2013-04 เยี่ยมเพื่อนที่ London & Norwich ตอนที่ 1
กลับมาได้เกือบเดือนแต่ยังไม่ได้เขียนบล๊อกของทริปนี้เลย… อาทิตย์แรกที่กลับมาก็พักผ่อน มันเพลียจริงๆนะ อาทิตย์ที่สอง, สาม และสี่ วาดภาพพระคันธาราฐ และได้เขียนบล็อกไปเมื่อวันก่อน ถ้าใครอยากดูภาพที่เราวาดก็เข้าลิงค์นี้ได้นะ แบบว่าภูมิใจนำเสนอมั๊กๆ //www.bloggang.com/viewblog.php?id=annopwichai&group=13

ทริป U.K. & Ireland นี้ เราแบ่งออกเป็น 3 ตอน ตอนแรกคือ เยี่ยมเพื่อนที่ London & Norwich, ตอนที่สองคือ เที่ยว U.K.&Ireland by C.I.E.Tour, และตอนที่สามคือ Ireland เมืองแห่งต้นไม้และทุ่งหญ้าเขียวขจี เราขอเขียนเยอะหน่อยเพราะอยากเก็บไว้อ่านเอง (ตอนแก่) อิ..อิ.. และรูปแบบในการเขียนก็ประมาณสมุดบันทึกประจำวัน เพราะมันง่ายแก่การเขียน ถ้าขี้เกียจอ่านก็ดูรูปเฉยๆ ก็แล้วกันนะ... :)

เรื่องการขอวีซ่านั้นเคยเขียนไว้แล้วทั้งวีซ่าอังกฤษและวีซ่าไอร์แลนด์ ขอบอกรายละเอียดนิดหนึ่งว่า U.K. ประกอบไปด้วย England, Scotland, Wales และ Northern Ireland ที่คนพูดกันว่าขอวีซ่าไปอังกฤษ นั่นหมายถึงวีซ่าไป U.K. เพราะวีซ่านี้เข้าได้ทั้ง 4 ราชอาณาจักร (Kingdom) ส่วน Ireland หรือ Southern Ireland เป็นที่รู้จักกันในนาม Republic of Ireland จะต้องขอวีซ่าแยกต่างหาก

ลิงค์สำหรับการขอวีซ่า U.K.
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=annopwichai&date=18-02-2013&group=8&gblog=4
ลิงค์สำหรับการขอวีซ่า Ireland
//www.bloggang.com/viewblog.php?id=annopwichai&date=19-02-2013&group=8&gblog=5


31/3/2013 Leaving Chiang Mai

การออกเดินทางไปเที่ยวครั้งนี้รู้สึกว่ายังเตรียมตัวไม่พร้อยยังไงไม่รู้... ของฝากที่จะเอาไปให้เจ้าของบ้านที่ไปพัก ซึ่งเป็นกระเป๋าหนังลงมือทำเองตั้งแต่สองสามอาทิตย์ก่อนเพิ่งทำเสร็จเมื่อวาน เพราะทำสิบห้าชิ้น เอาไปฝากหลายคนอ่ะ... เพิ่งจัดกระเป๋าเมื่อวานหลังจากทำของฝากเสร็จ วันนี้เกือบทั้งวันก็เตรียมนั่นจัดนี่จนถึงนาทีสุดท้าย... เครื่องออกจากเชียงใหม่ไปสนามบินสุวรรณภูมิตอนสองทุ่มห้าสิบ นั่งสายการบินไทย ถึงสนามบินสุวรรณภูมิตอนสี่ทุ่มสิบ เราเช็คกระเป๋าไปกับสายการบินจนถึงปลายทางคือสนามบิน Heathrow ที่ London เลย


ไปสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อไหร่ก็ต้องถ่ายปฏิมากรรมกวนเกษียรสมุทรนี้ซะทุกครั้ง... Suvarnabhumi Airport, Bangkok, Thailand


