MY LIFE AS JEDIYUTH
 
JEDIYUTH’s Review: Eagle Eye

** บอกเนื้อเรื่องสำคัญ **
“Eagle Eye” เป็นหนังที่มีจุดประสงค์หลักด้านความบันเทิงในแง่ที่ทำให้เรารู้สึกลุ้นระทึก เขย่าขวัญ และหวาดกลัว หนังประสบความสำเร็จด้านนี้ในระดับใช้ได้ แต่เนื้อเรื่องของหนังนั้นค่อนข้างหลุดออกไปจากที่คาดหวัง

ออกจะยากสักหน่อยหากจะวิจารณ์หนังเรื่องนี้โดยไม่เผยเนื้อเรื่องบางส่วนครับ แต่ผมจะเผยให้น้อยที่สุดเพราะเมื่อคุณรู้ปมบางอย่าง มันอาจจะทำให้คุณเดาทางของหนังถูก และอาจสนุกในการชมน้อยลงมาก

หนังเปิดเรื่องด้วยภารกิจสังหารผู้ก่อการร้ายของสหรัฐที่ได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีให้ดำเนินการแม้ว่าการวิเคราะห์เตือนแล้วว่าเป้าหมายนั้นมีโอกาสใช่เพียง 51 เปอร์เซ็นต์ ผลที่ตามมาของการตัดสินใจอันผิดพลาดครั้งนี้นำไปสู่แผนการลอบสังหารและก่อการร้ายอันน่ากลัว โดยมีเจอรี่ ชอว์ (ไชอา ลาเบิร์ฟ) และ เรเชล (มิเชล โมนาแกห์น) เป็นหมากสำคัญในการเดินเกม

เจอรี่มีพี่ชายฝาแฝดซึ่งเป็นทหารที่ทำงานในเพนตาก้อน ผู้ซึ่งต่างจากเขาโดยสิ้นเชิงทั้งในด้านหน้าที่การงานและความฉลาด พี่ชายของเจอรี่เป็นเด็กอัจฉริยะ และเก่งกาจในทุกเรื่อง เจอรี่จึงมักได้รับการเอาใจใส่จากพ่อต่างจากพี่ชาย ทำให้เขาน้อยเนื้อต่ำใจ จึงออกจากบ้านมาต่อสู้ด้วยลำแข้งของตัวเอง และทำงานเป็นเด็กในร้านถ่ายเอกสาร และหลังจากที่พี่ชายของเขาตายได้สองวัน เจอรี่ก็พบว่าในห้องของเขามีอาวุธสงครามเต็มไปหมด และเขากลายเป็นคนร้ายของเอฟบีไอ และก็ยังมีเสียงโทรศัพท์ลึกลับมาบงการเขา ซึ่งไม่ว่าเขาขัดขืนยังไง เสียงผู้หญิงในโทรศัพท์นั่นก็หาทางให้เขาต้องทำตามให้ได้ในที่สุด

ส่วนมิเชลเป็นผู้ช่วยทนายที่ต้องเลี้ยงลูกตัวคนเดียว และเธอก็ต้องทำตามเสียงในโทรศัพท์เมื่อถูกขู่ว่าลูกของเธอที่กำลังเดินทางไปแสดงดนตรีของโรงเรียนจะต้องตายหากเธอไม่ทำตาม แล้วเสียงนั้นก็สั่งให้ทั้งคู่ร่วมมือกันในงานที่พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร นอกเหนือจากที่ต้องถือกระเป๋าเอกสารใบหนึ่งที่ตั้งเวลาไว้ และถือมันไปด้วยตามที่ต่างๆ ที่เสียงนั้นบอก

เมื่อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ และหนีการตามล่าของเอฟบีไอที่นำการล่าโดยตัวเจ้าหน้าที่โธมัส (บิลลี่ บ๊อบ ธอร์นตัน) ไปเรื่อยๆ โดยมีเสียงคอยช่วยเหลือและสั่งการ ทั้งคู่ก็ยิ่งพบว่าพวกเขาอยู่ในฐานะที่ไม่อาจต่อต้านอะไรได้เลย และไม่อาจรู้ว่าจะรอดจากการเป็นหมากนี้ไปได้ยังไง

ในตอนกลางเรื่อง ที่มาของเสียงได้เผยตัวตนให้ทั้งคู่รู้ว่าเป็นใคร พร้อมๆ กับบอกคนดูไปในตัว ณ จุดนี้ถือเป็นการหักมุมครั้งสำคัญของหนังซึ่งผมเองยังไม่แน่ใจว่าเป็นการหักมุมที่ดีไหม มันเป็นการหักมุมที่ทำให้จากเดิมทีดูเหมือนเป็นหนังประเภทเขย่าขวัญแนวผู้ก่อการร้ายเรื่องหนึ่งกลายเป็นหนังไซไฟไปเลย เหมือนกับว่าทีแรกคุณดูหนังคล้ายๆ กับเรื่อง Enemy of the State ผสม Nick of Time และ Phone Booth แต่พอหักมุมปั๊บ หนังกลายเป็นหนังที่คล้าย I, Robot หรือ 2001: A Space Odyssey และในวูบหนึ่ง ทำให้ผมนึกถึงครึ่งหลังของหนัง Wall-E ด้วย การหักมุมแบบนี้ ถ้าใครรับได้ก็จะดีไป แต่ถ้าใครรับไม่ได้ก็จะรู้สึกในทางลบกับหนังขึ้นมาทันที เพราะนอกจากจะยังเกินจริงแล้ว สารที่หนังจะบอกก็ยังเชยเพราะมีหนังหลายเรื่องเคยหยิบประเด็นนี้มานำเสนอแล้วดังรายชื่อหนังที่ผมเอ่ยถึงข้างบน เพียงแต่นำประเด็นความกลัวต่อผู้ก่อการร้ายมาใส่เท่านั้น อย่างไรก็ดี ผมมองว่าหนังยังมีองค์ประกอบด้านอื่นที่ดีพอจะทำให้มองข้ามความเกินจริงของหนังได้บ้าง

องค์ประกอบด้านดีที่ว่านี้ก็คือการสร้างความรู้สึกระทึก ความลึกลับ ปมปริศนา ความรู้สึกหวาดกลัวและจนตรอก หนังสร้างบรรยากาศส่วนนี้ได้ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ดีจนให้รู้สึกว่าต่างจากหนังในแนวเดียวกันที่เห็นอยู่ทั่วไป ซึ่งถ้าผู้กำกับสตีเวน สปีลเบิร์กรับหน้าที่กำกับดังที่ตั้งใจไว้แต่ทีแรกแทนการอำนวยการสร้างเพียงอย่างเดียวแล้วให้ดี.เจ. คารูโซ มากำกับ ชั้นเชิงในการสร้างฉากระทึกและความสามารถในการเล่าเรื่องของสปีลเบิร์กน่าจะทำให้ Eagle Eye กลายเป็นหนังที่ตื่นเต้นในระดับเดียวกับ Jaws, Jurassic Park หรืออย่างน้อยในระดับ War of the Worlds หรือ The Minority Report ได้

ในส่วนการแสดงนั้น นักแสดงทุกคนทำหน้าที่ได้ดี บทของลาเบิร์ฟและโมนาแกห์นนั้นมีความลึกระดับหนึ่ง ทั้งคู่ก็ถ่ายทอดได้ดี ซึ่งผมรู้สึกว่าเป็นองค์ประกอบที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้ ขณะที่ตัวละครของธอร์นตันนั้น ถ้าบทหนังทำให้รู้สึกผูกพันกับตัวละครมากกว่านี้ก็คงจะส่งผลให้เกิดความสะเทือนใจได้มากกว่าในองค์สุดท้ายของหนัง

โดยสรุปแล้ว ผมคิดว่าการที่คุณจะชอบหนังเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหนนั้น คงอยู่ที่คุณรับได้มากน้อยแค่ไหนในบทที่ดูหลุดออกไปจากความคาดหวังครับ เพราะองค์ประกอบที่เหลือนั้นไม่ได้โดดเด่นอะไร

6.5/10

ข้อมูลหนัง Eagle Eye
ผู้กำกับ: ดีเจ คารูโซ
นักแสดง: ไชอา ลาเบิร์ฟ, มิเชล โมนาแกห์น, บิลลี่ บ๊อบ ธอร์นตัน, โรซาริโอ ดอว์สัน, ไมเคิล ชิกลิก
กำหนดฉาย: 25 กันยายน 2551
เว็บไซต์ทางการ: //www.eagleeyemovie.com/



Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2552 10:08:07 น. 1 comments
Counter : 2279 Pageviews.  
 
 
 
 
แวะมาดู หายไปจากเหลิมไทยนานนะครับ
 
 

โดย: หัวหน้ามหาประลัย วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:25:57 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

JEDIYUTH
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เป็นนักทำซับไตเติ้ลครับ แปลซับหนังครั้งแรกในปี 2538 ครับ ตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ เริ่มจากแปลหนังขาวดำให้แก่ช่อง TNT ก่อน หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้ทำให้ HBO และ Cinemax Asia จนถึงวันนี้ก็เลย 10 ปีแล้ว ต่อมาก็เริ่มมีโอกาสได้ทำซับไตเติ้ลให้ช่องอื่นบ้างรวมถึงหนังในโรงภาพยนตร์บ้างในระยะหลังนี้

ผลงานซับไตเติ้ล
เคเบิ้ลทีวี: ในหลายๆ ตอนของ Sex and the City และ Six Feet Under, Battlestar Galactica, The Smith, The Company, Heroes ซีซั่น 1, Dune, Star Trek: The Motion Pictures, Star Trek II: Wroth of Khan, Star Trek: The Final Frontier, Star Trek: Generation, Star Trek: First Contact, Star Trek: Insurrection, Star Trek: Nemesis, Apollo 13, Red Planet, Grease, Rent, Forrest Gump, Twister, Men in Black, Nightmare Before Christmas, Prince of Egypt, Jurassic Park, The Lost World, Back to the Future III, The Matrix, The Postman, Godfather Part II etc.

ผลงานซับไตเติ้ลในโรงภาพยนตร์: The Chorus, Swiming Pool, The Company, A Home at the End of World, Step Up 2

งานไม่ประจำ: ขีดๆ เขียนๆ ตามหนังสือที่รับเชิญไป

งานอดิเรก: ทำเว็บไซต์ข่าวสารภาพยนตร์ซึ่งเน้นของฮอลลีวู้ดเป็นหลัก ชื่อ JEDIYUTH.Com
[Add JEDIYUTH's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com