2012-04-02 เืทือกเขาหวงซาน Mt.Huang Shan
กลับมาจากเมืองจีนได้สองเดือนแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสเขียนบันทึกการเดินทางต่อจากครั้งก่อน ซึ่งเขียนไว้ตอน "เซี่ยงไฮ้ Shanghai" ซึ่งตอนนั้นอัพโหลดขณะยังท่องเที่ยวอยู่ที่เมืองจีน ไม่อารัมภบทให้ยืดเยื้อ, ขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน


2012-04-02 Shang hai to Mt.Huang Shan

วันนี้ไม่มีอะไรมากในตารางท่องเที่ยว แค่เดินทางจาก Shang hai ไปเทือกเขาหวงซาน, ฟังชื่อเหมือนหนังจีนกำลังภายใน

ตื่นนอนแต่เช้า... หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ลงไปทานอาหารเช้า ปกติเราไม่ทานอาหารเช้า แต่มันรวมมากับค่าห้องแล้ว ก็ไปทานซะหน่อย พอทานอาหารเช้าเสร็จก็กลับขึ้นห้องไปจัดกระเป๋าแล้วเช็คเอ้าท์ตอนสิบเอ็ดโมง ลงมาสูบบุหรี่รอไกด์และคนขับรถที่ล๊อบบี้ จากนั้นเดินทางไปสนามบินโดยไกด์เข้ามาเช็คอินให้เรา บินจาก Shang hai ถึง Tunxi ใช้เวลาประมาณ 50 นาที Tunxi เป็นเมืองตีนเขาที่นักท่องเที่ยวจะมาพักที่นี่ก่อนเดินทางต่อขึ้นไปบนภูเขาหวงซาน ไกด์ที่มารับเป็นไกด์หนุ่มชื่อ Elvin Wang จากสนามบินมายังโรงแรมใช้เวลาประมาณ 10 นาที อากาศที่นี่ค่อนข้างหนาวคิดว่าประมาณ 15 °C เช็คอินแล้วขนของขึ้นห้อง นัดไกด์มารับพรุ่งนี้เก้าโมงเช้า ช่วงบ่ายที่เหลือไม่ได้ทำอะไร หลังจากเช็คอีเมลเสร็จก็เอนหลัง หกโมงเย็นเดินไป Old street ซึ่งอยู่ห่างโรงแรมประมาณ 1 กิโลเมตร อากาศเย็นสบายทำให้ไม่รู้สึกร้อนหรือเหนื่อย เดินหาร้านอาหารที่ไกด์แนะนำ แต่หาไม่เจอ เลยสุ่มเดินเข้าร้านที่มีคนเยอะเพราะอาหารต้องอร่อยแน่นอน ถามเมนูภาษาอังกฤษโดยใช้ภาษากายสื่อสารเพราะไม่มีใครในร้านพูดภาษาอังกฤษได้ ผลปรากฏว่าโดนไล่ออกมา เดินต่อมาอีกสองล็อคก็เจอร้านอาหารเกาหลี คนเรียกลูกค้าดูเป็นมิตรแต่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้จึงเรียกให้ลูกสาวเจ้าของร้านซึ่งพูดภาษาอังกฤษได้ดีและชัดมากมารับออเดอร์ อาหารอร่อยแต่ปริมาณเยอะมากไปหน่อย, กิมจิอร่อยมากจนต้องขอเพิ่ม ทานอาหารเสร็จก็เดินกลับโรงแรม

Stayed at : Huangshan International Hotel


รูปแรกที่เอามาให้ดูเป็นรูปห้องน้ำในห้องพักที่โรงแรม... จุดประสงค์เพื่อต้องการจะบอกว่า ถ้าไปเที่ยวเมืองจีนให้ทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนออกไปเที่ยว เพราะห้องน้ำสาธารณะที่เมืองจีนไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย


Xin'an River หน้าโรงแรม... สุดสายตาเป็นสะพานที่อยู่ตรงกันข้าม Old Street ดูเหมือนไม่ไกล แต่หนึ่งกิโลเมตรเลยนะนั่น


ร้านอาหารเกาหลี กิมจิอร่อยสุดในสามโลก อิ..อิ..


