ทำวีซ่าไปไอร์แลนด์.. ง่ายกว่าที่คิดไว้เยอะเลยอ่ะ...
หลังจากได้วีซ่าอังกฤษ ก็รีบลงมือเตรียมเอกสารสำหรับสมัครวีซ่าไอร์แลนด์เลย เพราะระยะเวลาที่อนุมัติประมาณ 4 ถึง 8 สัปดาห์ เพราะต้องส่งไปสถานทูตไอร์แลนด์ที่มาเลเซีย แต่ถ้าทางมาเลเซียไม่สามารถออกให้ได้เขาก็จะส่งเอกสารไปไอร์แลนด์ จากการคำนวณระยะเวลา, ถ้าใช้เวลาสูงสุดคือ 8 สัปดาห์ เราจะได้พาสปอร์ตคืนประมาณวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งเราวางแผนเดินทางวันที่ 31 มีนาคม ซึ่งจะเหลือเวลาในการซื้อตั๋วเครื่องบิน และการเตรียมตัวเดินทางแค่สามสี่วัน ดังนั้นจึงต้องเร่งทำวีซ่าไอร์แลนด์ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

Tourist Visa
วีซ่าท่องเที่ยว
1. แบบฟอร์มใบสมัคร กรอกออนไลน์แล้วพิมพ์ออกมา... นี่คือลิงค์สำหรับกรอกใบสมัคร //www.inis.gov.ie/en/INIS/Pages/Visa%20Types เลือก Short stay visit (Family or Tourist) , เลือก Visit as tourist จะมีข้อมูลเอกสารที่ต้องใช้และข้อแนะนำต่างๆ ในการสมัคร ให้เลื่อนลงไปจนเจอ Apply Now แล้วคลิ๊ก จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างใหม่ อ่านแล้วทำตามไปจนจบ เราแนะนำให้พิมพ์ตัวช่วยกรอกข้อมูล เพราะบางหัวข้อก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะให้เรากรอกอะไร ตัวนี้ช่วยได้เยอะ //www.inis.gov.ie/en/INIS/Pages/Information_on_completing_your_online_application ที่ให้พิมพ์ออกมาเพราะจะได้ไม่ต้องคลิ๊กเปลี่ยนหน้าไปมา
2. รูปถ่ายฉากหลังสีขาว 2 นิ้ว 2 รูป... อันนี้เราใช้รูปที่เหลือจากไปสมัครวีซ่าอังกฤษ
3. ค่าวีซ่า: เข้าออกประเทศครั้งเดียว ราคา 2,920 บาท / เข้าออกประเทศมากกว่า 1 ครั้ง ราคา 4,600 บาท (ต้องยื่นเหตุผลว่าทำไมต้องขอวีซ่าเข้าออกมากกว่า 1 ครั้ง) เตรียมเงินสดไปจ่ายได้เลย, ไม่ต้องซื้อแคชเชียร์เช็คหรือดราฟท์

เอกสารสำหรับผู้สมัครวีซ่าไอร์แลนด์
1. จดหมายแนะนำตัว… เราระบุเหตุผลที่ต้องการเดินทางไปไอร์แลนด์เท่านั้น..
1.1 ระบุเหตุผลที่ต้องการเดินทางไปไอร์แลนด์
1.2 รายละเอียดของครอบครัวหรือเพื่อน ที่อาศัยอยู่ในไอร์แลนด์
1.3 ระบุระยะเวลาที่จะอยู่ในไอร์แลนด์ และรับรองว่าจะกลับมาประเทศไทย และจะไม่อยู่ในประเทศไอร์แลนด์เกินวีซ่ากำหนด
1.4 ในกรณีที่ว่างงาน ให้ชี้แจงว่าขณะนี้กำลังทำอะไรอยู่
2. แพลนการท่องเที่ยว
3. หนังสือเดินทางที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน นับจากวันที่จะเดินทางออกจากประเทศไทย และหนังสือเดินทางเล่มเก่า (ถ้ามี) (สำหรับผู้สมัครที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า ให้ผู้สมัครถ่ายสำเนาทุกหน้าที่มีประวัติการเดินทางด้วย)
4. ในกรณีที่มีงานทำ ให้ยื่นจดหมายรับรองการทำงาน และ สลิปเงินเดือนย้อนหลัง3เดือน ----- เรามีแต่จดหมายรับรองการทำงาน ส่วน slip เงินเดือนไม่มีเพราะรับเงินโดยการโอนเข้าบัญชีธนาคาร
5. ในกรณีที่ยังศึกษาอยู่ ให้ยื่นจดหมายรับรองจากสถานศึกษาเป็นภาษาอังกฤษ ----- (อันนี้เราข้ามไปเลย)
6. หากเป็นเจ้าของกิจการ ยื่นหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท พร้อมทั้งแปลเป็นภาษาอังกฤษ ----- (อันนี้ก็ข้ามไป)
7. บัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน ----- อันนี้เราไปขอ Statement ที่ธนาคาร
8. ทะเบียนบ้านตัวจริง พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ, โฉนดที่ดิน, หรือหลักทรัพย์อื่นๆ (ถ้ามี) ----- อันนี้เรามีแต่ทะเบียนบ้าน โดยเราไปร้านแปลเอกสาร เสียค่าแปล 300 บาท ซึ่งจะมีตราประทับรับรอง ส่วนโฉนดที่ดินหรือหลักทรัพย์อื่นๆ ไม่มีเลย
9. หลักฐานอื่นๆที่แสดงถึงความพร้อมที่จะเดินทางไปและกลับประเทศ แสดงถึงภาระผูกพันหรือความสัมพันธ์ของท่านที่จะต้องกลับมาประเทศไทย เช่น: ทะเบียนสมรสของผู้สมัคร ใบเกิดบุตร (กรณีที่มีบุตรอายุต่ำกว่า 18 ปี) ในกรณีที่เป็นเจ้าบ้าน หรือมีสมาชิกครอบครัว เช่น บิดา มารดา หรือบุตรที่อาศัยอยู่ร่วมกัน โฉนดที่ดิน สัญญาเช่าบ้าน (เอกสารทุกอย่างต้องแปลเป็นอังกฤษ) ----- อันนี้เราข้ามไป เพราะไม่มี
10. หากผู้สมัครมีอายุต่ำกว่า 18 ปี จะต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดา มารดา อนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศได้ ----- อันนี้เราก็ข้าม, เพราะพ้นวัย 18 ปีแล้วอ่ะ อิ..อิ..
10.1 หากผู้สมัครเดินทางพร้อมกับบิดาร มารดา บุคคลใดบุคคลหนึ่ง จะต้องมีหนังสือยินยอมจากอีกฝ่ายอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศได้ พร้อมทั้งแนบหน้าหนังสือเดินทาง หรือ บัตรประจำตัวประชาชนพร้อมลายเซ็น
10.2 ในกรณีที่บิดา หรือ มารดา เป็นผู้ปกครองแต่เพียงผู้เดียวให้ยื่นหนังสือรับรองจากศาล/อำเภอ และต้องยื่นบัตรประจำตัวประชาชนของอีกฝ่ายด้วย ถ้าไม่มี ให้ยื่นจดหมายชี้แจงเหตุผล
11. ประกันการเดินทาง (ทั้งนี้หากผู้สมัครได้รับการอนุมัติวีซ่า ผู้สมัครจะต้องแสดงประกันการเดินทางกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศ ไอร์แลนด์) ----- เราทำกับกรุงเทพประกันภัย ทุนประกัน 1,500,000 บาท ที่ทำกับบริษัทนี้เพราะเกือบทุกครั้งที่ไปเที่ยวก็ทำกับบริษัทนี้จนเขาจำหน้าได้ และมีประวัติเราแล้ว เวลาไปทำก็สะดวกรวดเร็ว, ไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่
12. ใบจองโรงแรม ----- อันนี้เราเข้าเวปของโรงแรมโดยตรง, เลือกโรงแรมที่ไม่ต้องจ่ายมัดจำ หรือจ่ายมัดจำน้อยที่สุด, เผื่อไม่ได้วีซ่าจะได้เสียเงินจองไม่เยอะเท่าไหร่
13. ใบจองตั๋วเครื่องบิน (กรุณาทำการจองเท่านั้น อย่าจ่ายค่าออกตั๋วจนกว่าวีซ่าจะได้รับการอนุมัติ) ----- อันนี้เราจองผ่านบริษัท Travel Shoppe ตรงประตูท่าแพ, เชียงใหม่... ใช้บริการของเขามาหลายปีแล้วเหมือนกัน บริการดีมาก

เวปไซด์ของกงสุลไอร์แลนด์ ประทับใจเรามากที่สุด เพราะให้ข้อมูลว่าเราต้องเตรียมอะไรไป เป็นข้อๆ ซึ่งเราพิมพ์ออกมาแล้วทำเครื่องหมายหน้าข้อที่เราเตรียมเรียบร้อยแล้ว สะดวกมากสำหรับเรา

การไปยื่นเอกสารไม่ต้องทำเรื่องนัด online เมื่อเตรียมเอกสารเสร็จก็เดินทางไปยื่นได้เอกสารได้เลย กงสุลอยู่ที่
Consulate of Ireland
4th Floor, Room 407, Thaniya Building
62, Silom Road, Bangrak, Bangkok 10500. Thailand
ชั้น 4 ห้อง 407, อาคารธนิยะ
62, ถนนสีลม, บางรัก, กรุงเทพฯ 10500.
Skytrain Station: Saladaeng Station, Exit No. 1
สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง ทางออกที่ 1
Tel: +66 2 632 6720
Fax: +66 2 632 6721

E-mail: info@irelandinthailand.com
Opening Hours: 8.30am - 12.30pm,
Monday to Friday
เปิดวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 8.30am - 12.30pm,

เมื่อเข้าไปถึงห้อง 407 ให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ซึ่งไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ ตรงเคาน์เตอร์จะมีโทรศัพท์พร้อมเบอร์ติดต่อภายใน, ให้กดเบอร์โทร.เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเรามาติดต่อสมัครวีซ่าไอร์แลนด์ เจ้าหน้าที่รับเอกสารเราไปตรวจสอบ และสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตัวเราเล็กน้อย แล้วเขาก็แจ้งวันที่ให้เรามารับ... แต่เราขอใช้บริการส่งไปรษณีย์ไปให้เราที่เชียงใหม่ ซึ่งต้องจ่ายค่าไปรษณีย์พร้อมค่าบริการ รวม 100 บาท

