กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
 
เทศาภิบาล ตอนที่ ๓ ปรับราชการมหาดไทย


พระบาทสมเด็จ ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
สมเด็จพระปิยมหาราช



ตอนที่ ๓ ปรับปรุงราชการมหาดไทย

เมื่อข้าพเจ้าเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ดูเหมือนคนทั้งหลาย ทั้งที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทยและอยู่นอกกระทรวงมหาดไทย จะคอยดูกันมากว่าข้าพเจ้าจะไปทำอย่างไร บางทีจะมีมากที่คาดกันว่า พอข้าพเจ้าไปถึงคงจัดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในทันทีตามประสาคนหนุ่ม และได้เคยจัดการอย่างใหม่มาหลายแห่งแล้ว แต่ตัวข้าพเจ้าเองมีความวิตกมากด้วยยังไม่รู้ราชการกระทรวงมหาดไทย และยังไม่รู้จักข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทั้งที่ในกรุงฯ และตามหัวเมืองอยู่โดยมาก เห็นว่าจะต้องศึกษาหาความรู้ราชการกระทรวงมหาดไทยเสียก่อน เมื่อรู้แล้วจึงค่อยคิดอ่านจัดการต่อไป

ก็และการศึกษาหาความรู้นั้น จำจะต้องอาศัยไต่ถามข้าราชการผู้ใหญ่ในกระทรวง ที่เคยทำงานชำนิชำนาญมาแต่ก่อน ในเวลานั้นข้าราชการผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทยรองแต่เสนาบดีลงมา มี พระยามหาอำมาตย์ (หรุ่น ศรีเพ็ญ) สมุหมหาดไทยฝ่ายเหนือ กับ เจ้าพระยาศรีธรรมธิราช (เวก บุญยรัตพันธุ์) เมื่อยังเป็นพระยาราชวรานุกูล ปลัดทูลฉลอง แต่ปลดออกรับบำนาญแล้วทั้ง ๒ คน คงแต่ พระยาราชวรานุกูล (อ่วม) เมื่อยังเป็นพระยาศรีสิงหเทพ ปลัดบัญชีว่าที่ปลัดทูลฉลอง เป็นหัวหน้าราชการกระทรวงมหาดไทย ข้าพเจ้าจึงได้อาศัยไต่ถามแบบแผนกระบวนราชการกระทรวงมหาดไทยมาตั้งแต่แรก


พระยาราชวรานุกูล (เวก บุญยรัตพันธุ์) ปลัดทูลฉลอง
ต่อมาเลื่อนเป็น เจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช ในกระทรวงวัง


ตรงนี้อยากจะพรรณนาคุณของพระยาราชวรานุกูล (อ่วม) ซึ่งได้มีต่อตัวข้าพเจ้าลงไว้ให้ปรากฏ ตัวท่านกับข้าพเจ้าได้คุ้นเคยจนชอบกันอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนข้าพเจ้าเป็น เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย แต่จะเป็นเพราะความอารีโดยเคยมีไมตรีจิตในส่วนตัวก็ตาม หรือเพราะท่านมีความภักดีต่อราชการบ้านเมืองก็ตาม สังเกตเห็นได้ว่าท่านเต็มใจช่วยจริงๆ เหมือนอย่างว่าตั้งใจประคับประคองข้าพเจ้ามาตั้งแต่แรก

เป็นต้นว่า ในเวลาข้าพเจ้าปรึกษาหารือการงาน ถ้าท่านไม่เห็นชอบด้วยก็ทักท้วงและชี้แจงให้เห็นข้อขัดข้องตามความคิดของ ท่าน ไม่คล้อยตามด้วยเกรงใจข้าพเจ้า เวลาข้าพเจ้าถามแบบแผนหรือราชการซึ่งเคยมีมาแต่ก่อน ท่านก็พยายามชี้แจงให้ข้าพเจ้าเข้าใจ ไม่ปกปิดความรู้ความเห็นของท่าน เพราะฉะนั้นจึงได้รับความนับถือของข้าพเจ้า และทำการงานด้วยกันสนิทสนมยิ่งขึ้นด้วยโดยลำดับมา

มื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดให้พระยาราชวรานุกูล (เวก บุญยรัตพันธุ์) เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราชในกระทรวงวัง ท่านก็ได้เลื่อนจากที่พระยาศรีสิงหเทพขึ้นเป็น พระยาราชวรานุกูล ปลัดทูลฉลองเต็มตำแหน่ง ทำราชการอยู่ด้วยกันกับข้าพเจ้า และเป็นผู้รักษาราชการแทนในเวลาข้าพเจ้าไปตามเสด็จ หรือไปตรวจราชการหัวเมืองต่อมาอีกหลายปี จนท่านแก่ชราจึงกราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่งปลัดทูลฉลองไปรับบำนาญ ถึงเมื่อออกไปแล้ว เวลามีการงานอันใดซึ่งจะช่วยข้าพเจ้าได้ ท่านก็ยังอุตส่าห์เข้ามาช่วยอยู่เสมอจนตลอดอายุ ข้าพเจ้ายังคิดถึงคุณของพระยาราชวรานุกูล (อ่วม) อยู่ไม่ลืม


พระยาศรีสิงหเทพ (อ่วม) ปลัดบัญชีว่าที่ปลัดทูลฉลอง
เลื่อนเป็น พระยาราชวรานุกูล ปลัดทูลฉลองเต็มตำแหน่ง


แต่ก็ที่ข้าพเจ้าคิดว่ายังไม่จัดการงานอย่างไร จนเรียนรู้ราชการกระทรวงมหาดไทยเสียก่อนนั้น ไม่เป็นได้ดังคิด เพราะมีการบางอย่างซึ่งจำเป็นต้องจัดตั้งแต่แรก ตามระเบียบกระทรวงเสนาบดีที่ทรงจัดใหม่ ตัวข้าพเจ้าเป็นแต่เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้เป็นสมุหนายก จึงต้องปลดการในหน้าที่สมุหนายกส่งไปกระทรวงอื่น คือส่งการหมายสั่งราชการฝ่ายพลเรือนโอนไปยังกระทรวงวัง ซึ่งจะเป็นเจ้าหน้าที่หมายสั่งราชการทั้งฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือนต่อไปอย่าง หนึ่ง ส่งศาลอุทธรณ์ความหัวเมืองกับทั้งเรือนจำโอนไปยังกระทรวงยุติธรรมที่ตั้ง ขึ้นใหม่อย่างหนึ่ง

ระเบียบการในกระทรวงมหาดไทยเองก็ต้องแก้ตั้งแต่แรกอย่างหนึ่ง คือสั่งให้เลิกประเพณีที่เจ้าหน้าที่ต้องไปเสนอราชการที่บ้านเสนาบดี เพราะตัวข้าพเจ้าจะเข้าไปประจำทำงานที่ศาลาลูกขุนทุกวันเหมือนกับคนอื่น และให้จัดห้องประชุมขึ้นที่ในศาลาลูกขุนห้อง ๑ ถึงเวลากลางวันให้เจ้าหน้าที่นำหนังสือราชการ ไปเสนอต่อข้าพเจ้าในที่ประชุมพร้อมกันวันละครั้งทุกวัน

ในเวลาประชุมนั้น ข้าพเจ้าเชิญพระยาราชวรานุกูลให้มานั่งอยู่ข้างตัวข้าพเจ้า เมื่อฟังข้อราชการที่จะมีคำสั่ง ข้าพเจ้าถามท่านก่อน ว่าการเช่นนี้เคยสั่งกันมาอย่างไร หรือถ้าข้าพเจ้าสงสัยไม่รู้เค้ามูลของการนั้น ก็ถามให้ท่านชี้แจงจนเข้าใจเสียก่อน ถ้าเป็นการสามัญ ข้าพเจ้าเห็นว่าทำตามเดิมได้ไม่มีโทษ ก็สั่งให้ทำไปอย่างเดิม ถ้าเห็นว่าอาจจะมีได้มีเสีย ซึ่งจะต้องเลือกหาทางที่ถูก ข้าพเจ้าปรึกษาพระยาราชฯ ก่อน ถ้าเห็นพ้องกันก็สั่งตามนั้น ถ้าเห็นต่างกันก็ปรึกษาชี้แจงต่อไปจนตกลง ถ้าไม่ตกลงกันหรือเห็นว่าเป็นการสำคัญ ไม่ควรจะสั่งโดยพลการ ก็ให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ “ขอเรียนพระราชปฏิบัติ” หรือกราบทูลหารือเป็นเรื่องส่วนตัวตามที่เห็นสมควร

แต่ลักษณะขอเรียนพระราชปฏิบัตินั้น ข้าพเจ้าสั่งให้เลิกวิธีเขียนบันทึกในสมุดดำอย่างแต่ก่อน เปลี่ยนเป็นจดหมายซึ่งข้าพเจ้าร่างเองเป็นนิจ กราบทูลอย่างเล่าเรื่องคดีที่มีขึ้น แล้วกราบทูลวินิจฉัยตามความคิดของข้าพเจ้า และที่สุดกราบทูลว่าเห็นควรจะทำอย่างไรในจดหมายนำ ถ้าในใบบอกมีถ้อยคำควรพิจารณาก็ให้คัดสำเนาใบบอกถวายด้วย ไม่ให้ทรงลำบากเหมือนแต่ก่อน ก็ชอบพระราชอัธยาศัย


พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย


ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อแรกข้าพเจ้าไปเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ด้วยในวันแรกข้าพเจ้าไปนั่งว่าการ เจ้าพระยารัตนบดินทร์ท่านให้เสมียนตราเชิญตราจักรกับตราพระราชสีห์ สำหรับตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย มาส่งให้ข้าพเจ้าที่ศาลาลูกขุน ดวงตรารวมกันอยู่ในกล่องเงินใบหนึ่ง ดูเป็นของทำที่เชียงใหม่ไม่วิเศษอันใด แต่เสมียนตราบอกว่ากล่องใส่ดวงตรานั้นเป็นของเสนาบดีต้องหามาเมื่อแรกรับ ดวงตรา และครั้งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์เป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงใช้กล่องกระ (หรือกล่องถมข้าพเจ้าจำไม่ได้แน่) ครั้นเจ้าพระยารัตนบดินทร์เป็นตำแหน่ง เอากล่องเงินใบนี้มารับตราไปแต่แรก ขอให้ข้าพเจ้าหาอะไรมาใส่ดวงตรา จะได้คืนกล่องเงินให้เจ้าพระยารัตนบดินทร์

ข้าพเจ้าตอบว่า ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าเสนาบดีจะต้องหาอะไรมาใส่ตรา ไม่ได้เตรียมไว้ จะทำอย่างไรดี ก็ขอยืมกล่องเงินของเจ้าพระยารัตนบดินทร์ไว้ก่อนไม่ได้หรือ เสมียนตราจึงบอกว่ามีเตียบมุกของเก่าอยู่บนเพดานใบ ๑ ดูเหมือนจะเป็นของเดิมที่สำหรับใส่ตรา ข้าพเจ้าให้ไปหยิบลงมาดู เห็นลวดลายประดับมุกเป็นแบบเก่า ถึงชั้นรัชกาลที่ ๑ หรือที่ ๒ ก็ตระหนักใจว่าจริงดังว่า จึงสั่งให้กลับใช้เตียบใบนั้นใส่ตราตามเดิม แล้วสั่งเสมียนตราหากำปั่นเหล็กมาเก็บตราไว้ในศาลาลูกขุน จึงเป็นอันเลิกประเพณีที่เสนาบดีเอาตราตำแหน่งไปไว้ที่บ้านอีกอย่างหนึ่ง


ตราราชสีห์ ประจำตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย


นอกจากการบางอย่างที่ได้กล่าวมา ข้าพเจ้าไม่เปลี่ยนแปลงอันใด ข้าราชการคนใดเคยมีหน้าที่ทำการอย่างใด ก็ให้คงทำอยู่อย่างเดิม ระเบียบการงานที่เคยทำมาอย่างใด เช่นทำการผลัดกันเป็นเวรเป็นต้น ก็ให้คงทำอยู่ตามเดิม เป็นแต่ข้าพเจ้าไปเที่ยวตรวจดูการและไต่ถามเจ้าหน้าที่ตามห้องที่ทำงาน เนืองๆ ในไม่ช้าก็คุ้นกับข้าราชการในกระทรวงหมดทั้งผู้ใหญ่ตลอดจนผู้น้อย ข้าพเจ้าศึกษาหาความรู้กับทั้งบัญชาการมาด้วยกันราวสัก ๖ เดือน จนเห็นว่ามีความรู้ราชการมหาดไทยในกรุงเทพฯ สันทัดพอจะบัญชาการได้โดยลำพังตัวแล้ว จึงเริ่มคิดศึกษาหาความรู้การปกครองหัวเมืองต่อไป แต่เห็นจำเป็นจะต้องออกไปเที่ยวดูตามหัวเมืองเอง ข้าพเจ้ากราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงพระราชดำริเห็นชอบด้วย

ถึงเดือนตุลาคม ข้าพเจ้าขึ้นไปตรวจหัวเมืองเหนือ ในสมัยนั้นยังไม่มีรถไฟสายเหนือ ต้องลงเรือเก๋งพ่วงเรือไฟไปตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ ขึ้นไปทางเรือจนถึงอุตรดิตถ์ แล้วเดินบกไปเมืองสวรรคโลกลงเรือมาสุโขทัย แล้วเดินบกไปเมืองตาก ลงเรือล่องจากเมืองตากกลับลงมาจนถึงเมืองอ่างทอง ขึ้นเดินบกไปเมืองสุพรรณบุรีเป็นที่สุด แล้วกลับทางเรือมาถึงกรุงเทพฯ ในเดือนธันวาคม


ราษฎรเฝ้ารอรับเสด็จ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
คราวเสด็จตรวจราชการมณฑลพายัพ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๑





Create Date : 15 เมษายน 2553
Last Update : 15 เมษายน 2553 10:31:25 น. 2 comments
Counter : 4128 Pageviews.  
 
 
 
 
 
 

โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 15 เมษายน 2553 เวลา:11:03:32 น.  

 
 
 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!

GOD always forgive your mistake
the one that you cant even forget,
he always does it and always being with us
to help and blesss us for us whose heart is full of him
 
 

โดย: da IP: 124.122.247.144 วันที่: 18 เมษายน 2553 เวลา:17:51:23 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

กัมม์
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




วิชา ความรู้จะมีค่าเมื่อถูกถ่ายทอด
[Add กัมม์'s blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com