ชุดถ้วยจานและแก้วน้ำ แพ็คมาอย่างดี ดูไปเหมือนสังฆทานยังงัยไม่รู้อ่ะ


2012-04-03 Tunxi to Mt.Huang Shan

วันนี้จะเดินทางขึ้นไปบนยอดเขาหวงซาน ไกด์และคนขับรถมารับตอนเก้าโมงตามที่นัดไว้ นั่งรถจากตัวเมืองออกไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็ต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถบัส ถนนที่รถบัสพาเราขับขึ้นไปดูคล้ายถนนขึ้นดอยสุเทพ แต่พรรณไม้ดูแปลกตาและต้นไม้หนาทึบกว่า ใช้เวลาเดินทางอีกครึ่งชั่วโมงก็สุดทาง ต้องขึ้นกระเช้าไฟฟ้าต่อ, แถวต่อคิวขึ้นกระเช้าไฟฟ้ามีคนเยอะมาก คิดว่าน่าจะเกินสามพันคน ที่คนเยอะมากเป็นพิเศษเพราะเป็นเทศกาลเชงเม้ง ไกด์พาเราไปขึ้นอีกทางซึ่งเป็นทางวีไอพี ซึ่งยังต้องต่อแถวอยู่ดี แต่แถวสั้นประมาณไม่เกินยี่สิบคน นั่งกระเช้าประมาณ 20 นาที ก็สุดสถานี แล้วต้องเดินต่ออีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงโรงแรมด้วยความเหน็ดเหนื่อย แม้ว่าอากาศจะเย็นก็ตาม พอถึงโรงแรมก็เก็บของเข้าห้องซึ่งมีแต่ Bag pack เสื้อผ้าเอามาชุดเดียวส่วนที่เหลือฝากไว้ที่โรงแรมใน Tunxi จากนั้นก็ไปทานอาหารเที่ยงในโรงแรม ซึ่งน่าจะเรียกว่าอาหารบ่ายมากกว่า เพราะตอนที่ทานก็ปาไปบ่ายสองแล้ว

บ่ายสามโมงเราออกไปเดินตามเส้นทางเดินเขาทิศตะวันตก ที่นี่เส้นทางเดินมีหลายเส้นทาง แต่เส้นทางที่เราเลือกไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจถูกหรือเปล่า เพราะต้องถ่ายภาพย้อนแสง แต่อยากดูพระอาทิตย์ตกดิน ทิวทัศน์สวยมากมาย บางช่วงทางชันมากจนน่ากลัว ยิ่งเดินยิ่งไกล จะเดินกลับก็มาไกลเกินไปแล้ว เลยต้องเดินตาม loop ไป กว่าจะเดินถึงโรงแรมก็ปาเข้าไปห้าโมงครึ่ง ปวดขาที่สุด
Stayed at : Beihai Hotel


ทิวทัศน์จาก Tunxi ไปเทือกเขาหวงซาน มีบ้านเรือนกระจัดกระจาย. ดอกสีเหลืองที่เห็นคือ 'you cai hua' ใช้สกัดน้ำมันเพื่อบริโภค ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของเมืองนี้


นักท่องเที่ยวรอขึ้นกระเช้าไฟฟ้า นักท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดเป็นชาวจีน เห็นชาวต่างชาติไม่กี่คน


วิวสวยมาก ถ่ายจากกระเช้าไฟฟ้าตอนขาขึ้น


วิวที่ถ่ายตอนเดินจากสถานีกระเช้าไฟฟ้าไปโรงแรม


นักท่องเที่ยวชาวจีนเยอะมามีทุกเพศทุกวัย


ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้จองโรงแรมมาก่อน... เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวห้องพักจึงเต็มหมด ภาพนี้ถ่ายจากหน้าโรงแรมที่เราพัก


สมัยก่อนทางเดินสะกัดก้อนหินเป็นบรรได (อยู่ทางซ้ายมือของบันไดคอนกรีต) แต่ประเทศจีนได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวและจัดทำทางเดินคอนกรีตที่แสนจะสะดวกสบาย และปลอดภัย


มุมนี้มีคนมากมายต่อแถวเพื่อถ่ายรูป


คู่รักที่ขึ้นมาเทือกเขาหวงซานจะเอากุญแจมาล็อคตรงโซ่ที่เขาใช้กันคนร่วง และเชื่อว่าชีวิตคู่จะยั่งยืน


มีหลายช่วงที่ทางเดินไม่มีราวให้จับเพราะหุบเขาบางช่วงไม่ลึกเท่าไหร่.. แค่ตกไปตายได้อ่ะ ขอบอกว่าน่ากลัวมาก, ถึงมากที่สุด


บางช่วงต้องเดินผ่านถ้ำ ซึ่งทางเดินแคบมาก เดินสวนกันแทบไม่ได้ ต้องรอให้อีกฝั่งเดินผ่านไปก่อน


ภาพนี้ถ่ายให้เห็นว่าทางเดินที่ลัดเลาะไปตามหน้าผา ไม่ได้หนาเท่าไหร่ แต่ก็ดูมั่นคงดี


ช่วงนี้ของทางเดินน่ากลัวที่สุด เพราะเป็นเหวลึกมาก เดินไป...ขาสั่นไป แต่ก็ดีใจที่ได้ไปมาแล้ว (มีหลายครั้งที่พลาดโอกาสดีๆ เพราะกลัวความสูงนี่แหละ)


ภาพนี้น่าจะได้รับรางวัลเสแสร้งทองคำ เพราะที่ยืนหน้าระรืนนั่นที่จริงกลัวจนขาสั่นระรัวเลยทีเดียว


วิวยิ่งใหญ่อลังการ, สวยมากมายสุดจะบรรยาย แต่ไม่มีความสามารถถ่ายมาให้สวยเหมือนของจริงได้


ภาพนี้จะโชว์ให้เห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ตรงชะง่อนผาที่เราบอกว่าเป็นจุดยอดฮิตที่มีคนต่อแถวถ่ายภาพ


โรงแรมใหม่กลางหุบเขาหวงซานกำลังก่อสร้าง เขาสร้างกำแพงบังไว้ไม่ให้นักท่องเที่ยวเห็น แต่เราปีนป้ายคอนกรีตขึ้นไปถ่าย


อีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก คนต่อแถวยาวมาก


2012-04-04 Mt.Huang Shan to Tunxi

แหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อจะปีนเขาไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น ใส่เสื้อไปสามชั้น แต่ละชั้นหนามากเพราะอากาศหนาวจัด พอขึ้นไปถึงยอดเขาตรงจุดยอดฮิตของนักท่องเที่ยว ปรากฏว่ามีคนมาจองที่กันเต็มไปหมด เดินหาทำเลเพื่อจะได้ถ่ายภาพสวยๆ ดูเหมือนเวลาช่างยาวนานเหลือเกิน, มันทรมานเพราะอากาศหนาวมากขนาดยอดหญ้าเป็นแม่ขนิ้ง แถมลมพัดหอบละอองหมอกมาปะทะหน้าจนชาไปหมด พอถึงเวลาตามที่พระอาทิตย์น่าจะขึ้นได้แล้ว กลับมีฝนเม็ดเล็กโปรยลงมาจากฟากฟ้า... ช่างทำกับเราได้ถึงเพียงนี้ แล้วนักท่องเที่ยวทั้งหมดก็พากันทยอยเดินกลับไปยังโรงแรมของตน เราอยู่รอด้วยความหวังอีกเกือบสิบนาทีก็ต้องยอมแพ้ แล้วกลับไปนอนต่อ