สรุปว่าขั้นตอนการยื่นเอกสารประมาณ 15 นาที
มีเวลาเหลือเยอะ เลยเดินทางไปเยี่ยมพี่สาวแถวห้วยขวาง แล้วตอนบ่ายไป ฟิวเจอร์พาร์ค ซื้อ iPad cover... เป็นรุ่น Ultrathin หาซื้อที่เชียงใหม่มาสองอาทิตย์แล้ว จึงถือโอกาสนี้ซื้อซะเลย อิ..อิ.. นอกจากนั้นยังเอาน้อง น้องไอแปด หุ้มแผ่นกันเปื้อน เป็นเหมือนฟิลม์บางๆ ค่าหุ้มทั้งตัว iPad และ Cover และ แผ่นกันเปื้อนหน้าจอ (อันเก่ามันเป็นฟิล์มใส, เปื้อนง่ายมาก) รวมกัน 1,650 บาท ต่อก็ไม่ลด.. ตอนหุ้มนี่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง.. ทั้งใช้ใบมีดโกนกรีด, ทั้งใช้ไฟแช็คลม... แต่เมื่อเสร็จก็เป็นที่พอใจเป็นอย่างยิ่ง...

เง้อ... นอกเรื่องไปซะยาวเลย เมื่อเสร็จสมอารมณ์หมาย ก็ถึงเวลาต้องกลับบ้าน... พี่สาวและพี่เขยที่แสนดีก็พามาส่งดอนเมือง นั่งรอเครื่องออกชั่วโมงกว่า... กลับถึงบ้านซะที

อีกสองอาทิตย์ต่อมาก็ได้รับโทรศัพท์จากกงสุลไอร์แลนด์ แจ้งว่าวีซ่าผ่านแล้ว และจะส่งมาให้ทางไปรษณีย์ พร้อมทั้งแสดงความยินดีกับเราด้วย ทำให้เรางงนิดส์หนึ่งว่ามัยได้ไวจัง, แต่ไม่ได้ว่าไรเลยน๊า อิ..อิ..กลับยิ่งดีเพราะจะได้จองตั๋วเครื่องบินไว้ล่วงหน้า...... จากนั้นอีกสองวันไปรษณีย์ก็มาส่ง, เป็นแบบ EMS เปิดจดหมายแล้วเอาวีซ่าไอร์แลนด์มาตรวจทานความถูกต้องอีกครั้ง แล้วก็ถ่ายรูปลง Facebook อย่างมีความสุข..




ตอนนี้ก็เตรียมทำของฝาก เพราะไปพักบ้านเพื่อน จะไปพักเปล่าๆ โดยไม่มีอะไรไปเลยก็กะไรอยู่นิ อิ..อิ.. จะเดินทางวันที่ 31 มีนาคม 2013 นี้... แล้วถ้าไม่ขี้เกียจก็อยากจะเขียนบล็อก... แต่นี่ยังไม่ได้เขียนตั้งหลายเรื่อง ;) เอาเป็นว่าจะทยอยเขียนให้หมดทุกที่ที่ไปเที่ยวก็แล้วกัน อิ..อิ..



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2556 16:17:59 น.
Counter : 34756 Pageviews.

52 comment
ทำวีซ่าไปอังกฤษ ง่ายๆ..ชิว..ชิว...
จะทำวีซ่าไปอังกฤษ วางแผนไว้ปีก่อน แต่ต้องรอให้ถึงสามเดือนก่อนเดินทางถึงจะสามารถทำได้ เข้าไปศึกษาหลายบล๊อก อ่านไปอ่านมาก็ช่างทำให้ปวดหัวซะเหลือเกิน ทำผิดขั้นตอนจนไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป.. เลยต้องกลับมาตั้งสติใหม่ แล้วก็เตรียมเอกสารทุกอย่างจนเสร็จ รอเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อยื่นเอกสาร

ที่มาบันทึกก็เพื่อเตือนความทรงจำของตนเองเผื่อทำครั้งหน้าอีกจะได้ไม่วุ่นวายค้นหาข้อมูลอีก... ครั้งนี้ที่ทำก็ทำผิดๆ ถูกๆ แทนที่จะกรอกข้อมูลออนไลน์แล้วก็ทำการนัด กลับทำตรงกันข้าม, ทำให้ไม่แน่ใจว่าทาง VFS Global ซึ่งเป็นบริษัทรับเอกสารเพื่อส่งต่อให้สถานทูตอังกฤษ จะได้รับข้อมูลตรงกับที่เรากรอกในเวปไซด์หรือเปล่า อารัมภบทมายาวเกินไปแล้ว เริ่มขั้นตอนการสมัครวีซ่าอังกฤษเลยดีกว่า

