MY LIFE AS JEDIYUTH
 
เจ็บดีกว่าไม่รู้ หรือไม่รู้ดีกว่าเจ็บ

มีหนังรักเรื่องหนึ่งที่เป็นหนึ่งในหนังรักประทับใจของผม เป็นหนังผู้หญิง ตัวละครในเรื่องก็มีหลายตัว และแต่ละคนก็มีความรักแตกต่างกันไป ความรักจึงพำนักหลากหลายที่ แต่ทั้งหมดมาถักทอรวมกันอยู่บนผ้าห่มผืนสวย เป็นบทเรียนแนวทางความรักให้เด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังสับสนเรื่องความรัก ขณะที่ผู้ถักทอก็ได้ตระหนักถึงความรักของพวกเขา หนังเรื่องนี้ชื่อ "How to Make Amrican Quilt"


ตัวเอกของเรื่องชื่อฟินน์ (วิโนนา ไรเดอร์) หญิงสาวที่กำลังสับสนเรื่องความรัก และยังไม่รู้ว่าจะดำเนินความรักของตัวเองไปในทิศทางใด เธอพบรักกับแซม หนุ่มช่างไม้ กำลังจะแต่งงานกับเขา แต่ก็กำลังกลัวว่าในอนาคต ความรักที่มีให้กันจะแปลเปลี่ยนไป อย่างที่ฟินน์บอกกับคนดูไว้ในหนัง


"แซมเป็นผู้ชายที่ยอด ฉันรักเขา และฉันก็รักจริงๆ ฉันไม่ได้อยู่ในวัยที่ไม่ควรแต่งงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราพบใครที่น่าจะเป็นเนื้อคู่ได้แล้ว แต่จะทำอย่างไรเราถึงจะกลายเป็นคู่กันได้โดยที่ยังกันพื้นที่เล็กๆ เป็นส่วนตัวเอาไว้ และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราต้องอยู่กับคนคนหนึ่งไปตลอดทั้งชีวิต"


ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฟินน์กลัว ไม่ใช่สิ่งที่ไร้เหตุผล ทั้งชายและหญิงหลายคนก็กลัวแบบเดียวกันเมื่อถึงคราวจะต้องแต่งงาน และอย่างในกรณีของฟินน์ ความกลัวของเธอก็มาจากการได้เห็นพ่อกับแม่เลิกกัน


"ชีวิตแต่งงานของพ่อแม่ฉันไม่ยืดยาว พวกท่านบอกว่าไม่ได้รักกันอีกแล้ว หรือบางทีพวกท่านอาจกลัวว่าความสัมพันธ์จะกลายเป็นเหมือนของคนอื่นๆ พวกท่านลงเอยด้วยการแยกทางกันแบบฉันท์มิตร และฉันก็เลิกคิดว่ามันเป็นความผิดของฉัน ความจริงแล้วมันไม่ใช่ความผิดของใคร บางครั้ง ความรักมันตายจากกันไปเฉยๆ"


ฟินน์มักใช้เวลาช่วงฤดูร้อนอยู่ที่บ้านของคุณยายที่ซึ่งคุณยายใหญ่ (พี่สาวของยาย) และเพื่อนๆ ผู้หญิงมักจะมานั่งทำผ้าห่มกัน แอนนา หญิงผิวดำที่ดูจะเป็นหัวโจกของกลุ่มเป็นคนที่สอนวิธีทำผ้าห่มให้ เธอจะเป็นคนออกแบบและกำหนดสิ่งที่ผ้าห่มนั้นจะพูดถึง ในฤดูร้อนนั้น ฟินน์ไปอยู่กับคุณยายเช่นเคย เพื่อคิดความรักของตัวเองให้ตก เพื่อทำปริญญานิพนธ์ และที่คุณยายและเพื่อนๆก็ทำผ้าห่มเป็นของขวัญแต่งงานให้ฟินน์ แอนนากำหนดหัวข้อของผ้าห่มว่า "ที่ที่ความรักพักพิง" หรือ "Where Love Resides" บรรดาสาวใหญ่ทั้งหลายปักลายผ้าห่มเป็นภาพตัวแทนความรักของพวกเธอ และนำมาเย็บรวมกันเป็นผ้าห่มผืนงาม


สำหรับคุณยายและคุณยายใหญ่ของฟินน์ ทั้งคู่ปักผ้าเป็นรูปดอกไม้ที่คล้ายกัน เพียงแต่ต่างสี เป็นตัวแทนของความรักระหว่างพี่สาวน้องสาว แม้คุณยายกับคุณยายใหญ่จะอยู่บ้านเดียวกัน แต่ทั้งคู่ก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด ทั้งนี้เพราะครั้งหนึ่งคุณยายใหญ่เคยเป็นชู้กับคุณตาของฟินน์ คุณยายจับได้และขว้างปาเข้าของในบ้านแตกกระจายแล้วนำมาโบกปูนติดผนังในห้องซักรีดจนเต็มห้อง คุณยายใหญ่บอกว่าเธอต้องไปคนทำงานซักรีดเองทั้งหมดเพราะคุณยายไม่เคยเข้ามาในห้องนี้อีกเลย


โซฟี เพื่อนของคุณยายที่ฟินน์กลัวที่สุด ปักผ้าห่มเป็นรูปหญิงสาวใต้น้ำ ตอนสาวๆ โซฟีเคยเป็นนักกระโดดน้ำและรักการกระโดดน้ำเป็นชีวิตจิตใจ แต่หลังจากแต่งงานเธอก็เลิกทำสิ่งที่ตัวเองรักเพื่อทุ่มเทให้ครอบครัว แม้ว่าสามีจะขุดบ่อเล็กๆ ไว้ในบ้านให้เธอลงมาย่ำดูบ้าง เธอก็ไม่ทำ ท้ายที่สุด สามีก็จากเธอไปโดยหวังว่าโซฟีจะกลับไปทำสิ่งที่เธอรักอีกครั้ง


เอ็มมา เพื่อนของคุณยายอีกคนที่แต่งงานศิลปินจอมเจ้าชู้ชื่อดีน ผู้ที่มักมักแอบไปมีอะไรกับผู้หญิงอื่นอยู่บ่อยๆ เอ็มมาเจ็บช้ำหัวใจ บอกเลิกดีนหลายครั้ง แต่ดีนก็อ้อนวอนให้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกทุกครั้ง เอ็มมาตัดสินใจว่าฤดูร้อนนั้น เธอจะไปจากเมืองเพื่อหนีดีนไปอยู่ที่อื่น เอ็มมาปักผ้าห่มเป็นรูปถาดสีเพื่อระลึกถึงคราที่เธอเคยเปลือยกายเป็นแบบให้ดีนวาดรูป


คอนสแตนซ์ สมาชิกใหม่ของกลุ่มปักเป็นกอกุหลาบสีเหลือง ที่ซึ่งเธอเรียกว่าเป็น "สวนของชิกกี้" หมาน้อยที่เป็นตัวแทนความรักของเธอกับสามี เจ้าชิกกี้ตายเพราะไปกินเหยื่อฆ่าหอยทาก สามีของคอนสแตนซ์จึงฝังมันไว้ในแปลงกุหลาบสีเหลือง แต่หลังจากสามีของคอนสแตนซ์ตายจากไปแล้ว เธอก็ไม่ได้โศกเศร้าอะไรมาก เพราะเธอไม่เชื่อในความโศกเศร้า


สำหรับแอนนา เธอปักผ้าเป็นรูปอีกากับคู่รัก สัญลักษณ์เรื่องราวความรักของครอบครัวเธอที่มีอีกาเป็นพ่อสื่อ แอนนามีชีวิตรักที่อาภัพเพราะไปได้เสียกับลูกชายของนายจ้าง เมื่อเธอท้อง ฝ่ายชายไม่ยอมรับ แอนนาจึงมาอยู่ที่บ้านของคุณยายของฟินน์เพื่อคลอดลูก


ส่วนมาเรียนา ความรักของเธอพำนักอยู่ที่ปารีส ที่ที่เธอได้พบชายคนหนึ่ง แม้ว่าทั้งคู่รู้สึกว่าต่างเป็นเนื้อคู่ของกันและกัน แต่ก็จำใจตัดขาดกัน เหลือเพียงความทรงจำดีๆ ทั้งนี้เพราะฝ่ายชายมีภรรยาอยู่ก่อนแล้ว มาเรียนาปักผ้าเป็นรูปหอไอเฟล


ขณะที่ทุกคนปักผ้าและหวนนึกถึงความหลังอยู่นั้น ฟินน์ได้พบลีออน ชายหนุ่มหล่อล่ำเจ้าของไร่สตอรี่เบอรี่ที่พยายามใช้ผลไม้สีแดงสดนี้ยั่วยวนเธอ เธอหลงไหลไปกัยชายหนุ่มเพียงเพราะเธอยังไม่แน่ใจในความรักที่มีให้แซม และสงสัยว่าหนุ่มลีออนคนนี้จะเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องไหม เธอไม่รอช้าที่จะเข้าไปทดสอบดู แม้ว่าอาจทำให้เธอต้องเจ็บช้ำใจไปตลอดชีวิต


ทุกอย่างดูจะคลี่คลายด้วยน้ำมือของโชคชะตา ในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ทุกอย่างดูสงบ จู่ๆก็เกิดพายุฤดูร้อนพัดรายงานปริญญานิพนธ์ของฟินน์ปลิวไปไกล มันปลิวเข้าไปในในห้องซักรีดทำให้คุณยายที่ไม่เคยเข้าไปในนั้นเลยเห็นเศษข้าวของแตกที่โปะอยู่เต็มผนัง ตอนนั้นเองที่คุณยายของฟินน์รู้สึกว่าควรปล่อยวางได้แล้ว และจัดการพังผนังนั้นทิ้งโดยมีคุณยายใหญ่มาช่วย รายงานยังปลิวไปถึงบ้านของโซฟี ตกลงไปในบ่อน้ำ เมื่อโซฟีลงไปเก็บ เธอได้สัมผัสถึงสิ่งที่เธอเคยรักที่สุดและตัดสินใจกลับไปลองกระโดดน้ำอีกครั้ง ส่วนที่บ้านของเอ็มมา ขณะที่เธอเก็บข้าวของขึ้นรถจะไปจากเมือง พายุทำให้เธอต้องหลบเข้าไปในสตูดิโอของดีน ที่นั่นเองที่เธอพบภาพวาดรูปตัวเธออยู่เต็มห้อง เอ็มมาพบว่าแม้ว่าดีนจะเที่ยวไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น แต่หัวใจของเขามีแต่เธอเพียงผู้เดียว และพายุก็ทำให้แอนนาได้ตระหนักว่าตลอดชีวิตของเธอที่ไขว่หาความรัก เธอได้พบว่ารักที่แท้จริงของเธออยู่ที่มาเรียนา ลูกสาวที่เธอรักที่สุด


และดูเหมือนความรักของฟินน์ก็ลงเอยด้วยดีเช่นกัน หลังจากรู้ว่าพ่อแม่กลับมาคืนดีกันอีกครั้งซึ่งเปลี่ยนแปลงความคิดเดิมๆของเธอ ในตอนเช้าหลังพายุผ่านไปนั้นเอง ฟินน์เห็นอีกามาเกาะที่หน้าบ้านคุณยาย เธอวิ่งตามอีกาออกไป และมันก็พาเธอไปพบผู้ชายคนที่เป็นรักแท้ของเธอ


ท้ายที่สุด ฟินน์ได้เรียนรู้ว่าการเลือกใช้ชีวิตกับใครสักคนนั้น มันมีโอกาสที่จะไปได้อย่างงดงามและผิดพลาดพอๆ กัน แต่เราก็ควรมีความหวัง และมันก็ไม่ต่างจากการทำผ้าห่มเลย อย่างที่แอนนาบอกไว้

"you have to choose your combination carefully. The right choices will enhance your quilt. The wrong choices will dull the colors, hide their original beauty. There are no rules you can follow. You have to go by your instinct. And you have to be brave. "

เราต้องเลือกส่วนประกอบอย่างรอบครอบ ถ้าเลือกถูก ผ้าห่มก็จะออกมาสวย ถ้าเลือกผิด สีของผ้าห่มอาจหมองและปิดบังความงามที่แท้จริงของมัน มันไม่มีกฎตายตัวให้ดำเนินตาม เราต้องไปตามสัญชาติญาณ และใช้ความกล้า

มีบทสนทนาหนึ่งในหนังที่ผมชอบเป็นพิเศษ เป็นสิ่งที่ฟินน์ถกเถียงกันแอนนา ซึ่งมีหลายครั้งที่ด้านของฟินน์และด้านของแอนนาในตัวผมก็ลุกขึ้นมาถกเถียงแบบนี้อยู่บ่อยๆ มันเป็นคืนที่ฟินน์จะออกไปหาลีออน ชายหนุ่มที่มายั่วยวนเธอ คืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง หญิงชราอย่างแอนนาบอกว่าเธอไม่ชอบคืนพระจันทร์เต็มดวงเลย เพราะผู้คนมักใช้มันเป็นข้ออ้างในการทำอะไรที่โง่ๆ

ฟินน์ตอบว่า "หนูยังเด็ก หนูมีสิทธิ์ทำอะไรโง่ๆ"

"แล้วต้องเสียใจไปทั้งชีวิตน่ะหรือ" แอนนาย้อนถาม

"แหม ก็ดีกว่าสงสัยไปตลอดชีวิตว่าเราพลาดอะไรไป" ฟินน์ตอบ

"ฉันยอมสงสัยดีกว่าทำให้ตัวเองเจ็บ" แอนนาบอก

"แต่หนูยอมเจ็บค่ะ"

"ตามใจ งั้นเธอก็คงลงเอยด้วยความเจ็บฝังลึก"


มีหลายครั้งที่ชีวิตของเราต้องเผชิญกับความไม่รู้ ความสงสัย ความอยากลอง มีหลายครั้งที่เราคิดว่าเราควรลอง แม้ว่าผลลัพธ์ของมันอาจเจ็บ แต่ก็ยังดีกว่าที่จะไม่รู้ไปตลอดชีวิต และหลายครั้งที่ขอไม่รู้ ไม่ลองไปทั้งชีวิต เมื่อเราเห็นคนที่ลองมาแล้วเจ็บเพียงใด แต่หลายครั้งเราก็ไม่แน่ใจว่าควรไปเข้าไปลองให้รู้ หรืออย่าไปรู้มันเลย




Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2549 19:19:59 น. 3 comments
Counter : 855 Pageviews.  
 
 
 
 
ผมอยากจะบอกว่า ตอนเดินออกจากโรงหนัง...ผมชอบหนังเรื่องนี้ไปเลยนะ โดยเฉพาะเพลงบรรเลงในเรื่องที่เพราะมากท่ามกลางเรื่องราวที่ผู้ใหญ่แต่ละคนเล่าเรื่องราวความรักของพวกเธอส่งผ่านมาให้วิโนน่าฟัง

จำได้ว่า หนังเรื่องนี้เข้ามาสิบปีแล้วครับ ตอนนั้นผมไปดูที่โรงหนังอีจีวี ปิ่นเกล้า (ขาประจำกับสาขานี้เลยในตอนนั้น)

ป.ล. แล้วยิ่งมาเจอฉากยามเช้่าในสวนผลไม้ที่วิโนน่า ไรเดอร์เดินห่อผ้าห่มไปหาพระเอก (ถ้าจำไม่ผิดนะ...เพราะอาศัยความทรงจำเมื่อสิบปีก่อน) ผมชอบบรรยากาศความงามยามเช้าในสวนนะครับ
 
 

โดย: ตี๋หล่อมีเสน่ห์ วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:56:48 น.  

 
 
 
ในสวนผลไม้เนี่ย วิโนน่า ไปเล่นชู้กับ หนุ่มอีกคนที่ไม่ใช่พระเอกครับ
 
 

โดย: เสือ IP: 58.10.233.21 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:41:51 น.  

 
 
 
ถ้าใช้ความทรงจำนะ
มีฉากในสวนผลไม้มี 2 ฉาก
คือ ฉากตอนกลางคืนที่นางเอกไปกับผู้ชายชาวสวนสตอเบอรี่ แต่อีกฉากตอนจบ นางเอกเดินออกไปหาพระเอกในสวนตอนเช้าค่ะ
 
 

โดย: แอนนี่ IP: 58.8.106.241 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:30:55 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

JEDIYUTH
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เป็นนักทำซับไตเติ้ลครับ แปลซับหนังครั้งแรกในปี 2538 ครับ ตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ เริ่มจากแปลหนังขาวดำให้แก่ช่อง TNT ก่อน หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้ทำให้ HBO และ Cinemax Asia จนถึงวันนี้ก็เลย 10 ปีแล้ว ต่อมาก็เริ่มมีโอกาสได้ทำซับไตเติ้ลให้ช่องอื่นบ้างรวมถึงหนังในโรงภาพยนตร์บ้างในระยะหลังนี้

ผลงานซับไตเติ้ล
เคเบิ้ลทีวี: ในหลายๆ ตอนของ Sex and the City และ Six Feet Under, Battlestar Galactica, The Smith, The Company, Heroes ซีซั่น 1, Dune, Star Trek: The Motion Pictures, Star Trek II: Wroth of Khan, Star Trek: The Final Frontier, Star Trek: Generation, Star Trek: First Contact, Star Trek: Insurrection, Star Trek: Nemesis, Apollo 13, Red Planet, Grease, Rent, Forrest Gump, Twister, Men in Black, Nightmare Before Christmas, Prince of Egypt, Jurassic Park, The Lost World, Back to the Future III, The Matrix, The Postman, Godfather Part II etc.

ผลงานซับไตเติ้ลในโรงภาพยนตร์: The Chorus, Swiming Pool, The Company, A Home at the End of World, Step Up 2

งานไม่ประจำ: ขีดๆ เขียนๆ ตามหนังสือที่รับเชิญไป

งานอดิเรก: ทำเว็บไซต์ข่าวสารภาพยนตร์ซึ่งเน้นของฮอลลีวู้ดเป็นหลัก ชื่อ JEDIYUTH.Com
[Add JEDIYUTH's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com