นัดไกด์มาเจอกันที่ล๊อบบี้ตอนเก้าโมง ไม่มีที่ให้นั่งรอเลย คนเยอะมาก นักท่องเที่ยวประมาณเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นเป็นชาวจีน คุยกันเสียงดังโขมงโฉงเฉง แล้วไกด์ก็มา... ช้าไปห้านาที เช็คเอาท์เสร็จก็เดินกลับไปขึ้นกระเช้าตามทางเดิม ระหว่างทางก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ นั่งกระเช้าลงมาถึงสถานีด้านล่าง จุดที่คนรอขึ้นกระเช้าเมื่อวานเงียบเป็นป่าช้า อนิจจัง วัฏสังขารา... จากนั้นเดินไปขึ้นรถบัส ซึ่งขาลง รถแวะจอดส่งผู้โดยสารหลายที่ พอถึงสถานีเราก็เปลี่ยนไปขึ้นรถแวนที่มารอรับเราอยู่ก่อนแล้ว ขากลับนี่ช้ากว่าขามาเพราะคนขับคนละคนกัน แต่ก็ดี, ได้ชมทิวทัศน์ที่สวยแปลกตา มาถึง Tunxi ตอนบ่ายโมง เช็คอินที่โรงแรมเดิม และนัดไกด์ไปทานข้าวเย็นด้วยกันตอนห้าโมง ขนสัมภาระเข้าห้องพักแล้วเอนหลังพักผ่อน

ห้าโมงเย็นลงมาเจอไกด์ที่ล๊อบบี้ แล้วนั่งรถเมล์หน้าโรงแรมไป Old Street ใช้เวลาแค่ 5 นาทีก็ถึง เดินผ่านร้านค้ามากมาย มีทั้งร้านขายชา, ร้านขายรูปภาพ, ร้านขายหินฝนหมึก, ร้านขายขนมของฝาก และร้านขายของที่ระลึกมากมาย เดินตามตรอกซอกซอยไปประมาณสิบนาทีก็ถึงร้านอาหาร แต่ต้องรอเพราะคนเยอะมาก, ร้านนี้เขามี model อาหารให้เราเลือก ให้เห็นหน้าตาว่าอาหารเป็นแบบนี้แบบนั้น แล้วก็เขียนรหัสอาหารในใบสั่งอาหาร พอได้โต๊ะอาหารก็ทยอยมาพอดี พอทานเสร็จก็นัดกับไกด์ให้มารับพรุ่งนี้ตอนเที่ยง เพราะมีเที่ยวบินตอนบ่ายสาม แล้วไกด์ก็ขอตัวกลับ, ส่วนเราเดินเล่นที่ Old Street สักพักแล้วก็เดินกลับโรงแรม
Stayed at : Huangshan International Hotel


อุตส่าห์ตื่นมาตั้งแต่ตีห้า กะจะถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นซะหน่อย แต่ฟ้าปิด แถมยังมีฝนปรอยๆ


ตอนเช้าผู้คนเริ่มเก็บเต้นท์ ด้านหลังเป็นโรงแรม Bei hai ที่เราพัก ห้องราคาสุดแพงและแคบ เปิดเครื่องทำความร้อนได้ตอนหกโมงเย็นถึงแปดโมงเช้า จะใช้เน็ตก็ต้องจ่ายเพิ่ม... :(


นักท่องเที่ยวตัวน้อย น่ารักดี


มีบริการเสลี่ยงสำหรับคนที่เดินไม่ไหว แต่แพงมาก ประมาณ 300 หยวน หรือประมาณ 1,500 บาท


ภาพวิวถ่ายจากกระเช้าไฟฟ้าขาลง คิดว่าน่ากลัวกว่าขาขึ้น ทั้งๆ ที่เป็นสายเดียวกัน


จุดที่นักท่องเที่ยวต่อแถวเพื่อขึ้นกระเช้าไฟฟ้าเมื่อวาน... คนหายไปหมดแล้ว


ระหว่างทางจากสถานีกระเช้าไฟฟ้าไปสถานีรถบัส เห็นชาวบ้านมาซักผ้าที่แม่น้ำ


สถานีรถบัส นั่งลงไปตีนเขาประมาณครึ่งชั่วโมง ดูเหมือนเขาจำกัดความเร็วของรถ เพราะขาขึ้นและขาลงใช้เวลาเท่าๆ กัน


กลับมาสู่ความสะดวกสบายในเมือง Tunxi โรงแรมน่าพักกว่าเยอะเลย


ร้านขายหินฝนหมึกที่ Old Street ระหว่างเดินไปร้านอาหาร


ตัวอย่างอาหารมีชื่อและรหัสกำกับ ใครอยากสั่งอะไรก็เขียนรหัสในใบสั่งอาหาร


หลังจากทานอาหารเสร็จก็เดินเล่นที่ Old Street


ร้านขายพู่กัน


ร้านขายพัดที่ระลึก เจ้าของร้านกำลังเขียนอักษรหรือวาดภาพตกแต่งให้พัดดูสวยงาม


จบตอนเทือกเขาหวงซาน ตอนหน้าเป็นช่วงที่ไปปักกิ่ง จะพยายามเขียนให้เสร็จไวๆ







Create Date : 06 กรกฎาคม 2555
Last Update : 6 กรกฎาคม 2555 18:03:37 น.
Counter : 7013 Pageviews.

17 comment
2012-03-29 เซี่ยงไฮ้ Shang hai

ช่วงนี้เดินทางท่องเที่ยวบ่อยเหลือเกิน จะเขียนบล๊อกแต่ละทริปก็ขี้เกียจ พอกลับมาถึงบ้านก็มีอะไรอย่างอื่นทำมากมาย ดังนั้นทริปเมืองจีนนี้จึงพยายามพิมพ์ไว้ตอนเดินทางจะได้ไม่เป็นดินพอกหางหมู ตอนนี้อยู่ Li Jiang ไปเที่ยวทั้งวัน กลับมาสี่โมงเย็นเลยมีเวลาเหลือมาเขียนบล๊อก

2012-03-29

นัดแท็กซี่มารับตอนตีห้า ออกเดินทางไปสนามบินเชียงใหม่แล้วไปต่อเครื่องที่สุวรรณภูมิ แต่เราไปตึกขาออกต่างประเทศเพราะจะได้ผ่านต.ม.ที่เชียงใหม่เลย. ใช้เวลาบินไปสุวรรณภูมิ หนึ่งชั่วโมงสิบนาที พอถึงก็ไปช่อง I.C.Q. เพื่อต่อเครื่องไปเมืองจีน เครื่องออกตอนสิบเอ็ดโมงเช้า ถึงสนามบินปู่ตงที่เซียงไฮ้เวลาสี่โมงสิบห้านาที เวลาที่เมืองจีนไวกว่าไทยหนึ่งชั่วโมง คนมารับที่สนามบินเป็นหญิงสาวชื่อหลิว ขนของขึ้นรถแล้วขับไปโรงแรม ใช้เวลาประมาณสี่สิบห้านาทีก็ถึงโรงแรม Greenlandjiu long ที่เราพัก ห้องอยู่ชั้น 21 วิวสวยมากมาย พักผ่อนสักพักออกไปเดินเล่นและหาอาหารเย็นทาน ตรงกันข้ามโรงแรมเป็นร้านอาหารทะเลสด มีโมเดลตัวอย่างอาหารให้ดู แต่ไม่รู้ว่าจะสั่งยังงัยเพราะพนักงานที่ร้านพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย เราพากันเดินออกร้าน เดินไปเรื่อยๆจนเจอร้านอาหารทะเลที่มีกุ้งหอยปูปลาสดๆ วางหน้าร้าน อีกตามเคย ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้เราเลยชี้ที่ปลา และหอยกาบตัวโต เจ้าของพาไปหลังร้าน ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าทำไม พอไปถึงก็มีตระกร้าผัก เจ็ดแปดอย่างให้เราเลือก เลยได้เมนูผักอีกหนึ่งจาน สรุปได้ซุปปลาใส่เต้าหู้ หอยอบ และ ผัดผักเป็นอาหารเย็น สั่งเบียร์ Tsingtao รสจืดแต่นุ่มดี พนักงานดึงขวดมาจากลังข้างๆโต๊ะที่เรานั่งแล้วก็ยื่นให้เรา... ชินแต่ดื่มเบียร์แช่เย็น แต่อากาศที่นี่เย็นสบาย เบียร์ก็เย็นพอดี