1. กรอก Visa Application แบบฟอร์ม VAF1A โดยเราเลือกกรอก online โดยไปที่เวปไซด์นี้ //www.visa4uk.fco.gov.uk/ โดยข้อมูลในการกรอกเป็นภาษาอังกฤษหมด คำถามบางข้อเราไม่ค่อยเข้าใจ เลยดูจากบล๊อกของคุณ Aphrodite ซึ่งเขียนไว้ละเอียดดีมาก //aphrodite-life-in-england.blogspot.com/2011/05/visa-std-code-uk-visa.html พอกรอกเสร็จพิมพ์ออกมา.. เสร็จแล้วก็จะมีตัวเลือกให้จองวันที่จะให้เราเข้าไปยื่นเอกสาร ซึ่งสามารถเลือกวันได้หนึ่งอาทิตย์จากวันที่กำลังทำการจอง
2. รูปถ่าย ขนาด 2” หรือ 35x45 มิลลิเมตร หน้าตรงไม่สวมหมวกหรือแว่น ใบหน้าเรียบเฉย ภาพถ่ายชัดเจน มีความละเอียดสูง และไม่เป็นมันวาว ฉากหลังสีขาว ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
3. หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือก่อนเดินทางมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป และต้องมีหน้าว่างหนึ่งหน้าเพื่อใช้ตรวจลงตรา
4. สำเนาถ่ายเอกสารหนังสือเดินทางหน้าที่มีรูปถ่าย วันที่ออก/วันที่หมดอายุ
5. หนังสือเดินทางฉบับเก่า (ถ้ามี) พร้อมข้อมูลการเดินทางย้อยหลัง 10 ปี ในการกรอกเอกสารออนไลน์มีอยู่ข้อหนึ่งที่ให้กรอกข้อมูลการเดินทางในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่มีพื้นที่ในการกรอกจำกัด เราเลย ทำเป็น Attach file แนบไปต่างหาก
6. ค่าธรรมเนียมวีซ่า อันนี้แนะนำว่าให้ไปซื้อเป็นตั๋วแลกเงิน หรือแคชเชียร์เช็คที่ธนาคารตรงชั้น 1 อาคาร Regent House ในวันที่ไปยื่นเอกสาร เพราะค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงตลอด ตอนที่เราพิมพ์เอกสารออนไลน์หลังจากกรอกเสร็จ มีการแสดงค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 4,150 บาท แต่ตอนไปแคชเชียร์เช็คที่ธนาคารตรงอาคาร Regent House เขาบอกว่าให้ซื้อ 3,900 บาท + ค่าทำเนียทธนาคารอีก 20 บาท ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น นี่ถ้าซื้อจากเชียงใหม่ไปก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญหาอย่างไร.
7. หนังสือรับรองการเป็นพนักงาน เป็นภาษาอังกฤษ ระบุวันที่เข้าทำงาน ตำแหน่ง และได้รับการอนุมัติวันลาตามช่วงเวลาที่จะไปท่องเที่ยว
8. หนังสือรับรองเงินเดือน (อันนี้เราไม่มีเพราะได้เงินเดือนจากการโอนเข้าบัญชี เลยรวบยอดเป็นแสดง statement ไปเลย)
9. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ไม่ต้องแปลภาษาอังกฤษ)
10. สำเนาทะเบียนบ้าน (ไม่ต้องแปลภาษาอังกฤษ)
11. สมุดบัญชีธนาคารตัวจริงพร้อมสำเนาย้อนหลัง 6 เดือน (ของเราไปขอ statement ที่ธนาคารเพราะมีการสรุปยอดให้เลย)
12. สำเนาการจองตั๋วเครื่องบิน (แนะนำจองกับ Agency ก่อนโดยที่ยังไม่ซื้อตั๋ว เผื่อไม่ได้วีซ่าจะได้ไม่เสียค่าธรรมเนียม)
13. สำเนาการจองที่พัก กรณีที่ออกค่าใช้จ่ายที่พักเอง (ของเราไปพักบ้านเพื่อน ให้เพื่อนที่อังกฤษส่งจดหมายเชิญ) ตัวอย่างจดหมายเชิญเราก๊อบมาจาก //www.scribd.com/doc/63797884/Invitation-Letter ของคุณ Aphrodite (อีกละ อิ..อิ..) แล้วเอามาปรับปรุงให้เป็นข้อมูลของเรา แล้วเราก็ส่งไปให้เพื่อนที่อังกฤษเซ็นต์ แล้วเขาก็ scan แล้วส่งมาทางอีเมล พร้อมกับสำเนาพาสปอร์ตของเขา

พอเตรียมเอกสารเรียบร้อย ในวันเดินทางก็ตรวจเช็คอีกทีกันพลาด แล้วก็นั่งรถไฟไป ที่ไปรถไฟเพราะเราไม่รู้เส้นทางในกรุงเทพฯ ลงรถไฟก็ต่อ MRT จากหัวลำโพง ไปลงสีลม แล้วต่อ BTS ศาลาแดง ไป ราชดำริ (ที่จริงเดินไปก็ได้ แต่หลงทิศเลยนั่ง BTS ไปง่ายกว่า) วันที่เราเดินทางไปยื่นเอกสาร รถไฟถึงตรงเวลาอ่ะ... ปกติจะช้าประมาณ 2-3 ชั่วโมง อุตส่าห์เผื่อเวลาเอาไว้เยอะ... เลยได้แต่นั่งรอ

พอถึงเวลาก็ไปติดต่อเคาน์เตอร์ด้านหน้า ยื่นเอกสาร นั่งรอไม่ถึงสิบนาที เจ้าหน้าที่ก็เรียก เรายื่นเอกสารที่เตรียมมา แล้วเขาก็ตรวจเช็คเอกสาร พอตรวจเสร็จเขาก็ถามว่าจะมารับหนังสือเดินทางเองหรือจะให้ส่งไปที่บ้าน เราให้เขาส่งไปที่บ้าน โดยมีค่าส่งและค่าธรรมเนียมรวม 200 บาท จากนั้นนั่งรอ สแกน ลายนิ้วมือ ใช้เวลาไม่นานเลย

เสร็จสิ้นกระบวนการยื่นเอกสารก็นั่ง BTS และ MRT ย้อนไปหัวลำโพง นั่งรถไฟฟรีครั้งแรกในชีวิตไปลงดอนเมือง เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับเชียงใหม่... เหนื่อยมว๊ากกก

เวลาที่ใช้ในการพิจารณา 15 วัน พอครบกำหนดก็มีอีเมลแจ้งเราว่าตอนนี้ทาง VFS ได้จัดส่งเอกสารให้เราแล้ว จากนั้นอีกสองวันเราก็เซ็นต์รับเอกสารที่ส่งมาทางไปรษณีย์... เย้!! ได้วีซ่าแล้ว วีซ่าที่ได้เป็นวีซ่าแบบเข้าออกได้หลายครั้ง ระยะเวลา 6 เดือน



ดีใจได้ไม่เท่าไหร่ก็ฉุกคิดได้ว่าต้องทำวีซ่าไอร์แลนด์ต่อ ไม่ได้เตรียมเอกสารไว้เพราะเผื่อไม่ได้วีซ่าอังกฤษก็จะได้ไม่รู้สึกว่าเสียเวลาเตรียมเอกสารโดยเปล่าประโยชน์.... แล้วจะเขียน blog ในหัวข้อ ขอวีซ่าไอร์แลนด์ นะครับ...



Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2556 16:22:47 น.
Counter : 127429 Pageviews.

418 comment
พาสปอร์ตเหลืออายุน้อยกว่า 6 เดือน ให้รีบไปต่อใหม่, เวลาเดินทางกระทันหันจะได้ไม่ลำบาก

เพื่อนๆขาเที่ยวที่พาสปอร์ตเหลืออายุต่ำกว่าหกเดือนควรรีบไปทำพาสปอร์ตใหม่ เพราะถ้าจะเดินทางกะทันหันจะได้ไม่ต้องกระเสือกกระสนไปทำก่อนวันเดินทาง และระยะเวลากว่าจะได้เล่มใหม่ต้องใช้เวลา 5-7วัน (สาขาเชียงใหม่มีแต่บริการส่งพาสปอร์ตทางไปรษณีย์เท่านั้น) เรื่องของเราที่จะเอามาแชร์คือ

จะไปมาเลเซียและสิงคโปร์ วันที่ 16ถึง วันที่25 เดือนหน้า (กันยายน) จะนั่งรถไฟจากเชียงใหม่ไป บัตเตอร์เวอร์ธ แล้วจะไปปีนัง จากนั้นไปเที่ยวสิงคโปร์ แล้วกลับมากัวลาลัมเปอร์ และจะบินกลับจากกัวลาลัมเปอร์มาเชียงใหม่

เมื่อวานตอนบ่าย (28 สิงหาคม)ไปซื้อตั๋วรถไฟเรียบร้อยแล้ว ตอนเย็นจะจองตั๋วเครื่องบินขากลับออนไลน์ กรอกข้อมูลทุกอย่างเกือบเสร็จ พอมาถึงตรงกรอกวันหมดอายุของพาสปอร์ต มันก็ป๊อบอัพบอกว่า พาสปอร์ตต้องมีอายุมากกว่า 6 เดือน...พาสปอร์ตของเราจะหมดอายุวันที่ 10 มกราคม 2513 จึงต้องไปทำพาสปอร์ตใหม่ก่อนถึงจะจองตั๋วเครื่องบินได้

วันนี้ตอนบ่ายไปทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ที่ศาลากลางเชียงใหม่ ไปถึงตอนบ่ายโมงครึ่ง พอเข้าไปถึงน้องที่เคาน์เตอร์ก็ขอบัตรประชาชน แล้วก็ให้เอกสารคำร้องและใบจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์มาให้เรากรอก พอกรอกเสร็จก็กลับไปยื่นที่เคาน์เตอร์ที่เดิม แล้วเขาก็วัดส่วนสูง...แปลกใจมากที่ส่วนสูงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเซนติเมตร จากนั้นน้องเขาก็เอาเอกสารที่แนบบัตรคิวพร้อมบัตรประชาชนให้เราแล้วก็นั่งรอ ได้คิวที่ 57 แต่ตอนไปถึงนั้นเขากำลังเรียกคิวที่15 อยู่เลย รอจนบ่ายสองสี่สิบห้าก็ถึงคิวเรา เข้าไปสแกนลายนิ้วชี้ ซ้ายและขวา จากนั้นก็ถ่ายรูป แล้วเจ้าหน้าที่ก็พิมพ์เอกสาร ส่งให้เราเอาไปยื่นเคาน์เตอร์ชำระเงินตรงทางออก ค่าพาสปอร์ต 1,000บาท ค่าจัดส่ง 40 บาท เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็ยื่นใบเสร็จรับเงินให้เรา.... ขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่ต้นจนจบใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้าตัดช่วงเวลาที่นั่งรอออกก็ไม่เกินสิบห้านาทีอ่ะ...

ไปเที่ยวเมืองจีนตอนช่วงเมษายนยังเขียนไม่จบเลย...จะเดินทางอีกแล้วอ่ะ




พาสปอร์ตเก่าเล่มแรกสุดทำเมื่อปี 1997, เล่มที่สองยังต้องใช้อยู่เพราะมีวีซ่าอเมริกา 10ปี จะหมดปี 2016, เล่มสุดท้ายจะหมดเดือมมกราคม ปีหน้า  แต่ต้องยกเลิกเพราะเราไปทำเล่มใหม่  กว่าจะได้ก็อาทิตย์หน้า  ขอภาวนาให้ตั๋วเครื่องบินยังราคาเดิมอยู่ _/l_ สาธุ



Create Date : 29 สิงหาคม 2555
Last Update : 28 กันยายน 2555 19:37:54 น.
Counter : 19537 Pageviews.

34 comment
ทำวีซ่าแคนาดาไม่ได้ยากอย่างที่คิด
ทำวีซ่าเข้าแคนาดาไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม และเตรียมรูปถ่ายให้เท่ากับขนาดที่ทางสถานทูตแคนาดากำหนดไว้ ที่จริงได้วีซ่าแคนาดาตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2010 พอเดือนสิงหาคมปีก่อนแม่ของเราบอกว่าอยากไปหาพี่ชายที่แคนาดาและจะบินไปกับเราด้วยเราจึงต้องทำเรื่องยื่นเอกสารขอวีซ่าให้แม่... อ๊ะ ลืมไปแล้วว่าทำยังงัย รายละเอียดก็ไม่ได้จดไว้ถึงจะเพิ่งทำไปเมื่อต้นปีก็ตาม... เลยได้เข้าไปหาอ่านในเวปใหม่, เซ็งเลย จนถึงตอนนี้ซึ่งไปจนกลับมาได้เกือบสามเดือนแล้วถึงเอามาเขียนลงบล็อก

ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่สถานฑูตแคนาดาเป็นอย่างสูง ในการให้การบริการที่ดีเยี่ยมและเป็นกันเอง... มีการตามงานอย่างมีระบบ และคอยโทร.แจ้งความคืบหรือแจ้งเอกสารเพิ่มเติม ตั้งแต่ทำวีซ่ามาขอโหวตให้เจ้าหน้าที่สถานฑูตแคนาดาเป็นอันดับ 1 ครับ

ขั้นตอนขอวีซ่าอย่างง่าย (อะไรยากๆ เราไม่ทำ อิ..อิ..)
1. กรอกแบบฟอร์ม
1.1 IMM5257B เป็นแบบฟอร์มขอวีซ่า //www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/forms/IMM5257B.PDF
1.2 IMM5406E เป็นแบบฟอร์มรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว //www.cic.gc.ca/english/pdf/kits/forms/IMM5406E.PDF

2. Passport ต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนจากวันเดินทาง (ไม่ใช่ 6 เดือนจากวันที่ขอ)

3. ไปซื้อตั๋วแลกเงิน (Bank Draft) เราระบุให้ใช้ตั๋วแลกเงินเพราะถ้าใช้ แคชเชียร์เช็ค (Cashier Cheque) จะใช้ได้เฉพาะภายในจังหวัด ซึ่งตั๋วแลกเงินเราจะต้องแนบกับเอกสารและแบบฟอร์มส่งไปกรุงเทพฯ ยอดเงินคือ 2,250 บาท หรือ 75 CDN สั่งจ่าย “Embassy of Canada”

4. รูปถ่ายขนาด 3.5x4.5 ซ.ม. เรื่องรูปถ่าย ‘เจ๊แค’ เค้าเน้นมั๊กๆ ตอนอ่านข้อมูลเค้าบอก 1.37x1.77 นิ้ว หรือ 35x45ม.ม. พอไปบอกร้านถ่านรูป งงกันเป็นแถวหิ เลยให้เค้าถ่ายรูปขนาดขอวีซ่า ก็ได้ 2x2 นิ้ว แล้วเอามาตัดเอง แต่เค้ามีรายละเอียดอีกมากมายเช่น พื้นหลังต้องเป็นสีขาว ถ้าใส่แว่นต้องไม่สะท้อนแสง, ห้ามอมยิ้ม, ห้ามแว่นกันแดด, ห้ามมีเงาบนใบหน้า, ห้ามมีเงาที่พื้นหลัง, พื้นหลังห้ามมีแสงจ้า, ห้ามผมปกหน้า... บร้า...บร้า...บร้า แอ็กแซกทร้า อย่างอื่นอีกมากมาย เข้าไปอ่านให้เดียมหัวใจ ที่นี่หิ //www.cic.gc.ca/english/pdf/photospecs-e.pdf

5. หลักฐานการเงิน หมายถึง สมุดเงินฝากทุกประเภท ให้ส่งตัวจริงไป

6. หลักฐานการทำงาน

รวบรวมเอกสารทุกอย่างให้ใช้เฉพาะตัวจริง ไม่ต้องทำสำเนา แล้วใช้ paper clip หนีบมุมซ้ายให้ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ธุรการรวมเอกสารให้เจ้านายเซ็นอะไรทำนองนั้น แล้วไปที่ ไปรษณีย์ ซื้อซองใหญ่ที่ใส่ A4 ได้ ราคา 4 บาท ให้กรอกชื่อที่อยู่ผู้ฝาก ให้ครบ แล้วกรอกชื่อที่อยู่ผู้รับดังนี้

Immigration Section, Canadian Embassy
15th Floor, Abdulrahim Place,
990 Rama IV Road, Bangrak,
Bangkok 10500

หรือ

แผนกวีซ่า
สถานเอกอัครราชทูตแคนาดา
ชั้น 15 อาคารอับดุลราฮิม
990 ถนนพระราม 4
บางรัก, กรุงเทพฯ 10500

จากนั้นค่อยบรรจุเอกสารทั้งหมดลงในซอง (เพราะถ้าบรรจุเอกสารแล้วค่อยเขียนมันจาลำบาก... แบบว่าเราเป็นคนมองการไกลหิ อิ..อิ..) ส่วนค่าจัดส่งแบ่งเป็น จดหมายในประเทศ 9.- ค่าลงทะเบียนในประเทศ 13.- และค่าตอบรับไปรษณีย์ในประเทศ 3.- รวมทั้งหมดจ่ายไป 25.- จ่ายไป 100.- ทอนมา 65.- เอ๊ะ ทอนผิดนี่ จึงทวงถามไปและได้เงินกลับมาเพิ่มอีก 10.- แล้วจาเขียนมัยเนี๊ยะ อิ..อิ..

ตอนนี้กำลังทำวีซ่า Schengen ไปยุโรปปีหน้า ถ้าได้เรื่องอย่างไรจะเข้ามาเขียน... จะพยายามไม่ขี้เกียจ..




==============================================


ข้อมูลอัพเดทเกี่ยวกับสถานที่ยื่นขอวีซ่าแคนาดาครับ (อัพเดทวันที่ 16 สิงหาคม 2013)

เนื่องจากสถานทูตแคนาดาให้  VFS เป็นผู้ประสานงานสำหรับผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่าแคนาดา  ดังนั้นเพื่อนๆ ที่ต้องการยื่นขอวีซ่า  ให้ไปยื่นได้ที่อาคารรีเจ้นท์เฮ้าส์  ตามรายละเอียดข้างล่างนี้เลยครับ

ศูนย์รับยื่นคำขอวีซ่า (VFS)

VAC กรุงเทพฯ เริ่ม: 19 มิถุนายน 2013
ตั้งอยู่ที่รีเจ้นท์เฮ้าส์ชั้น 1 183 ถ. ราชดำริลุมพินี เขตปทุมวัน

//www.vfsglobal.ca/Canada/Thailand/

เบอร์ ศูนย์ VFS Canada โืทร 02-263-9107
Email: info.canbkk@vfshelpline.com

*** ระยะเวลาในการพิจารณา และ อนุมัติวีซ่า 12 วันทำการ ***



Create Date : 02 สิงหาคม 2554
Last Update : 16 สิงหาคม 2556 9:19:05 น.
Counter : 48678 Pageviews.

351 comment
วีซ่าอเมริกา... ไม่ยากอย่างที่คิด
เรื่องไปเที่ยวอินเดียตอนเดือนกุมภาพันธ์ยังเขียนไม่เสร็จเลย แต่อยากเขียนเรื่องวิธีขอวีซ่าอเมริกาเพื่อเตือนตัวเองเผื่อต้องทำอีก ส่วนเรื่องอินเดียจะพยายามเขียนให้จบ เพราะจะมีเรื่องทริปหลวงพระบางที่ไปตอนต้นเดือนมีนาคมอีก

เมื่อตอนไปทำวีซ่าอเมริกาเมื่อสี่ปีก่อน ไม่ได้บันทึกขั้นตอนเอาไว้ พอดีปีหน้าจะไปทำธุระที่อเมริกา และแม่จะไปด้วยเพื่อไปเยี่ยมพี่ที่อยู่แคนาดา ซึ่งพี่จะข้ามมารับแม่ที่นิวยอร์คและจะถือโอกาสนี้พาแม่เที่ยวนิวยอร์คด้วย เลยจะต้องดำเนินเรื่องขอวีซ่าทั้งอเมริกาและแคนาดาให้แม่.... เอ๊า... ลืมไปแล้วว่าขั้นตอนต้องทำยังงัย รู้งี้จดบันทึกไว้ก็ดีอ่ะ

เข้าไปอ่านรายละเอียดขั้นตอนการขอวีซ่าที่ https://thailand.us-visaservices.com/Forms/default.aspx แต่ยังงัยก็อยากเขียนเองเผื่อคราวหน้าถ้าจะต้องขอวีซ่าอีกจะได้เข้าไปอ่านว่าตัวเองทำอย่างไร เพราะรายละเอียดของบล๊อกที่เข้าไปหาข้อมูลแต่ละที่จะแตกต่างกันเล็กน้อย เอาเป็นว่าเขียนเพื่อความเข้าใจของตัวเองก็แล้วกัน


ขั้นตอนที่เราทำ

1. เข้าไปที่ link นี้ เพื่อกรอกแบบฟอร์มการขอวีซ่า DS160 https://ceac.state.gov/GENNIV/General/complete/complete_gettingstarted.aspx?node=Getting%20Started ถ้าพิมพ์ไม่เสร็จสามรถเซฟไฟล์ ตอนจะทำต่อก็โหลดไฟล์ที่เซฟไว้มาทำต่อ. ในส่วนหนึ่งของขั้นตอนการกรอกข้อมูลคือการสแกนรูปแล้ว attach ลงในแบบฟอร์ม เสร็จแล้วสั่ง print หน้ายืนยันของแบบฟอร์มแล้วจัดเก็บในแฟ้มเอกสารให้เป็นระเบียบ (ที่จริงให้ print เฉพาะหน้ายืนยัน ไม่ต้อง print แบบฟอร์มทั้งหมด แต่เราพิมพ์ออกมาทั้งหมดเพื่อกันขาด อิ..อิ..)

2. ไปที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิงเพื่อซื้อ พินโค้ด ในการขอนัดสัมภาษณ์ ซึ่งพินโค้ดจะอยู่ในใบเสร็จรับเงินที่ทางไปรษณีย์ให้มาสำหรับชาวเหนือที่สามารถขออเมริกันวีซ่าที่เชียงใหม่ มี 15 จังหวัดได้แก่
เชียงใหม่ ลำพูน พะเยา สุโขทัย
เชียงราย แม่ฮ่องสอน พิจิตร ตาก
กำแพงเพชร น่าน พิษณุโลก อุตรดิตถ์
ลำปาง เพชรบูรณ์ แพร่

3. เข้าไปที่ link นี้ เพื่อทำการจองวันนัด https://thailand.us-visaservices.com/Forms/default.aspx ถ้าสามารถตื่นเช้าได้แนะนำให้จองรอบ 8 โมงเช้า ซึ่งต้องไปถึงก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง จากนั้น print ใบ Appointment Confirmation ซึ่งจะมีบาร์โค้ด ให้ตรวจดูให้แน่ใจว่าบาร์โค้ดที่พิมพ์มาชัดเจน

4. กลับไปที่ไปรษณีย์แม่ปิงอีกครั้งเพื่อชำระค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า จำนวนเงินที่จ่ายคือ 4,620 บาท หรือ 140 เหรียญสหรัฐ และให้ซื้อซองจดหมายติดรหัสบาร์โค้ด ในราคา 75 บาท ซึ่งเงินทั้งหมดไม่สามารถขอคืนได้ ไม่ว่าวีซ่าจะผ่านหรือไม่ (ซองจดหมายเมื่อได้มาแล้วให้จ่าหน้าซองถึงเราให้เรียบร้อย) ((ที่จริงชำระพร้อมกับวันที่ซื้อพินโค้ดเลยก็ได้))

5. เตรียมเอกสารให้พร้อม สิ่งที่เราเตรียมได้แก่
- หนังสือเดินทาง – Passport ทั้งนี้หนังสือเดินทางต้องมีอายุอย่างน้อยหกเดือนก่อนระยะเวลาที่จะเดินทางออกจากอเมริกา
- หน้ายืนยันแบบฟอร์ม DS-160 (ตามข้อหนึ่ง)
- รูปถ่ายขนาด 5x5 นิ้วจำนวนสองใบ รูปต้องถ่ายไม่เกินหกเดือน พื้นหลังสีขาว, มองหน้าตรง, ห้ามสวมหมวกและแว่นกันแดด, สัดส่วนของใบหน้าต้องเกินกว่า ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่รูปถ่าย
- หลักฐานการชำระเงินค่าธรรมเนียมการยื่นคำร้องขอวีซ่า + ซองจดหมาย (ตามข้อสี่)
- เอกสารยืนยันตนเองและยืนยันทุนทรัพย์ ได้แก่ ทะเบียนบ้าน, สมุดคู่ฝากธนาคาร (ก็เอาเงินเข้าให้ดูดีมีฐานะเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ว่าเรามีเงินพอที่จะนำไปละลายที่อเมริกา), ใบรับรองการทำงาน.... ในกรณีของแม่ซึ่งอายุ 60 ปี และไม่มีอาชีพ (เป็นแม่บ้านเฉยๆอ่ะ) เราให้พี่ส่งจดหมายเชิญและระบุว่าจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งในการเดินทางและการพำนักอยู่ที่อเมริกา

6. วันนัดสัมภาษณ์ ให้เดินทางไปก่อนเวลานัด 30 นาที ถึงหน้าสถานทูตแล้วยื่นใบ Appointment Confirmation (ตามข้อสาม) ที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยไม่ต้องนำอะไรติดตัวไปนอกจากเอกสารที่เตรียมไว้ตามข้อ 1 – 5 เท่านั้น และให้เข้าไปคนเดียว, ญาติสนิทมิตรสหายห้ามเข้าอ่ะนะ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกและความเป็นระเบียบของทั้งทางสถานทูตและของเราเอง เมื่อเข้าไปก็จะได้คิวแล้วเจ้าหน้าที่จะเรียก จากนั้นยื่นเอกสารและสแกนข้อมูลชีวภาพ (ลายนิ้วมือทั้งสิบ... เขียนให้ดูดีมีฐานะอ่ะ อิ..อิ..) จากนั้นเจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารที่ไม่ใช้ให้เรา จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านเพื่อรอรับเอกสาร

7. รอรับเอกสาร อีกไม่เกิน 3 วันไปรษณีย์ก็จะมาส่งเอกสารลงทะเบียนให้เรา.... เปิดออกดูอเมริกันวีซ่าอย่างมีความสุข


ขอวีซ่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่เราเตรียมตัวเตรียมเอกสารให้พร้อม และการสัมภาษณ์ก็ให้ข้อมูลจริง อเมริกันวีซ่าของแม่ได้แบบ 10 ปี Multiple คือวีซ่า 10 ปี เข้าออกได้หลายครั้ง ตอนนี้ก็เตรียมซื้อตั๋วและจัดตารางเวลา เราจะไปปลายเดือนมีนาคม 2511 เตรียมการนานกว่าครึ่งปีเลยทีเดียว








Create Date : 29 ตุลาคม 2553
Last Update : 30 ตุลาคม 2553 15:29:18 น.
Counter : 1175 Pageviews.

6 comment

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 87 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend