2011-02-25 ไปอเมริกากระทันหัน
ที่จริงแผนไปทำธุระและไปเที่ยวอเมริกาปี 2011 นี้ตามตามตารางการเดินทางเป็นวันที่ 30 มีนาคม แต่ญาติของแฟนป่วยหนัก เลยต้องไปอเมริกาอย่างกระทันหัน ไม่มีเวลาได้เตรียมตัว... ได้แต่กอบเสื้อผ้าใส่กระเป๋า (ปกติเป็นคนจัดกระเป๋าช้า ต้องใช้เวลาสองสามวันอ่ะ) แม้แต่เงินดอลล่าห์ก็ไม่ได้แลกแม้แต่เหรียญเดียว...

25/01/2011 ออกจากบ้านไปสนามบินเชียงใหม่ตอนเที่ยง, แวะร้านอาหารสวนผักเพื่อทานเที่ยง อาหารที่ร้านนี้ทานมาหกเจ็ดปีแล้ว รสชาติอร่อยเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ทานเสร็จก็ไปสนามบินซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงห้านาที เช็คอิน... ขึ้นเครื่อง ไปเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินเจียงไคเช็ค, ไต้หวัน บินต่อไปอเมริกาเข้าด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ LA



ร้านสวนผักมีสามอาคาร ที่เรามาทานเป็นมุนสลัดเลยสั่ง สลัดอกไก่รมควัน อร่อยมาก ผักที่ร้านเขาปลูกเอง


มัสมั่นไก่ สั่งไข่เจียวโป๊ะข้าวมา... ถ้าจำไม่ผิดมาทานร้านนี้เกือบเจ็ดปีแล้วหล่ะ ทุกครั้งที่มาก็จะสั่งจานนี้แหล่ะ อร่อยมากๆ


สนามบินเจียงไคเช็ค ที่ไต้หวัน


มุมหนึ่งของสนามบิน ตกแต่งโดยใช้ร่มที่นักเรียนวาดภาพและระบายสี มาตกแต่ง... ประเทศเขาสนับสนุนนักเรียนให้มีใจใฝ่ศิลปะตั้งแต่เด็กเลยเชียว


26/01/2011 ถึง LA ตอนสองทุ่มเวลาถิ่น ใช้เวลาต่อแถวที่ Immigration ประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะมีคนเยอะมาก จะตกเครื่องหรือเปล่าเนี๊ยะ (ต้องบินต่อไป Miami) แล้วเหมือนมีคนอ่านใจ... เจ้าหน้าที่ไม่รู้อยู่ฝ่ายไหน เดินมาตะโกนถามว่าใครมากับ China Air เราก็ยกมือแล้วเค้าก็ดึงตัวเราไปหัวแถว... โดนประณามด้วยสายตา เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้อธิบายให้คนในแถวฟังว่าเรา Transit แต่ก็ไม่เป็นไร ชินซะแระ สัมภาษณ์ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองง่ายมาก แค่ถามว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกหรือเปล่า... ไม่ค่ะ, แล้วมาครั้งแรกเมื่อไหร่... สี่ปีก่อนค่ะ, ครั้งนี้จะอยู่นานเท่าไหร่... สามอาทิตย์ค่ะ แค่นี้แล้วเค้าก็ประทับตราให้เข้าเมืองได้จนถึง 24 กรกฎาคม 2011... บ้าชะมัด!! เค้าขอแค่สามอาทิตย์อ่ะ.. อิ..อิ... จากนั้นก็ไปเอากระเป๋าที่สายพาน เนื่องจากมาแค่สามอาทิตย์เท่านั้น เลยไม่ได้เอาอะไรมามาก เจ้าหน้าที่ก็ตั้งท่าสงสัยเลยว่ามาสองคนทำไมมีกระเป๋าแค่ใบเดียว... เราเลยต้องอธิบายให้เสียเวลาที่มีน้อยนิดส์ แต่ก็ผ่านไปได้ไม่มีปัญหาอะไร

มีเวลาเหลือครึ่งชั่วโมงก่อนเครื่องออกเลยพากันไปทานข้าวที่ร้าน Chili’s เป็นอาหารเม็กซิกัน ไม่อร่อยแถมแพงอีกตะหาก... ลืมบอกไปว่ามีเงินติดตัวไป 1,400 บาท ไม่มีเงินดอลล่าห์เลย ตอนแรกก็กะว่าจะไปกด ATM ที่สนามบิน แต่ตู้ที่เราเจอดันเสีย จะเดินหาก็เวลามีไม่มาก โชคดีที่ร้านอาหารรับบัตรเครดิตอ่ะ

เครื่องออกตอนสี่ทุ่ม เวลาที่ LA ต่างจาก Miami สามชั่วโมง เครื่องบินใช้เวลาบินแค่ 5 ชม. แต่มาถึง Miami ตอน 6 โมงเช้า



อาหารเม็กซิกันร้าน Chili's ที่สนามบิน LA

27/01/2011 ใช้บริการ Super Shutter เป็นรถตู้ส่งถึงบ้าน ไม่มีคนอื่นโดยสารไปกับเราก็เลยไม่ต้องอ้อมที่อื่น ค่าโดยสาร 50 ดอลล่าห์ บ้านอยู่ห่างสนามบินประมาณ 20 นาที โชคดีที่รถตู้ก็รับเครดิตการ์ด พอขนกระเป๋าเข้าห้องแล้วก็ไปทักทายเจ้าของบ้านซึ่งเป็นญาติแฟนเราเอง... เรามาที่นี่สี่ปีก่อน กลับมาครั้งนี้ทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ภาพประดับผนังเปลี่ยนใหม่ เอาปฏิทินตั้งโต๊ะที่เราทำเอง(ทำในคอม)แต่จ้างร้านพิมพ์ มาเป็นของฝาก ซึ่งถูกใจผู้รับเป็นอย่างมากเพราะเป็นรูปของผู้รับเอง อิ..อิ.. จากนั้นก็ไปอาบน้ำแล้วนอนกลางวันซะอย่างนั้นหิ ตื่นอีกทีก็เป็นเวลาอาหารเย็น ดอนน่า, ภรรยาเจ้าบ้านเป็นคนทำอาหาร เพื่อนดอนน่าซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงก็ร่วมทานอาหารด้วยกัน ทานเสร็จเรากับดอนน่าไปคาสิโน แต่เราไม่มีเงินดอลล่าห์ ดอนน่าเลยให้ 30 เหรียญ เสียหมดค่ะ... กลับบ้านตีสอง

ถ้าจะเล่าทั้งหมดของ trip นี้ก็จะเหมือนเป็นไดอะรี่ส่วนตัว อ่านแล้วน่าเบื่อ... สรุปเลยละกันว่า มาอยู่ที่ Miami, Florida จนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ตอนมาพักอยู่ที่นี่ก็ออกไปเที่ยวบ้างแต่ไม่บ่อย นอกจากนั้นก็หาอาหารอร่อยกินกัน ตอนบินกลับเชียงใหม่นั่งสายการบินเดิม กลับเส้นทางเดิม ส่วนรูปที่เอามาให้ดูนี่ก็เป็นรูปรวมๆ จาก เกือบสามอาทิตย์ที่อยู่ใน Miami อ่ะ ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลยมีรูปมาฝากน้อยหน่อย



รถตู้รับบัตรเครดิต, สะดวกดี. มาถึงเช้าตรู่... ไก่ฝรั่งยังไม่โห่เลยอ่ะ


ขับรถไป South beach


ต้น Palm และมะพร้าวห้าว เหมือนเป็นสัญลักษณ์ว่ามาถึง South beach Miami แล้วอ่ะ


Stone crab อร่อยมั๊กๆ วิธีการได้มาของก้ามปูคือ ไปจับปูแล้วตัดก้ามมาขาย แล้วปล่อยปูไป... รอปีหน้าก้ามใหญ่แล้วก็ไปจับมาตัดใหม่... ฟังแล้วสยองแต่อร่อยดี อิ..อิ...


กินไม่พอห่อกลับ อิ..อิ... ถ้าเพื่อนๆ อยากสั่งมาทานก็ได้นะ... มีบริการ delivery เข้าไปสั่งในเว็ปไซด์ //www.joesstonecrab.com สนนราคาตกอยู่ก้ามละ 5 เหรียญ กล่องที่เราห่อกลับมี 8 ชิ้น ก็ประมาณสี่สิบกว่าเหรียญ รวม tax


เครื่องสูบกัญชาไร้ควัน... บางรัฐของอเมริกา ผู้ป่วยบางกลุ่มได้รับอนุญาตให้เสพกัญชาเพื่อบรรเทาอาการปวด เครื่องนี้เป็นของเพื่อนที่มาเยี่ยมลุง Mel เราเห็นแปลกดีเลยขอยืมมาถ่ายรูปให้ดู


Dungeness crab เนื้อแน่นอร่อยมั๊กๆ


เทียบให้ดูกับฝ่ามือ ตัวนี้กินคนเดียวไม่หมด!!! จิงๆ น๊า


ลุง Mel กับ Donna ภรรยา... ในมือเฒอคือหวยขูด แบบว่า หาซื้อหวยชนิดนี้ได้ตามร้านค้าทั่วไป พอได้หวยมาก็เอาเหรียญขูดว่าได้รางวัลเท่าไหร่... หวยแบบไทยลุ้นเดือนละสองครั้งมันส์กว่าค่ะ


คลีโอพัตรา ลูกสาวสุดรักสุดหวงของ Mel&Donna


Alaskan King Crab แค่ขาเดียวก็อิ่มมื้อเย็นได้


ไปร้านอาหาร 15th Street Fisheries แถวสนามบินฟอร์ดลอเดอเดล ขึ้นชื่อเรื่อง Lobster


Main's Lobster น้ำหนักตัวละ 2 ปอนด์ ตัวหนึ่ง 45 เหรียญ... หนึ่งตัวก็อิ่มแปล้... อร่อยสุดๆ


ดูสิ... มีความสุขขนาดจ้า่ววววว


ขับรถไปหาอะไรทานที่อีกฝั่งหนึ่งของเมือง มีต้นไม้มากมาย เห็นว่าสวยดีก็เลยถ่ายรูปมาให้ดู เพราะดูหนังเกี่ยวกับ Miami จะมีชื่อเสียงในด้านลบซะมากกว่า


ไปร้านอาหารสเปนแถว Palmetto Bay สั่งหมูปิ้งกับผักนึ่ง (Grill pork & Steam vegetable) มาดื่มกับแซงเกรีย (Sangria)


ถนนแบบนี้ทำให้รู้สึกเหมือน Miami หน่อย อิ..อิ..


ไปทาน Bagels กัน


สั่ง Bagel โรย Poppy มาทาน... อย่าว่าเรากระแดะเลยนะ เพราะก็ไม่รู้จะแปลเป็นไทยยังงัย... เค้าเรียกกันยังงัยเราก็พิมพ์ไปอย่างงั้นอ่ะ


สั่งสลัดกุ้งมาทาน แต่หน้าตาและรสชาดผิดกว่าที่คาดไว้เยอะเลย


Donna ขับมาส่งที่สนามบินไมอามี่ จะเห็นว่าฝั่งตรงกันข้ามรถติดกันเป็นยวง (พูดอย่างกะเป็นปลาหมึกกล้วยหิ)


ถ่ายจาก Sky train ที่ Miami Airport ระหว่างโดยสารไปอาคารขึ้นเครื่อง ถ้ามองอีกฝั่งของลานบินจะเห็นเครื่องบินจอดอยู่ แต่เนื่องจากสนามบินกว้างมากมายเลยทำให้แทบจะมองไม่เห็นเครื่องบินที่จอดอยู่เลยอ่ะ... ใหญ่อิ๊หยังกะด๊อกะเดี่ยน่อ


ห้องน้ำที่สนามบินนานาชาติเจียงไคเช็ค... ปัจจุบันสนามบินนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Taoyuan International Airport


เย้ๆ อีกประมาณ 4 ชั่วโมงก็จะถึงเชียงใหม่แล้ว


เดี๋ยวบล็อกหน้าก็จะเขียน America trip II+ ซึ่งไปตั้งแต่ 30/03/2011 ถึง 2/06/2011 ซึ่งมีรูปมาฝากเพื่อนๆ มากมาย



Create Date : 04 กรกฎาคม 2554
Last Update : 4 กรกฎาคม 2554 15:24:40 น.
Counter : 2614 Pageviews.

0 comment
2011-01-24 พรุ่งนี้จะบินไปอเมริกาตอนสี่โมงเย็น
ตามแผนการที่เตรียมไว้ตั้งแต่ปีก่อนว่าจะไปอเมริกาเพื่อทำธุระ แล้วก็จะล่องเรือไปลาสเวกัสตอนปลายเดือนมีนาคม... แผนการยังคงเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย, นั่นก็คือ จะต้องเดินทางไปเยี่ยมญาติของแฟนที่ป่วยหนัก ก็เลยต้องเดินทางไปอเมริกากระทันหัน มีเวลาเตรียมตัวแค่อาทิตย์เดียว

เรื่องวีซ่า.. ไม่มีปัญหาเพราะครั้งก่อนที่ยื่นไป เราได้วีซ่าแบบ M 10 years คือเข้าออกอเมริกาได้หลายครั้ง หมดอายุ 10 ปี แต่สิ่งที่ต้องการเพิ่มก็คือ ใบขับขี่ระหว่างประเทศ เคยจะทำเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ระยะเวลาในการทำ 1 เดือน แต่ตอนนั้นจะต้องรีบเดินทางเลยไม่ได้ทำ..... เดี๋ยวนี้กรมขนส่งเขาเปลี่ยนระบบใหม่ เพราะสามารถยื่นเรื่องแล้วรอได้เลยภายใน 1 ชั่วโมง เอกสารที่ต้องเตรียมคือ
• สำเนาใบขับขี่รถยนต์ 5 ปี หรือตลอดชีพ 1 ชุด พร้อมตัวจริงมาแสดง
• สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด พร้อมตัวจริงมาแสดง
• Passport พร้อมสำเนา 1ชุด
• สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
• รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 2 ใบ
เราไปทำที่กรมขนส่งเชียงใหม่ อยู่ใกล้กับบิ๊กซีหางดง เข้าไปในอาคารแล้วขึ้นไปชั้นสอง ติดต่อที่ประชาสัมพันธ์ แล้วจะได้แบบฟอร์มการขอใบขับขี่สากล แล้วก็กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน แล้วไปติดต่อประชาสัมพันธ์อีกครั้งเพื่อรับบัตรคิว เรารอไม่ถึง 15 นาที (คนเยอะพอประมาณ) ก็ถึงคิว... ยื่นเอกสารทั้งหมด พร้อมเงิน 505 บาท แล้วไปทำธุระที่อื่นประมาณ 1 ชั่วโมง ก็กลับไปขนส่งอีกครั้งเพื่อรับ "ใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศ" เจ้าหน้าที่น่ารัก บริการประทับใจมากๆ อยากให้สถานที่ราชการทุกแห่งในประเทศเป็นแบบนี้จัง



พรุ่งนี้เครื่องจะออกจากสนามบินเชียงใหม่ตอน สี่โมงครึ่ง บินไปแวะไทเป แล้วไปเปลี่ยนเครื่องที่ L.A. แล้วบินต่อไป Miami แล้วจะบินกลับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ถึงเมืองไทย 13 กุมภาพันธ์ (เพราะ Time zone อ่ะนะ)

เราไม่ได้เอา Note book ไปด้วยเลยคงไม่ได้เขียน... ที่จริงก็แอบเล็ง Netbook อยู่เหมือนกัน ถ้ายังมีตังค์เหลือก็อาจซื้อแล้วจะเม้าท์จากอเมริกามาให้ฟังกันหิ





Create Date : 24 มกราคม 2554
Last Update : 24 มกราคม 2554 23:55:19 น.
Counter : 668 Pageviews.

0 comment

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend