2010-01-10 Delhi : นมัสเต เดลี
Jet Airways ลงจอดที่ Indira Gandhi International Airport ตอน 00:20 am. กว่าจะเบียดเสียดกันลงจากเครื่องแล้วไปแย่งกันต่อคิวตรงด่านตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นไปลุ้นระทึกว่ากระเป๋าเราจะมากับเครื่องหรือจะไปโผล่ที่บูดาเปส สรุปทุกอย่างเป็นไปตามแผนแต่ช้าไปแค่สามชั่วโมงครึ่งเอง ลากกระเป๋าเดินทางออกมาเจอมหาฝูงชน ที่จริงออกจะแปลกใจเพราะนี่ก็ตีหนึ่งกว่าๆ เข้าไปแล้ว แต่บริการรับส่งที่มายืนรอกันหน้าสะหร๋อนเหมือนมีการแสดง circus de soleil ตรงที่เรายืน ทำให้ออกจะเขินๆ นิดส์ๆ สอดส่ายสายตามองหาชื่อเราในป้ายแล้วป้ายเล่า ในที่สุดก็เจอ... โล่งใจไปที นึกว่าต้องไปต่อสู้ฟาดฟันกับ Taxi ซะแล้ว
ลากกระเป๋าตามคนของโรงแรมที่มารับไปยืนหนาวรอคนขับคนมารับ ว๊าว!!! บริการสุดหรู รถ Toyota Camry รุ่นใหม่ ไม่ถึงกับ Hybrid แต่ก็หรูหรามีระดับสมฐานะเรา อิ..อิ... กำลังก้าวจะขึ้นรถ แต่ เอ๊! ทำไมไม่ยอมเปิดประตูให้เรา หรือว่าเป็นธรรมเนียมที่นี่ที่ลูกค้าต้องเปิดประตูเอง...
"No!!! it's not our car yet." บริกรของโรงแรมเหล่มองเรา.
"OK...OK...ไม่ใช่ก็ไม่ใช่." รออีกไม่ถึงสามนาที และแล้วใจก็สลาย...


นี่งาย... รถโรงแรม (จ้าง Taxi มารับเราอีกทีหิ) เล็กจนต้องเอากระเป๋าเทินไว้บนหลังคาตามสไตล์อินเดีย. และแล้วก็รู้อนาคตว่าทริปนี้จะเป็นอย่างไร...


ตื่นเช้า ก็ไม่เช้าเท่าไหร่นะ แปดโมงกว่าแล้ว อากาศหนาว ประมาณ 7-8 องศาเซลเซียส เอาผ้าชุบน้ำเช็ดขี้ตา แล้วแปรงฟัน น้ำเย็นกว่าน้ำดื่มในตู้เย็นบ้านเราอีกอ่ะ น้ำอุ่นก็ไม่เห็นมีเลย ใส่เสื้อกันหนาวสามตัวที่เตรียมมาพร้อมกับผ้าพันคอสองผืน ห่มผ้าขาวม้าอีกหนึ่งผืน สวมถุงมือหนัง ยังรู้สึกเย็นหน้า ว๊าบๆ หนาวล้วงลึกถึงตับจิงๆ

ขึ้นไป Roof-top (ดาดฟ้าโรงแรมที่อินเดียทุกโรงแรมที่เราไปพักเป็นร้านอาหารของโรงแรมอ่ะนะ) กลัวว่าท้องจะเสียตั้งแต่วันแรกเด๋วจะไม่สนุกเลยสั่งผัดผักรวม และ Chai ซึ่งเป็นชานมร้อนอันเลื่องชื่อของอินเดีย อ่าน Trip อินเดียของพี่ Beebar ที่เขียนเล่าถึง Chai เลยอยากลองดื่มมั๊กๆ ได้ลองแล้วรสชาดดีทีเดียว คิดว่าคล้ายชานมบ้านเราอ่ะ หนาวๆ แบบนี้ดื่มชานมร้อนๆ สุโค่ย...


ผัดผักรวมอ่ะ... เกินคาด นึกว่าจะได้ผัดผักรวมแบบบ้านเราซะอีก


อีนี่ฉานม่ายด้ายสั่งอ่ะ แต่เค้าบอกว่ามันต้องกินกับผัดผัก... เอ่อ...เอ่อ... กินก็ได้.... เอ่อ!! จริงด้วย กินด้วยกันอร่อยดีแฮ๊ะ แผ่นแป้งนี้เรียกว่า Chapati วิธีการทำให้สุกโดยการย่างไฟ คนที่นี่กิน Chapati เหมือนคนบ้านเรากินข้าวอ่ะ


กินเสร็จก็ถึงเวลาไกด์มารับ บริษัททัวร์ที่เราใช้บริการคือ Amber Tour บริการสุดยอดจริงๆ แต่ราคาค่อยข้างสูง "You get what you pay" ทางเราจองห้องพักเอง แต่ Amber Tour เค้าจัดทัวร์ รวมไกด์, คนขับ, จองตั๋วเครื่องบิน (ภายในอินเดีย) และรถไฟ, จองบัตรเข้าชมต่างๆ จองโรงแรมเองเพราะทางบริษัทเค้าไม่รับจองโรงแรมต่ำกว่ามาตรฐานของเขา ถ้าใช้โรงแรมของเขาก็คงไม่มีปัญญาจ่ายกันอ่ะนะ
ต้องขอออกตัวก่อนว่า Trip นี้เราเป็น ไส้ติ่งทัวร์ แค่ติดมาด้วยไม่ได้ออกสิทธิ์ออกเสียง เค้าไปไหนก็ไปกัน ทั้งที่บ้างแหล่งท่องเที่ยวอยากแว๊บเข้าไปแต่ก็ไม่มีโอกาส แต่ไม่เป็นไร ถ้ามีโอกาสจะมาย้อนรอยเที่ยวใหม่ตามใจเราอยากไป
เดินจากโรงแรมไปขึ้นรถ โรงแรมอยู่ถนน Main Bazaar เป็น one way รถจอดอยู่หน้าสถานีรถไฟ New Delhi ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร


ถนน Main Bazaar เป็นแหล่งโรงแรมของพวก Backpacker สุดถนนเป็นสถานีรถไฟ New Delhi


Old Delhi

วันนี้เราจะไปเที่ยวกันย่าน Old Delhi ถ้าใครอยากอ่านรายละเอียดของ Old Delhi ก็สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ //en.wikipedia.org/wiki/Old_Delhi แต่เป็นภาษาอังกฤษอ่ะ
Old Delhi เป็นย่านชุมชนเก่าก่อนที่เค้าจะย้ายลงมาทางใต้ซึ่งเมืองที่สร้างใหม่นี้เรียกว่า New Delhi โดยมีชาวอังกฤษชื่อ Edwin Lutyens เป็นผู้วางผังเมือง ใครอยากอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ New Delhi ก็เข้าไปที่นี่เลย //en.wikipedia.org/wiki/New_Delhi
หนึ่งในผู้บริหารของทริปนี้ (เรียกซะหรูเลย อิ..อิ..) บอกว่า กลุ่มเราเป็นนักท่องที่แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป เราอยากจะเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวถิ่น ดังนั้นสถานที่สำคัญที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เราเลยอดเข้าไปชมเลยตรู เช่น Red Fort เห็นแต่ข้างนอก อยากเข้าไปจิงๆนะ บริษัททัวร์ก็มีตั๋วให้แล้ว แต่กลุ่มเราจะไม่เข้าไปเด็ดขาด "เพราะเราเป็นนักท่องเที่ยวที่แตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไป" บ้าชะมัด!!!!


โซนนี้เป็นโซนขายหนังสืออันเลื่องชื่อ พอดีวันนี้เป็นวันอาทิตย์ มีร้านเปิดขายบางตา


อากาศหนาวเย็น เห็นร้านและแผงขายเสื้อกันหนาวเต็มไปหมด


ร้านค้า ธนาคาร ปิดหมด... จัดวันเที่ยวได้โดนใจจริงๆ หิ (ปล. ป้ายธนาคาร เบี้ยวไปเบี้ยวมา ไม่รู้ว่าจงใจทำศิลป์หรือป่าวอ่ะ)


ร้านขายถั่ว


ย่านตลาดดอกไม้สด คนที่นี่ศรัทธาในศาสนากันมั๊กๆ ไม่เว้นแม้จะเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว


ตลาดเครื่องเทศที่ Old Delhi

ที่อินเดียเครื่องเทศถือเป็นสินค้าหลักชนิดหนึ่ง จึงมีตลาดขายเครื่องเทศโดยเฉพาะ ตลาดเครื่องเทศใน Old Delhi มีทั้งขายส่งและขายปลีก ทั้งขายกินเองในประเทศและส่งออกแบ่งให้ชาวโลกได้ลิ้มรสเครื่องเทศอันแสนหอมหวล อีกนั่นแหล่ะ! วันนี้วันอาทิตย์ร้านรวงปิดหมด ไกด์บอกว่าถ้าเป็นวันธรรมดาเดินเข้ามาในตลาดเครื่องเทศก็จะต้องจามกันทุกรายไป เพราะเครื่องเทศที่นี่ใหม่สด กลิ่นฉุนจัดจ้าน ไม่เป็นไร ไม่เห็นเครื่องเทศก็ไปเห็นวิถีชีวิตของคนในตลาดเครื่องเทศก็แล้วกัน
ตลาดเครื่องเทศเป็นชุมชน ชุมชนหนึ่ง มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตตุรัส มีอาคารสามชั้นล้อมลอบ ชั้นที่สองและสามเป็นที่อยู่ของครอบครัวแรงงานในตลาดแห่งนี้นี่เอง ส่วนเจ้าของร้านเครื่องเทศก็จะเป็นคนอีกวรรณะหนึ่ง ซึ่งมาค้าขายแล้วก็กลับบ้านสุดหรูในตอนสิ้นวัน ครอบครัวแรงงานที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เลย ทั้งทำอาหาร กิน อยู่ หลับนอน ออกลูกออกหลานกันเป็นเจ็นเนอร์เลชั่นประมาณว่าชั้นจะไม่ไปไหนแล้วตลอดชีวิต อะไรทำนองนั้น


กระสอบพริก, คนที่นี่คงไม่ชอบกินเผ็ดเท่าไหร่นิ แค่กระสอบพริกทั้งแผงล้มใส่อาจถึงตายได้เชียวนะ


ภายในตลาดเครื่องเทศ ภาพนี้ถ่ายจากชั้นสอง


ภายในตลาดเครื่องเทศ ภาพนี้ถ่ายจากดาดฟ้า


รูปเมื่อกี้เข้าไปอยู่ในโดมแล้วถ่ายเข้าไปในตลาด มุมขวาของรูปจะเห็นแรงงานทำอาหารกินกัน


สุเหร่าข้างตลาดเครื่องเทศ ถ่ายจากดาดฟ้าตลาดเครื่องเทศ


Old Delhi ภาพบรรยากาศวันอาทิตย์ นึกภาพไม่ออกเลยว่าวันธรรมดาจะแออัดขนาดไหน


เดินไปเดินมา ก็เจออนุสาวรีย์เตี้ยๆ อยู่ริมถนน จะว่าริมถนนก็ไม่เชิง ประมาณว่าระหว่างกลางถนนกับริมถนนก็แล้วกัน


เดินวนดูโดยรอบด้วยความฉงนว่า อะหยังหว่า แล้วก็ได้คำตอบว่าเป็นสถานที่ปัสสาวะ โอ้ว!! ซิมเปิดเผย.. ไม่ปกปิดค่าใช้จ่าย อิ..อิ.. ที่งงๆ ตอนแรกเพราะมันเป็นแค่กำแพงก่อขึ้นมา ไม่มีโถฉี่เลยนะ และก็ไม่ลับตาแม้แต่นิดเดียว อยากลองใช้บริการแต่ก็ไม่อาจหาญ


ไกด์เป็นคนท้องถิ่น มีมนุษยสัมพันธ์ดีมากมาย แนะนำร้านอาหารที่คนแถวนั้นโหวดว่าอร่อยดีแท้ เข้าไปสั่ง Aloo Gobi Parantha แผ่นใหญ่เท่าฝาโอ่งมาทาน Aloo คือมันฝรั่ง คนเหนือคงยืมคำศัพท์นี้มาใช้ เพราะคนเชียงใหม่เรียกมันฝรั่งว่า "มันอะลู" ส่วน Parantha เป็นแผ่นแป้งที่ทำให้สุกโดยอบในไหยัก ถ้าใครเคยดูในทีวี รายการสารคดีที่คนพื้นเมืองต่างประเทศเอาแผ่นแป้งแปะไว้ในโอ่งที่มีถ่านอยู่ด้านใน


ถ้าใครเคยได้ยินฝรั่งสบถ ว่า 'Holy Shit' แปลว่า คนๆนั้น ไม่สุภาพ ฝรั่งบางคนเลยเลี่ยง โดยสบถว่า 'Holy cow' นี่แหล่ะ Holy cow ตัวจริง เดินไปไหนมาไหนคนก็ให้ความเคารพ ไม่ถึงกับต้องไหว้ แต่จะปฏิบัติดีกว่าปฏิบัติกับคนด้วยกันเองซะอีกอ่ะนะ


นั่งสามล้อถีบ (ที่อินเดียเรียก Cycle Rickshaw) เที่ยวชม Old Delhi


แวะชมหมู่บ้านเก่าอนุรักษ์ไว้ คนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้เป็นกลุ่มคนชั้นกลางมีฐานะ


บ้านบางหลังมีอายุเกือบร้อยปีเลยทีเดียว


นั่งสามล้อปั่นมาประมาณครึ่งชั่วโมง สิ้นสุดที่ Jama Masjid


Jama Masjid เป็นมัสยิดเก่าแก่ที่สุดใน Old Delhi มีอายุประมาณ 400 ปี ใครอยากอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ก็คลิ๊กเข้าไปที่นี่ครับ //en.wikipedia.org/wiki/Jama_Masjid,_Delhi ค่าเข้าชมฟรี แต่ถ้าจะถ่ายรูปเสีย 200 RP. อัตราแลกเปลี่ยนตอนนั้น 10 บาท ได้ 13 รูปี ที่จริงไกด์ก็บอกก่อนแล้ว แต่เราคิดว่าไหนๆ มาทั้งทีก็ต้องถ่ายสิ เงินแค่นี้ แต่พอคิดไปคิดมา ถ้าต้องจ่ายทุกที่ก็จะเสียเงินมากกว่าค่าโรงแรมอีกอ่ะ


ประตูทางเข้าทิศใต้ (Gate 3)


ป้อมมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ อยู่ด้านซ้ายมือตอนเดินขึ้นบันได


ประตูหน้า ถ่ายจากลานในมัสยิด


ตัวอาคารมัสยิด ใหญ่โตมากๆ


ภายในมัสยิด


เสียดายกล้องเก็บภาพมุมกว้างไม่หมด นี่ถอยจนติดกำแพงแล้วนะเนี๊ยะ อุตสาห์ซื้อกล้องใหม่เพื่อมาอินเดียเป็นประเดิมเลยนะเนี๊ยะ


ตลาดนัดที่นี่เลิศสุดๆ มีพรมแขวนขายเรียงรายตามข้างทาง ถ้าเป็นตลาดนัดที่เชียงใหม่ ก็จะเป็นกุงเกงลิงผู้หญิงไซท์ช้าง ใส่ห่วงฮูล่าฮูป แขวนโชว์


ขับผ่าน Red Fort อันเลื่องชื่อ อยากเข้าไปใจจะขาด แต่คติพจน์ของกลุ่มเราคือ "เราเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนกลุ่มอื่น ที่คนอื่นไปเราไม่ไป... เด็ด... ขาด.... "


Akshardham วัดฮินดู ใหญ่โตมโหฬาร วิจิตรพิสดารกว่าวัดใดในหล้า การเข้าไปเข้มงวดสุดๆ ห้ามพกพาอาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์อิเลคทรอนิค ใดๆ ทั้งสิ้น เลยไม่มีภาพภายในมาฝาก ได้แต่ภาพที่วัดอยู่ห่างออกไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร ถ้าใครอยากเห็นภาพและอ่านรายละเอียดก็เข้าไปดูได้ที่นี่ครับ //en.wikipedia.org/wiki/Akshardham_(Delhi)


ปี 2010 อินเดียเป็นเจ้าภาพแข่งขัน Commonwealth Games เป็นการแข่งขันกีฬาสำหรับประเทศที่เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ขับรถผ่านอาคารแข่งขันกีฬาที่อินเดียเตรียมเป็นเจ้าภาพ เลยถ่ายมาให้ดูกัน ใครอยากเรียนรู้กับ Commonwealth Games ก็เข้าไปอ่านได้ที่นี่ครับ //en.wikipedia.org/wiki/2010_Commonwealth_Games


จะขับรถไปชม National Gallery of Modern Art Museum แต่ไกด์พาไปขับรถชมกลุ่มอาคารรัฐสภาของอินเดียก่อน ใครศึกษาเกี่ยวกับอินเดียแล้วอยากอ่านเพิ่มเติมก็ไปที่นี่ (มุขเดิม แต่เราใช้หาข้อมูลก่อนไปจริงๆ นะ) //en.wikipedia.org/wiki/Parliament_of_India


เห็นป้ายแล้วอยากบอกให้คนขับลองเลี้ยวซ้ายดู อยากรู้ว่าแพงเท่าไหร่เชียว (ปล.ด้วยความที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง อิ..อิ..)


National Gallery of Modern Art เสียดายมากๆ ที่มีเวลาแค่ชั่วโมงเดียวในการเข้าชม ไปถึงตอนสี่โมงเย็นแล้ว แกลอรี่ปิดห้าโมง ภายในพิพิธภัณฑ์ มีหลายตึก ตึกที่เราเข้าชมจัด Exhibition ของศิลปินที่โด่งดังในอินเดีย ทั้งศิลปินชาวอินเดียเอง และชาวต่างชาติที่ทำผลงานในอินเดีย อาคารหลังนี้มี 3 ชั้น แค่ชั้นแรกที่เราเดินชมก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว กะจะเดินชมแบบไวที่ชั้นที่สองก็เกือบห้าโมงแล้ว เจ้าหน้าที่เดินตามแล้วชี้ให้ดูที่นาฬิกาข้อมือ ประมาณว่า เมิงออกไปได้แล้ว กรูจา กลับแล้ววววว เสียดายมั๊กๆ ยังงัยก็เข้าไปชมเวปไซด์ของเขานะ นี่เป็นเวปของเขาโดยตรง ไม่ใช่ Wikipedia ครับ //ngmaindia.gov.in/


ภายนอกอาคารนิทรรศการที่เราเข้าไปชม ภายในห้ามถ่ายภาพ และให้เราใส่สัมภาระ รวมทั้งกล้องถ่ายภาพไว้ในล๊อคเกอร์


รถมาส่งที่หน้าสถานีรถไฟ New Delhi แล้วเดินเข้า Main Bazaar Rd., ท่านหลอดอ๊อฟ เดอะคาว กำลังมีความสุขกับ Aloo Dinner


Main Bazaar Rd., ตอนเย็น เอารูปมาให้เปรียบเทียบกับตอนเช้าที่เดินออกไป ร้านรวงเปิดกันสะหนั่น คนเดินกันขวักไขว่ ถ้าจะให้เราเปรียบเทียบก็คงเหมือนถนนข้าวสารที่กรุงเทพฯ อ่ะนะ แต่ที่ถนนข้าวสารไม่มีวัว


เราเตรียม นมัสเต กับชาวอินเดีย แต่ไม่มีใครเลยที่ นมัสเตกับเราก่อน มีแต่ ตอนเดินเข้าตลาดเครื่องเทศ เจอฝรั่งทักทายเราด้วย "นมัสเต"



Create Date : 27 มกราคม 2553
Last Update : 28 มกราคม 2553 9:00:24 น.
Counter : 3054 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
All Blog
MY VIP Friend