1/4/2013 Arrived Broxbourne

นี่เป็นครั้งแรกที่เดินทางไปกับสายการบิน Etihad บินทั้งไปและกลับกับสายการบินนี้ ค่าโดยสารถูกสุดสำหรับช่วงที่เราจอง บริการดีเลิศ เครื่องออกเดินทางตอนตีสองห้าสิบห้า ใช้เวลาเดินทางถึง Abudhabi เพื่อเปลี่ยนเครื่อง หกชั่วโมง ยี่สิบห้านาที เวลาที่ไปถึงคือหกโมงเช้า เวลาต่างจากเมืองไทย สามชั่วโมง ที่ Abudhabi ถึงแม้ว่าเราจะแค่เปลี่ยนเครื่อง เขาก็ให้เข้าเครื่องสแกนท์อีกครั้ง ตั้งแต่เดินทางมา มีแต่ที่นี่แหล่ะ ที่ต้องสแกนท์ ทั้งขาไป และขากลับเมืองไทย

เครื่องออกตอนแปดโมงห้าสิบ มีเวลาสองชั่วโมงครึ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ต้องรีบเพราะกลัวตกเครื่องและไม่มีเวลาเหลือมากเกินไปจนทำให้เบื่อ... เราเคยเดินทางไปอเมริกา เปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวัน รอแปดชั่วโมง, ครั้งนั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนเครื่องที่นานที่สุดในชีวิต... หลังจากเช็คอินก็เดินขึ้นเครื่อง ประมาณสิบห้านาทีเครื่องก็ออก ใช้เวลาเดินทางเจ็ดชั่วโมงยี่สิบห้านาที แต่เครื่องบินเป็นเครื่องรุ่นใหม่กว่าตอนที่นั่งจากกรุงเทพฯ มา Abudhabi ข้อดีคือ มีพื้นที่สำหรับขากว้างขึ้นทำให้ไม่ค่อยอึดอัด

มาถึงสนามบิน Heathrow ตอนบ่ายโมงสิบห้า ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เขาซักถามละเอียดมาก ทำให้รู้สึกว่าถ้าไม่อยากให้เข้าก็จะบินกลับละเน้อ.. ความรู้สึกไม่เป็นธรรมสำหรับชาวไทยอย่างเรากัดกร่อนหัวใจซะเหลือเกิน.. ชาวต่างชาติเดินทางเข้าบ้านเราทำไมมันช่างง่ายดาย แต่เวลาเราไปบ้านเขามันยากเย็นแสนเข็ญมาตั้งแต่กระบวนการขอวีซ่าเลยทีเดียว (ที่จริงแค่ความรู้สึกนะ, เพราะตอนขอวีซ่าก็ไม่ได้รู้สึกว่ายากเย็นสักเท่าไหร่ อิ..อิ..)

พอผ่านเข้าเมืองได้ก็ไปเอากระเป๋าที่สายพาน รอไม่นานก็ได้กระเป๋าของเรา เดินมาทางออก นิคและโจนซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่เราจะไปพัก มายืนรอรับด้วยหน้าตายิ้มแย้ม แล้วพากันไปลานจอดรถ หน้าสัมผัสลมเย็นตอนเดินออกประตู รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าด้วยไอเย็น อากาศตอนนั้นประมาณ 1-2 C หนาวมากๆ แต่ชอบอ่ะ... ขับรถไป Broxbourne ซึ่งเป็นบ้านของนิคและโจน ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว พอถึงบ้านนิคก็พาชมบ้านจนทั่ว ห้องนอนของเราอยู่ชั้นสอง ซึ่งเป็นห้องนอนเก่าของลูกชายของนิคและโจน ตอนนี้ลูกชายมีครอบครัวและย้ายออกไปนานแล้ว ห้องนี้เลยเป็นห้องนอนของแขกรับเชิญอย่างเรา อิ..อิ..

