2010-01-17 Jaisalmer... The golden city
เตรียมตัวเดินทางต่อแต่เช้า เจ้าของเกสท์เฮ้าส์ยังไม่ตื่น เลยเดินออกไปหาอาหารเช้าทานกันข้างนอก เดินไปเรื่อยๆ ก็ไม่เห็นมีร้านไหนเปิด เดินไปจนถึงหอนาฬิกาที่ตลาดเจอรถเข็ญขายชัยและกาแฟ ชัยรสชาดกลมกล่อม เจ้าของเป็นเด็กหนุ่มใจดี เด็กๆ มาขอชัยดื่มฟรี เขาก็แจกให้คนละแก้ว ตอนจ่ายเงินกลุ่มของเราเลยให้ทิปก้อนใหญ่เลยทีเดียว. พวกเราก็เดินกลับเกสท์เฮาส์ซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบ 1 กิโลเมตร นั่นคือตื่นเช้ามาเราออกกำลังกายโดยเดินเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตรแล้วนะเนี๊ยะ... นี่แปดโมงกว่าแล้วเจ้าของยังไม่ตื่น เราเลยเช็คเอ้าท์เองโดยวางกุญแจห้องไว้ที่เคาท์เตอร์ เรื่องชำระค่าห้องไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเจ้าของเกสท์เฮาส์บังคับให้เราชำระก่อนเช็คอินแล้วหล่ะ

นั่ง Auto rickshaw ไปลงหน้าตลาดที่เพิ่งไปดื่มชัยมา Mr.โกวะดัน มารอรับแล้ว เมื่อขนกระเป๋าขึ้นรถแล้วก็ออกเดินทางไป Jaisalmer. ระหว่างทางจอดแวะดูชาวบ้านตักน้ำ และแวะชมหมู่บ้านผลิตเครื่องปั้นดินเผา ซื้อเครื่องปั้นดินเผาชิ้นเล็กมา 3 ชิ้น เป็นรูปอูฐ 1 ชิ้น และรูปปั้นพระพิฆเนศอีก 2 ชิ้น ราคาถูกมากๆ เสียดายที่ซื้อมากไม่ได้เพราะไม่มีปัญญาเอากลับบ้าน


Morning 'Chai' กับคนขายใจดี


ถนนตอนเช้าดูโล่งมาก สายๆ หลังจากพ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงแล้ว แคบจนรถยนต์วิ่งไม่ได้ ต้องใช้ Auro rickshaw, มอร์เตอร์ไซด์ หรือใช้กำลังขาของตัวเอง


รถประจำทาง


สิบล้อ


พลังงานสะอาด


สองสาวแบกน้ำ


Mr.โกวะดันจอดให้เราถ่ายรูปสองสาวแบกน้ำ


ทะเลทรายที่นี่มียังมีต้นไม้ขึ้นเป็นหย่อมๆ


แซงมากันจนฝั่งเราหลบเข้าเลนส์ซ้ายจนเกือบตกถนนเลยอ่ะนะ


ชาวบ้านมาตักน้ำในบ่อของหมู่บ้าน... สังเกตุได้ว่าเป็นงานของผู้หญิง แวะชมบ่อน้ำของหมู่บ้านแต่ละแห่งไม่เคยเห็นผู้ชายมาตักน้ำเลยอ่ะ


ชอบภาพนี้... สวยดี


นี่คือภาพที่เราชอบมากที่สุดของทริปนี้เลย...


แวะจอดที่หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผา... เค้าใช้ขี้วัวเป็นเชื้อเพลิง


เจ้าของโรงงานสาธิตการปั้นให้ชม


ราคาถูกมากๆ เสียดายซื้อได้แต่ชิ้นเล็กๆ ขนมาไม่ได้อ่ะ

ชมดินปั้นสวยๆ จนเป็นที่พอใจแล้วจึงกลับขึ้นรถแล้วเดินทางต่อ แวะทานข้าวเที่ยงระหว่างทาง ร้านอาหารที่แวะทานไม่ได้พิเศษอะไร ก็ประมาณว่า ถ้าขับรถจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ ก็จะแวะทานกันที่นครสวรรค์ อะไรทำนองนั้น.

เดินทางต่ออีกชั่วโมงครึ่งก็ถึง Jaisalmer, Jaisalmer เป็นเมืองที่ตั้งอยู่สันเขาหินทรายสีเหลืองกลางทะเลทราย เมื่อต้องแสงอาทิตย์ทำให้ดูราวกับเป็นเมืองแห่งทองทำ ทำให้ผู้คนเรียกเมืองนี้ว่า 'The Golden City' ตรงกลางเมืองเป็นคือป้อม Jaisalmer ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ราชวัง และวัดของศาสนาเชน หรือไชนะ ซึ่งเป็นศาสนาที่มีมาราวยุคเดียวกับพุทธกาล

ไกด์รออยู่ที่โรงแรมแล้ว พอเราลงจากรถไกด์ก็จัดการเช็คอินและจัดการสัมภาระให้พวกเราเสร็จสรรพ เราจึงเดินชมโรงแรม... อย่างแรกสุดคือขึ้นไปดูห้องอาหารที่อยู่บนดาดฟ้า จัดแต่งได้สวยดี วิวเห็น Jaisalmer Fort อยู่ใกล้มากๆ จากนั้นเดินลงมาชมห้องหลังจากไกด์เช็คอินให้แล้ว ห้องสวยดี เตียงก็นุ่ม กะจะเอนหลังสักหน่อยไกด์ก็มาลากพวกเราไปขึ้นรถ... เพื่อไปชมทะเลสาบ Gadisar และชมพระอาทิตย์ตกดินที่จุดชมวิว

Gadisar (หรือ Gadi Sagar) Lake... The man made Lake

Gadisar เป็นอ่างเก็บน้ำกินน้ำใช้ สำหรับชาวเมือง Jaisalmer สร้างโดย Maharaja Gadsi singh เมื่อหกร้อยกว่าปีก่อน Gadisar ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของกำแพงเมือง เนื่องจากพื้นที่ของ Gadisar มีขนาดใหญ่จึงเรียกว่าเป็นทะเลสาบ. ตกเย็นคู่หนุ่มสาวก็จะพากันมานั่งชมทะเลสาบ และมีหลายคนให้อาหารปลา ไกด์บอกว่าชาวบ้านที่นี่ไม่กินปลาในทะเลสาบแห่งนี้ จึงทำให้ปลาเพิ่มจำนวนมากขึ้นและมีขนาดใหญ่โตอีกด้วย


ห้องอาหารของโรงแรมอยู่บนดาดฟ้า (ตึกสูงสามชั้น) วิวเห็น Jaisalmer Fort อยู่ใกล้ๆ


ทางเข้า Gadisar Lake


ซุ้มประตูเข้าสู่ทะเลสาบ ใหญ่โตอลังการงานสร้าง


ในบริเวณทะเลสาบมีวัด, ศาลเจ้าและศาลา ตั้งอยู่เรียงราย. ถ้าใครไปเที่ยวแล้วอยากพายเรือ ก็มีเรือให้เช่าด้วยน๊า


หนุ่มสาวพากันมาเที่ยวหลังเลิกงาน คู่นี้เอาขนมปังมาให้ปลากิน


สิ่งก่อสร้างที่นี่ สร้างมาจากหินทรายสีเหลืองทอง เมื่อต้องแสงอาทิตย์ยามเย็นยิ่งมีสีสวยสดงดงามยิ่งนักหิ


ภายในศาลามีภาพหินสลักเล่ามหากาพย์รามายณะ


เดินออกมาจากทะเลสาบไปขึ้นรถ เพื่อเดินทางต่อไปจุดชมพระอาทิตย์ตกดิน... เจอสเก็ตบอร์ดแขก


รถจอดบนเนินเขาเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินต่อเข้าไปจุดชมพระอาทิตย์ตกดิน ต้องเดินผ่านแท็งค์น้ำขนาดใหญ่ มีการวาดรูปสวยงามเลยทีเดียว


ป้อมร้างที่จุดชมวิว


ชาวบ้านและนักท่องเที่ยว


จุดชมวิวฝั่งนี้เห็น Jaisalmer Fort, ถ้าจะดูพระอาทิตย์ตกดินต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 100 เมตร


จุดชมพระอาทิตย์ตกดิน เนื้อที่ไม่กว้างมากนัก นักท่องเที่ยวต่างพากันจองที่นั่งเพื่อรอดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า


ไม่มีใครถ่ายให้ เลยเอากล้องวางบนหิน ภาพออกมาเอียงกะเท่เร่ แต่ก็ดู ติ๊ส ดี อิ...อิ...


เย๊!!! ในที่สุดก็ตกจนได้... ภาพนี้ถ่ายตอน หนึ่งทุ่มสี่สิบห้านาที (19:45pm)


ภาพนี้ถ่ายตอนนั่งรถกลับโรงแรม ชอบอาคารบ้านเรือนของที่นี่ สร้างจากหินทราย มีการแกะสลักอย่างสวยงาม

กลับมาถึงโรงแรมก็อาบน้ำ แม้ว่าอากาศจะเย็นแต่เราก็เดินทางทั้งวันทำให้ไม่สบายตัว พอได้อาบน้ำอุ่นก็สบายอย่าบอกใครเชียว. อาบน้ำเสร็จก็ขึ้นไป Roof top เพื่อทานดินเนอร์ อาหารอร่อยดี. วิวสวยมากๆ พยายามถ่ายภาพ ประมาณ 30-40 ภาพ ด้วยแรงอธิฐานจึงได้ภาพที่ออกมาดี 1 ภาพ


ภาพถ่ายจากแรงอธิษฐาน... อยากให้เพื่อนๆ ได้ไปเที่ยว Jaisalmer จังเลย ที่นี้แตกต่างจากอินเดียที่เราเคยวาดภาพไว้ สวยมากๆ

ขอเล่าเรื่องกล้องของเราหน่อยนะ พอดีมีกล้อง Fuji ได้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อ 3 ปีก่อน แต่มันค่อยข้างใหญ่เทอะทะ เราจึงซื้อกล้อง Casio Exilim EX-Z90 เพื่อทริปนี้โดยเฉพาะเลย ที่จริงกล้องรุ่นนี้มีฟังก์ชั่นดีมาก ใช้ง่าย ถ่ายกลางคืนได้ภาพออกมาชัดมากเลยทีเดียว เสียตรงที่ถ่าย macro ได้แค่ 10 cm. ตอนซื้อก็ตรวจเช็คเป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเดินทางไปถึงอินเดียก็พบว่าพอถ่ายภาพในที่มืดโดยไม่ใช้ Flash จะมีแสงสีฟ้าอยู่ด้านซ้าย ขนาดประมาณ 1 ใน 4 ของภาพ ดังนั้นทริปนี้จึงไม่มีภาพถ่ายตอนกลางคืนให้เห็น ยกเว้นภาพที่ถ่ายจากแรกอธิษฐานดังกล่าว อิ..อิ.. ใครอยากอ่านเรื่อง "ส่งกล้องซ่อมร้าน Powerbuy 4 เดือนแล้วยังไม่ได้คืน" ก็เข้าไปอ่านได้ที่ //www.bloggang.com/viewblog.php?id=annopwichai&date=22-05-2010&group=2&gblog=8



Create Date : 13 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2553 11:29:03 น.
Counter : 1275 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
All Blog
MY VIP Friend