<<< a_somjai a_somjai's blog === อ่านเขียนบล็อก อ่านเขียนโลก <<<== a_somjai อ่านเขียนบล็อก a_somjai a_somjai's blog
Group Blog
 
All Blogs
 

วัฒนธรรมปอบกามา Pop-kama Culture (1)

ช่วง 15 วันมานี้ ข้าน้อย กำลังตะลุยอ่านเขียนเรื่อง ลาวศึกษา และหันมาปรับแต่งหน้า a_somjai’s Blog ใหม่ เปลี่ยนโฉมเป็น “บล็อกเคลื่นไหวไร้สุ้มเสียง หรือ บล็อกหนังเงียบ SMBlog” อะไรประมาณนั้น อย่างที่ท่าน ๆ เห็นนั้นแหละ ก็ทำเป็นเห่อ ๆ เรียกเอาเองว่า ได้ทำงานสร้างสรรค์รูปโฉมใหม่ให้วงการเล่น blog บ้านเรา อีกแล้วครับท่าน (55555 เว่อร์ซะ.. ความจริงพวกมืออาชีพเขาคงคิดทำกันมาก่อนเราแล้วล่ะกระมังเนี๊ยะ)

มันก็อะนะ…เหนื่อย(ตามสังขาร)…เกือบเดี้ยงไปเหมียนกัน

ปัญหาของคนเล่นบล็อก blogger ทุกคนก็คือ …แล้ววันนี้ …หรืออย่างน้อยสัปดาห์นี้จะเอาอะไรไปเล่าลงในหน้าบล็อกล่ะ? แม้ทั้ง ๆ ที่…ขนาดว่า…ได้จดหมายอีเมลของลูกสาว เอามาลงขัดตาทัพ โพสต์ลงเผื่อ ๆ ไว้ พอไปข้างวัดได้ทุกสัปดาห์แล้วนะเนี่ย ?

เฮ้อ….เอางี้ละกัน
ไปค้นงานเก็บเก่า ๆ ในกรุ เอามาขัดเกลา ดัดแปลงแต่งเติมข้อมูลใหม่ ๆ แล้วนำมาเล่าเป็นชุดไว้ละกันเนอะ!
(เพราะงานค้นคว้าใหม่ ๆ ต้องตรวจสอบกันให้ดี ๆ หน่อย, แล้วก็กะว่าบางช่วงเวลาอาจลงเรื่องใหม่ต่อเนื่องเรื่องราวกันได้ไม่ถี่นัก อาจเป็นว่า ปักษ์ (15 วัน) ต่อครั้ง ก็…เต็มกลืนแล้ว)

บ่นมาตั้งนาน….เพื่อที่จะบอกว่า… งานเก่าชุดที่นำมา Rewrite และ Edited ใหม่ ให้ทันสมัยแล้วนี้ จะได้อ่านเขียนไว้บนบล็อกนี้ติดต่อกันไป ก็ไม่รู้กี่ตอนละ ไปพลาง ๆ ก่อนที่งานค้นคว้า ๆ ใหม่ ๆ หลายเรื่องจะออกตามมา

(จบ อารัมภกถา แล้วจ้า)





วัฒนธรรมปอบกามา Pop-kama Culture: แนะนำตัว

เมื่อสัก 7- 8 ปีมาแล้ว ภายเหลังเหตุการณ์วิกฤติค่าเงินบาท หรือ วิกฤติเศรษฐกิจ ปี 2540 ด้วย “โรคต้มยำกุ้งสยาม” ข้าพเจ้าเคยเขียนบทกลอน (ความจริงใส่ทำนองเพลง พร้อม Guitar Chord ด้วย) แต่งไว้ มีเนื้อความดังนี้




เกมส์ศูนย์ zero-sum games

ศูนย์หนึ่งศูนย์ ศูนย์หนึ่ง ศูนย์สองสาม
สี่ห้าตาม หกเจ็ดแปด เก้าสิบเศูนย์
ล้านหลักสิบ หมื่นหลักพัน ฝันเพิ่มพูน
ศูนย์ ศูนย์ ศูนย์ ศูนย์ต่อศูนย์ คูณทวี

เชิญมาศูนย์ มูลค่า ศรัทธาศูนย์
ศูนย์ต่อศูนย์ คูณควรค่า มหาเศรษฐี
มาเถิดศูนย์ พูนพิพัฒน์ สวัสดี
โลกวันนี้ “Zero-Sum” หม่ำกบาล

เนื้อคนยาก ฝากหนังเอ็น ไปเล่นหุ้น
ทุนต่อทุน หมุนต่อดอก ออกลูกหลาน
ไฟยิ่งแรง แมลงยิ่งเข้า เฝ้ากระดาน
ศูนย์ยิ่งบาน งานยิ่งเบา เม่ายี่งพี

โหงลงห่า ค่าสูญหมด หดหู่แล้ว
ฝรั่งแจว มันแกวจาก หอยทากหนี
จู๋น จู๋น จู๋น สูญ สู่น สู้น วุ้นดีดี
Zero Zzzzz, “Zero-Sum” ซ้ำใน “Games”




หากจะอธิบายขยายความงานประพันธ์ของข้าพเจ้าบทนี้
แบบว่า….(อิ อิ)… ไม่เห็นมันจะเกี่ยวอะไรกันตรงไหน แล้วละก็
ขออนุญาต ท่านผู้รู้ทั้งหลาย เริ่มต้นอย่างนี้ครับ……

เรื่องของเรื่องก็คือ ยุคนี้ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยและแม้แต่ประเทศสังคมนิยม-คอมมิวนิสต์ทุกประเทศในโลก ล้วนแล้วแต่เดินตามระบบเศรษฐกิจทุนนิยมทั้งสิ้น

ดังนั้นไม่ว่าเราคนไทย รัฐบาลไทยหรือประเทศไทย ยุคเต่า ยุคกระต่าย ยุคไข้หวัดไก่ หรือว่า ยุคหอยไต่คันนาด้อม ๆ ก็ตามที จะมีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร ทั้งเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ชอบหรือไม่ชอบ ทุนนิยมการค้าโลกาภิวัฒน์ Globalization

"เราก็ต้องอยู่กับมัน เพราะว่าใคร ๆ ในโลกยุคเรานี้ไม่อาจหนีมันได้พ้น
หากเราไม่เล่นกับมัน มันก็จะมาเล่นเราอยู่ดี” จริงแมะ?


ท่านผู้รู้เรื่องเศรษฐกิจและการเมืองการปกครองของโลกหลายท่านมักพูดทำนองว่า “เมื่อเราจำต้องอยู่กับทุนนิยมโลกาภิวัฒน์อย่างมิอาจหนีไปไหนได้ เราจึงต้องรู้จักเล่นในเกมของมันอย่างผู้รู้เท่าทันทุกแง่มุม เพื่อทำให้เราเป็นผู้ได้เปรียบคู่ต่อสู้อยู่เสมอ---และ/หรืออยู่ในฐานะเป็นผู้เสียเปรียบน้อยที่สุดเสมอ”


เมื่อข้าพเจ้าเริ่มต้นเขียนย่อหน้านำเรื่องข้างต้นเมื่อหลายปีก่อน
และกำลังเขียนซ้ำอีกในช่วงต้นปี 2551 นี้แล้ว
ข้าพเจ้าก็ยังคงบอกกับตนเองว่า ประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาเล่าสนทนากันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ยาว ยากและหลากหลายเงื่อนปมกว่าเรื่องตำนานโบราณบ้าง เรื่องชีวิตในโลก Online บ้าง เรื่องอะไรต่อมิอะไรในบ้านเมืองนี้บ้าง ที่เคยเขียนมาแล้ว ก็ยิ่งซับซ้อนกว่านั้นมากโขอยู่

ก็แล้ว...ข้าพเจ้าจะทำให้เรื่องมันง่ายเข้าด้ายการหยิบยกเอากรณีศึกษาปรากฏการณ์ที่เห็น ๆ กันอยู่ในท้องถิ่นบ้านเราบ้าง จากสื่อต่าง ๆ บ้าง หรือกรณีที่เกิดขึ้นจากทั่วโลกที่ค้นหาพบเห็นได้บนโลก internet บ้าง หยิบเอามาคุยกันกับท่านผู้อ่านให้อยู่ในกรอบประเด็น “คน/ท้องถิ่นภายใต้ทุนนิยมโลกาภิวัฒน์” (ท้องถิ่นไหน ๆ ก็ช่างเต๊อะ เนอะ) ดังกล่าวมานี้ได้อย่างไร

คำตอบที่ข้าพเจ้าพอจะคิดได้ ก็คือ การค้นหาคำถามและคำตอบจากปรากฏการณ์ในสื่อมวลชนชนิดต่าง ๆ และปรากฏการณ์จากวัฒนธรรมการเสพย์กามาในชีวิตประจำวันของเราภายใต้กระแสทุนนิยมโลกาภิวัฒน์ที่เห็นและเป็น อยู่ คือ นี้แหละเนอะ


ขอเริ่ม...ถามแบบไม่เอาคำตอบกันก่อนว่า
เราทั้งหลาย ในฐานะพลเมืองหมู่บ้านโลก ผู้อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งหลายเหล่านี้
เคยตั้งคำถามกับตัวเราเองหรือพรรคพวกบ้างไหมครับว่า ...(อีตานี่ ช่างถามจริงเนอะ)

"ทำไมเราจะต้องรับข่าวสารในรูปการรวบรวม ประมวล วิเคราะห์ วิจารณ์และรายงานผลความนิยมฮ็อตฮิตติดอันดับของกิจกรรม ผลผลิตและกิจการ ’วัฒนธรรมปอบกามา’ หลากหลายสาขา อยู่ตลอดเวลา ด้วยเหล่า?"

(ที่เห็นชัดเจนที่สุดก็รับรู้ผ่านทางช่องทีวีเป็นต้น ซึ่งนับได้ว่า...รับกันแบบ..เละ ๆ ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงทีเดียวเชียวแหละ แม่นบ่?)

เราอาจจะให้เหตุผลข้าง ๆ คู ๆ กับตนเองและผู้อื่นที่ชอบถามคำถามบ้า ๆ ข้างต้นนี้ก็ได้ว่า....
เพื่อจะได้รู้ว่าตอนนี้โลกกำลังฮือฮากับหนังเรื่องอะไร?
หรือว่า...นักร้องนักแสดงคนใดกำลังดัง อยู่ในกระแส(อะไรก็ไม่รู้ล่ะ)?
ทีมกีฬา นักกีฬา รวมทั้งบุคลากรในวงการกีฬา คนใดกำลังโดดเด่นชวนจับตามองเป็นพิเศษ ฯลฯ

ต่าง ๆ นานา เหล่านั้นคือ อิทธิพลของสื่อและวัฒนธรรมการเสพย์ติดค่านิยม อันมีผลสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนเราที่อาศัยอบู่บนโลกเวลานี้

ข่าวสารและปรากฏการณ์แวดล้อมต่าง ๆ เหล่านี้ จะไหลหลั่งถั่งโถมใส่เรา...เข้ามาและจากไปในรูปข่าวสารผ่านสื่อทุกรูปแบบครอบคลุมทุกสาขา ทั้งวงการหนัง เพลง ดนตรี กีฬา ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น เครื่องประดับ เข้าของเครื่องใช้ เทคโนโลยีไฮเทค คลับบาร์ แหล่งท่องเที่ยว ที่พักผ่อนหย่อนใจ ไปจนถึงวงการศึกษาและวงการบำรุงรักษาสุขภาพ นั้นเอง

ฯลฯ (อ่านว่า…คนเล่าไม่รู้จะพูด เขียน บอกรายละเอียดว่าอะไร 5 5 5)


’วัฒนธรรมปอบกามา’ ที่ข้าพเจ้า บัญญัติศัพท์ขึ้นมาเรียกเองนี้ มาจากคำว่า Pop-kama Culture ครับ. (โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป)




by a_somjai's blog a_somjai on Friday, January 11, 2008 @ 11:19 AM.




 

Create Date : 11 มกราคม 2551    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2551 4:24:48 น.
Counter : 336 Pageviews.  

วันเวลาในอุ้งมือคุณ (ปฏิทินปีใหม่)

ปฏิทิน เป็นคำภาษาบาลี ตรงกับภาษาสันสกฤตว่า ปุรติทิน แปลว่า เฉพาะวัน, สำหรับวัน

ทางเมืองเหนือล้านนา (เชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย เป็นต้น) เขียนคำ ปฏิทิน ว่า ปักขทืน ปากว่า ปัก-ขะ-ตืน

ปักขทืน มาจาก คำสองคำ;
คำแรกเป็นคำในภาษาบาลีสันสกฤตว่า ปักขะ, ปักษ์ ที่แปลว่า ฝ่าย,ข้าง ซึ่งในที่นี้หมายเฉพาะถึง กิ่งของเดือนนับตามจันทรคติ คือ เดือนหนึ่งมี ๒ ข้าง ได้แก่ข้างขึ้นกับข้างแรม ท่านจึงเรียก พระจันทร์ว่าปักษธร แปลว่า ผู้ทรงไว้ซึ่งสองข้าง (ข้างขึ้นเดือนงายกับข้างแรมเดือนคว่ำ)

เมื่อนำคำว่า ปักขะ ปักษะ มาใช้กับ การกำหนดนับวัน เดือน ปี จึงขึ้นต้นด้วยการแบ่งวันทั้งหมดของเดือนหนึ่ง ๆ เป็น ๒ ปักษ์ นั้นเอง
อย่างหนังสือพิมพ์/วารสาร/นิตยสารออกทุกครึ่งเดือน เรียก หนังสือรายปักษ์ และคิดไปอีกอย่างหนึ่งได้ว่านกนั้นเป็นสัตว์ที่มีปีก ๒ ข้าง ท่านจึงเรียกว่า ปักษิน ปักษา ปักษี เป็นต้น

ส่วนคำหลังว่า ทิน (คำท้องถิ่นว่า ทืน) มาจากคำเต็มว่า ทินนะ แปลว่า วัน อย่างเรียกพระอาทิตย์ว่าทินกร เพราะเป็นผู้สร้างหรือทำให้เกิดมี(กลาง)วันขึ้นมา สรุปได้ว่า ปักขะ, ปักษะ + ทินะ, ทืน = ปักขะทืน นั้นเอง

คิดอีกอย่างหนึ่ง การนับวัน เดือน ปี หรือกำหนดนับศักราชของสังคมวัฒนธรรมมนุษย์แบบสากลในโลกนี้ มีสองคติคือจันทรคติอย่างหนึ่งกับสุริยคติอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้นเมื่อนำเอาจันทรคติ + สุริยคติ แล้ว จึงเรียกได้ว่า แบบเฉพาะของวัน(ปฏิทิน)นั้นถือเอาตามผู้สร้างผู้กำหนดวันและคืนเป็นหลัก ได้แก่ผู้ถือ ผู้สร้าง ผู้ทรง ผู้ให้เกิด ผู้ทำ (ผู้นั้นเรียกว่า ธร หรือ กร)...ผู้ให้มีวันและคืนขึ้นมา สมมติเรียกว่า พระจันทร์, ปักษธร + พระอาทิตย์, ทินกร = ปักขะทิน, ปักขะทืน หมายถึง ตะวันกับเดือนผู้เป็นเจ้าแห่งคืนวัน อันเป็นผู้กำหนดสร้าง ปฏิทิน ขึ้นมาให้มนุษย์ได้มีได้ใช้สืบกันมา ด้วยประการฉะนี้แล.

ซึ่งความจริงแล้ว คำว่า ปักขทืน (ปักขะทืน)นี้ คำภาษาโบราณก็ใช้เรียกกันมาก่อน คำว่า ปฏิทิน ที่ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Calendar เพราะนอกจากหลักฐานการศึกษาว่าด้วย ปักขทืน หรือ ปฏิทินล้านนา แล้ว คำว่า ปักขทืน ยังใช้ในภาษาลาวรวมทั้งลาวทางอีสานอีกด้วย (อ้างอิงจาก สารานุกรมภาษาอีสาน-ไทย-อังกฤษ โดย ปรีชา พิณทอง, โรงพิมพ์ศิริธรรม, อุบลฯ, พ.ศ. ๒๕๓๒ ดู ปฏิทิน หน้า ๔๘๕)




ในปัจจุบันเมื่อนึกเห็นถึง "ปฏิทิน" เราจะนึกหมายไปถึง สิ่งที่สร้างขึ้นมาไว้เป็นแบบสำหรับดูวัน เดือน ปี และความหมายในด้านปฏิบัติแล้ว ก็คือ กำหนดเวลาที่ออกแบบไว้ว่า วัน เดือน ปี นั้น ๆ ตรงกับเมื่อไหร่ เรียกชื่อว่าอะไร รวมไปถึงตารางเวลาที่เราจะต้องหรือควรจะต้องทำอีกด้วย

ในช่วงวันขึ้นปีใหม่ อันเป็นเทศกาลเปลี่ยนศักราช วัน เดือน ปี อย่างเป็นสากลของทุกชนชาติทุกประเทศในโลก นอกจากคนเราจะนึกถึงการเฉลิมฉลองเปลี่ยนศก การส่งของขวัญ ส่งการ์ดความสุข (ส.ค.ส.) ความสนุกสนานจากจากการกินการเที่ยว การพบปะสังสรรค์ในหมู่สมาคมเพื่อนมิตรและเครือญาติกันแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลปีใหม่นี้ก็คือ "ปักขทืน...ปฏิทิน" นี้เอง

บล็อกวันนี้ก็เลยเอาเรื่องแหล่งความรู้ของการออกแบบปฏิทิน ที่กระทัดรัด สวยงามและใช้งานได้สะดวกมาฝากกัน หากสนใจจะเรียนรู้เพื่อการนำมาปฏิบัติได้จริง ก็เชิญตามลิงค์ที่อ้างอิงไว้ใน a_somjai's blog หน้านี้ไปกันได้เลย (รับรองว่าไม่ผิดหวัง...อิฮิ)

แล้วก็เลยไปลองค้นหา Search by Google ดู ..................
วันนี้ 27-12-2007 @ 11:50 AM. ผลการค้นหา พบรายการประมาณ 71,200,000 รายการ สำหรับคำว่า Calendar 2008

ท่านที่สนใจก็เข้าไปดูกันเอง ข้อมูลในนั้นส่วนมากหากอยากได้มาครอบครองก็ต้องเสียตังค์ซื้อละนะ แล้ว่ใครตาดี ๆ ก็จะเห็นบางเว็บ หรือ บาง blog เขาก็มีไว้แจกแบบดาวน์โหลดออนไลน์ไปใช้แบบฟรี ๆ กันได้เลย …อ้าว จริงอะ อย่างมีนางแบบ Play Boy บนแผ่นปฏิทินประจำเดือน ด้วยนะเอ้า...ส่งกะสัยต้อง...ฮิต..(T-เรีย)...มาก ๆ เลย

แต่หากว่า…อยากมีความรู้เรื่องการทำปฏิทินและสร้างสรรค์ทำขึ้นมาเอง ขอแนะนำ...ที่นี้ครับ


เว็บไซต์นี้ชื่อ Infodesign challenge

บอกว่าเป็นเว็บไซต์สำหรับทำการ์ดปฏิทินเพื่อการธุรกิจโดยเฉพาะ....
A better design to fit a year calendar comfortably within a business card. โดยเฉพาะอ่านได้ที่หน้านี้ Thumbnail Gallery of Submissions

เขาบอกว่าเป็นเว็บไซต์ blog ที่คณะเจ้าของเว็บใช้นามร่วมกันว่า eliazar .com


เรา--ผู้เขียนเข้าไปดูคร่าว ๆ แล้ว (เพราะคงไม่มีเวลาไปศึกษาทำจริง ๆ ในเวลานี้) พบว่า...
...การออกแบบผลิตภัณฑ์และผลงานที่แสดงไว้ใน Webblog แห่งนี้ เน้นไปที่ข้อดีของปฏิทินแผ่น/หน้า/ใบเดียว ...

คือว่าปฏิทินนี้…. สร้างขึ้นมาเพื่อให้เราได้เห็น แบบวัน เดือน ปี ที่มีขนาดใหญ่ทุกเดือนเท่ากันในหน้าเดียวกัน ไม่ต้องย้ายกรอบ ย้ายหน้า ย้ายสายตา ไป ๆ มา ๆ ให้เสียเวลา เสียแรงงาน ว่างั้นเต๊อะ

เพราะผู้ออกแบบได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อแก้บัญหา การบอกวันของสัปดาห์ วันที่ของเดือน ในปฏิทินแบบเดิม ๆ นั้นคือ....ปฏิทินแบบเดิม ๆ จะต้องตีช่องบรรจุวันในแต่ละเดือนออกเป็น 12 กรอบ/เดือน ...มันเยอะไป รกรุงรังไป หรือเปล่าล่ะท่าน?

แต่การออกแบบใหม่นี้ เขาสามารถใส่วันในแต่ละสัปดาห์ (วันอาทิตย์-วันจันทร์ 7 วัน) ...ไปพร้อม ๆ กับ...มีช่องบรรจุวันที่ในแต่ละเดือน (วันที่ 1-28/29/30/31) ลงในหน้าปฏิทินแผ่นเดียวกันได้

(หน้าปฏิทินนั้นจะมีขนาดเท่าใดก็แล้วแต่จะสร้างทำขึ้นมา…จากขนาดใหญ่ตามใจคุณ ขนาดใหญ่แบบติดข้างผนัง ขนาดกลางติดผนัง ขนาดตั้งโต๊ะ หรือว่าแบบแผ่นเดียวแนบในสมุดบันทึก ไปจนถึงปฏิทินแผ่นจิ๋วแบบพกพา)

ดูตัวอย่างจากหน้า เว็บไซต์ Infodesign challenge กันเลยดีกว่า


A better design to fit a year calendar @ elzr.com
A better design to fit a year calendar @ elzr.com


จะเรียนรู้เรื่องการออกแบบยังไง
และจะดูตัวอย่างของการออกแบบปฏิทินแนวใหม่นี้
ผลงานโดยผู้เข้าร่วมทำ Workshop บนเว็บไซต์ออนไลน์นี้จากทั่วโลก
ก็คลิกตามภาพที่เราเห็นนั้น ๆ ไปได้เลย

และนี้คือตัวอย่างผลงานเพียงบางส่วนนะครับ…..

A better design to fit a year calendar @ elzr.com

A better design to fit a year calendar @ elzr.com

A better design to fit a year calendar @ elzr.com

A better design to fit a year calendar @ elzr.com






อยากรู้เรื่องอะไร ยังไง?
เมื่อเข้าไปหน้าเว็บไซต์ Infodesign challenge, elzr.com แล้ว …..
ก็คลิกตามภาพปฏิทินใบนั้น ๆ ได้เลย


โชคดีปีใหม่ 2008/2551 ทุกคนครับ




posted by a_somjai's blog a_somjai on Thursday, December 27, 2007 @ 2:16 PM.




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2550    
Last Update : 4 มกราคม 2551 2:58:46 น.
Counter : 779 Pageviews.  

เสาร์เสวนา: นักท่องเว็บไซต์เมืองไทย

posted by a_somjai on saturday, February 24, 2007 @ 9:09 AM.





เสวนะ, เสวนา เป็นคำกริยา หมายถึง คบ, คบหา, (ปาก) พูดจากัน
เสวนะ, เสวนา เมื่อเป็นคำนาม หมายถึง การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

คิดดูแล้วการเล่นบล็อก เขียนบล็อก อ่านบล็อก หรือพูดเอาเท่ว่า blogging ของ blogger นั้นก็คือการเสวนา ประเภทหนึ่ง

หากแต่เป็นการเสวนาบนโลกไซเปอร์/ออนไลน์อะไรก็ว่าไป
และหลาย ๆ ครั้ง ดูเหมือนกับว่าเป็นเสวนากับตัวเองเสียนี่
คือ พูดเอง เขียนเอง อ่านเอง ดูเอง คิดเอง ฟังเอง ถามเอง แล้วก็ตอบเอง
หรือใครว่าไม่ใช่?

แม้แต่คิดเลยเถิดไปว่า...การท่องเที่ยวไปในโลกอินเตอร์เน็ต เข้าไปเสวนาตามเว็บไซต์ต่าง ๆ คิดแล้วก็คงไม่แตกต่างจากการแล่นบล็อกสักเท่าใด คือ เรากำลังเสวนากับตนเองอยู่ตลอดเวลานั้นเอง

ผิดกันก็แต่เมื่อเราเล่นบล็อกนั้นเรายังรู้สึกว่า—
“เรามีบ้านของเราเอง มีตัวตนของเราเอง จริง ๆ อยู่ในโลกไซเปอร์สมมตินั้น”

เอาละ—ช่วงเวลาของวันเสาร์
ถ้าหากเราจะเสวนากับคนทั้งโลก บนโลกไซเปอร์สมมติ มันก็คงกระไรอยู่
เสาร์นี้จะลองออกไปท่องเว็บไซต์ เสวนากับประชากรเน็ตเมืองไทยดู เห็นจะดีเป็นแน่แท้ …อ้ออย่าลึมพกห่อข้าวกับกระติกน้ำติดไปด้วยล่ะ
เผื่อว่าจะติดลม…เล่นเว็ป…เล่นบล็อกจนเลยเวลากินข้าวเช้าข้าวกลางวันกัน
ท้องใครก็ท้องมันเน้อ…จะบอกไว้ก่อน



ตรงไปสถานที่แรกเลย TrueHits ที่ //truehits.net/
เว็บไซต์นี้งานหลักคือมีระบบให้บริการตรวจสอบสถิติการ เยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างละเอียด (เป็นของและดำเนินการ)โดยสำนักบริการ เทคโนโลยี สารสนเทศภาครัฐ (สบทร.)

เสาร์นี้ (200-02-24) tuehit.net รายงานจำนวนและสถิติ Visitors – ผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ในประเทศไทย ต่อวัน โดยนับจากจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ออนไลน์เข้ามา อ่านแล้วสรุปได้ว่า---

(ข้อมูลเมื่อวันที่ 2007-02-22) Visitors ทั้งหมด 2.36 ล้าน (2,362,595) โดยมาจากภายในประเทศไทยเราเองเกือบ 9 ใน 10 (89.40%) รองลงมาผู้มาเยี่ยมเว็บไซต์ในประเทศไทยมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาคิดเป็น 2.61% ส่วนประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้เมื่อคิดเป็นอัตราส่วนแล้วมีน้อยมาก

ผลสำรวจโดยภาพรวมจากผู้เข้าชมทุกเว็บไซต์ จำนวน 18,399 คน พบว่า เป็นชาย(55%) มากกว่า หญิง(45%) โดยประชากรเน็ตนักท่องเว็บไซต์ชาวไทยจะเป็นกลุ่มเยาวชน/วัยรุ่นเป็นส่วนมากที่สุด คือมีมากกว่าครึ่งของนักท่องเน็ตทั้งหมด (อายุ 12-17 ปี ร้อยละ 22.54 และอายุ 18-23 ปี ร้อยละ 27.64 รวมกันแล้วเป็นวัยรุ่นตอนต้น-ตอนโต-ผู้ใหญ่ตอนต้น เป็น 51%ของชาวเน็ตท่องเว็บเชียวแหละ)

เมื่อผลสำรวจนี้ ออกมาว่าคนในวัยอายุ 12-23 ปี ออนไลน์มากที่สุด และดังนั้นคนเหล่านี้จึงเป็นนักเรียน นักศึกษาอยู่เกือบ ๆ 2 ใน 5 คนเชี่ยวแหละ (37.51%), รองลงมาก็เป็นพวกที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต (10.02%) คนมีอาชีพการงานด้านการศึกษาวิจัย (6.32%) อาชีพนอกเหนือจากนั้นก็กระจุยกระจายลดลั่นกันไปตามขนาด/จำนวนของคนที่อยู่ตามสาขาอาชีพต่าง ๆ, ที่น่าสังเกตคือในช่องอาชีพอื่น ๆ--คงแปลว่าจับฉ่าย หลายอาชีพปน ๆ กันอยู่ละกระมัง ที่ระบุว่ามีอยู่เกือบ 1 ใน 5 (ร้อยละ 18.89)
แล้วในจำนวนอาชีพปนกันเหล่านั้น ไม่ทราบว่ามี อาชีพเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ กรรมกรรับจ้างแบกหาม หิ้ว ขุด เจาะ ฉาบ อยู่ด้วยหรือไม่? (แสดงว่าไม่มีอาชีพผู้ใช้แรงงานปรากฎในรายงานการศึกษาสำรวจนี้ด้าย หรือว่าพวกเขาหล่านั้นไม่มีโอกาสเล่นก้นแน่...เฮ้อ)


ไปดูเรื่องระดับการศึกษาของนักท่อง website บน internet เมือง-hailand แดนคนขยันกู้ชาติกันจัง (อิอิ จะไหวเหรอเพ่…) ผลกการสำรวจนี้พบว่านักท่องเว็ปผู้มีการศึกษาระดับปริญญาตรีนำโด่งมาเชียว (2 ใน 5 ของทั้งหมด คือเท่ากับร้อยละ39..49), รองลงมาเรียนจบหรือกำลังเรียน ม. ปลาย หรือกับ ปวช. (1 ใน 5 หรือร้อยละ22.30), อีกเกือบร้อยละ 15 มีการศึกษาระดับ ม. ต้น, ที่รั้งท้ายก็ตามเคย---ผู้ด้อยโอกาส (อาจรวมเด็กที่อายุสิบขวบลงมาด้วย) มีอยู่กับเขาด้วยเพียง…4%


หากพิจารณาผลการสำรวจนี้ ที่ใช้ฐานประชากรในการศึกษาจากผู้เข้าชมทุกเว็บไซต์ในประเทศไทย จำนวน 18,399 คนแล้ว ดูคุณสมบัติของนักท่องเว็ปตามอาชีพและระดับการศึกษาก็ OK. อยู่ดอกนะ เพราะพอเข้าใจความสมเหตุผลได้

คราวนี้พอไปดูเรื่องระดับรายได้ของคนท่องเน็ตบ้าง ---มันชักจะยังไงยังไงอยู่นา – เอาอย่างงี้…ร้อยละ 51 (ก็เกินครึ่งนั้นแหละ)ของนักท่องเว็บมีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาท (ต่อเดือนกระมัง?) อ้าวมันก็เป็นไปได้อย่างนั้นแน่นอนล่ะ เพราะเกือบ 40% (2 ใน 5) ของนักท่องเว็บยังเป็นนักเรียนนักศึกษาอยู่นี่ครับ –ปัญหาก็คือ ตกลงนักเรียนนักศึกษาเหล่านั้น จัดเป็นประชากรผู้มีงานทำและเป็นผู้มีรายได้หรือเปล่าล่ะ?


คราวนี้ก็เป็นเรื่องของโอกาส และความพร้อมของเครื่องอำนวยความสะดวกที่เป็นโครงสร้างใหญ่ต่อการเปิดให้คนพลเมืองได้เข้ามาเล่นอินเตอร์เน็ตกันบ้าง—นักท่องเว็บไซต์ร้อยละ 42 อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล, รองลงมาเป็นผู้อาศัยอยู่ในจังหวัดเขตภาคกลาง (16%), เขตจังหวัดภาคอีสานเกือบ 15% (อ้อ…ต้องคิดว่าภาคอีสานมีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศด้วยนะ), ภาคใต้ 10%, แล้วก็เป็นภาคเหนือเกือบ 9%, แล้วจึงเป็นภาคตะวันออกเกือบ 8%



สุดท้ายจากผลการสำรวจนี้ของ truhit.com เป็นเรื่องความสนใจของนักท่องเน็ต แยกตามประเภทเนื้อหาที่เว็บไซต์ให้บริการ---อันดับความสนใจของนักท่องเว็บไทยเรียงจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้---

อันดับ ๑ เพลง หรือ ภาพยนตร์
อันดับ ๒ คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต
อันดับ ๓ หนังสือ
อันดับ ๔ กล้อง โทรศัพท์มือถือ
อันดับ ๕ ท่องเที่ยว
อันดับ ๖ การ์ตูน และนวนิยาย
อันดับ ๗ การศึกษา

อันดับรอง ๆ ลงไปจากข้างต้น ตามลำดับ ได้แก่ กีฬา, ข่าวสาร, รถยนต์ และจักรยานยนต์, ความงาม/สุขภาพ, ดูดวง โหราศาสตร์, อาหาร, วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี, แฟร์ชั่น ช๊อปปิ้ง, สนทนาออนไลน์/หาเพื่อน/หาแฟน, ของแต่งบ้าน, สัตว์เลี้ยง, เกมส์ และการพนัน, ประวัติศาสตร์, การเมือง, หางาน, ศาสนา นั่งสมาธิ เข้าวัด, อสังหาริมทรัพย์, และ หุ้น.

แปลกแหะ!
ไม่มีคนตอบว่าเข้าเว็บ มาเล่น weblog, blog, blogging—มาอ่านบล็อก เขียนบล็อกเลยหรือไงเนียะ?


แต่ก็ช่างเหอะ!
เสาร์หน้าจะชวนไปเสวนากันเรื่อง เว็บไซต์ที่กล่าวกันว่าเป็นลิงค์ยอดนิยมสำหรับใครหลาย ๆ คน

—ที่เล็ง ๆ ไว้ก็…เว็บไซต์ดูดวง โหราศาตร์งัยยยยย…

เสาร์นี้ ขอลาไปละนะ.






 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2550 13:26:08 น.
Counter : 212 Pageviews.  

OneWebDay: One Web. One World. One Wish.

ทุกเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่เมืองเชียงใหม่
ก่อนเข้าถึงตัวเมือง/เขตเทศบาลนครเชียงใหม่
มีรถติดปืนของทหารจอดอยู่ทุกมุมเมือง
ทหารในชุดพร้อมรบ สบายปืน(กล)ยืนอยู่จุดละสี่ห้าคนขึ้นไป

The mission ของทหารไทยเหล่านั้น คืออะไร ฉันไม่ทราบแน่ชัด (อ้อ... ประเทศตกอยู่ภายใต้กฏอัยการศึกเป็นวันที่สามแล้ว-- โดย--คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข)



แต่วันนี้--- The mission ของฉันเป็นภารกิจ ร่วมฉลอง OneWebDay ครั้งแรกของโลก

The mission of OneWebDay is to create, maintain, advance, and promote a global day to celebrate online life: September 22, 2006

OneWebDay



One Web. One World. One Wish.


คุณขุนทหาร(ไทย) ที่เคารพครับ
อยากทราบไหมครับว่า ชาวโลกเขาควรจะทำอะไรกันบ้างในว้นนี้ -- OneWebDay

อ้อง่ายมากครับ...ตามลิงค์ไปที่ //www.onewebday.org/?p=149
รับรองว่าไม่มีการ block
หรือ เซนเซอร์



ส่วนตัวข้าพเจ้าเอง วันนี้ -- OneWebDay ได้เข้าไปสำรวจข่าวสารในเวปไซต์-- //bangkok.metblogs.com/

พบข้อความที่ -- One Web. One World. One Wish. ดังต่อไปนี้

ภาคประชาชนระดมชื่อ รักษาสิทธิ ต้านความรุนแรง

ตามที่นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน นิตยสารฟ้าเดียวกัน องค์กรนิรโทษกรรมสากล และคนที่ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร นัดไปรวมตัวกันที่พารากอน ลานน้ำพุ เย็นวันศุกร์นี้ เวลา 18.00 น. ภาคประชาชน ก็ออกจดหมายเปิดผนึกเพื่อระดมชื่อ เพื่อรักษาสิทธิเสรีภาพในการแสดคงามคิดเห็น และต่อต้านความรุนแรง

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ มีจดหมายเปิดผนึก นำโดย นายธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดดิสัน สหรัฐอเมริกา เพื่อระดมชื่อเรียกร้องให้กลุ่มรัฐประหารยอมรับการรวมกลุ่มทางการเมืองของประชาชน และย้ำว่ากลุ่มรัฐประหารไม่มีสิทธิจับกุมคนที่ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจครั้งนี้

นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ แสดงความคิดเห็นในอีเมล์ระดมชื่อดังกล่าวว่า "ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับการคัดค้านรัฐประหารหรือไม่ หลักการขั้นมูลฐานที่เราควรเห็นร่วมกันก็คือ พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยมีสิทธิเสรีภาพที่จะรวมกลุ่มและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง"

เขายังได้แสดงความกังวลต่อด้วยว่า ขณะที่กลุ่มรัฐประหารดูจะไม่เข้าใจหลักการพื้นฐานข้อนี้ เพราะได้เกิดการปิดวิทยุชุมชนในสามจังหวัดภาคเหนือ , "ขอร้อง" ให้เว็บไซด์ไม่เผยแพร่และรายงานความเห็นที่ขัดแย้งกับคณะรัฐประหาร , จับผู้ประท้วงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปเงียบ , ห้ามพรรคการเมืองมีกิจกรรมทางการเมือง ฯลฯ ถ้า "ระบอบทักษิณ" คือ "อาณาจักรแห่งความกลัว" การรัฐประหารของคนกลุ่มนี้ก็ได้สร้าง "อาณาจักรแห่งความรุนแรง" ซึ่งอันตรายยิ่งกว่า เพราะมีการใช้กำลังทหาร, รถถัง, อาวุธหนัก เป็นรากฐานของการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

อย่างไรก็ดี หากเห็นด้วยว่า สิทธิเสรีภาพเป็นเรื่องสำคัญ เชิญร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ได้ที่
โดยคลิกไปที่ลิงค์นี้

//www.petitiononline.com/thaicoup/petition.html


ข้อความในจดหมายเปิดผนึก


Thai authorities must not arrest or harm the protesters.
เจ้าหน้าที่ไทยต้องไม่จับกุมหรือทำร้ายร่างกายผู้ประท้วง

To whom it may concern,
ถึงท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

We are deeply concerned about the situation in Thailand at the moment. We regret that the coup on September 19th, 2006, took place and hope democracy will be restored to the country as soon as possible.
พวกเราเป็นห่วงสถานการณ์ในเมืองไทยขณะนี้เป็นอย่างยิ่ง
เราเสียใจที่เกิดรัฐประหารขึ้นในวันที่ 19 กันยายน 2549
และหวังว่าจะมีการฟื้นฟูประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด

It is likely that there will be people who disagree with the coup and will
express their opinions in the media, web sites and at a gathering in public
places. We urge the Thai authorities to allow those expressions and
tolerate the differences of political opinions. We urge the Thai authorities
that there should not be any arrest or harm to those people who express
their views peacefully.
เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะมีประชาชนไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร
และแสดงความเห็นต่างๆในสื่อ เว็บไซต์ และรวมตัวกันในพื้นที่สาธารณะ
เราเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่มีขันติต่อความแตกต่างทางความคิดเห็น
และยอมรับให้มีการแสดงออกทางการเมือง
ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่อย่าจับกุมหรือทำร้ายร่างกายประชาชนที่แสดงความคิดเห็นของตนอย่างสันติ


Freedom of expression and the rights to express opinions belong to every
human being and cannot be suspended or taken away by any authority of any regime.
เสรีภาพและสิทธิในการแสดงความคิดเห็นเป็นของมนุษย์ทุกคน
และไม่อาจถูกลบล้างหรือถูกพรากไป โดยอำนาจใดๆ ในระบอบใดๆก็ตาม


Respectfully yours,
ด้วยความนับถือ

Thongchai Winichakul, University of Wisconsin-Madison, USA
ธงชัย วินิจจะกูล มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดดิสัน สหรัฐอเมริกา



อ่านประกอบ

เครือข่าย 19 ก.ย. ต้านรัฐประหาร 'การสร้างประชาธิปไตยทีเริ่มต้นจากการทำลายล้างประชาธิปไตย

source:

//www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=5074&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

if the prachathai sites gets shutdown, they have a back up at: //prachatai.wordpress.com/



ฯ พณ ฯ ท่านขอรับ นี่คือความปรารถนาดีจาก บล็อกเกอร์ชาวไทย - Thai blogger คนหนึ่ง
-- One Country. One World. One Wish.



Posted by a_somjai on 2006-09-22 @ 5.30 pm | OneWebDay | ฉันเห็นและเป็น อยู่ คือ




//prachatai.wordpress.com/

◊ ไอซีทีเตือนประชาไท !
Posted by prachatai on September 22nd, 2006

นายจอน อึ๊งภากรณ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ประชาไท กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ได้รับโทรศัพท์จากผู้ตรวจของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ว่า มีผู้ร้องเรียนไปยังกระทรวงไอซีทีว่า เว็บไซต์ประชาไทมีข้อความที่ไม่เหมาะสม โดยทางไอซีทีไม่ได้ระบุว่าข้อความดังกล่าวคือข้อความใด เพียงแต่กำชับให้กองบรรณาธิการรีบตรวจสอบโดยด่วนที่สุด ทั้งนี้ เป็นไปตามคำสั่งของคณะปฏิรูปฯ

This entry was posted on Friday, September 22nd, 2006 at 6:31 pm and is filed under ข่าว. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.



2006-09-22 @ 8.45 pm

◊ ประกาศ (ฉบับที่ 1) ปิดบอร์ดชั่วคราว
Posted by prachatai on September 22nd, 2006

ประกาศประชาไท ฉบับที่ 1 จำต้องปิดเวบบอร์ดชั่วคราว เวลา 18.00-20.00 น.









LINK FOR 2006-09-25 |ฅนไทยควรอ่าน แนวทางของผู้ที่รักประชาธิปไตย ต่อต้านการรัฐประหาร ของ "วิถีไทย" สมาชิก bloggang.com

QUOTE---

ฮันนี่มูนพีเรียด ของคณะปฏิรูปฯ จึงสั้นเหลือเกิน ทางที่จะเลือกเดิน แต่ละทางก็มีความสุ่มเสี่ยงสูงทั้งนั้น แนวทางที่กลุ่มปฏิรูปฯ ตั้งความหวังไว้ว่าจะเป็นทางออก ก็คือการที่จะต้องหากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว และน่าจะตั้งพวกของตัวเอง เข้าไปเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อเป็นตรายาง และเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ไม่มีความคิดที่สร้างสรรเลย สฤษฎิ์ ก็ทำแบบนี้ รสช. ก็ทำแบบนี้) แต่ก็ยังจะต้อง "ชักใย" อยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน และควรจะต้องคืนสิทธิในการพูดความคิดเห็นคืนมา (The right of free speech) และ การชุมนุมคืนมา ไม่อย่างนั้น แนวร่วมที่ไม่ว่าจะเป็น NGO หรือ สื่อ ก็จะต่อต้าน ซึ่ง กลุ่ม B ดังกล่าวข้างต้น น่าจะมีจำนวนหนึ่งที่จะกลับมาต่อต้าน ต่างประเทศและองค์กรสิทธิเสรีภาพต่างๆก็จะกดดันมากขึ้นทุกที เพราะทำตัวไม่ต่างจากรัฐบาลพม่าแต่หากจะเลือกที่จะจนเลิกการปิดกั้นความคิดเห็น และการชุมนุม พวกกลุ่มต่อต้านเดิมก็จะออกมาชุมนุม และด่ากราดแน่นอน ช่างเป็นการตัดสินใจที่ยากยิ่งเสียจริงๆ

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ไม่ว่า คณะปฎิรูป จะเลือกที่จะปิดกั้นความคิดเห็นและการรวมตัวกันก็ไม่เป็นผลดี และหากจะเลือกให้มีการแสดงความคิดเห็นโดยเสรีและการชุมนุมทางการเมืองก็ไม่เป็นผลดีเช่นกัน ล้วนแล้วแต่เป็นผลร้ายทั้งสิ้น ไม่มีทางใดที่จะเป็นผลดีเลย และเป็นทางเลือกที่จะนำไปสู่ทางหายนะของคณะปฏิรูปทั้งสิ้น แต่คณะปฏิรูปฯน่าจะเลือกที่จะปิดกั้นสื่อมากกว่า แต่การที่ยิ่งคณะปฏิรูปยิ่งจะปิดกั้น ก็ยิ่งจะสูญเสียการสนับสนุนจากมวลชนมากขึ้นไปทุกที และเราก็จะมีแนวร่วมมากขึ้นทุกที

ในส่วนของเราเอง เราคงต้องสร้างเงื่อนไขให้คณะปฏิรูป จำกัดสิทธิเสรีภาพไว้มากและนานที่สุด เพื่อพลังประชาชนจะออกมาต่อต้าน และขับพวกมันออกไป หนทางหนึ่งที่จะทำให้คณะปฏิรูปต้องกอดอำนาจและลิดรอนสิทธิเสรีภาพไว้นานที่สุดก็คือ ทำให้มันกลัว ทำได้อย่างไร?

คณะปฏิรูปฯเอาคอพาดเขียงตั้งแต่วันแรกที่คิดก่อการแล้วครับ ตอนนี้ คปค. คงพยายามขอให้ในหลวงพระราชทานอภัยโทษให้ หรือให้สภาตรายางที่กำลังจะแต่งตั้งออก พรบ. นิรโทษกรรมให้ เพื่อจะได้ไม่มีใครหาเรื่องได้อีก ดังนั้น เราควรสร้างข้อเรียกร้อง หรือ หลักการ ที่ทำให้ คปค. ไม่อาจจะที่จะอยู่เฉยได้ ต้องลงมาควบคุมการแสดงความคิดเห็น และการชุมนุมให้ได้

ผมเสนอว่า

---END QUOTE



[[[[ตาม link ไปอ่าน>>>>READ>>>>แนวทางของผู้ที่รักประชาธิปไตย ต่อต้านการรัฐประหาร]]]]




 

Create Date : 22 กันยายน 2549    
Last Update : 25 กันยายน 2549 14:08:59 น.
Counter : 419 Pageviews.  

เว้นวรรค...ปิดเทอมเล็ก...แนะนำอ่านทางเลือก...เอา-ไม่เอา..ทักษิณ


สำหรับท่านที่ชอบอ่านเรื่อง "การบ้านการเมือง...แนวคิดที่ร่วมสมัย" ว่าด้วยเรื่อง..

- โลกาภิวัตน์ (การขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้งทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และ วัฒนธรรม)
- ชาตินิยม (รวมทั้งศานานิยม)
- เสรีนิยมใหม่
- (ความขัดแย้งระดับอุดมการณ์และระดับปรากฏการณ์... อันเกิดจากแนวคิดดังกล่าวเหล่านั้น)



ขอแนะนำให้อ่าน บทความ "“เอา-ไม่เอา โลกาภิวัตน์” และ “ขาย-ไม่ขาย ชาติ” : สองประเด็นสับสนในการต่อต้านทักษิณ ที่คนไทยต้องตีกรอบและข้ามพ้น" โดย สฤณี อาชวานันทกุล ใน ON OPEN (magazine)

- อ้อในบทความนี้ ของคุณสฤณี อาชวานันทกุล มีทีเด็ด (สำหรับฮาร์ดคอร์ที่สนใจด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง)ให้อ่านกันเต็ม ๆ ด้วยแหละ ... "บทวิจารณ์หนังสือเรื่อง “โลกแบน: ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของศตวรรษที่ 21” (The World Is Flat: A Brief History of the Twenty-first Century) โดย ธอมัส ฟรีดแมน (Thomas Friedman)"



เชิญเลือกเสพข่าวสารความรู้ตามถนัดครับ.



23 พฤษภาคม 2549 ...02:29 AM

ขอเรียนท่านที่เข้ามาเยี่ยมมาอ่านบล็อกนี้เป็นประจำ...
ผมขอ...เว้นวรรค...ปิดเทอมการโพสต์เรื่องราวบนบล็อกไว้สัก 1-2 สัปดาห์

เสร็จภารกิจ(เบา ๆ )...แล้วจะมาเขียนต่อ..อย่างเต็ม ๆ

แล้วพบกันที่นี้...ที่เดิมครับ






 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2549    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2549 5:00:26 น.
Counter : 225 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

a_somjai
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





  • NEW! 2013
    กลับบลูส์บ้านบ้าน







  • ... ---



  • ---







  • สถิติ










  • Friends' blogs
    [Add a_somjai's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.