MY LIFE AS JEDIYUTH
 
Spider-Man : เทพนิยายซูเปอร์ฮีโร่

สไปเดอร์แมน หรือ ไอ้แมงมุม หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่แฟนๆ ของการ์ตูนตัวนี้รอมาแสนนาน และเชื่อว่าใครที่เป็นแฟนไอ้แมงมุมอยู่แล้ว จะต้องไม่ผิดหวัง เพราะหนังจับเสน่ห์ของการ์ตูนมาร์เมล คอมมิก ไว้ได้ครบถ้วน และคนที่ไม่ใช่แฟนตัวจริงก็สนุกกับหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยาก ผมเคยอ่านบ้างตอนเด็กๆ แต่ก็ไม่ได้ติดตามอะไรมากมาย เพราะชอบเรื่องราวแบบไอ้มดแดง หรือชอบตัวละครแบบวูล์ฟวารีนมากกว่า แต่ก็ดูแล้วสนุกดีครับ

หนังบอกเล่าเรื่องราวที่คล้ายๆ เทพนิยาย เล่าผ่านการบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอก ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ (Tobey Maguire) เด็กหนุ่มกำพร้าที่อาศัยอยู่กับลุงและป้า ซึ่งก่อนจะได้พลังพิเศษแบบแมงมุมมา เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดา บ้าเรียน ขี้อาย ใส่แว่นตา เข้าสังคมไม่เก่ง และอยากเอาชนะใจสาวคนที่แอบรัก แมรี่ เจน (Kirsten Dunst) ที่ทั้งสวย โด่งดัง และเนื้อหอม และเมื่อปีเตอร์ได้พลังพิเศษมา เขาก็ไม่ต่างจากคนธรรมดา ที่อาจคิดเพียงใช้มันไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

แต่ด้วยการอบรมสั่งสอนที่ดีของลุงและป้า ที่อยากให้เขาเป็นคนดี เหมือนที่ลุงเขาบอกว่า “With great power comes great responsibility.” และการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในครอบครัว ซึ่งเขาน่าจะยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้นได้ เขาจึงเปลี่ยนนำมันไปใช้ต่อกรกับเหล่าร้าย และปราบอาชญากร

ที่บอกว่าคล้ายๆ เทพนิยายคือ นึกถึงเรื่องราวของหนุ่มผู้ต่ำต้อย ไปรักหญิงสูงศักดิ์ แล้ววันหนึ่งได้พรวิเศษ (ในที่นี้คือโดนแมงมุมอาบรังสีกัด) จนตัวเขามีพลังวิเศษ แล้วเอาชนะใจหญิงสาวได้ เนื้อเรื่องพื้นๆ แบบนี้ แต่เอามาปรับแต่งเป็นเทพนิยายยุคใหม่ ใส่รายละเอียดและมิติของตัวละครลงไปในบท ให้เป็นเรื่องราวการผจญภัยของไอ้แมงมุม

ด้วยเรื่องราวที่อาจไม่ซับซ้อนและ 'ดูเหมือน' เป็นหนังตลาด แต่เพราะการเขียนบทที่ให้รายละเอียด และที่มาที่ไปของตัวละครได้ดี กอปรกับการแสดงที่ดูน่าเชื่อของนักแสดง ทำให้หนังเรื่องนี้มีมิติขึ้นมา ทั้งนี้อาจเพราะการกำกับด้วยเช่นกัน จะเห็นได้ว่า หลังจาก Batman ซึ่งกำกับโดย ทิม เบอร์ตัน เป็นต้นมา หนังซูเปอร์ฮีโร่หลายเรื่องที่สร้างตาม (แต่ไม่ทุกเรื่อง) มีการเลือกผู้กำกับหนังแนวจริงจังมากำกับ (เช่นให้อังลีกำกับ Hulk หรือให้ ไบรอัน ซิงเกอร์ กำกับ X-Men) แทนที่จะเลือกผู้กำกับหนังบู๊ตลาดทั่วไปมากำกับ เพราะรู้ว่าผู้กำกับเหล่านี้จะทำให้หนังดูน่าสนใจขึ้นได้

เช่นเดียวกับการเลือกนักแสดง บางครั้งหนังที่มีเนื้อหาไม่ซับซ้อนมาก แต่เลือกนักแสดงที่มีความสามารถมารับบท ก็ทำให้หนังน่าติดตามและดูน่าเชื่อได้เช่นกัน เหมือนกับการเลือก แจ็ค นิโคลสัน มารับบท โจ๊คเกอร์ จนได้เข้าชิงออสการ์ หรือให้ มิเชล ไฟเฟอร์ เป็น นางแมวป่า (ถ้าไม่นับรวมหนังซูเปอร์ฮีโร่ก็เช่น Moulin Rouge ที่ให้ นิโคล คิดแมน มารับบท Satin บทของเธอไม่มีอะไรมาก แต่การแสดงของคิดแมน ทำให้ซาตินมีเลือดเนื้อขึ้นมาเลย)

Spider-Man เลือกเอา โทบี้ แม็คไกวร์ มารับบท ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ในความรู้สึกของผม บทนี้ไม่ต่างจากตัวเอกใน Pleasantville ที่เขาเล่นเท่าไหร่นัก และแม็คไกว์ก็เล่นได้ดี ทั้งสีหน้าและแววตา เขาทำให้รู้สึกว่า Spider-Man ก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป มีโลภ โกรธ หลง เคียดแค้น Kirsten Dunst ก็ทำให้บทของเอ็มเจดูมีสีสันขึ้นมา ทำให้รู้สึกว่าในเบื้องหน้าที่ดูเป็นเด็กสาวร่าเริง มั่นใจในตัวเอง แท้จริงแล้วเธอสับสน ช่างฝัน และเปราะบางอยู่ลึกๆ

Williem Dafoe ก็ทำได้ดีเช่นกัน ในการต่อสู้กับจิตใจชั่วร้ายของตัวเอง แม้ว่าบทของ Green Goblin ดูน่าจะมีอะไรผลักดันให้เขาทำชั่วมากกว่านี้ James Franco ซึ่งเพิ่งคว้ารางวัลลูกโลกทองคำมาจากบท เจมส์ ดีน ในหนังทางทีวี ก็เล่นได้ดีในบทของแฮรี่ ดูเป็นเด็กที่มีปมด้อย อยากให้พ่อรักและภูมิใจ และลึกลับอยู่ในที เขาอาจอิจฉาปีเตอร์อยู่ลึกๆ ด้วยซ้ำ ลืมไม่ได้ คือ J.K. Simmons ในบทเจ้าของหนังสือพิมพ์ J. Jonah Jameson ที่แม้ออกไม่กี่ฉาก ก็ดูเด่นด้วยการพูดเร็วและมุขร้ายๆ ประจำตัว ส่วน Cliff Roberson กับ Rosemary Harris ในบทลุงเบ็นกับป้าเมย์ ก็เล่นได้อย่างที่ควรเป็น

ในส่วนของบท หนังผสมความเป็นดราม่าและฉากแอ็คชั่นได้กลมกลืน ไม่มาก ไม่น้อยไป และเป็นในแบบของไอ้แมงมุมอย่างที่ควรเป็น มีมุขตลกแทรกในแบบที่ไม่ลดความจริงจังของหนัง พร้อมแอบกัดซูเปอร์ฮีโร่ตัวอื่นเล็กๆ เช่น ซูเปอร์แมน ไม่รู้มีใครคิดเหมือนผมไหมว่า หุ้นส่วนบริษัทของตัวละครที่เดโฟเล่นในเรื่อง คนที่หัวล้านนั่งรถเข็นน่ะ ผมดูแล้วนึกถึง ดร.ซาเวียร์ ใน X-Men ขึ้นมาเลย

ในส่วนของเทคนิค ยอมรับว่ายังไม่เนียนพอ การ CG โทบี้ แม็คไกวร์ ในฉากต้นๆ ที่กระโดดข้ามตึกไปมานั้นเห็นชัดมากว่าเป็น CG ครั้นพอตัดเข้ามาที่ตัวแม็คไกวร์ที่เป็นคนจริงเล่น เห็นชัดเลยว่าภาพมันโดดอยู่ แต่เทคนิคพิเศษตอนที่ต่อสู้กับกรีน กอบลิน ช่วงนั้น ทำออกมาได้ดีใช้ได้ครับ

สรุปแล้วจากความเห็นผม Spider-Man เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่สนุกและดีเรื่องหนึ่ง และผมชอบ แต่นี่เป็นแค่ความเห็นของผมเท่านั้นครับ ใครจะชอบเหมือนกันไหม ต้องไปดูกันเอาเอง

เกร็ดเกี่ยวกับตัวละครใน Spider-Man

สไปเดอร์-แมน ปรากฎโฉมให้ผู้อ่านการ์ตูนได้รู้จักครั้งแรกใน Amazing Fantasy ฉบับที่ 15 เดือนสิงหาคม ปี 1962 และปีนี้เป็นปีที่การ์ตูนเรื่องนี้มีอายุครบ 40 ปี เขาถูกสร้างขึ้นโดย Stan Lee นักเขียนการ์ตูนวัย 79 และ Steve Ditko วัย 74 ลีบอกว่าเขาไม่แปลกใจที่ Spider-Man เป็นตัวการ์ตูนของเขาที่อยู่มานาน และเป็นผลงานของเขาที่รู้จักที่สุด ผลงานอื่นๆ ของ ลี คือ Hulk และ Fantastic Four ลีบอกว่า Spider-Man เป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่เหมือนมนุษย์ธรรมดาสามัญที่สุด

Peter Parker/Spider-Man เด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงมาโดยลุงเบ็นและป้าเมย์ ได้พลังพิเศษมาเพราะถูกแมงมุมที่อาบรังสีกัด ข่าวลือบอกว่า โทบี้ แม็คไกวร์ ได้รับบทนี้มา โดยเอาชนะคู่แข่งอย่าง ลีโอนาโด ดิคาปริโอ และ เฟร็ดดี้ ปรินท์ จูเนียร์

แมรี่ เจน วัตสัน หรือ เอ็มเจ ปรากฎตัวใน The Amazing Spider-Man ครั้งแรกในฉบับที่ 25 ฉบับเดือนมิถุนายน 1965 แม้ว่าอีกกว่า 2 ปีต่อมา ที่ปีเตอร์จะกล้าชวนเธอออกเดทในฉบับที่ 47 (เมษายน 1967) และอีกกว่า 20 ปีต่อมา ที่พวกเขาจะตกลงเป็นคู่รักกัน ใน Spider-Man Annual No.27 ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1987 Kirsten Dunst (Interview With A Vampire) ยอมย้อมผมแดงเพื่อรับบทนี้

Norman Osborn/ The Green Goblin เป็นนักวิทยาศาสตร์และเจ้าของบริษัทอุตสาหกรรมทางชีวเคมี เขาได้พลังความแข็งแรงจากอุบัติเหตุการระเบิดในแล็บทดลอง ปรากฎกายใน The Amazing Spider-Man ครั้งแรกในฉบับที่ 14 (กรกฎาคม 1964) ออสบอร์นเป็นศัตรูของไอ้แมงมุมอยู่ 9 ปี ก่อนจะจบชีวิตลงเพราะอาวุธของตัวเองในฉบับที่ 122 (กรกฎาคม 1973)

Harry Osborn บุตรชายของนอร์แมน ออสบอร์น แฮรี่ได้รู้จักกับปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ขณะทั้งคู่เรียนด้วยกันที่มหาวิทยาลัยเอมไพร์สเตทของนิวยอร์ก ใน The Amazing Spider-Man No. 31 (ธันวาคม 1965) ภายหลังพบว่า Spider-Man มีส่วนทำให้พ่อของเขาตาย เขาสวมชุดของพ่อแล้วสาบานจะแก้แค้น ในหนังเปลี่ยนให้แฮรี่กับปีเตอร์เป็นเพื่อนกันสมัยเรียนไฮสคูล

J. Jonah Jameson เจ้าของหนังสือพิมพ์ New York Daily Bugle ผู้ปากจัดและรักการสูบซิการ์ ปรากฎกายใน The Amazing Spider-Man ตั้งแต่ฉบับแรก และไม่เคยปกปิดความรู้สึกและอคติต่อสไปเดอร์-แมนเลย โดยโจมตีเขาผ่านหนังสือพิมพ์อยู่เสมอๆ

Aunt May และ Uncle Ben ผู้ชี้นำทางให้ปีเตอร์ ปรากฎตัวใน Amazing Fantasy No. 15 (สิงหาคม 1965) หลังจากลุงเบ็นเสียชีวิต ป้าเมย์ก็จบออดๆ แอดๆ และอยู่ต่อมาได้อีก 40 ปี

ปล. เป็นบทวิจารณ์เก่าที่เคยเขียนไว้ปี 2545 ตอนที่ Spider-Man ภาคแรก เข้าฉายบ้านเราครับ




Create Date : 17 กันยายน 2549
Last Update : 17 กันยายน 2549 11:04:51 น. 0 comments
Counter : 851 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

JEDIYUTH
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เป็นนักทำซับไตเติ้ลครับ แปลซับหนังครั้งแรกในปี 2538 ครับ ตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ เริ่มจากแปลหนังขาวดำให้แก่ช่อง TNT ก่อน หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้ทำให้ HBO และ Cinemax Asia จนถึงวันนี้ก็เลย 10 ปีแล้ว ต่อมาก็เริ่มมีโอกาสได้ทำซับไตเติ้ลให้ช่องอื่นบ้างรวมถึงหนังในโรงภาพยนตร์บ้างในระยะหลังนี้

ผลงานซับไตเติ้ล
เคเบิ้ลทีวี: ในหลายๆ ตอนของ Sex and the City และ Six Feet Under, Battlestar Galactica, The Smith, The Company, Heroes ซีซั่น 1, Dune, Star Trek: The Motion Pictures, Star Trek II: Wroth of Khan, Star Trek: The Final Frontier, Star Trek: Generation, Star Trek: First Contact, Star Trek: Insurrection, Star Trek: Nemesis, Apollo 13, Red Planet, Grease, Rent, Forrest Gump, Twister, Men in Black, Nightmare Before Christmas, Prince of Egypt, Jurassic Park, The Lost World, Back to the Future III, The Matrix, The Postman, Godfather Part II etc.

ผลงานซับไตเติ้ลในโรงภาพยนตร์: The Chorus, Swiming Pool, The Company, A Home at the End of World, Step Up 2

งานไม่ประจำ: ขีดๆ เขียนๆ ตามหนังสือที่รับเชิญไป

งานอดิเรก: ทำเว็บไซต์ข่าวสารภาพยนตร์ซึ่งเน้นของฮอลลีวู้ดเป็นหลัก ชื่อ JEDIYUTH.Com
[Add JEDIYUTH's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com