หลังจากเอากระเป๋าเก็บแล้วก็ลงมาจิบชายามบ่าย พร้อมกับทานเค้กที่โจนอบเอง อร่อยมากมาย พอลนั่งคุยกันอย่างออกรสออกชาดตามประสาเพื่อนเก่า เพราะนิคและโจนเป็นเพื่อนกับพอล ซึ่งทั้งสองฝ่ายไม่ได้เจอกันมานานมาก คุยกันชั่วโมงกว่า ก็พากันไปเดินเล่น... Broxbourne เป็นชานเมืองเล็กๆ อยู่ทางเหนือของลอนดอน ถ้านั่งรถไฟก็ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง วันแรกมาถึงรู้สึกเหนื่อยๆ เลยเดินประมาณครึ่งชั่วโมงก็กลับมานอนพักงีบเล็กๆ ตื่นมาทานอาหารเย็นตอนหนึ่งทุ่ม โจนลงมือทำอาหารเอง อาหารอร่อยมาก...


Etihad ไม่น่าเชื่อว่าเหล็กหนักๆ จะบินได้อ่ะ... นี่ถ้าเป็นร้อยปีก่อนเราเอาไปเล่าให้ใครฟังเขาคงว่าเราโม้... Heathrow Airport, London, U.K.


บรรยากาศบ้านแถบชานเมืองตอนเหนือของลอนดอน.... New River, Broxbourne, U.K.


สวนสาธารณะ ตอนที่ไปต้นไม้น่าจะผลิใบแล้ว แต่อากาศปีนี้หนาวนานกว่าปกติ เลยยังไม่มีใบไม้ผลิมาให้เชยชม... เศร้าเลย.. Brouxbourne, U.K.


2/4/2013 Cambridge

ตอนเกือบสิบโมง เดินทางไปเคมบริดจ์ ใช้เวลาจาก Broxbourne ประมาณหนึ่งชั่วโมง นิคขับรถจอดที่ลานจอดรถนอกเมือง แล้วนั่งรถบัสเข้าไปในเมือง เคมบริดจ์สวยมากมาย ลงรถบัสในเมืองแล้วเดินชมวิทยาลัยต่างๆ อันแรกสุดไป Pembroke College เป็นวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นที่สามของเคมบริดจ์ ตึกต่างๆ ตกแต่งได้อย่างสวยงาม... เดินไปถ่ายรูปไปจนเพลิน, แบตกล้องแคนอนคอมแพ็คหมดเลยหาซื้อแบตใหม่เพื่อสำรองใช้ เข้าร้านแรกไม่มี แต่พนักงานที่ร้านโทรไปอีกร้านแล้วบอกให้เราเดินไปร้านนั้น... แบตราคา 29.90 ปอนด์ ประมาณ 1,350 บาท ไม่ใช่แบตแคนอน พนักงานขายคุยเป็นมิตรดีมากมาย พอได้แบตและเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว เดินไป Trinity College มีประชุมหรือสัมมนาเลยปิดไม่ให้คนภายนอกเข้าเยี่ยมชม ถึงแม้นิคจะมีบัตรเบ่งก็ตาม ทั้งนี้เรายังสามารถเข้าชมห้องสมุดได้ ซึ่งต้องเดินอ้อมไปด้านข้างของวิทยาลัย ไฮไลท์ของห้องสมุดคือมีสมุดที่กาลิเลโอเขียนบันทึก จัดแสดง... และมีหนังสือเก่าอื่นๆ เวียนมาจัดแสดงในตู้โชว์มากมาย เสียดายที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายในห้องสมุด... จากนั้นไป King’s College เข้าไปชมโบสถ์ ใหญ่โตสวยงามอลังการ จากนั้นเดินไปทานอาหารซึ่งนิคนัดเจอคีทเพื่อนอีกคนหนึ่งมาทานอาหารกลางวันด้วยกัน

ชมเมืองทั่วแล้วก็นั่งรถบัสกลับที่จอดรถ โดยมีคีทตามมา แล้วขับรถไปบ้านนิคและโจน แวะซื้อแชมพูและไวน์ พอลได้สบู่โดฟ เราได้สมุดโน้ต... ขับรถผ่านย่านคนรวยที่มีนักฟุตบอลชื่อดังอาศัยอยู่... ถึงบ้านดื่มชา นั่งคุยกัน... ถึงเวลาอาหารเย็น...ทานอาหารและคุยกันจนสี่ทุ่มง่วงมากมายจึงขอตัวเข้านอน


ยังมีกองหิมะให้เห็นประปรายสองข้างถนนทั้งๆ ที่เป็นฤดูใบไม้ผลิแล้ว... Broxbourne to Cambridge, U.K.


Pembroke College วิทยาลัยเก่าแก่เป็นอันดับสามของเคมบริดจ์... Cambridge, U.K.


ห้องทานอาหารของวิทยาลัย ถ้าใครได้ดูแฮรี่พอตเตอร์ บรรยากาศในห้องนี้เหมือนเป๊ะเลย Pembroke College, Cambridge, U.K.


Stained glass ในโบสถ์ของวิทยาลัย Pembroke College, Cambridge, U.K.


Nevile court in front of Wren Library สนามหญ้าหน้าห้องสมุดของวิทยาลัยทรินิตี้.... Trinity College, Cambridge, U.K.


สนามหญ้าหลังวิทยาลัยทรินิตี้เริ่มมีดอกไม้ผลิบานให้เห็น... Trinity College, Cambridge, U.K.


บริการถ่อเรือแม่น้ำเคม หลังมหาลัยทรินิตี้... มีนักศึกษามารับจ๊อบถ่อเรือและเป็นไกด์ให้นักท่องเที่ยว... Punting on the River Cam, Cambridge, U.K.


ด้านหน้าของวิทยาลัยคิงส์คอล์เลค, อาคารที่มียอดสูงนั่นคือโบสถ์ของวิทยาลัย... King's College, Cambridge, U.K.


ภายในโบสถ์ของวิทยาลัยคิงส์คอล์เลค ใหญ่โตอลังการ, กระจกสีที่ประดับก็สวยงาม ตรงกลางของโบสถ์มีออร์แกนขนาดมหึมา เสียดายตอนที่ไปไม่ใช่เวลาที่เขาเล่นออร์แกน... King's College Chapel, Cambridge, U.K.


ทานอาหารเที่ยงที่ เดอะอีเกิ้ล Have lunch at 'The Eagle' in the 'RAF Bar'.... Cambridge, U.K.


The RAF Bar ceiling with graffiti of World War II airmen.... Cambridge, U.K.


The Corpus Clock, designed by John C. Taylor and inaugurated in 2008 by Stephen Hawking.... Cambridge, U.K.


Afternoon tea with..??.. cannot remember the name of it, we bought it from 'Fitzbillies' in Cambridge.... Broxbournce, U.K.


อาทิตย์อัสดง, ภาพนี้ถ่ายจากหน้าต่างห้องนอน.. Sunset... Broxbourne, U.K.

เยี่ยมเพื่อนที่ London & Norwich ตอนที่ 1 ขอพอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน... เดี๋ยวค่อยมาต่อตอนที่ 2 นะฮาร์ฟ...



Create Date : 29 พฤษภาคม 2556
Last Update : 29 พฤษภาคม 2556 18:15:48 น.
Counter : 1412 Pageviews.

6 comments
  
ภาพงามมาก จูงใจให้อยากไปเที่ยวที่เดียวเชียว ขอบคุณนะคะ
โดย: nana IP: 110.169.207.0 วันที่: 31 พฤษภาคม 2556 เวลา:7:07:50 น.
  
ตอบคุณ Nana - ขอบคุณครับที่เข้ามาชม... ทริปนี้ไปหนึ่งเดือน มีรูปมากมายที่อยากจะแชร์ วันนี้เข้ามาเขียนเพิ่มแต่เข้ามาเช็คคอมเม้นท์ก่อนครับ ถ้าอยากไปเที่ยวมีสองกรณีครับ, ถ้ามีเพื่อนอยู่ที่นั่นจะประหยัดเงินได้มาก เพราะค่าที่พักและค่าอาหาร แพงมาก แต่ถ้าไม่รู้จักใครที่นั่น แนะนำให้ซื้อทัวร์ เพราะประหยัดมากมายครับ :)

ถ้าบล๊อกตอนที่สองเสร็จช่วยเข้าไปอ่านและเม้นท์หน่อยนะครับ อยากให้เพิ่มรูป หรืออยากให้เพิ่มเนื้อหาอย่างไรก็เม้นท์เข้ามาได้ครับ :)
โดย: นพ (annopwichai ) วันที่: 31 พฤษภาคม 2556 เวลา:17:21:23 น.
  
น่าไปเที่ยวมากค่ะ หนูติดตามบล๊อกของพี่พอสมควรเลย

เขียนได้เข้าใจ และเนื้อหาดีมากค่ะ แนะนำได้ตรงจุดที่อยากรู้จริงๆ

ดีจังค่ะ ไปเที่ยวตั้ง 1 เดือนได้เห็นอะไรหลายๆอย่างจากต่างประเทศ

หนูมีแพลนว่าจะไปเที่ยวอังกฤษประมาณ 10 วันช่วงสงกรานต์ปีหน้า

และก็ได้อ่านบล๊อกของพี่เรื่องการทำวีซ่า UK อ่านแล้วยัง งง กับตัวเองว่าจะเลือกประเภทวีซ่าแบบใดดี

คือ หนูจะไปเองกับเพื่อนอีก 1 คนค่ะ และหนูมีเพื่อนคนไทยอยู่อังกฤษและเป็นพลเมืองของ UK แล้ว พอดีแม่ของเพื่อนได้สามีเป็นชาวอังกฤษค่ะ

หนูต้องขอวีซ่าแบบใดหรอคะ ตอนกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ยัง งง มากๆ ภาษาอังกฤษพอถูไถๆ

ในเว็บมีให้เลือก ดังนี้


อันนี้คืออะไรหรอคะ กลัวแปลมั่ว


ขอบคุณมากค่ะ ถามเยอะเลย จะไปขอวีซ่าช่วงไหนดีคะ

ขอต้นปีหน้าดี หรือปีนี้ดีคะ ช่วยแนะนำด้วยนะคะ :)
โดย: Pui (theconan2011 ) วันที่: 30 มิถุนายน 2556 เวลา:23:16:01 น.
  
ตอบน้อง Pui - ระดับพวกเรา.. เป็น "General Visitor" ค่ะ อิ..อิ.. ขอวีซ่าประเทศอื่นๆ จะระบุว๊ซ่าเป็นแบบ tourist... แต่ของอังกฤษไม่มีให้เลือกอ่ะค่ะ แต่ใน Guide to Support Document เขาจะระบุว่าเป็น General Visitor/Tourist ค่ะ

คำถามถัดมาคือ Travel Dates and Purpose of Travel จะแปลตามหัวข้อให้เลยนะครับ

- What is the main purpose of your visit to the UK?
- จุดประสงค์หลักในการมาอังกฤษ?
อันนี้ผมกรอก.. Traveling ครับ

- How long do you intend to stay in the UK?
- คุณประสงค์จะพำนักที่ UK นานเท่าไหร่
อันนี้ก็ตอบไปตามที่เราจะไปเลยครับ ถ้าเขาอนุมัติ, วันแรกสุดที่อนุมัติคือวันที่เราประสงค์จะเดินทางไป (เป็นวันที่ในหัวข้องถัดไปที่จะแปลให้ครับ) และโดยมากเขาจะให้ระยะเวลา 180 วัน แต่เราก็กรอกจำนวนวันเท่าที่เราจะไปครับ

- On which date do you intend to travel to the UK?
- คุณประสงค์ที่จะเดินทางไป UK วันที่เท่าไหร่?
อันนี้ตอบวันแรกสุดที่จะเดินทาง ซึ่งผมกรอกตรงกับวันที่ในตั๋วเครื่องบินที่เราจองครับ

- On which date do you intend to leave the UK?
- คุณประสงค์ที่จะออกจากอังกฤษ วันที่เท่าไหร่?
อันนี้ผมตอบวันที่จะเดินทางออกจากอังกฤษ (เพราะเดินทางต่อไปที่ Ireland)

การขอวีซ่าสามารถขอล่วงหน้าก่อนเดินทางได้ 3 เดือนครับ ขอวีซ่าของอเมริการและแคนาดาล่วงหน้าเมื่อไหร่ก็ได้ ผมขอก่อนหนึ่งปีเพราะเวลาจะไปไหนจะทำแพลนล่วงหน้าครับ... แต่สำหรับของอังกฤษ, ไอร์แลนด์ และยุโรปสามารถขอล่วงหน้าได้แค่ 3 เดือน ซึ่งทำให้ยากต่อการวางแผนล่วงหน้า :(

หวังว่าข้อมูลจะเป็นประโยชน์กับคุณ Pui บ้างนะครับ ถ้ามีคำถามเพิ่มก็ถามมาได้เลยครับ... บางครั้งอาจตอบช้าบ้าง เพราะช่วงนี้เดินทางบ่อยมากครับ แต่จะพยายามเข้ามาตอบครับ
โดย: นพ (annopwichai ) วันที่: 3 กรกฎาคม 2556 เวลา:19:36:49 น.
  
ภาพสวยมาก บรรยายเริ่ดมากกว่า ชอบมากเลยค่ะ เคยไปเที่ยวมาหลายที แต่ไม่มีความขยันที่จะเขียน ที่จะจดแบบนี้แม้แต่ครั้งเดียว ถึงต้องขอคารวะในความตั้งใจของคุณนพจริงๆ

มีเพื่อนดีก็สบายไปเนอะ ก็อย่างว่า เที่ยวประหยัด แถมมีข้อมูลจากคนท้องถิ่นอีกด้วย

เอ๊ะ นั่น Cinnamon roll หรือเปล่าค่ะ ที่กัดคาไว้ อิอิอิ
อย่าลืมเขียนเพิ่ม ลงรูปเพิ่มนะคะ
รอดูอยู่นะ
โดย: นะจ๊ะ IP: 124.120.188.43 วันที่: 17 ตุลาคม 2556 เวลา:19:26:46 น.
  
ตอบคุณ นะจ๊ะ - ที่จริงเป็นคนตั้งใจสูงในขณะหนึ่ง (ประมาณว่าตอนเที่ยวอยากเขียนมากมาย) แต่พอกลับมาบ้านหลังก็เริ่มยาวและก็เริ่มขึ้นตามตัว (ขี้เกียจสันหลังยาวและขนขึ้นตามตัว อิ..อิ..) ไปเที่ยวทีก็เขียนบล๊อกได้ประเทศละ หนึ่งตอน... เดี๋ยวนี้เริ่มชินกับความขึ้เกียจของตัวเองแล้วฮัฟ อิ..อิ.. แต่ที่จริงโทษว่าขึ้เกียจอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะเดินทางแต่ละทีก็ใช้เวลาเดือนกว่าๆ กลับมาก็มีอะไรให้ต้องทำเยอะแยะไปหมด... แต่กลับมาครั้งหลังสุด (เพิ่งไปฮาวาย กับ นิวอิงแลนด์... กลับมาฮัฟ) ก็ไม่ได้เขียนบล๊อกแม้แต่ตอนเดียว เพราะมัวแต่ยุ่งวุ่นวายทำเตรียมเอกสารทริปต่อไป... :( ขอออกตัวว่าเหน่ย จิงๆ นะคร๊าฟฟฟฟ...
โดย: นพ (annopwichai ) วันที่: 22 ธันวาคม 2556 เวลา:20:34:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend