Introduce my blog - แนะนำบล๊อกของฉัน



Many times when I do something or travel somewhere I want to share with all of my friends and people who have the same interest... I'm not a good writer. I've alot of good photos to share.

ตอนที่ฉันทำงานอดิเรก หรือตอนที่ฉันท่องเที่ยว ฉันต้องการแบ่งปันประสบการณ์เหล่านั้นให้เพื่อนๆ และผู้ที่มีความสนใจในสิ่งเดียวกับฉัน ฉันไม่ใช่นักเขียนที่ดี แต่ฉันมีรูปภาพมากมายที่อยากจะเอามาแบ่งปัน.

When you get into my blog, there is the 'Group blog' on the right of the screen. That is the main blog on each topic that I wrote. Choose one topic that you want to read. Some topic have more than one blog, you can choose to read from 'All blog' which is the sub-blog from the group blog.

ถ้าเข้ามาในบล๊อกของฉันแล้ว ให้เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่านตรง "Group blog" กรุ๊ปบล๊อกทางด้านขวามือ แล้วให้ดูหัวข้อย่อยตรง "All blog"

I write my blog in Thai because my English is so bad, but you can see the photos. I hope you enjoy my blog!

ฉันเขียนบล๊อกเป็นภาษาไทย เพราะภาษาอังกฤษของฉันแย่อย่างแรง, เธอก็เข้ามาดูแต่รูปก็ได้นะ. ฉันหวังว่าเธอจะสนุกไปกับบล๊อกของฉัน!



Create Date : 27 พฤษภาคม 2556
Last Update : 27 พฤษภาคม 2556 15:23:40 น.
Counter : 758 Pageviews.

0 comment
2011-08-29 ซื้อกล้อง Canon EOS60D ถูกใจ๊ ถูกใจ
เคยเขียนเล่าเรื่องกล้อง Casio ซึ่งเป็นกล้อง compact ตัวที่พกติดกระเป๋าอยู่ประจำ เนื่องจากเราเที่ยวบ่อย เวลาถ่ายรูปก็ได้แต่นึกเสียดายเพราะอยากได้รูปดีกว่ารูปที่เราถ่ายได้จากกล้อง compact (คนเรามีความต้องการไม่สิ้นสุด... จริงๆด้วยอ่ะ) เลยตกลงใจว่าจะซื้อกล้อง DSLR สักตัว และไปลงเรียนสักหน่อยเพราะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกล้อง DSLR เลย... ศึกษาคล่าวๆ จากเวปต่างๆ เลือกแทบไม่ถูก เลยต้องวางกรอบไว้ก่อน คือ
1. ตั้งงบ... เราตั้งไว้ที่ 30,000 บาท กะว่าผ่อนเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลาหกเดือน ไม่มีดอกเบี้ยเพราะเรามีบัตรเครดิต KTC
2. บีบตัวเลือกยี่ห้อ... เราชอบ Nikon เพราะมืออาชีพเค้าใ้ช้กัน, จากการศึกษา(อ่านจากเวปต่างๆ) ก็พบว่าถ้าเราต้องการซื้อเลนส์เพิ่มก็คงไม่มีปัญญาแล้วหล่ะ เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ของ Nikon คุณภาพสูงและราคาแพงมาก เลยตัดโจทย์ข้อนี้ไป เหลืออีกยี่ห้อที่เราชอบคือ Canon มีข้อเสียคือมีการปรับปรุงเทคโนโลยีบ่อยๆ ทำให้ตกรุ่นง่าย ซื้อแล้วราคาตก แต่ Accessories มีให้เลือกมากมายและราคาย่อมเยากว่า หรือจะใช้ยี่ห้ออื่นมาใช้ร่วมกับตัวกล้องก็ง่ายและถูกว่า สรุปยี่ห้อกล้องในใจคือ Canon
3. เลือกรุ่น รุ่นในใจเราคือ EOS1100D, EOS550D, EOS600D และ EOS60D เราเทียบดูจากหลายๆ ร้าน (การเทียบของเราทำผ่าน Internet, หลายคนแนะนำให้ไปลองจับ ลองถ่าย แต่เราขี้เกียจ... แค่อ่านจากรีวิวและคอมเม้นท์ในเวปต่างๆ ก็นำมาใช้ประกอบการตัดสินใจแล้วหล่ะ อิ..อิ..
4. เทียบราคาจากหลายๆร้าน ที่จริงราคาประกันศูนย์ของทุกร้านอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ส่วนราคาประกันร้านเราตัดออกไป ถึงแม้จะถูกว่า หลายพันบาท แต่ไม่อยากมาปวดหัวภายหลังถ้ากล้องมีปัญหา สรุป เราไม่เจาะจงร้าน เดินเข้าร้านไหน เห็นแล้วถูกใจก็จะซื้อ (ฟังดูอาจจะโง่ๆ แต่คนอย่างเรา... เลือกนักมักได้แร่ เลยไม่เลือกนักอ่ะ อิ..อิ..)

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2554 ไปเรียนถ่ายภาพกับอาจารย์ Kay ที่พันทิพย์เชียงใหม่ ชั้น 4 ออกจากลิฟท์อยู่ซ้ายมือ เรียน 10 โมงครึ่ง ถึง 5 โมงเย็น เรียนเสร็จก็แวะซื้อกล้องที่ร้าน Photo bug ชั้น 1 ตอนเข้าไปดูก็กะจะเอากล้อง Canon EOS600D เพราะเป็นกล้อง Entry Level สำหรับมือใหม่ ฟังค์ชั่นใช้ง่าย ราคาพร้อมเลนส์คิท 18-55mm อยู่ในงบที่ตั้งไว้ แต่เราอยากได้เลนส์ 18-135mm รวมราคาอยู่ที่ 38,900.- คนขายแนะนำ EOS60D ซี่งเป็นตัวเริ่มของรุ่นโปร ราคาพร้อมเลนส์ 18-135mm อยู่ที่ 42,900.- คิดไปคิดมา ซื้อทั้งทีก็เอาที่เราคิดว่าดีๆ หน่อยก็แล้วกัน สรุปว่า หนีบเอา EOS60D มา กลับถึงบ้านมานั่งคิดดูอีกที เกินงบไปมากโข แต่ซื้อแล้วไม่เป็นไร... อย่างคิดมากน่า


ตัวกล้อง+เลนส์ 18-135mm, คู่มือกล้อง (ภาษาอังกฤษ), CD คู่มือภาษาไทยและ CD โปรแกรม, แท่นชาร์ท, สาย USB, สาย AV, ใบรับประกันตัวกล้องและใบรับประกันเลนส์ ส่วนที่ทางร้านแถมมาคือ ฟิล์มป้องกันจอ LCD, SDHC 4 GB และกระเป๋ากล้อง Canon


เลนส์และกล้องด้านหน้า


ด้านหลัง, จอ LCD เปิดออกมาได้ 180 องศา และหมุนได้ 180 องศา ซึ่งสะดวกแก่การถ่ายภาพมุมสูง, มุมต่ำ และถ่ายภาพตัวเอง (จะสะดวกมากขึ้นถ้าซื้อรีโมทชัทเตอร์)

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม 2554 ก็ไปลงมือหัดถ่ายที่ Imperial maerim resort ช่วงเช้าฝึกวัดแสง ช่วงบ่ายถ่ายนางแบบ รวมแล้วถ่ายไปเกือบสี่ร้อยรูป แต่รูปออกมาพอดูได้มีประมาณ 25 รูป แต่ก็ดีใจเพราะเพิ่งซื้อกล้องมาได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ยังไม่ได้เรียนรู้ด้วยซ้ำว่าปุ่มอะไรอยู่ตรงไหน (ปลอบใจตัวเองเข้าไป... อิ..อิ..)

เอารูปที่หัดถ่ายมาให้ดู เผื่อใครสนใจอยากไปเรียนมั่งอ่ะ


ชอบรูปนี้ที่สุด ที่จริงคิดว่าแสงมากไป (Over) แต่ภาพดูเหมือนในนิตยสารดาราญี่ปุ่นเลยอ่ะ (แอบชมตัวเอง)


ที่จริงน้องนางแบบของอาจารย์เขาหน้าตาน่ารักอยู่แล้วอ่ะ...


ท่านี้เป็นธรรมชาติดี


ภาพนี้เสียดายมากที่จัดภาพไปด้านขวาเยอะไปหน่อย และภาพนางแบบก็ไม่ค่อยคม ต้องไปฝึกมาใหม่หิ


ภาพนี้ก็ชอบ ตานางแบบสวยใสคมชัด


ชอบองค์ประกอบของภาพนี้ดี ดูแล้วสมส่วน แต่ถ้าได้ชัดตื้นกว่านี้อีกหน่อยจะเปอร์มากเลยอ่ะ (perfect)


ขอภาพนี้อีกภาพ ชอบเพราะองค์ประกอบได้อย่างที่ต้องการ แสงเงาทำให้หน้านางแบบเด่นขี้นมา อีกทั้งการแสดงสีหน้าและอารมณ์ของนางแบบทำให้รู้สึกสงสัยกว่ากำลังคิดอะไรอยู่... ว่าไปโน่น อิ..อิ.. ภาพนี้น่าเสียดายที่แววตาไม่ค่อยชัดสดใสไม่เห็นประกาย ไม่งั้นเราจะชอบภาพนี้เป็นที่หนึ่งเลย

สรุป เราต้องเรียนรู้อีกมากมาย และเรายังไม่ชินกับกล้องตัวใหญ่ (ปกติกล้อง compact ที่มีอยู่ใช้สองนิ้วถ่ายยังได้เลย) เรื่องการจัดองค์ประกอบ และเรื่องการจัดแสงและเงา เรายังด้อยมากมาย แต่ต้องเข้าใจเรามั่งนะว่าเพิ่งได้กล้องมาอ่ะ จับกล้องจริงๆ ไม่กี่ชั่วโมงเองนิ



Create Date : 29 สิงหาคม 2554
Last Update : 26 พฤษภาคม 2556 15:31:49 น.
Counter : 10387 Pageviews.

17 comment
2010-05-22 ส่งกล้องซ่อมร้าน Powerbuy 4 เดือนแล้วยังไม่ได้คืน
ซื้อกล้องดิจิตอล ยี่ห้อ Casio จากร้านเพาเวอร์บายสาขากาดสวนแก้ว เมื่อวันที่ 24/12/2009 เห็นถ่ายได้ปกติเลยไม่ได้ตรวจสอบอะไรมาก เอากล้องไปถ่าย Trip ไปอินเดีย จึงพบปัญหา "ถ่ายภาพในที่มืดโดยที่ไม่เปิดแฟลส ภาพที่ได้มุมซ้ายของจอ LCD จะเป็นสีม่วงและสีฟ้าๆ" จะเปลี่ยนกล้องใหม่ก็ไม่ได้เพราะอยู่อินเดีย พอกลับมาก็รีบเอาไปซ่อม คือ วันที่ 25/1/2010 พนักงานบอกว่าระยะเวลาซ่อม 3 อาทิตย์. หลังจากนั้น 1 เดือน ในวันที่ 25/2/2010 ได้โทร.ตาม พนักงานขายบอกว่าได้ส่งไปซ่อมอีกครั้ง เพราะกล้องยังคงมีปัญหาเดิมอยู่ ระยะเวลาซ่อมสามอาทิตย์ (อีกแระ) จนสองเดือนก่อนผมก็ติดต่อศูนย์ซ่อมเพาเวอร์บายสาขารังสิต บอกว่าต้องรออะไหล่อีกสามอาทิตย์ ซึ่งทางศูนย์ได้รับกล้องไปตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2010 แล้วและไม่มีการดำเนินการอะไรเลย จึงส่งอีเมลไป Powerbuy Contact Center อีกสองวันพนักงานจากศูนย์ซ่อมก็โทร.มา บอกว่าอีกสามอาทิตย์ พอได้สามอาทิตย์ก็ส่ง massage เข้ามือถือว่า "สินค้าอยู่ระหว่างการตรวจเช็ค ขอบคุณค่ะ" อีกอาทิตย์หนึ่งก็ส่งมาอีกครั้ง แล้วก็หายไปเลย

เราได้ติดต่อพนักงานที่ขายสาขากาดสวนแก้ว
วันที่ 11/5/2510 ช่วยตามเรื่องให้หน่อย พอวันถัดมาเราก็ดีใจเพราะเขาบอกว่าอย่างเร็ววันศุกร์ อย่างช้าวันจันทร์กล้องจะส่งมา
วันจันทร์ที่ 17/5/2010 โทร.ตามก็ตรงกับวันหยุดของพนักงานขายคนนั้น (แล้วจะนัดวันจันทร์ทำมัยเนี๊ยะ)
วันอังคารที่ 18/5/2010 โทร.ตามอีกครั้งบอกว่าของยังไม่ส่งมา แล้วจะตามให้
วันนี้วันเสาร์ที่ 22/5/2010 พนักงานขายโทร.มาบอกว่าทางกรุงเทพฯติดต่อมาหรือเปล่า ซึ่งไม่มีใครติดต่อมาเลย เขาโทร.ไปกรุงเทพฯแล้วโทร.หาเราอีกครั้งบอกว่าทางกรุงเทพฯโทร.มา แล้วเราไม่รับสาย... ไม่มีใครโทร.เข้ามือถือเราทั้งอาทิตย์ ที่บ้านก็มีเครื่องตอบรับอัตโนมัติ

สรุป เรารอมาอีกสามวันจะสี่เดือน บอกพนักงานขายว่าถ้ายังไม่ได้ซ่อม หรือถ้าซ่อมไม่ได้ก็ให้ส่งกล้องคืนมา พนักงานที่กรุงเทพฯไม่จำเป็นต้องมาติดต่อเรา ก็แค่ส่งกล้องคืนมาที่สาขาที่เชียงใหม่แล้วให้เราไปรับก็จบ

ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว ถ้าเพื่อนๆคนไหนพอแนะนำได้ช่วยบอกหน่อยครับ

============== +++++++++++++++ ==============

2010-05-28 พนักงานขายที่เซ็นทรัลกาดสวนแก้วโทร.มาบอกว่าได้รับกล้องมาจากสำนักงานที่กรุงเทพฯ แล้ว ให้ไปรับกล้องคืนได้... ไปยืนรอสักพักเพราะเขากำลังเสนอขายกล้องให้ลูกค้ารายอื่นอยู่ เรารับกล้องโดยไม่เช็คอะไรทั้งนั้น เพราะถ้ามันยังเสียอยู่ก็จะไม่ส่งคืนกลับไปซ่อมอีกเป็นอันขาด ก่อนกลับพนักงานขายยังใจดีและให้คำแนะนำก่อนกลับว่าให้ไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ด้วยนะ... ฟังแล้วทะแม่งยังงัยมะรู้อ่ะ แล้วก็เป็นไปดั่งใจปรารถนา...เฮ้อ ยังมีอาการเป็นลำแสงอยู่ด้านซ้ายเหมือนเดิม แต่ก็ทำใจไว้แล้ว และก็ตั้งสัจจะวาจาไว้ว่า ชั่วชีวิตนี้จะไม่ซื้อของร้านเพาเวอร์บายอีก



Create Date : 22 พฤษภาคม 2553
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2553 18:50:34 น.
Counter : 764 Pageviews.

10 comment
2010-01-01 The Art of Calligraphy by Akiko III - การแสดงศิลปะการเขียนตัวอักษรด้วยพู่กันครั้งที่ 3
เมื่อวานไปงานแสดงศิลปะการเขียนพู่กันญี่ปุ่น ครั้งที่ 3 ที่ อาคารช้างเผือกเรสซิเดนท์ ซึ่งจัดโดยคุณ Akiko. ที่จริงคุณ Akiko ได้จัดงานแสดงศิลปะการเขียนพู่กันญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ที่วัดเกตุการาม เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 แต่เราติดธุระเลยไม่ได้ไป พอจัดครั้งนี้เราก็ไปสาย, งานเริ่ม บ่ายโมง แต่เราไปถึงบ่ายสองโมงกว่า คุณ Akiko ได้แสดงการเขียนพู่กันญี่ปุ่นเสร็จแล้ว และกำลังเชิญให้ผู้ร่วมงานได้มีโอกาสทดลองเขียนพู่กันด้วยตนเอง ว่าแล้วไปดูภาพบรรยากาศกัน


ภาพเขียนอักษรขนาดใหญ่ ดูพู่กันที่ใช้ดิ... เรานึกว่าเป็นไม้ถูพื้นอ่ะ


คุณ Akiko เชิญชวนให้ผู้ร่วมงานทดลองเขียนพู่กันด้วยตนเอง


ที่จริงเขียนไม่ยาก แต่ถ้าจะเขียนให้สวยก็ยากมากๆ หิ เราลองแล้ว ดูเหมือนเด็กประถมเลยอ่ะ บังคับพู่กันยากมาก


หลวงพี่ก็มาศึกษาศิลปะด้วยอ่ะ



ที่เห็นเขียนสวยๆ กัน ก็เพราะเค้าเป็นคนญี่ปุ่นนิ และเค้าก็เขียนสวยมั๊กๆ จิงๆด้วยหล่ะ


หลวงพี่ท่านนี้เป็นพระจากหลวงพระบาง มาศึกษาธรรมที่เชียงใหม่ จำวัดอยู่ที่วัดเจ็ดริน คงเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ภาษาญี่ปุ่นของคุณ Akiko อ่ะนะ


ภาพเขียนพู่กันของเราเอง สุขสันต์วันปีใหม่กันทุกชาติทุกภาษานะ อิ..อิ..


มีผู้เข้าร่วมงานขอให้คุณ Akiko เขียนอักษรพู่กันลงบนเสื้อ


ตวัดไปตวัดมาไม่ถึง 5 นาทีก็เสร็จ และยังสวยงามมั๊กๆ


นู๋น้อยนังแบบ สวมกิโมโน


ภาพหมู่เล็ก, ที่จริงมีภาพหมู่ใหญ่ (คนที่มาร่วมงานมาถ่ายร่วมกันทั้งหมด แต่เราอยู่ในภาพนั้นด้วย และกล้องก็อยู่ในมือเรา.. เราเลยไม่มีรูปหมู่ใหญ่อ่ะ... แบบว่า งงๆ กะตัวเองอ่ะ อิ..อิ..


ภาพหมู่คุณ Akiko กับลูกศิษย์ภาษาญี่ปุ่น


ผลงานบางส่วนที่เข้ากรอบแล้วก็มีจำหน่าย นี่ถ้ามีกะตังกะเค้าก็อยากช่วยอุดหนนมั่งอ่ะ เพราะการจัดงานแต่ละครั้งคุณ Akiko ต้องออกค่าใช้จ่ายเองอ่ะนะ


อักษรพู่กันบนเสื้อ


อักษรพู่กันสวยสวย เสียดายอ่านมะออก อิ..อิ..

นิทรรศการดีๆ อย่างนี้มีบ่อยๆ ก็ไปบ่อยๆ อาจช่วยขัดเกลาจิตใจหยาบกระด้างของเราให้อ่อนโยนสักหน่อยก็ยังดี อ่ะนะ ...



Create Date : 02 มกราคม 2553
Last Update : 2 มกราคม 2553 19:05:27 น.
Counter : 671 Pageviews.

2 comment
2009-12-31 My Cell Phone - โทรศัพท์มือถือของฉัน
เมื่อก่อนไปไหนมาไหนต้องมีมือถือติดตัวอยู่ตลอดเวลา ขนาดเข้านอนมือถือยังวางไว้ข้างหมอน... เมื่อสองปีก่อนมีเหตุจำเป็นต้องไปอเมริกา ไปสมบุกสมบัน ตลอด 31 รัฐ นั่งรถระยะทาง 28,000 กว่ากิโลเมตร โดยไม่ได้ใช้มือถือแม้แต่ครั้งเดียว (แล้วจะทยอยเขียนบล๊อกและโพสท์รูปให้ดูทีหลังอ่ะ ) พอกลับมาถึงเมืองทาย ก็พุดทายม่ายฌัด... เง้อ ไม่ใช่... พอกลับมาก็ไม่ติดมือถืออีกเลย จะใช้สำหรับโทร.ออกเป็นส่วนมาก ถ้าไม่ใช้ก็ปิดแล้วเก็บในลิ้นชัก

พอดีเพื่อนจากอเมริกาที่มาพักที่บ้านเรา เดินทางไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน เราเปิดมือถือเพื่อจะโทร.ถามสารทุกข์สุกดิบ เปิดมือถึอปุ๊บ มีสายโทร.เข้ามาปั๊บ... เห็นรูปคุณเพื่อนเอที่เคยทำงานที่คำแสดริเวอร์แควรีสอร์ทโทร.มา ดีใจมากมาย ดีใจจริงๆ ประโยคแรกที่ได้ยินคือ "เฮ้ย! ไอ้ here เป็นงัยมั่งว๊า!!!" แม้คำพูดแสลงหูแต่คงไม่มีใครรู้ว่าความปลื้มปิติถาโถมอย่างแรง... ไม่ได้คุยกันมาประมาณหนึ่งปีแล้ว นี่คงเป็นของขวัญวันปีใหม่ที่คุณพระคุณเจ้าประธานพรมาให้ อิ..อิ... บรรยายซ๊า!!!


มือถือของฉัน


ซองมือถือหนังทำเอง สวยมั๊กๆ


เทคโนโลยีชั้นสูง แค่ดึงสายมือถือก็โผล่มาให้หยิบใช้ได้อย่างสะดวก เลิ๊ศ... เลิศ...


ที่อยู่ประจำของมือถือของฉัน สำหรับคนทั่วไป 1 ปีมี 375 วัน แต่มือถือของฉัน 1 ปี มี ไม่ถึง 15 วันที่จะมีโอกาสได้ออกมาชมโลก




Create Date : 31 ธันวาคม 2552
Last Update : 31 ธันวาคม 2552 12:00:46 น.
Counter : 946 Pageviews.

2 comment
1  2  3  

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 87 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend