอน เพราะไม่ได้ถ่ายทำไว้
-เริ่มแรกก็เอานม ไปอุ่นก่อน (scalding) พักไว้ให้เย็น
-ไข่แดง ใส่ชามผสม ตีไข่แดง สลับกับใส่น้ำตาลจนหมด
น้ำตาล เนี่ยถ้าใครชอบหวานนิดก็ใส่ได้ ถึง 100 กรัม
เพราะที่ทำ 80 กรัมนี่ให้คนที่บ้านกินคำแรก บอกจืดไปหน่อย
แต่คนทำชอบ ไม่เลี่ยนดี
-ใส่แป้ง ข้าวโพด ตีให้เข้ากัน
-ใส่ผงชาเขียว ค่อยๆตะล่อมตีให้เข้ากัน
อย่าใส่คราวละเยอะ ๆนะคะ อาจฟุ้งกระจายได้
-พอส่วนผสมได้ที่ ก็รินนมใส่ลงไป ทีละ หนึ่งส่วนสาม
ค่อยๆคนให้เข้ากัน จนหมด ได้ส่วนผสมเป็นเนื้อเดียว สีสม่ำเสมอ
-จากนั้นก็ เอาไปตุ๋น คนตลอด จนส่วนผสมเป็นฟิล์มบางๆติดทัพพี
ประมาณ 10 นาที
-พักไว้ให้เย็น จากนั้นก็เอาไปบ่ม ในช่อง chill..ใต้ช่องฟรีซ 4-6 ชม.
-เอาออกมา เทวิปปิ้งเข้าไปผสม คนให้เข้ากัน
-เข้าเครื่องปั่น ถ้าไม่มีก็ขูด ข่วน ตามที่อธิบายใน บลอกวานิลลา

หน้าตา เมื่อปั่นเสร็จ

Photobucket


สีเข้ม รสชาติ ชาก็เข้ม ไม่หวานมาก

Photobucket

อร่อยดี กินคนเดียว เพราะสมาชิกเด็กๆยังไม่คอยโปรดรสนี้..ชื่นใจ

Photobucket








 

Create Date : 07 มิถุนายน 2551    
Last Update : 12 กรกฎาคม 2551 14:08:20 น.
Counter : 1553 Pageviews.  

ไอศกรีมโฮมเมด..รสช็อกโกเลตฟัดจ์บราวนี่

Chocolate fudge brownie ice cream.


Photobucket

มันเริ่มมาจากเด็กๆบอกว่า ลองเปลี่ยนรสช็อกโกเลตธรรมดา
เป็นรสช็อกโกเลตแบบอื่นบ้าง
เลยลองรสนี้
ความจริงมันก็คือไอศกรีมช็อกโกเลตผสมบราวน่นั่นแหละ
แต่แทนที่จะกินแยก ก็จับมาใส่ในไอศกรีมไปเลย
อร่อย เข้มไปอีกแบบ
เนื่องจาก ช็อกโกเลตชิฟที่วางไว้ที่อุณหภมิห้อง หลอมเป็นหนึ่งเดียวไปแล้ว

Photobucket

ไอศกรีมที่เคยใช้ dark choc. เลยใช้ตัวนี้แทน
เพื่อมิให้เสียของ
เป็นsemi-sweet choc.มีโกโก้ ประมาณ 22%
ในสูตรไอศกรีมรสช็อกโกเลตที่ลงไว้
เลยเพิ่มจาก 100 กรัม เป็น 150 และลดน้ำตาลลงจาก80 เหลือ 50 กรัม
วิธีทำ ตามบลอกรสช็อกโกเลต

บราวนี่เลือกสูตรไหนก็ได้นะคะ

แต่พี่เลือกอันนี้ มันน้อยดี เหมาะสำหรับใส่ไอศกรีมขนาดที่ทำ
เอามาจากเวบ ดัดแปลงนิดหน่อยให้เข้ากับของที่มี
บราวนี่

- Choc.chip semi-sweet 20 กรัม
- เนยจืด 30 กรัม
- น้ำตาลทราย 70 กรัม
- ไข่ ตีพอแตกๆ 1 ฟอง
- แป้งอเนกประสงค์ 55 กรัม
- ผงโกโก้ 20 กรัม
- เบคกิ้งโซดา 1 /4 ชช.
- เกลือ 1 /8 ชช.
- วานิลลา 1 /2ชช.
จะเห็นว่าส่วนผสม นิดๆหน่อยๆ ถ้าใครทำเบิ้ลสูตรก็ได้ ไหนๆก็เปิดเตาไปแล้ว
วิธีการ

-เปิดเตา ที่180 องศาซี
-เนยทาถาด พี่ใช้พิมพ์ 1 ปอนด์
-ร่อนของแห้ง รวมกัน
-ละลายช็อกโกเลต ในไมโครเวฟ 30 วินาที
-ใส่เนยลงใน ชามช็อกโกเลต ค่อยใส่น้ำตาล ตีให้เข้ากัน
-ใส่วานิลลา ไข่ลงไป ตีให้เข้ากัน
-ใส่ของแห้ง ในส่วนเหลว ตีให้แค่พอเข้ากัน
-อบ ประมาณ 16นาที

พักให้เย็น บิเป็นชิ้นเล็กๆ อร่อยดี ไม่หวานจัด
ที่นี้พอขูด ข่วนไอศกรีมเสร็จ ก็ไส่ปราวนี่ที่บิลงไป
คนตะล่อม พอเข้ากัน ใส่ช่องฟรีซ 3-4 ชม.

หรือถ้าใช้เครื่องปั่นก็ใส่เจ้าบราวนี่ไปตอน อีก 5 นาทีจะปั่นเสร็จ
แค่นี้เราก็ได้ไอศกรีม ที่ริช ช็อกโกเลตมาหม่ำกันแล้ว
แต่..

แนะนำให้ใส่บราวนี่ในสูตรนี้แค่ 2 ใน 3ส่วน
เวลากินจะได้รสสัมผัสของไอศกรีมบ้าง ไม่ใช่เคี้ยวเจอบราวนี่ทั้งคำเป็นส่วนใหญ่
รสนี้เนื้อไม่เนียนมาก
แต่ขอบอกรสชาติ เข้ม ฉ่ำ..ไม่กลัว ฉุ กันเลยทีเดียว
เพราะรสนี้..ทำแล้ว วันเดียวหมด อิอิ

Photobucket









 

Create Date : 05 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 5 พฤษภาคม 2551 17:59:39 น.
Counter : 1814 Pageviews.  

ไอศกรีมโฮมเมด..รสพิสตาชิโอและรสเม็ดมะม่วงหิมพานต์

Photobucket
ไม่ได้มาเข้าห้องก้นครัวและอัพบลอกร่วมปี
มีเรื่องโน่นนี่ให้ทำมากมาย
แต่หน้าร้อนก็อดไม่ได้ที่ต้องทำไอศกรีมกินกันซะหน่อย
นอกจากรสวานิลลา รสชานมเย็นและรสช็อกโกเลตที่ทำบ่อยๆแล้ว

ดัดแปลงจากหนังสือ ไอศกรีมผลไม้ ของหนังสือพิมพ์แสงแดด
ของที่ใช้ก็มี
Photobucket
นมจืด 250 ซีซี
ไข่แดง 3 ฟอง
น้ำตาลทราย 80 กรัม
แป้งข้าวโพด 1 ชช.
ถั่วพิสตาชิโอ แกะเปลือกแล้ว 50 กรัม
(ใช้ที่เค้าอบเกลือแพคเป็นถุง)
Whippimg cream 250 ซีซี.
วันที่ทำ ไม่มีนมสดจืดติดบ้าน เลยใช้นมจืดคาร์เนชั่นแบบในรูปก็ใช้ได้
วิธีการทำไม่ลงรายละเอียด เห็นไข่ก็คงรู้ว่าเป็น custard style กลับไปดูขั้นตอนที่บลอกวานิลลานะคะ
วิธีทำ
-อุ่นนม พักไว้
-ตีไข่แดง ค่อยๆใส่น้ำตาลลงไป ตีให้เข้ากัน ใส่แป้งข้าวโพดในตอนท้าย
-เทนมที่อุ่นแล้ว คนให้เข้ากัน(นมแค่อุ่น อย่าร้อนจนเดือด)
-เอาไปตุ๋นในหม้อตุ๋น คนไปเรื่อย จนเป็นครีมนวล ยกลงพักให้เย็น
-หันมาทำ ครีมพิสตาชิโอ โดยเอา พิสตาชิโอใส่โถปั่น
(อาจจะแบ่งไว้นิดหน่อย เอามาบุบโรยหน้า)
จากนั้นเติมวิปปิ้งครีม ลงไปสัก 100 ซีซี
-ปั่นให้เข้ากัน ไม่ต้องละเอียดมาก
-ตักออกมา เอาวิปปิ้งครีมที่เหลือ ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน เอาเข้าไปไว้ในตู้เย็น
-เอาคัสตาร์ดที่พักให้เย็นไปบ่ม(age) สัก 4-6 ชม.
-เอาออกมา ใส่ครีมพิสตาชิโอลงไป คนให้เข้ากัน
อาจจะหยดสีเขียว(พี่ใช้สีเขียว apple)หยดลงไปเล็กน้อยก็ได้
-ใส่เครื่องปั่น ประมาณ 25 นาที
-ถ้าไม่มีเครื่องก็เริ่มขบวนการ ข่วนๆ ตะกุยๆ เช่นเคย
ตักมาใส่กล่อง, freeze สัก 2-3 ชม.ก็ตักออมากินได้
เนื้อไอศกรีมเข้มข้น ฉ่ำมัน..โรยถั่วบุบลงไป อร่อยมาก
เป็นอีกหนึ่งรสโปรดไปเลย...
Photobucket
....
จากการที่ทำรสนี้ออกมาแล้วเวิร์คมาก ก็เลยใช้สูตรเดียวกันนี้ทำรสเม็ดมะม่วงหิมพานต์
วิธีการทำเหมือนกันทุกอย่าง เพียงแต่เปลี่ยน พิสตาชิโอเป็น เม็ดมะม่วงฯ
ก็อร่อยพอกัน
Photobucket
เลือกทำเอาตามใจชอบ แต่พี่จะชอบรสพิสตาชิโอมากกว่านิดนึง
Photobucket











 

Create Date : 20 เมษายน 2551    
Last Update : 3 ตุลาคม 2553 23:47:00 น.
Counter : 2878 Pageviews.  

1  2  3  

Valentine's Month


 
ร่ำอักษรา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




..
Friends' blogs
[Add ร่ำอักษรา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.