ห้องพักแบบแสตนดาร์ดที่ Greenland Jiu Long Hotel, Shang hai



วิวจากหน้าต่างห้องชั้นที่ 21  หน้าต่างกระจกเกือบเต็มทั้งผนัง


2012-03-30

หลังจากทานอาหารเช้าก็มารอไกด์ที่ล็อบบี้นัดกันไว้เก้าโมงเช้า ไกด์สาวชื่อ Miss Wang มารับ นั่งรถไปแลกเงินที่ธนาคาร จากนั้นไป Shanghai Urban Planning Exhibition Center เดินชมแผนการขยายเมือง มีแบบจำลองเมืองย่อขนาดซึ่งได้ส่วนตามขนาดจริง จากนั้นนั่งรถไป Jewelry Exhibition Center ทานอาหารเที่ยงที่Z Dragon Restaurant เป็นร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยงกรุ๊ปทัวร์ อาหารพอใช้ได้. เนื่องจากฝนตกตั้งแต่ตอนเช้าและไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลยเปลี่ยนแผนการเที่ยว เลือกไปรถไฟความเร็วสูง Maglev หรือ Shang haiTransrapid จ่ายเพิ่มคนละ 180 หยวน (ค่ารถไฟไปกลับ 80 หยวน แต่ไกด์สาวชาร์ทค่าจอดรถคนละหนึ่งร้อยหยวนอ่ะ) รถไฟวิ่ง 300 กิโลเมตรต่อนาที นั่งจากตัวเมืองเซียงไฮ้ไปสนามบินPu tong ใช้เวลาแค่ 7 นาที พอนั่งกลับมาถึงสถานีที่เซียงไฮ้ก็ขึ้นรถต่อไปYu Garden ต้องฝ่าร้านขายของมากมายกว่าจะเข้าไปถึงสวน เดินชมจนรอบแล้วขึ้นไปชั้นห้าของตึกหนึ่งของร้านขายของ ด้านบนจัดเป็นห้องชา มีนักท่องเที่ยวอีกสองสามกรุ๊ปนั่งโต๊ะถัดไป แล้วพนักงานสาวก็เตรียมน้ำร้อนและแสดงวิธีชงชาแบบจีน และสอนวิธีดื่มชาอย่างมีอารยะธรรมให้นักท่องเที่ยว พอจบพิธีก็เสนอขายชาและอุปกรณ์ชงชา เราก็กลับกัน จากนั้นไปย่าน Tian Zi Fang เป็นย่านเก่าแก่ซึ่งเปลี่ยนแปลงเป็นร้านขายของแบบเทรนดี้ เดินชมจนทั่วแล้วข้ามถนนไปห้าง SMLCenter เพื่อทานอาหารเย็น ร้านที่เลือกคือ New Shanghai Restaurant เพราะไกด์แนะนำ อาหารอร่อยดี จากนั้นเดินไปชมการแสดงกายกรรม คณะ New Shanghai Circus พอจบการแสดง นั่ง Taxi กลับโรงแรม


Yu Garden


รถไฟความเร็วสูงจากตัวเมืองเซียงไฮ้ไปสนามบิน


โมเดลเมืองเซี่ยงไฮ้ จ้ดแสดงที่ Shang hai Urban PlanningExhibition Hall


People Square

2012-03-31

หลังจากทำธุระส่วนตัวและทานอาหารเช้าเสร็จก็มาพบไกด์ที่Lobby แล้วนั่งรถไปย่าน Putong ซึ่งเป็นฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ... ฝั่งนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นเซี่ยงไฮ้ใหม่ จุดแรกที่ไปคือ Jin Mao Building ขึ้นลิฟท์จากชั้นหนึ่งไปชั้น 88 ใช้เวลาแค่ 66 วินาที เดินดูวิวโดยรอบตึกโดยมีไกด์สาวคอยอธิบายจุดต่างๆ ของเมือง วันนี้มีนักเรียนมาทัศนศึกษาทำให้เสียงดังเจี๊ยวจ๊าว...ที่จริงน่าจะเรียกว่าอึกทึกคึกโครมมากกว่า เดินวนจนรอบใช้เวลา 15 นาทีก็เข้าแถวลงไปชั้นล่าง แถวยาวมากเพราะกลุ่มนักเรียนก็จะกลับเช่นกัน การลัดคิวที่นี่เป็นเรื่องสามัญ ดังนั้นจึงต้องดึง, ดันและเบียดถึงจะได้ไป

ที่จริงทริปที่จัดมาก็ดูแน่อยู่แล้ว แต่ไกด์สาวบอกว่าทริปที่เรามีอยู่ไม่ได้เจาะจงสถานที่ในย่านนี้ และเสนอขายทริปประมาณ 6 – 7 ทริปให้เราเลือกและต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกมากโข ไหนๆก็มาแล้วเลยเลือกเอาสองสามทริปให้คุ้มค่าที่นั่งเครื่องมา เราเดินทางไป Pearl Building ซึ่งเป็นตึกถ่ายทอดสัญญาณทีวี โดยขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนของตึกเพื่อชมทัศนียภาพของเซี่ยงไฮ้ในมุมที่ต่างจากตึก Jin Mao อีกทั้งยังมีส่วนที่พื้นเป็นกระจกสามารถไปยืนสร้างความเสียวให้ตัวเองได้ไม่น้อย จากนั้นลงลิฟท์ไปชั้นล่างสุดของอาคารซึ่งเป็นWax museum ชมพิพิธภัณฑ์จนพอใจแล้วก็เดินข้ามถนนไปยัง BundTunnel นั่ง Cable car ลอดใต้แม่น้ำไปยังฝั่งPuxiซึ่งเป็นฝั่งเมืองเก่า ซึ่งคนขับรถมารอรับ แล้วไปถนน Nan jingซึ่งเป็นถนนที่มีร้านค้าร้านอาหารมากมาย นักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติเดินกันขวักไขว่ หลังจากทานอาหารเที่ยงที่ถนน Nan jing แล้วก็นั่งรถไป Shang hai Museum มีทั้งหมด 4 ชั้น มีเวลาเดินแค่ชั่วโมงเดียวเลยเดินดูแบบเร่งรีบ จากนั้นนั่งรถกลับโรงแรม พักผ่อนจนหกโมงเย็น จึงเดินไปหาอาหารเย็นทาน ร้านที่ไปอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมากนักซึ่งแนะนำโดยไกด์ของเรานั่นเอง มีร้านอาหารหลายร้านเราเลือกร้านที่คนเยอะเพราะคาดว่าน่าจะอร่อย ปรากฏว่าร้านที่เลือกเป็นร้านคล้ายๆ หมูกะทะบัฟเฟ่ พนักงานที่ร้านพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย เรารู้ศัพท์ภาษาจีนนิดหน่อยเลยได้หมู, เนื้อและปลา เห็นโต๊ะข้างๆมีปลาหมึกเลยชี้ขอแบบนั้น... และก็ได้มาจานใหญ่มาก ขากลับเดินผ่าน Family mart แวะซื้อช็อกโกแลตและขนมขบเคี้ยว



วิวจากชั้น 88 ของตึก Jin Mao


Pearl Building


วิวจากบนตึก Pearl Building ในส่วนที่พื้นเป็นกระจก ถ่ายภาพนี้เสียวน่าดู


พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่ชั้นล่างสุดของ Pearl Building


Bun Sightseeing Tunnel


รอคิวซื้อขนมเปี๊ยะร้านชื่อดัง ถนน Nan Jing



เหยือกไวน์ วัตถุโบราณที่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานเซี่ยงไฮ้



อุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำ แทนที่จะสร้างสะพาน

2012-04-01

วันนี้ไปเที่ยว Su zhou นั่งรถเกือบสองชั่วโมงเพราะบางช่วงรถติดมากมาย พอถึงก็ตรงไป HumbleAdministrator’s Garden ซึ่งเป็นสวนที่เหล่าคนมีชื่อเสียงเคยมาเยี่ยมชม จากนั้นไปนั่งเรือชม Grand Canal ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ก่อนไปทานอาหารเที่ยง แวะ Pan Gate ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ขึ้นจากเรือมากนัก Pan Gate เป็นประตูเมืองซึ่งเก่าแก่กว่ากำแพงเมืองจีน ประตูและกำแพงเมืองส่วนอื่นของ Suzhou ได้ชำรุดและถูกรื้อถอนไปกลายเป็นบ้านเรือนและอาคารต่างๆ ส่วนPan Gate ได้รับการอนุรักษ์ไว้ จากนั้นไปทานอาหารเที่ยงที่ร้านที่แนะนำโดย Lonely Planet (มีป้ายติดหน้าร้านอย่างภาคภูมิใจ) มีนักท่องเที่ยวมาทานที่นี่มากมาย ทานเสร็จก็นั่งรถกลับShanghai พอถึงก็จอดที่ชุมชนฝรั่งเศสซึ่งเป็น Trendy road มีร้านค้าอินเทรนด์มากมายร้านกาแฟและร้านอาหารเรียงราย เดินมาอีกฝั่งของชุมชนซึ่งรถมารอรับแล้วส่งเราลงที่ Putong ตอนนั้นยังห้าโมงกว่า ซึ่งต้องรอให้มืดถึงจะเหมาะแก่การถ่ายรูป เพราะอาคารต่างๆจะเปิดไฟประดับอาคาร อากาศเย็นน่าดู เดินกลับโรงแรม แวะร้านเซเว่น ซื้อบะหมี่คัฟ, เบียร์และ คุ้กกี้ (เริ่มเบื่ออาหารจีนแล้วอ่ะ... อยากทานอะไรแซบๆบะหมี่ที่นี่เผ็ดอย่างเดียวแต่ไม่แซบเหมือนมาม่าบ้านเรา)



Humble Administrator's Garden


Humble Administrator's Garden


รถเข็นขายผลไม้สีสรรสดใสหน้า Humble Administrator's Garden


The Grand Canel, Suzhou


Pan Gate


สาวสวยหุ่นดีกำลังโพสท์ท่าถ่ายภาพที่ French quarter  เราเลยเนียนได้ภาพนี้มา




Pu Dong Area




Pu Dong Area




Wai Bai Du Bridge

จบทริปเซียงไฮ้ บล๊อกหน้าจะไปต่อกันที่เทือกเขาหวงซานครับ




Create Date : 13 เมษายน 2555
Last Update : 13 เมษายน 2555 19:38:50 น.
Counter : 3527 Pageviews.

6 comment

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 87 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend