2013-04 เยี่ยมเพื่อนที่ London & Norwich ตอนที่ 3

6/4/2013 เดินทางไปเยี่ยมเพื่อนที่ Norwich

ทั้งที่รู้ว่าวันนี้จะ เดินทางไป Norwich (คนอังกฤษเขาออกเสียงว่า นอริช...) น่าจะจัดกระเป๋าตั้งแต่เมื่อคืน แต่ก็ไม่ได้นำพา... :( แหกขี้ตาตื่นมาจัดกระเป๋าแต่เช้า คิดว่าไปแค่สองวันคงไม่ต้องเตรียมอะไรมากมาย แต่ตอนจัดกระเป๋าจริงๆ ก็ทำอะไรเกือบไม่ทันเลยทีเดียว

นิคและโจนมาส่งที่สถานีรถไฟ Broxbourne ตอนเก้าโมงครึ่ง  รถไฟมาจากลอนดอนเข้าชานชลาตอน 9:50 และออกตอน 9:52 ที่นี่ตรงเวลามาก  เพราะถ้าช้าไปนิดเดียวก็พลาดขบวนรถคันนี้ไปเลย



สถานีรถไฟ Broxbourne



ต้องมาเปลี่ยนรถไฟที่สถานนีรถไฟเคมบริจด์



วิวระหว่างทาง... ช่วงนี้เกษตรกรกำลังเตรียมที่ดินเพื่อเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป  ถ้ามาที่นี่อีกสองสามเดือนถึงจะสวย



ฟาร์มเอ๋ย..ฟาร์มหมู..  อิ.อิ..  ฟาร์มหมูที่นี่ต่างจากบ้านเรามาก  เขาเลี้ยงแบบปล่อยและมีกระท่อมน้องหมูกระจายกันไป  ไม่แน่ใจว่าหนึ่งตัวต่อหนึ่งกระท่อม  หรือเป็นกระท่อมน้องหมูแบบฮันนี่มูน :)


พอมาถึงสถานีรถไฟ Norwich ก็เจอแดเนียลมายืนรอรับ  จากนั้นพากันขนของขึ้นรถ  มาแค่สองวันแต่ของพะลุงพะลังไปหมด  ขับรถผ่านสนามฟุตบอล Norwich ถ้าใครเป็นแฟนบอลก็จะรู้จักสนามนี้  เพราะเห็นทางทีวีบ่อยๆ  ตัวเมืองนอริชเล็กนิดเดียว  ทุกอย่างกระจุกตัวอยู่ในเมือง  ผู้คนอาศัยอยู่ชานเมืองและขับรถมาทำงาน, ทำธุระ ในเมือง  เลยทำให้หาที่จอดรถในเมืองยากมาก  มีบริการที่จอดรถ  แต่ก็แพงมากด้วยเช่นกัน

แวะทานอาหารกลางวันที่ Old Feathers Restaurant สั่งสปาร์เก็ตตี้มาทาน... จานใหญ่มว๊าก ตอนแรกคิดว่าคงทานไม่หมด  แต่ที่ไหนได้  อร่อยจนไม่เหลือแม้แต่ซอสติดก้นจาน.. ไม่ได้เลียหรอกนะ  แต่เอาขนมปังกวาดจานซะเกลี้ยงเลย



สถานีรถไฟนอริช  เสาเหล็กและโครงหลังคามีการประดับด้วยเหล็ดดัดสวยงาม



สปาร์เก็ตตี้จานโต  อร่อยมากจริงๆ



บ้านของแดเนียล

ทานอาหารกลางวันเสร็จก็ขับรถมาบ้านของแดเนียล  บ้านหลังใหญ่บนพื้นที่กว้างมาก  พอเอาของเข้าไปเก็บแดเนียลก็พาพวกเราเดินชมบ้าน  บ้านแบ่งออกเป็นสองส่วน  ส่วนต่อเติมใหม่มีสองห้องนอนสามห้องน้ำหนึ่งห้องนั่งเล่น  พร้อมครัว  ตอนนี้กำลังมีคนมาติดต่อเช่าจึงทำการต่อเติมและตกแต่งเพิ่มอีกเล็กน้อย และอีกส่วนเป็นตัวบ้านซึ่งมีทางเข้าออกแยกจากส่วนต่อเติม  มีห้าห้องนอน, ห้องทานอาหาร, ห้องครัว, ห้องรับแขกใหญ่, ห้องทำงาน  นี่ถ้าไม่พาเดินชมบ้านเราอาจจะหลงได้ง่ายๆ...  ห้องนอนที่เราพักเป็นห้องนอนของหลานของแดเนียล  ซึ่งจะมาพักตอนเสาร์และอาทิตย์เพราะกำลังเรียนอยู่ 

หลังจากชมในบ้านเสร็จก็พากันออกมาชมสวน  เราคิดว่าน่าจะกว้างประมาณห้าไร่  ถัดจากสวนหลังบ้านก็เป็นบ้านของแดเนียลอีกหลังหนึ่งซึ่งตอนนี้มีคนเช่าไปแล้ว

ตอนเย็นแดเนียลทำอาหารเย็นให้ทาน  อาหารเรียกน้ำย่อยเป็นปลาแซลม่อนรมควันกับสลัดกุ้ง  ส่วนจานหลักเป็นเนื้อแกะอบลูกพรุน  อร่อยมาก  จานนี้ใช้เวลาทำสามชั่วโมงกว่าๆ  คือเริ่มทำตั้งแต่ตอนเรามาแล้วหล่ะ  เขาอบไว้ในเตา. พอทานอาหารเสร็จก็ทานเค้กเป็นของหวาน  หลังจากนั้นนั่งคุยกันพร้อมกับจิบ Kir Royal (แชมเปญผสมลิเคียวร์แบล็คเคอแรนด์) ไปพลาง... แป๊บๆ ก็สี่ทุ่มกว่าจึงขอตัวไปนอน


ห้องทานอาหาร  โต๊ะมันวับนึกว่ากระจก  กินไปก็กลัวจะหกเลอะเทอะ...



อาหารเรียกน้ำย่อย... ปลาแซลม่อนรมควันกับสลัดกุ้ง



อาหารจานเย็นเป็นเนื้อแกะอบลูกพรุน  อร่อยมาก


====================================================


7/4/2013 ไปเที่ยวเมือง Great Yarmouth

อากาศตอนนี้หนาวประมาณ 10 C.  ภายในบ้านเปิดเครื่องทำความร้อน  อากาศหนาวนอนใต้ผ้าห่มอันอบอุ่นทำให้ตื่นสาย  กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวลงมาทานอาหารเช้าก็ปาเข้าไปเก้าโมงครึ่ง  วันนี้เดินทางไป Great Yarmouth  เป็นเมืองที่ผู้คนมาซื้อบ้านพักตากอากาศไว้เพราะติดชายหาด  เมืองนี้อยู่ประมาณสามสิบกว่ากิโลเมตรทางทิศตะวันออกของ Norwich. ช่วงนี้อากาศยังหนาวอยู่ถึงแม้ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิก็ตาม  ทำให้มีนักท่องเที่ยวน้อย...  ขับรถรอบเมืองชมชายฝั่ง North Sea  แล้วแวะสวนสนุกเข้าไปเดินจนทั่ว  เข้าไปชมได้ฟรี  แต่ถ้าจะเล่นเครื่องเล่นค่อยเสียเงินซื้อตั๋ว  ซื้อโดนัทร้อนมาทาน  อร่อยดี

ขากลับแวะ Lowestoft เพื่อรับคุณลุงของแดเนียลที่ไปพักบ้านน้องของชายแดเนียล  เขาชงชาตอนบ่ายพร้อมเอาคุ้กกี้มาให้ทาน  นั่งคุยกันสักพักก็ขับรถกลับ  มาถึง Norwich ตอนเกือบสี่โมง  เราขอตัวขึ้นมาเอนหลังและจดบันทึกที่ห้องนั่งเล่นของห้องนอน  ตอนเย็นลงไปทานอาหารเย็น  วันนี้แดเนียลทำน่องไก่อบซอสน้ำผึ้ง  เสิร์ฟมาพร้อมกับ Par snip, Yorkshire pudding, มันฝรั่ง และผักต้ม... เป็นไก่อบที่อร่อยที่สุดในสามโลก  วันนี้เราขอผ่านของหวาน ซึ่งเป็นไอศครีม.. แต่จิบ Kir Royal และตบท้ายด้วย Sambuca แทน... (แซมบูก้า คือ เหล้าหวาน ทานหลังอาหาร)  นั่งคุยกันไปด้วยจนดึกๆ ก็ขอตัวไปนอน



วิวสวนหลังบ้านถ่ายจากห้องนั่งเล่นในห้องนอนของเรา... สวยเลิศ



อาหารเช้าเป็นไข่สองฟอง  (ได้ไข่แฝดทั้งสองฟองเลยอ่ะ) เบคอน, เห็ด, ขนมปัง และน้ำส้ม



เมือง Great Yarmouth



ชายฝั่ง North Sea  ที่เห็นไกลๆ ในทะเล เป็นกังหันลมใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า



แวะสวนสนุก



ย้อนกลับไปเป็นเด็กอีกแระเรา อิ..อิ..



เข้าคิวซื้อโดนัทร้อน



ขากลับผ่านหมู่บ้าน Thatch house  บ้านแบบโบราณที่หลังคามุงฟาง  (เพื่อนเราพยายามอธิบายว่า Thatch คืออะไร แต่ฟังยังงัยก็ไม่เข้าใจเราเลยแปลว่าเป็นฟางเลยก็แล้วกัน)



ตอนกลับมาถึง Norwich เราเข้าไปนั่งเขียนบันทึกที่ห้องรับแขกชั้นล่าง  แล้วก็เจอ ภาพลายไทยติดทองคำเปลวที่เราทำให้แดเนียลเป็นของขวัญตอนที่ไปเยี่ยมพวกเราที่เชียงใหม่  เขาเอามาติดไว้มุมหนึ่งของห้องรับแขก... เห็นแล้วก็ภูมิใจในฝีมือตัวเอง อิ..อิ..



อาหารเย็น... ไก่อบซอสน้ำผึ้ง  อร่อยมาก...


===========================================


8/4/2013 เที่ยว Norwich ก่อนเดินทางกลับ Broxbourne

วันนี้จะเดินทางกลับไปบ้านนิคและโจนที่ Broxbourne ตอนเย็น  วันนี้แดเนียลเลยพาไปชมตัวเมือง Norwich ทั้งวัน  นอริชเป็นเมืองเก่าแก่ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของเกาะอังกฤษ  ในคริสต์ศตวรรษที่ 11 เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก London  บ้านของแดเนียลอยู่ชานเมืองแต่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก  ขับรถเข้าเมืองประมาณ 10 นาทีก็ถึง


ทิวทัศน์ระหว่างขับรถเข้าไปในเมือง  ถึงจะเป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว  แต่เนื่องจากปีนี้อากาศหนาวนานกว่าปกติ  ต้นไม้เลยยังไม่มีใบให้เห็น



มหาวิหารนอริช  โจนบอกว่าต้องมาชมวิหารนี่ให้ได้  เสียดายวันที่ไปเขาปิด  ไม่ให้เข้าข้างในวิหาร  เลยได้แต่ชมอยู่ด้านนอก



เดินซอกแซกเข้าไปตามถนนแคบๆ  พื้นถนนเป็นก้อนหิน  ไม่น่าเชื่อว่าถนนนี่สร้างมาหลายร้อยปีแล้ว



เดินผ่านร้านอาหารลานนาไทย  ร้านยังไม่เปิด, เลยไปดูเมนูที่แปะไว้หน้าร้าน... ถ้าคำนวณเป็นเงินไทยราคาบาดใจมาก



ร้านขายเสื้อผ้ามีการจัด display เสื้อผ้าฤดูใบไม้ผลิ  ที่เรียบง่ายแต่ดูดีไม่รกตา



แกล้งเดินผ่านอาคาร BBC เผื่อจะมีใครมาสัมภาษณ์มั่ง อิ..อิ..



กำแพงเมืองโบราณ



ย่านการค้ามีร้านขายของเต็มไปหมด  ตรงสุดถนนกลางรูปที่มีเสาสีขาวอยู่บนยอดตึกเป็นปราสาทซึ่งตั้งอยู่บนเินินเขาต่ำๆ  ดูในรูปนี้เหมือนอาคารธรรมดาทั่วไป



ตอนสี่โมงเย็นแดเนียลมาส่งพวกเราที่สถานีรถไฟ Norwich เพื่อเดินทางไป Broxbourne



สมุดโน๊ตที่ใช้จดบันทึก  ไม่ได้เอาสมุดโน๊ตหนังที่ทำเองไปกับทริปนี้ด้วย  จึงต้องไปหาซื้อ.. โอ้แม่เจ้า.. สิบปอนด์อ่ะ... 



กลับมาถึงสองทุ่มกว่าเล็กน้อย  พากันไปทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารอินเดีย


เยี่ยมเพื่อนที่ London & Norwich ตอนที่ 3  ต้องขอจบเพียงแค่นี้ก่อน  ตอนที่ 4 จะพยายามทำให้เสร็จเร็วๆ เพราะนี่ก็ใกล้จะได้ออกทริปหน้าอีกแล้วอ่ะ... แต่ละทริปเขียนไม่ทันเสร็จเลย (มัวแต่ขี้เกียจ อิ..อิ..)  




Create Date : 30 กรกฎาคม 2556
Last Update : 1 สิงหาคม 2556 16:55:08 น.
Counter : 1082 Pageviews.

0 comment
2013-04 เยี่ยมเพื่อนที่ London & Norwich ตอนที่ 2
3/4/2013 Tate Modern Museum & Tate Britain Museum, London.

ประมาณสิบโมงเช้าขับรถไปสถานีรถไฟ Broxbourne นั่งรถไฟไปลง Liverpool Station แล้วไปต่อรถไฟใต้ดินไปลงสถานี St.Paul พอถึงก็ขึ้นบันไดเลื่อนออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน  แล้วเดินเข้าไปชมภายในวิหาร St.Paul ถ้าจะเข้าไปชมข้างในทั้งหมดต้องซื้อตั๋วเข้าชมซึ่งราคาค่อนข้างสูง เราเลยเขาไปชมเฉพาะด้านในส่วนหน้าที่เข้าฟรี, แล้วก็เดินออกมาถ่ายรูปด้านหน้าวิหาร... จากนั้นเดินไป Tate Modern Gallery ไม่ค่อยน่าสนใจสำหรับเราเท่าไหร่เพราะเป็นศิลปะสมัยใหม่ ซึ่งบางชิ้นดูไปเหมือนกองลังผลไม้ที่ตลาดสด, บางชิ้นก็เหมือนกองเศษเหล็กที่ขายในเซียงกง... ชมได้ประมาณชั่วโมงกว่าก็ไปขึ้นเรือข้ามแม่น้ำ Thame เราขึ้นฝั่งแบงค์ไซด์ ไปลง มิลแบงค์... เดินต่อไป Tate Britain Gallery แวะทานอาหารหน้าแกลเลอรี่, ทานเสร็จเข้าไปชมภายในซึ่งมีภาพวาดอายุเก่าแก่น่าสนใจมากมาย..ใช้เวลาที่นี่ร่วมสอง ชั่วโมง จากนั้นเดินเที่ยวชมลอนดอน ผ่าน St.John, Smith Square, The Parliament, White Hall, Trafalgar Square, Nelson's Column.... วางแผนกันว่าจะทานอาหารที่ร้านอาหารฝรั่งเศสไม่ไกลจาก Nelson’s Column แต่คนเต็ม, ต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงเลยเดินไปอีกหน่อย.. เจอร้าน Wanaca เป็นร้านอาหารแม็กซิกันเลยพากันเข้าไปทาน, คนเยอะมาก แต่เรามากันตอนที่มีลูกค้าเพิ่งทานเสร็จเลยได้โต๊ะนั่งโดยไม่ต้องรอ... อาหารอร่อยดี... ทานเสร็จนั่งรถไฟใต้ดินกลับต่อด้วยรถไฟไปลงสถานีบล๊อกบอร์น.. นิคเป็นสารถีเช่นเคย...




Liverpool Street Station - เป็นจุดต่อรถไฟ ไปรถไฟใต้ดิน  เราเข้าออกสถานีนี้ทุกครั้งที่เดินทางเข้ามา London


รถไฟใต้ดิน เรียกว่า 'tube'  บางคนเรียก 'London tube'...


St.Paul's Cathedral, London.

ลานหน้า St.Paul Cathedral


รถบัสนักท่องเที่ยวแบบเปิดหลังคา  หรือเรียกว่า Hop in hop off



ด้านหน้า Tate Modern Gallery


ข้างในอนุญาตให้ถ่ายรูปได้


ออกมาถ่ายรูปตรงระเบียงข้างหน้า  วิวสวยแต่ลมแรงมาก...




ถ่ายกับภาพ Bust of woman (1944) ของ Picasso


พอชม Tate modern เสร็จ ก็นั่งเรือล่องแม่น้ำ Thames จาก Bankside Pier ผ่านหอนาฬิกา Big Ben แล้วไปลง Millbank Millennium Pier แล้วเดินต่ออีกนิดหน่อยเพื่อเข้าชม Tate Britain ซึ่งเป็น Art Gallery อีกแห่งหนึ่ง...  ทั้ง Tate Modern และ Tate Britain เป็นให้เข้าชมฟรี  ยกเว้นนิทรรศการที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ


ด้านหน้าของ Tate Britain




แวะทานอาหารกลางวันตอนบ่ายสอง ที่ Tate Britain Restaurant... สั่งซุปฟักทองและผัดบล๊อกเคอรี่..นอกจากจะแพงมว๊ากกก...แล้วยังไม่อร่อยได้อีกอ่ะ.. 


หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จก็ถึงเวลาเข้าชมภาพวาดด้านใน Tate Britain...


มีภาพวาดของศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย, เดินจนเมื่อยขาก็ชมได้แค่ครึ่งหนึ่งของแกลเลอรี่...  ภายในอนุญาตให้ถ่ายรูปได้โดยไม่ใช้แฟลช...


ชม Tate Britain เสร็จก็เย็นมากแล้ว  เลยพากันเดินไปร้านอาหารฝรั่งเศสอยู่แถว Nelson Column ซึ่งอยู่ห่างออกไปกิโลกว่า... อากาศเย็นเลยทำให้เดินเท่าไหร่ก็ไม่เหนื่อย... ผ่านอนุสาวรีย์ Winston Churchill นายกรัฐมนตรีคนสำคัญซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2... อนุสาวรีย์อยู่ตรงกันข้ามกับหอนาฬิกา Big Ben..


์Nelson Column อยู่ตรง Trafalgar Square ซึ่งอยู่ข้างหน้า The National Gallery... วันที่เพื่อนพาเดินชม London นี้ยังงงว่าอะไรเป็นอะไร อยู่ตรงไหน.. แต่พอกลับมาบ้าน, จัดการรูปภาพและเขียนบล๊อกทำให้ปะติดปะต่อเส้นทางที่เราไปเที่ยวมา


The National Gallery... หมายตาไว้แล้วว่าจะเข้าไปชม, แต่วันนี้ปวดขาและเพลียมากมาย อีกทั้งเย็นมากแล้ว  เลยเดินไปร้านอาหารฝรั่งเศสที่คิดว่าจะไปกินกัน, แต่คนเต็มร้านเลยต้องเปลี่ยนแผน..


หิวมากมายเลยสั่ง Tortilla Chips, Salsa และ guacamole มาทานเล่นรออาหารจานหลัก..  คนเยอะมาก, เราโชคดีที่เข้ามาก็ยืนรอห้านาทีก็ได้ที่นั่ง  พอนั่งได้สักพักก็เห็นแถวยาวเลยออกไปนอกร้านเลย... นี่ถ้าไม่เกรงใจจะไปเปิดแผงข้าวเหนียวหมูปิ้งแข่ง... อิ..อิ..


หลังจากรอเกือบครึ่งชั่วโมง.. อาหารก็มาเสิร์ฟ, เราสั่ง Chicken mole... อร่อยมากเลย... (หรือเพราะหิวก็ไม่รู้..)


4/4/2013 Manet:Portraying Life at Royal Academy of Art, London.

หลังอาหารเช้าพากันออกบ้านตอนสิบโมงกว่า ขับรถไปสถานีรถไฟ Broxbourne แล้วไปลง Liverpool Station ต่อรถไฟใต้ดินไปลง OxfordCircus  ทานอาหารกลางวันที่ร้าน 42 Raw ด้านหลังพิพิธภัณฑ์ที่เราจะไป อาหารเป็น Raw food ตามชื่อร้าน เราสั่ง Thai noodles นิคสั่ง Thai soup  พอลและโจนสั่งซุปฟักทอง แต่ละจานไม่อร่อยเลยอ่ะ ทานเสร็จเดินอ้อมถนนไปพิพิธภัณฑ์ชื่อRoyal Academy of Art เพื่อเข้าชมนิทรรศ การภาพวาดของมาเน Manet : Portraying Life ไม่รู้ว่าน่าสนใจหรือเปล่า... เพราะไม่รู้จักมาเน แต่ก็เดินชมจนทั่ว  ชมเสร็จก็ไปทานอาหารว่าง จากนั้นเดินไป Fortnum & Mason เป็นร้านขายของที่ไม่ธรรมดา เพราะราคาของแต่ละอย่างแพงมาก, เป็นร้านขายของสำหรับคนมีเงิน..เราได้แต่เดินชมอ่ะ... จากนั้นเดินไป Costa สั่งโกโก้ดื่ม ร้านคอสต้าเหมือนสตาร์บั๊ค  มีสาขาอยู่ทั่วไป

จากนั้น เดินไปผับที่อยู่ใกล้ร้านอาหารฝรั่งเศสที่เราจะไปทานกัน สั่งไวน์มาดื่ม  นั่งรอจนลูกชายคนที่สองของนิคและโจนมา เขาชื่ออเล็กซ์  คุยกันได้ไม่นานก็ต้องลาอเล็กซ์เพราะ นัดทานอาหารเย็นตอนหกโมง เดินมาร้านอาหารฝรั่งเศสชื่อ Les Deux Salons ซึ่งญาติของพอลมารออยู่ก่อนแล้ว สั่งค็อกเทลกุ้ง, สเต็กเนื้อและเลม่อนทาร์ท  อาหารอร่อยดี ทานเสร็จพากันเดินไปสถานีรถไฟใต้ดินซึ่งอยู่ไม่ไกล แล้วต่อรถไฟไปบรอกซ์บอร์น  ขับรถจากสถานีรถไฟถึงบ้านก็เข้านอนเพราะเพลียมาก... ตอนพักบ้านเพื่อนห้องที่เราพักไม่มีห้องน้ำในตัว  ก็เลยอาบน้ำตอนเช้า (สาย) เท่านั้น  ก่อนนอนก็แค่ล้างหน้าแปรฟัน... อากาศหนาวมาก  เดินทั้งวันก็ไม่มีเหงื่อ.. ตัวก็ไม่เหม็น อิ..อิ..



ตื่นตั้งนานแระ...แต่ขี้เกียจลุกอ่ะ...อิ..อิ..


สถานีรถไฟ Broxbourne เมื่อวานไม่ได้ถ่าย  วันนี้เลยถ่ายมาให้ดู... นั่งจากสถานีนี้ไปสถานี Liverpool Street เพื่อไปต่อรถไฟใต้ดิน


วันนี้เลือกลงที่สถานี Oxford Circus... รูปนี้ถ่ายตอนเดินขึ้นมาจากสถานีใต้ดิน... วันนี้มีหิมะตกปรอยๆ ทั้งที่จริงน่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว แต่คนเดินบนท้องถนนก็ยังเยอะมากมายอยู่ดี... ไม่รู้ว่าจะไปไหนกันเนี๊ยะ...


ร้าน Ferrari... นี่ถ้าไม่เกรงใจจะอิมปอดมาขับเล่นที่สวนหลังบ้านสักสองสามคัน.. คริ..คริ..


วันนี้จะเข้าชมนิทรรศการ ทานอาหารเที่ยงไวหน่อย... ร้านอาหารที่ไปทานชื่อ 42 Raw อยู่อาคารเดียวกับ Royal Academy of Art แต่อยู่ด้านหลัง  ชื่อร้านก็บอกแล้วว่าเป็น Raw food แต่ไม่ใช่ลาบดิบ ก้อยกุ้ง หรือปลาดิบ อ่ะนะ... อาหารทุกอย่างที่นี่ทำจากผักสด ไม่มีการปรุงด้วยความร้อน  จานที่เราสั่งเป็น Thai Noodle คิดว่าเขาพยายามทำให้เป็นผัดไท  จัดแต่งจานได้ดีมาก ดูแล้วน่าทานจัง...  แต่รสชาดต่างจากผัดไทของจริงประมาณ 150 โยชน์... แบบว่าทานได้สองคำก็ต้องหยุดทานไปเลย...


ทานเที่ยงเสร็จก็เดินอ้อมถนนมาด้านหน้าอาคารเพื่อเข้าชม Royal Academy of Art, ทั้งที่อยู่อาคารเดียวกับร้านอาหาร แต่ไม่มีทางเดินเชื่อม... มีอนุสาวรีย์ของ Sir Joshva Reynolds จิตรกรชื่อดัง ตั้งอยู่ด้านหน้า  ทั้งนี้เพราะเป็นผู้อำนวยการคนแรกของ Royal Academy of Art แห่งนี้... นิทรรศการที่เข้าชม คือ Portraying Life ของ Manet ข้างในไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ  จึงไม่มีรูปมาให้ดู...


หลังจากชมนิทรรศการเสร็จเพื่อนพาไปร้าน Fortnum & Mason เป็น Superstore หรู..


มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเดินชมมากมาย  สินค้าราคาแพงมากถึงมากที่สุด  เราไปดูถ้วยชา  สวยมากมาย ราคาใบละ 25 ปอนด์  อัตราแลกเปลี่ยนตอนนี้ 1 ปอนด์ 45 บาท... ร้านเซรามิคที่เชียงใหม่ขายถ้วยกาแฟใบละ 10 บาท เอามาใช้แทนกันได้ อิ..อิ..  สรุปเข้าไปชมเฉยๆ

แวะดื่มโกโก้และเค้กตอนบ่าย ที่ร้าน Costa... มีสาขาอยู่มากมาย


ที่นี่ก็มีปัญหาเรื่องขยะเหมือนกันนะ...


หลังจากดื่มโกโก้ที่ร้าน Costa ก็พากันมาผับที่อยู่ใกล้ร้านอาหาร... ผับที่นี่เปิดกันตั้งแต่ตอนสายๆ ขายอาหารด้วย... ผับบ้านเราต้องไปกันตอนมืดสลัวๆ อิ..อิ..


ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ตั้งใจจะมาทานเมื่อวานแต่คนเต็ม, วันนี้เลยโทร.จองที่นั่งตั้งแต่ตอนเช้า  วันนี้เลยได้เข้าไปทานสมใจ  ร้านชื่อว่า Les Deux Salons


เราสั่งสลัดกุ้งมาทานก่อน...


จานหลักของเราเป็นสเต็กเนื้อ...


ปิดท้ายด้วย Lemon tart....


5/4/2013 พักผ่อนอยู่กับบ้าน

วันนี้ไม่ได้ไปไหน  แต่ก็ยังตื่นเช้าอยู่ดีเพราะพอลตื่นมาใช้คอมป๊อกๆแป๊กๆ  เสียงไม่ดังมากแต่ก็ทำให้รำคาญ...  อาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมาดื่มชาตอนเก้าโมงกว่า.. ตอนสายๆ นิคไปส่งโจนไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกายตามนัดและกลับเข้ามาตอนเที่ยง  ผลออกมาเป็นเบาหวานอ่อนๆ ไม่มีอะไรน่ากังวล...  ตอนเที่ยงทานอาหารกันที่บ้าน  เป็นอาหารที่มีอยู่ในตู้เย็น.. สลัดผัก, ขนมปัง, ฮัมมูส และชีท... หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จโจนทำคุ๊กกี้เตรียมไว้เอาไปให้วันเกิดหลานสาว  เราตื่นเต้นใหญ่เลยเพราะไม่เคยเห็นการทำคุ๊กกี้มาก่อน.... ตอนห้าโมงเย็นขับรถไปจอดใกล้ๆ สถานีรถไฟบร๊อกซ์บอร์น... แล้วเดินเล่นไปตามแม่น้ำนิวส์... เดินกลับมาที่รถ  พอลและนิคขับรถกลับ  ส่วนโจนและเรายังอยากเดินต่อ, เลยเดินกลับบ้านซึ่งอยู่ห่างออกไปประมากิโลกว่าๆ  พอเดินกลับถึงบ้านก็ทานขนมปังทาแยมและจิบชาตอนบ่าย

โจนเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยที่เคมบริดจ์  และนิคเป็นศาสตราจารย์สอนที่เคมบริดจ์เหมือนกันแต่สอนคนละวิทยาลัย... แต่ตอนนี้ทั้งสองคนเกษียณแล้ว... การมาเที่ยวทริปนี้เหมือนมาเข้าคอสเรียนพิเศษยังไงไม่รู้, เพราะจะทำอะไรต้องเตรียมตัวหาข้อมูลมากกว่าปกติสิบเท่าเลยก็ว่าได้...  ดังนั้นวันนี้เราจึงเตรียมข้อมูลเอาไว้ไปเที่ยวพิพฺธภัณฑ์... ตอนทุ่มกว่าๆ ออกไปซื้อ Fish&Chips ที่ร้าน Captain Cod ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก  สั่ง Fish&Chips สำหรับ 4 ที่  แต่เราเห็นไก่ทอดและแตงกวาดองน่ากินเลยสั่งเพิ่ม  ตอนเขาห่อปลาเห็นแล้วหายอยากเลย, ชิ้นใหญ่มาก...  ค่าอาหารที่สั่งรวม  38.50 ปอนด์  เราควักเงินเตรียมไว้จ่าย  แต่นิคไม่ยอมให้เราจ่าย...แย่งกันจ่ายสักพักเราก็ยอมแพ้เพราะเห็นเจ้าของร้านแลด้วยสายตาแบบว่ารีบๆ จ่ายมาเหอะ... จะปิดร้านแล้วอ่ะ  เอาเป็นว่ารอให้พวกเขามาเที่ยวเมืองไทยแล้วเราค่้อยเลี้ยงคืนก็แล้วกัน...  ขับรถกลับมาถึงบ้าน, โจนเตรียมโต๊ะรอไว้แล้ว... จัดอาหารลงจาน  ทานไปคุยกันไป จิบไวน์ไป... ไวน์ที่นี่ถูกกว่าเมืองไทยเยอะเลย...



คุ๊กกี้ช๊อคโกแลตชิพฝีมือโจน  อร่อยมากมาย


New River แม่น้ำนิว  เป็นแม่น้ำที่ขุดโดยฝีมือมนุษย์  ผันน้ำจากแม่น้ำลี Lea River มาเลี้ยงประชากรใน London สร้างและเปิดใช้ในคริสต์ศตวรรษที่ 17... ภาพนี้ถ่ายตอนไปเดินเล่นตอนบ่าย


ตอนเดินกลับบ้าน, เดินผ่านแปลงผัก  โจนอธิบายให้ฟังว่านี่คือ Allotment เป็นที่แบ่งให้คนในชุมชนที่ต้องการปลูกผักไว้กินเอง  บางคนก็เลี้ยงไก่ไว้กินไข่... มาเที่ยวครั้งนี้ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากมาย


ร้าน Captain Cod  ไม่มีโต๊ะบริการ.. ต้องซื้อไปทานที่บ้าน... Fish&Chips ที่นี่ชิ้นใหญ่มาก...

2013-04 เยี่ยมเพื่อนที่ London & Norwich ตอนที่ 2... ขอจบแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน  แล้วจะรีบเขียนตอนที่ 3 มาให้อ่านกัน  ซึ่งในตอนที่สามเป็นเรื่องราวการเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนอีกคนหนึ่งซึ่งอยู่ที่ Norwich... อ่านว่า "นอริช"....



Create Date : 03 มิถุนายน 2556
Last Update : 4 มิถุนายน 2556 18:36:28 น.
Counter : 747 Pageviews.

0 comment
2013-04 เยี่ยมเพื่อนที่ London & Norwich ตอนที่ 1
กลับมาได้เกือบเดือนแต่ยังไม่ได้เขียนบล๊อกของทริปนี้เลย… อาทิตย์แรกที่กลับมาก็พักผ่อน มันเพลียจริงๆนะ อาทิตย์ที่สอง, สาม และสี่ วาดภาพพระคันธาราฐ และได้เขียนบล็อกไปเมื่อวันก่อน ถ้าใครอยากดูภาพที่เราวาดก็เข้าลิงค์นี้ได้นะ แบบว่าภูมิใจนำเสนอมั๊กๆ //www.bloggang.com/viewblog.php?id=annopwichai&group=13

ทริป U.K. & Ireland นี้ เราแบ่งออกเป็น 3 ตอน ตอนแรกคือ เยี่ยมเพื่อนที่ London & Norwich, ตอนที่สองคือ เที่ยว U.K.&Ireland by C.I.E.Tour, และตอนที่สามคือ Ireland เมืองแห่งต้นไม้และทุ่งหญ้าเขียวขจี เราขอเขียนเยอะหน่อยเพราะอยากเก็บไว้อ่านเอง (ตอนแก่) อิ..อิ.. และรูปแบบในการเขียนก็ประมาณสมุดบันทึกประจำวัน เพราะมันง่ายแก่การเขียน ถ้าขี้เกียจอ่านก็ดูรูปเฉยๆ ก็แล้วกันนะ... :)

เรื่องการขอวีซ่านั้นเคยเขียนไว้แล้วทั้งวีซ่าอังกฤษและวีซ่าไอร์แลนด์ ขอบอกรายละเอียดนิดหนึ่งว่า U.K. ประกอบไปด้วย England, Scotland, Wales และ Northern Ireland ที่คนพูดกันว่าขอวีซ่าไปอังกฤษ นั่นหมายถึงวีซ่าไป U.K. เพราะวีซ่านี้เข้าได้ทั้ง 4 ราชอาณาจักร (Kingdom) ส่วน Ireland หรือ Southern Ireland เป็นที่รู้จักกันในนาม Republic of Ireland จะต้องขอวีซ่าแยกต่างหาก

ลิงค์สำหรับการขอวีซ่า U.K.
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=annopwichai&date=18-02-2013&group=8&gblog=4
ลิงค์สำหรับการขอวีซ่า Ireland
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=annopwichai&date=19-02-2013&group=8&gblog=5


31/3/2013 Leaving Chiang Mai

การออกเดินทางไปเที่ยวครั้งนี้รู้สึกว่ายังเตรียมตัวไม่พร้อยยังไงไม่รู้... ของฝากที่จะเอาไปให้เจ้าของบ้านที่ไปพัก ซึ่งเป็นกระเป๋าหนังลงมือทำเองตั้งแต่สองสามอาทิตย์ก่อนเพิ่งทำเสร็จเมื่อวาน เพราะทำสิบห้าชิ้น เอาไปฝากหลายคนอ่ะ... เพิ่งจัดกระเป๋าเมื่อวานหลังจากทำของฝากเสร็จ วันนี้เกือบทั้งวันก็เตรียมนั่นจัดนี่จนถึงนาทีสุดท้าย... เครื่องออกจากเชียงใหม่ไปสนามบินสุวรรณภูมิตอนสองทุ่มห้าสิบ นั่งสายการบินไทย ถึงสนามบินสุวรรณภูมิตอนสี่ทุ่มสิบ เราเช็คกระเป๋าไปกับสายการบินจนถึงปลายทางคือสนามบิน Heathrow ที่ London เลย


ไปสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อไหร่ก็ต้องถ่ายปฏิมากรรมกวนเกษียรสมุทรนี้ซะทุกครั้ง... Suvarnabhumi Airport, Bangkok, Thailand


1/4/2013 Arrived Broxbourne

นี่เป็นครั้งแรกที่เดินทางไปกับสายการบิน Etihad บินทั้งไปและกลับกับสายการบินนี้ ค่าโดยสารถูกสุดสำหรับช่วงที่เราจอง บริการดีเลิศ เครื่องออกเดินทางตอนตีสองห้าสิบห้า ใช้เวลาเดินทางถึง Abudhabi เพื่อเปลี่ยนเครื่อง หกชั่วโมง ยี่สิบห้านาที เวลาที่ไปถึงคือหกโมงเช้า เวลาต่างจากเมืองไทย สามชั่วโมง ที่ Abudhabi ถึงแม้ว่าเราจะแค่เปลี่ยนเครื่อง เขาก็ให้เข้าเครื่องสแกนท์อีกครั้ง ตั้งแต่เดินทางมา มีแต่ที่นี่แหล่ะ ที่ต้องสแกนท์ ทั้งขาไป และขากลับเมืองไทย

เครื่องออกตอนแปดโมงห้าสิบ มีเวลาสองชั่วโมงครึ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ต้องรีบเพราะกลัวตกเครื่องและไม่มีเวลาเหลือมากเกินไปจนทำให้เบื่อ... เราเคยเดินทางไปอเมริกา เปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวัน รอแปดชั่วโมง, ครั้งนั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนเครื่องที่นานที่สุดในชีวิต... หลังจากเช็คอินก็เดินขึ้นเครื่อง ประมาณสิบห้านาทีเครื่องก็ออก ใช้เวลาเดินทางเจ็ดชั่วโมงยี่สิบห้านาที แต่เครื่องบินเป็นเครื่องรุ่นใหม่กว่าตอนที่นั่งจากกรุงเทพฯ มา Abudhabi ข้อดีคือ มีพื้นที่สำหรับขากว้างขึ้นทำให้ไม่ค่อยอึดอัด

มาถึงสนามบิน Heathrow ตอนบ่ายโมงสิบห้า ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เขาซักถามละเอียดมาก ทำให้รู้สึกว่าถ้าไม่อยากให้เข้าก็จะบินกลับละเน้อ.. ความรู้สึกไม่เป็นธรรมสำหรับชาวไทยอย่างเรากัดกร่อนหัวใจซะเหลือเกิน.. ชาวต่างชาติเดินทางเข้าบ้านเราทำไมมันช่างง่ายดาย แต่เวลาเราไปบ้านเขามันยากเย็นแสนเข็ญมาตั้งแต่กระบวนการขอวีซ่าเลยทีเดียว (ที่จริงแค่ความรู้สึกนะ, เพราะตอนขอวีซ่าก็ไม่ได้รู้สึกว่ายากเย็นสักเท่าไหร่ อิ..อิ..)

พอผ่านเข้าเมืองได้ก็ไปเอากระเป๋าที่สายพาน รอไม่นานก็ได้กระเป๋าของเรา เดินมาทางออก นิคและโจนซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่เราจะไปพัก มายืนรอรับด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แล้วพากันไปลานจอดรถ หน้าสัมผัสลมเย็นตอนเดินออกประตู รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าด้วยไอเย็น อากาศตอนนั้นประมาณ 1-2 C หนาวมากๆ แต่ชอบอ่ะ... ขับรถไป Broxbourne ซึ่งเป็นบ้านของนิคและโจน ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว พอถึงบ้านนิคก็พาชมบ้านจนทั่ว ห้องนอนของเราอยู่ชั้นสอง ซึ่งเป็นห้องนอนเก่าของลูกชายของนิคและโจน ตอนนี้ลูกชายมีครอบครัวและย้ายออกไปนานแล้ว ห้องนี้เลยเป็นห้องนอนของแขกรับเชิญอย่างเรา อิ..อิ..

หลังจากเอากระเป๋าเก็บแล้วก็ลงมาจิบชายามบ่าย พร้อมกับทานเค้กที่โจนอบเอง อร่อยมากมาย พอลนั่งคุยกันอย่างออกรสออกชาดตามประสาเพื่อนเก่า เพราะนิคและโจนเป็นเพื่อนกับพอล ซึ่งทั้งสองฝ่ายไม่ได้เจอกันมานานมาก คุยกันชั่วโมงกว่า ก็พากันไปเดินเล่น... Broxbourne เป็นชานเมืองเล็กๆ อยู่ทางเหนือของลอนดอน ถ้านั่งรถไฟก็ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง วันแรกมาถึงรู้สึกเหนื่อยๆ เลยเดินประมาณครึ่งชั่วโมงก็กลับมานอนพักงีบเล็กๆ ตื่นมาทานอาหารเย็นตอนหนึ่งทุ่ม โจนลงมือทำอาหารเอง อาหารอร่อยมาก...


Etihad ไม่น่าเชื่อว่าเหล็กหนักๆ จะบินได้อ่ะ... นี่ถ้าเป็นร้อยปีก่อนเราเอาไปเล่าให้ใครฟังเขาคงว่าเราโม้... Heathrow Airport, London, U.K.


บรรยากาศบ้านแถบชานเมืองตอนเหนือของลอนดอน.... New River, Broxbourne, U.K.


สวนสาธารณะ ตอนที่ไปต้นไม้น่าจะผลิใบแล้ว แต่อากาศปีนี้หนาวนานกว่าปกติ เลยยังไม่มีใบไม้ผลิมาให้เชยชม... เศร้าเลย.. Brouxbourne, U.K.


2/4/2013 Cambridge

ตอนเกือบสิบโมง เดินทางไปเคมบริดจ์ ใช้เวลาจาก Broxbourne ประมาณหนึ่งชั่วโมง นิคขับรถจอดที่ลานจอดรถนอกเมือง แล้วนั่งรถบัสเข้าไปในเมือง เคมบริดจ์สวยมากมาย ลงรถบัสในเมืองแล้วเดินชมวิทยาลัยต่างๆ อันแรกสุดไป Pembroke College เป็นวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นที่สามของเคมบริดจ์ ตึกต่างๆ ตกแต่งได้อย่างสวยงาม... เดินไปถ่ายรูปไปจนเพลิน, แบตกล้องแคนอนคอมแพ็คหมดเลยหาซื้อแบตใหม่เพื่อสำรองใช้ เข้าร้านแรกไม่มี แต่พนักงานที่ร้านโทรไปอีกร้านแล้วบอกให้เราเดินไปร้านนั้น... แบตราคา 29.90 ปอนด์ ประมาณ 1,350 บาท ไม่ใช่แบตแคนอน พนักงานขายคุยเป็นมิตรดีมากมาย พอได้แบตและเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว เดินไป Trinity College มีประชุมหรือสัมมนาเลยปิดไม่ให้คนภายนอกเข้าเยี่ยมชม ถึงแม้นิคจะมีบัตรเบ่งก็ตาม ทั้งนี้เรายังสามารถเข้าชมห้องสมุดได้ ซึ่งต้องเดินอ้อมไปด้านข้างของวิทยาลัย ไฮไลท์ของห้องสมุดคือมีสมุดที่กาลิเลโอเขียนบันทึก จัดแสดง... และมีหนังสือเก่าอื่นๆ เวียนมาจัดแสดงในตู้โชว์มากมาย เสียดายที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายในห้องสมุด... จากนั้นไป King’s College เข้าไปชมโบสถ์ ใหญ่โตสวยงามอลังการ จากนั้นเดินไปทานอาหารซึ่งนิคนัดเจอคีทเพื่อนอีกคนหนึ่งมาทานอาหารกลางวันด้วยกัน

ชมเมืองทั่วแล้วก็นั่งรถบัสกลับที่จอดรถ โดยมีคีทตามมา แล้วขับรถไปบ้านนิคและโจน แวะซื้อแชมพูและไวน์ พอลได้สบู่โดฟ เราได้สมุดโน้ต... ขับรถผ่านย่านคนรวยที่มีนักฟุตบอลชื่อดังอาศัยอยู่... ถึงบ้านดื่มชา นั่งคุยกัน... ถึงเวลาอาหารเย็น...ทานอาหารและคุยกันจนสี่ทุ่มง่วงมากมายจึงขอตัวเข้านอน


ยังมีกองหิมะให้เห็นประปรายสองข้างถนนทั้งๆ ที่เป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว... Broxbourne to Cambridge, U.K.


Pembroke College วิทยาลัยเก่าแก่เป็นอันดับสามของเคมบริดจ์... Cambridge, U.K.


ห้องทานอาหารของวิทยาลัย ถ้าใครได้ดูแฮรี่พอตเตอร์ บรรยากาศในห้องนี้เหมือนเป๊ะเลย Pembroke College, Cambridge, U.K.


Stained glass ในโบสถ์ของวิทยาลัย Pembroke College, Cambridge, U.K.


Nevile court in front of Wren Library สนามหญ้าหน้าห้องสมุดของวิทยาลัยทรินิตี้.... Trinity College, Cambridge, U.K.


สนามหญ้าหลังวิทยาลัยทรินิตี้เริ่มมีดอกไม้ผลิบานให้เห็น... Trinity College, Cambridge, U.K.


บริการถ่อเรือแม่น้ำเคม หลังมหาลัยทรินิตี้... มีนักศึกษามารับจ๊อบถ่อเรือและเป็นไกด์ให้นักท่องเที่ยว... Punting on the River Cam, Cambridge, U.K.


ด้านหน้าของวิทยาลัยคิงส์คอล์เลค, อาคารที่มียอดสูงนั่นคือโบสถ์ของวิทยาลัย... King's College, Cambridge, U.K.


ภายในโบสถ์ของวิทยาลัยคิงส์คอล์เลค ใหญ่โตอลังการ, กระจกสีที่ประดับก็สวยงาม ตรงกลางของโบสถ์มีออร์แกนขนาดมหึมา เสียดายตอนที่ไปไม่ใช่เวลาที่เขาเล่นออร์แกน... King's College Chapel, Cambridge, U.K.


ทานอาหารเที่ยงที่ เดอะอีเกิ้ล Have lunch at 'The Eagle' in the 'RAF Bar'.... Cambridge, U.K.


The RAF Bar ceiling with graffiti of World War II airmen.... Cambridge, U.K.


The Corpus Clock, designed by John C. Taylor and inaugurated in 2008 by Stephen Hawking.... Cambridge, U.K.


Afternoon tea with..??.. cannot remember the name of it, we bought it from 'Fitzbillies' in Cambridge.... Broxbournce, U.K.


อาทิตย์อัสดง, ภาพนี้ถ่ายจากหน้าต่างห้องนอน.. Sunset... Broxbourne, U.K.

เยี่ยมเพื่อนที่ London & Norwich ตอนที่ 1 ขอพอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน... เดี๋ยวค่อยมาต่อตอนที่ 2 นะฮาร์ฟ...



Create Date : 29 พฤษภาคม 2556
Last Update : 29 พฤษภาคม 2556 18:15:48 น.
Counter : 973 Pageviews.

6 comment

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 87 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend